มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้สละโลก (๑๒)






ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ


ตอนที่ผ่านมา

๑๒. อุปาฌาย์องค์แรกในญัตติจตุตถกรรม

วิธีอุปสมบทในพระพุทธศาสนาซึ่งมีอยู่ ๓ วิธีนั้น วิธีแรกคือเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระศาสดาทรงประทานเองแก่ผู้มุ่งอุปสมบทด้วยพระวาจาว่า “จงมาเป็นภิกษุด้วยกันเถิด เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์”

ถ้าผู้นั้นถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว คือบรรลุอรหัตตผลแล้ว ขออุปสมบทก็จะไม่ตรัสประโยคหลัง ตรัสเพียงว่า “จงมาเป็นภิกษุด้วยกันเถิด”

ต่อมาเมื่อพระพุทธองค์ทรงส่งพระสาวกไปประกาศพระศาสนา มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสปรารถนาจะบวช พระสาวกต้องพามาเฝ้าพระศาสดาเพื่อประทานอุปสมบทให้ บางทีต้องเดินทางมาจากที่ไกล พระพุทธองค์ทรงเห็นความลำบากของผู้มุ่งการอุปสมบทและพระสาวก จึงทรงอนุญาตให้พระสาวกอุปสมบทได้เอง โดยให้ผู้ปรารถนาบวช เปล่งวาจาถึงพระรัตนตรัยว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ เป็นต้น วิธีนี้เรียกติสรณคมนูปสัมปทา (การอุปสมบทโดยวิธีถึงสรณะ ๓)

ต่อมา ทรงอนุญาตการอุปสมบทแบบญัตติจตุตถกรรม คือมีการเสนอญัตติ ๑ ครั้ง และขอความยินยอมพร้อมใจจากสงฆ์อีก ๓ ครั้ง สามวาระ รวมเป็น ๔ ทั้งญัตติ จึงเรียกญัตติจตุตถกรรม วิธีนี้เป็นการมอบความเป็นใหญ่ให้สงฆ์อย่างแท้จริง มีพระสารีบุตรเป็นอุปฌายะองค์แรก พระราธะเป็นภิกษุรูปแรกของวิธีนี้

พระราธะเกิดในสกุลพราหมณ์ เมื่อเป็นคฤหัสถ์ได้เป็นผู้ตกยากในยามชรา ซึ่งเป็นความทุกข์หนักของชีวิต ไม่มีที่พึ่งอื่น จึงไปอาศัยภิกษุทั้งหลายอยู่ในวัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ช่วยดายหญ้าวัด กวาดบริเวณวัด และถวายน้ำล้างหน้า บ้วนปาก น้ำล้างมือล้างเท้าเป็นต้นแก่ภิกษุทั้งหลาย

พราหมณ์ราธะ มีศรัทธาในพระศาสนาอยากบวชเหลือเกิน แต่ไม่มีภิกษุรูปใดยอมบวชให้ เพราะเห็นว่าราธพราหมณ์แก่แล้ว เกรงจะเป็นผู้มีทิฐิมานะจัดว่ายากสอนยาก พราหมณ์ผ่ายผอมลงเพราะความไม่สมหวัง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:42:02 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีเป็นพื้นฐาน ..นอกจากจะทำให้ตนเองงามด้วยการประพฤติปฏิบัติแล้ว ยัง่งเสริมให้ผู้อื่นงามและสงเคราะห์ให้มีความสุขได้อย่างทั่วถึง

จริยาวัตรของพระสารีบุตรนี้ทำให้มองเห็นถึงภาพรวมของคำว่า ความกตัญญูเป็นพื้นฐานของคนดี ..เพราะนำมาซึ่งความอ่อนโยนอ่อนน้อมควรแก่การงานในกุศลอีกหลายประการ

และก็ทำให้นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อเสือที่ท่านบอกว่า สติทำให้อ่อนโยน ..เพราะเมื่อใจอ่อนโยนแล้วความควรแก่การงานกุศลทั้งหลายก็จะเจริญขึ้นได้ง่าย ซึ่งพร้อมไปด้วยลีลาที่นุ่มนวลสำรวมด้วยความรู้สึกตัว

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ธ.ค. 2551 , 12:30:03 น.] ( IP = 125.27.174.186 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org