| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้สละโลก(๑๗)
ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ตอนที่ผ่านมา
๑๗.พระธรรมเสนาบดีกับยอดพระธรรมกถึก
พระสารีบุตร เป็นผู้ช่วยเหลือพระผู้มีพระภาคเจ้าในการสั่งสอนธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย เป็นผู้ช่วยที่ดีเยี่ยม จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นธรรมเสนาบดี-แม่ทัพธรรม พระผู้มีพระภาคทรงเป็นธรรมราชา คราวใดที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโดยย่อ ถ้าพอมีเวลาพระสารีบุตรจะช่วยขยายความ หรือแนะนำภิกษุทั้งหลายต่อไป เพื่อความแจ่มแจ้งชัดเจน
คราวหนึ่ง ณ เชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเตือนให้ภิกษุทั้งหลาย เป็นธรรมทายาท คือเป็นผู้รับมรดกธรรมของพระองค์ อย่าเป็นอามิสทายาทรับมรดกอามิสโดยนัยดังนี้ :
ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอจงเป็นธรรมทายาทของเราเถิด อย่าเป็นอามิสทายาทของเราเลย เรามีความเอ็นดูในพวกเธอทั้งหลาย ปรารถนาอยู่ว่า ทำอย่างไรหนอ สาวกของเราจะพึงเป็นธรรมทายาท ไม่เป็นอามิสทายาท
ถ้าเธอทั้งหลายเป็นอามิสทายาท วิญญูชนก็จะติเตียนว่า ดูเถิด...ดูสาวกของพระโคดม ล้วนเป็นอามิสทายาท หนักในอามิส มุ่งอามิส ไม่เป็นผู้หนักในธรรม ไม่มุ่งธรรม ถ้าเธอทั้งหลายเป็นธรรมทายาท ก็จะไม่ถูกติเตียนจากวิญญูชน
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้รับมรดกอามิสของเราไม่น่าสรรเสริญ ส่วนผู้รับมรดกธรรมของเราน่าสรรเสริญ เพราะการรับมรดกธรรมนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา เลี้ยงง่าย มีความเพียรสม่ำเสมอ ไม่ถอยหลัง ด้วยเหตุนี้แหละพระภิกษุทั้งหลาย ! เราจึงปรารถนาว่า ไฉนหนอสาวกของเราจะพึงเป็นธรรมทายาท ไม่เป็นอามิสทายาทโดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ม.ค. 2552 , 08:21:19 น.] ( IP = 58.9.143.110 : : )
สลักธรรม 1เมื่อพระศาสดาเสด็จหลีกไปแล้วไม่นาน พระสารีบุตรได้กล่าวกับภิกษุทั้งหลายว่า เมื่อพระศาสดาผู้ทรงเป็นครูของพวกเราเสด็จอยู่สงัดแล้ว สาวกบางพวกมิได้ปฏิบัติตาม ส่วนสาวกบางพวกปฏิบัติตามทั้งนี้เพราะเหตุไร ?
ภิกษุทั้งหลายกราบเรียนว่า ขอให้พระสารีบุตรอธิบายให้แจ่มแจ้งเถิด ภิกษุทั้งหลายได้ฟังแล้ว เข้าใจแล้วจักได้ทรงจำไว้ พระสารีบุตรจึงว่า ที่สาวกบางพวกไม่ศึกษา ไม่ปฏิบัติตามความสงัดของพระศาสดานั้น ก็เพราะพระศาสดาตรัสให้ละสิ่งใดก็ไม่ละสิ่งนั้น แต่กลายเป็นผู้มักมากย่อหย่อน เป็นหัวหน้าในการท้อถอย ทอดธุระในความสงัด ภิกษุอย่างนี้ ไม่ว่าเป็นเถระ คือเป็นใหญ่บวชนาน หรือเป็นผู้ปูนกลาง หรือเป็นผู้ใหม่ (นวกะ) ย่อมได้รับการติเตียนจากวิญญูชน ๓ สถานว่า พระศาสดาตรัสแล้ว แต่สาวกไม่ศึกษาปฏิบัติตามในเรื่องความสงัด พระศาสดาทรงสอนให้ละสิ่งใดก็ไม่ละสิ่งนั้น เป็นผู้มักมาก ย่อหย่อนเป็นหัวหน้าในการท้อถอย ทอดธุระในความสงัด
ส่วนพระสาวกที่ศึกษาปฏิบัติตามความสงัดของพระศาสดา ก็เพราะเหตุที่พระศาสดาสอนให้ละสิ่งใดก็ละสิ่งนั้น ไม่เป็นผู้มักมาก ไม่ย่อหย่อน ไม่ทอดธุระในความสงัด ภิกษุผู้เป็นอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ (เถระ)
เป็นผู้ปูนกลาง(มัชฌิมะ) หรือเป็นผู้ใหม่ (นวกะ) ย่อมได้รับการสรรเสริญจากวิญญูชน ๓ สถาน ตรงกันข้ามกับภิกษุที่วิญญูชนพึงติเตียน
ท่านทั้งหลาย ! พระสารีบุตรกล่าวต่อไป บรรดาธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลาย กิเลสเหล่านี้เป็นสิ่งต่ำทรามคือความโลภ ๑ ความคิดประทุษร้าย ๑ ความโกรธ ๑ ความผูกโกรธ ๑ การลบหลู่คุณท่าน ๑ การตีเสมอท่าน ๑ ความริษยา ๑ ความตระหนี่ ๑ ความเจ้าเล่ห์ ๑ ความมักอวด ๑ ความหัวดื้อ ๑ ความแข่งดี ๑ ความถือตัว ๑ ความดูหมิ่นผู้อื่น ๑ ความเมา ๑ ความประมาท ๑ รวมเป็นอุปกิเลส ๑๖ ประการ เป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต ทำให้จิตตกต่ำ
ท่านทั้งหลาย ! มัชฌิมาปฏิปทา หรืออริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ คือความเห็นชอบ...ความตั้งจิตชอบ เป็นมรรคอันประเสริฐ ให้เกิดความเห็นให้เกิดความรู้ เป็นไปเพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ และเพื่อพระนิพพาน อันพระบรมศาสดาทรงแสดงไว้ ตรัสไว้ดีแล้ว เพื่อท่านทั้งหลาย ท่านเดินตามทางนี้แล้วย่อมไปถึงที่สุดแห่งทุกข์อย่างแน่นอน
เมื่อพระธรรมเสนาบดีกล่าวจบลง ภิกษุทั้งหลายชื่นชมยินดีต่อภาษิตของท่านยิ่งนัก
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ม.ค. 2552 , 08:25:57 น.] ( IP = 58.9.143.110 : : )
สลักธรรม 2พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรนั้น เป็นผู้มีปกติสรรเสริญเพื่อนพรหมจารี (ผู้ร่วมประพฤติพรหมจรรย์) ตามคุณที่มีจริงเป็นจริง ปรารถนาสนทนากับพระภิกษุอื่นที่พระศาสดาทรงยกย่อง ดังเรื่องต่อไปนี้...
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เวฬุวันวิหาร นครราชคฤห์ ครั้งนั้นภิกษุชาวชาติภูมิประเทศจำนวนมาก จำพรรษาแล้วในชาติภูมิ พากันมาเฝ้าพระศาสดา ณ เวฬุวันวิหาร
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย ! ในชาติภูมิประเทศ ภิกษุรูปใดที่เพื่อนพรหมจารีชาวชาติภูมิยกย่องว่า เป็นผู้มักน้อย สันโดษ ชอบสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ มีความเพียรสม่ำเสมอ สมบูรณ์ด้วยศีล ปัญญา วิมุติ และวิมุติญาณทัศนะแล้ว กล่าวพรรณนาคุณของความมักน้อย สันโดษ ความสงัด...ความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาวิมุติ และวิมุติญาณทัศนะแก่ภิกษุทั้งหลาย เป็นผู้โอวาทแนะนำชี้แจงชักชวนให้ภิกษุผู้ร่วมประพฤติพรหมจรรย์ให้อาจหาญร่าเริง ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติดังที่พระองค์ตรัสนั้น คือพระปุณณะ มันตานีบุตร
ขณะนั้น พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร นั่งอยู่ ณ ที่เฝ้าพระบรมศาสดาด้วยได้ฟังภิกษุทั้งหลายสรรเสริญคุณของพระปุณณะเช่นนั้นจึงดำริว่า
เป็นลาภของท่านปุณณะ มันตานีบุตรเหลือเกิน ความเป็นมนุษย์อันท่านปุณณะได้ดีแล้ว (คือได้มีคุณธรรมอันเป็นสมบัติที่ประเสริฐของมนุษย์) ที่เพื่อนพรหมจารีผู้เป็นวิญญูชนกล่าวยกย่องสรรเสริญพรรณนาคุณเฉพาะพระพักตร์ของพระศาสดา และพระบรมศาสดาก็ทรงอนุโมทนาคำยกย่องนั้น ไฉนหนอเราจะพึงได้พบพระปุณณะ มันตานีบุตร แล้วสนทนาปราศรัยกันสักครั้งหนึ่ง
ดูเถิด..คนมีใจสูง เมื่อได้ทราบว่าบัณฑิตยกย่องผู้ใด ก็ปรารถนาพบและสนทนากับผู้นั้น เพื่อได้ความรู้ความเข้าใจ หรือเพื่อเทียบเคียงความคิดเห็น ส่วนคนใจต่ำ มีจิตใจริษยาเป็นเจ้าเรือน เมื่อได้ฟังคำสรรเสริญผู้ใดก็เกิดมานะและเกิดริษยาขึ้น คิดกำจัดคุณของเขา ทนไม่ได้ต่อลาภ ยศ และสรรเสริญ สุขที่ตกแก่ผู้อื่น
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ กรุงราชคฤห์ตามพระอัธยาศัยพอสมควรแล้วเสด็จจาริกไปโดยลำดับถึงพระนครสาวัตถีราชธานีแห่งแคว้นโกศล ประทับอยู่ที่เชตวนารามของอนาถปิณฑิกเศรษฐี
ท่านพระปุณณะ มันตานีบุตรได้ข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จเมืองสาวัตถีประทับอยู่ ณ เชตวนาราม จึงรีบเก็บงำเสนาสนะ ถือบาตรและจีวรจาริกไปโดยลำดับ ตามเส้นทางที่จะไปนครสาวัตถี เมื่อถึงแล้วได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรแก่ตน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสนทนาให้พระปุณณะเห็นแจ้ง ให้อาจหาญร่าเริงด้วย ธัมมีกถา (ถ้อยคำอันประกอบด้วยธรรม) เป็นอันมากโดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ม.ค. 2552 , 08:34:04 น.] ( IP = 58.9.143.110 : : )
สลักธรรม 3ท่านพระปุณณะ มันตานีบุตร ชื่นชมอนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้วลุกจากอาสนะ ถวายอภิวาท ทำประทักษิณแล้วเข้าสู่ป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน
ขณะนั้นภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปหาพระสารีบุตร แล้วแจ้งข่าวให้ทราบว่า พระปุณณะ มันตานีบุตรที่ท่านสรรเสริญอยู่เนืองๆ นั้น บัดนี้ได้มาสู่เชตวนารามเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วไปพักกลางวัน ณ ป่าอันธวัน
ท่านพระสารีบุตรได้ทราบดังนั้น รีบถือผ้านิสีทนะ (ผ้ารองนั่ง) แล้วติดตามพระปุณณะไปข้างหลังพอมองเห็นศีรษะได้ ท่านทั้งสองไปนั่งพักกลางวันอยู่ที่โคนไม้ซึ่งไม่ห่างกันนัก
จวบจนสายัณหกาล พระสารีบุตรจึงออกจากที่พักผ่อน เข้าไปหาพระปุณณะ ได้ทักทายปราศรัยกันพอสมควรแล้ว พระสารีบุตรจึงถามขึ้นว่า
ผู้มีอายุ ท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคของเราหรือ ?
ถูกแล้ว ท่านผู้มีอายุ พระปุณณะตอบ
ท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อความบริสุทธิ์แห่งศีลหรือ ?
ไม่ใช่อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ
เพื่อความบริสุทธิ์แห่งจิตหรือ ? พระสารีบุตรถามต่อ
ไม่ใช่อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ
เพื่อความบริสุทธิ์แห่งความเห็นหรือ ?
ไม่ใช่อย่างนั้น
เพื่อความบริสุทธิ์แห่งการข้ามพ้นความสงสัยหรือ ?
หามิได้
เพื่อความหมดจดแห่งความรู้ความเห็นว่าทางหรือมิใช่ทางหรือ ?
ไม่ใช่อย่างนั้น
เพื่อความหมดจดแห่งความรู้ความเห็นในปฏิปทาหรือ ?
หามิได้
เพื่อความหมดจดแห่งความรู้แจ้งเห็นจริงหรือ ?
ไม่ใช่อย่างนั้นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ม.ค. 2552 , 08:41:34 น.] ( IP = 58.9.143.110 : : )
สลักธรรม 4ท่านผู้มีอายุ พระสารีบุตรกล่าว ข้าพเจ้าถามท่านถึงการประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อวิสุทธิอย่างใดอย่างหนึ่งถึง ๗ ประการ ท่านก็ตอบปฏิเสธเสียสิ้น ถ้ากระนั้นท่านประพฤติพรหมจรรย์เพื่อสิ่งใด ?
พระปุณณะตอบว่า เพื่อความดับ ไม่เหลือเชื้อ (อนุปาทาปรินิพพาน)
พระสารีบุตรได้ถามต่อไปถึงความหมายของอนุปาทาปรินิพพานว่า เป็นอย่างเดียวกันกับศีลวิสุทธิ จิตตวิสุทธิ จนถึงญาณทัสสนวิสุทธิ หรือไม่
พระปุณณะตอบว่า ไม่ใช่
ถ้าอย่างนั้น อะไรเล่าคือความหมายของอนุปาทาปรินิพพาน ?
พระปุณณะ มันตานีบุตร ผู้ได้รับการยกย่องจากพระศาสดาว่าเลิศกว่าสาวกทั้งหลายในการกล่าวธรรม ได้ตอบพระสารีบุตรว่า ศีลวิสุทธิก็ดี...ญาณทัสสนวิสุทธิก็ดี...ยังเป็นธรรมที่มีอุปาทาน ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงบัญญัติวิสุทธิเหล่านี้ว่าเป็นอนุปาทาปรินิพพานแล้ว ก็ได้ชื่อว่า ทรงบัญญัติธรรมที่ยังมีอุปาทานว่าเป็นอนุปาทาปรินิพพาน
ท่านผู้เจริญ พระปุณณะกล่าวต่อไป ข้าพเจ้าขออุปมาให้ท่านฟังเพราะว่า บุคคลบางคนสามารถเข้าใจความอันลึกซึ้งได้
ด้วยอุปมาเหมือนอย่างว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลมีพระราชภารกิจด่วนบางอย่างที่จะต้องเสด็จไปยังเมืองสาเกต ในระหว่างเมืองสาเกตและสาวัตถีนั้น จะต้องใช้รถด่วนถึง ๗ ผลัด (รถเทียมม้า) ทรงอาศัยรถแต่ละผลัดรับช่วงกันเรื่อยๆ ไป จนผลัดที่ ๗ จึงถึงเมืองสาเกต ถ้าจะมีผู้ถามพระองค์ว่า เสด็จถึงเมืองสาเกตจากนครสาวัตถีด้วยรถผลัดใด พระองค์จะตรัสตอบอย่างไรจึงจะชอบด้วยเหตุผล
ผู้มีอายุ พระสารีบุตรตอบ พระเจ้าปเสนทิโกศลจะต้องตรัสตอบว่า ได้เสด็จมาโดยรถเป็นผลัดๆ ถึง ๗ ผลัด
พระปุณณะ มันตานีบุตรจึงกล่าวว่า เรื่องวิสุทธิ ๗ ก็ทำนองเดียวกัน อาศัยกันส่งไปเป็นทอดๆ เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่กัน จนถึงอนุปาทาปรินิพพาน ข้าพเจ้าประพฤติพรหมจรรย์เพื่ออนุปาทาปรินิพพานนั้นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ม.ค. 2552 , 08:47:39 น.] ( IP = 58.9.143.110 : : )
สลักธรรม 5เมื่อพระปุณณะ มันตานีบุตรกล่าวอย่างนี้ พระสารีบุตรได้ถามขึ้นว่า
ท่านผู้เจริญ เพื่อนพรหมจรรย์เรียกนามท่านว่ากระไร ?
เมื่อพระปุณณะบอกนามของตนแล้ว พระสารีบุตรจึงกล่าวว่า
ท่านผู้มีอายุ น่าอัศจรรย์นัก ธรรมอันลึกซึ้งท่านปุณณะ มันตานีบุตรเลือกเฟ้นมากล่าวด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง เยี่ยงพระสาวกผู้ได้สดับแล้ว รู้ทั่วถึงคำสั่งสอนของพระศาสดาโดยถ่องแท้จะพึงกล่าว เป็นลาภของเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายที่ได้พบเห็นใกล้ท่านพระปุณณะ
พระปุณณะได้เอ่ยถามนามของภิกษุซึ่งท่านร่วมสนทนาอยู่ด้วย พระสารีบุตรตอบว่า ข้าพเจ้าชื่ออุปติสสะ แต่เพื่อนพรหมจรรย์เรียกข้าพเจ้าว่าสารีบุตร
ครั้นได้ยินฉะนี้ พระปุณณะ มันตานีบุตร จึงกล่าวคำนิยมขึ้นว่า
ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้ามิได้ทราบเลยว่า กำลังนั่งสนทนาอยู่กับพระสาวกผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ คล้ายพระศาสดา ถ้าได้ทราบแต่ต้นคงพูดไม่ออกเป็นแน่แท้ น่าอัศจรรย์จริงท่านผู้เจริญ ธรรมอันลึกซึ้ง ท่านสารีบุตรเลือกเฟ้นมาถามด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง ตามเยี่ยงที่พระสาวกผู้ได้สดับแล้ว รู้ทั่วถึงคำสั่งสอนของพระศาสดาโดยถ่องแท้จะพึงถาม เป็นลาภของเพื่อนพรหมจรรย์ยิ่งนัก ที่ได้พบเห็นได้ นั่งใกล้ท่านสารีบุตร ไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์
อนึ่งนับว่าเป็นลาภของข้าพเจ้าด้วย ที่ได้พบเห็น ได้นั่งใกล้ท่านสารีบุตร
พระเถระผู้ประเสริฐทั้งสอง ต่างชื่นชมภาษิตของกันและกันด้วยประการฉะนี้
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ม.ค. 2552 , 08:52:20 น.] ( IP = 58.9.143.110 : : )
สลักธรรม 6
อ่านแล้วมีความสุขใจจังเลย ได้ฟังคำสนทนาของผู้ที่ปี่ยมล้นด้วยปัญญา
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านเป็นประจำโดย พี่ดา [7 ม.ค. 2552 , 11:38:54 น.] ( IP = 124.121.176.24 : : )
สลักธรรม 7ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความอ่อนน้อมของผู้ที่มีปัญญาสูงส่ง ..กิเลสที่ละได้แล้วทำให้ชีวิตงดงามมากจริงๆ และไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครเลย มีแต่จะสร้างสรรค์และส่งเสริมสิ่งที่งามให้งามยิ่งขึ้น สิ่งที่ยังไม่งามให้งดงามขึ้นได้
แล้วก็ประทับใจมากกับการเปลี่ยนวิสุทธิกับรถม้าทั้งเจ็ดผลัด ที่ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างการทำที่มีอุปทานกับไม่มี ...แล้วก็พลอยทำให้คิดถึงเจตนาในการกระทำของตนเองด้วยว่าทำไปเพื่ออะไร? ...นับเป็นประโยชน์มากเลยค่ะที่ได้เข้ามาอ่าน เพราะทำให้ชีวิตมีความรอบคอบละเอียดสุขุมขึ้น
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะพี่เณรโดย น้องกิ๊ฟ [7 ม.ค. 2552 , 16:26:10 น.] ( IP = 125.27.171.54 : : )
สลักธรรม 8อ่านแล้วเห็นถึงจิตที่งดงามของท่านพระสารีบุตร ที่ได้ทราบว่าบัณฑิตยกย่องผู้ใด ก็ปรารถนาพบและสนทนากับผู้นั้น เพื่อได้ความรู้ความเข้าใจ
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่เณรค่ะโดย เซิ่น [8 ม.ค. 2552 , 22:41:46 น.] ( IP = 58.8.45.74 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |