มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้สละโลก(๑๘)




ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ


ตอนที่ผ่านมา

๑๘. กับพระสุธรรมเถระ

จิตตคหบดีชาวนครมัจฉิกาสรณฑ์ เห็นพระมหาเถระหนึ่งในจำนวน พระปัญจวัคคีย์ เที่ยวบิณฑบาตอยู่ เลื่อมใสในอิริยาบถสมณสารูปของท่าน จึงรับบาตรอาราธนาเข้าไปสู่เรือนของตน อังคาสด้วยอาหารอันประณีต เมื่อเสร็จภัตตกิจแล้ว ได้ฟังธรรมกถาแล้วบรรลุโสดาปัตติผล มีศรัทธาไม่หวั่นไหว ไม่ต้องมีผู้อื่นเป็นปัจจัยเรื่องความเชื่อในคำสอนของพระศาสดา มีความประสงค์จะถวายอุทยานอัมพาฏกวันของตนให้เป็นสังฆารามที่พักอาศัยบำเพ็ญสมณธรรมของสาวกแห่งพระศาสดา จึงหลั่งน้ำลงในมือของพระเถระถวายสวนนั้นอุทิศสงฆ์ซึ่งจรมาจากจตุรทิศ ขณะนั้นเองปฐพีแสดงอาการหวั่นไหว เป็นเครื่องบอกเหตุว่าพระพุทธศาสนาได้ตั้งมั่นแล้ว

จิตตคหบดี ผู้พรั่งพร้อมด้วยศรัทธาและโภคะ ได้สร้างวิหารใหญ่ในอุทยาน เพื่อสงฆ์ซึ่งจรมาจากทิศทั้งปวง เป็นผู้มีประตูเรือนเปิดแล้วสำหรับสาวกของพระศาสดาครั้งนั้น พระสุธรรมเถระเป็นเจ้าอาวาสแห่งวัดที่จิตตคหบดีสร้างถวายนั้น

ฝ่ายพระอัครสาวกทั้งสองคือพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ ได้สดับเสียงสรรเสริญคุณของจิตตคหบดี มีความประสงค์จะสงเคราะห์ให้ประสบบุญเป็นอันมาก จึงเดินทางไปสู่นครมัจฉิกาสณฑ์

คหบดีทราบการมาของพระอัครสาวกทั้งสอง ปราโมชเป็นที่ยิ่ง เดินทางไปต้อนรับในระยะกึ่งโยชน์พาท่านผู้ประเสริฐทั้งสองไปสู่อารามของตน กระทำอาคันตุกวัตรเป็นอย่างดี แล้วอ้อนวอนพระธรรมเสนาบดีว่า

“ท่านผู้เจริญ ! ข้าพเจ้าใคร่ฟังธรรม หากไม่เป็นการลำบากแก่ท่านแล้ว ขอได้โปรดแสดงธรรมสักหน่อยหนึ่งเถิด”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 ม.ค. 2552 , 08:11:56 น.] ( IP = 58.9.142.179 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

“ดูก่อนอุบาสก” พระธรรมเสนาบดีกล่าว “อาตมภาพทั้งสองเดินทางไกลมาเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน แม้ปรารถนาจะแสดงธรรมแก่ท่านให้มากสมศรัทธาของท่าน ก็คงทำไม่ได้ในเวลานี้ ขอท่านฟังสักหน่อยหนึ่งก่อนเถิด เมื่ออาตมภาพทั้งสองหายเหนื่อยแล้ว จักแสดงธรรมแก่ท่านโดยพิสดาร”

“พระคุณเจ้า ธรรมกถาของท่านผู้เปรียบปานพระศาสดานั้น จะมากหรือน้อยไม่สำคัญ มธุรสวาจานั้นย่อมเหมือนน้ำอมฤต”

เมื่อพระธรรมเสนาบดี-แม่ทัพธรรมแสดงหลักคำสอนแห่งพระพุทธศาสนาจบลงนั่นเอง คหบดีได้บรรลุอริยผลชั้นอนาคามี เป็นผู้ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก ท่านปลาบปลื้มเป็นนักหนาที่ได้ลิ้มรสอมตธรรม ที่สุขุมลุ่มลึกถึงปานนี้

“ท่านผู้เจริญ ! พรุ่งนี้ขอท่านและพระผู้เป็นบริวารได้โปรดรับภิกษาที่เรือนของข้าพเจ้าด้วยเถิด” คหบดีอาราธนา

พระมหาสาวกรับนิมนต์ด้วยดุษณีแล้ว คหบดีจึงนิมนต์พระสุธรรมเถระภายหลังว่า “ท่านขอรับ แม้ท่านก็ขอนิมนต์ไปกับพระอัครสาวกด้วย”

มานะแห่งเจ้าอาวาสเกิดขึ้นแก่พระสุธรรมว่า เราเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นี่ แต่คหบดีกลับนิมนต์เราทีหลังพระอาคันตุกะ คหบดีมิได้ให้ความสำคัญแก่เราเลย ภายใต้บัญชาการของทิฐิมานะ-กิเลสร้ายนั่นเอง พระสุธรรมจึงกล่าวว่า

“อย่าเลย คหบดี ขอท่านได้เลี้ยงพระอัครสาวกและพระอาคันตุกะอื่นๆ ให้อิ่มหนำสำราญเถิด อย่าได้พะวงถึงอาตมาเลย อาตมาไม่สำคัญดอก”

“พระคุณเจ้า อย่าทำอย่างนั้นเลย” คหบดีอ้อนวอน “อย่าทำให้ข้าพเจ้าเสียความตั้งใจเลย ท่านเป็นผู้มีความสำคัญสำหรับอาวาสนี้เป็นอันมาก”

แม้คหบดีจะอ้อนวอนสักเท่าใด พระสุธรรมก็หายินยอมรับนิมนต์ไม่ ในที่สุดจิตตคหบดีจึงกล่าวว่า “ท่านขอรับ ท่านจักปรากฏด้วยกรรมของตนเอง” ดังนี้แล้วหลีกไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 ม.ค. 2552 , 08:17:47 น.] ( IP = 58.9.142.179 : : )


  สลักธรรม 2

วันรุ่งขึ้น คหบดีก็จัดแจงเตรียมไทยธรรมเพื่ออัครสาวกและภิกษุสงฆ์อื่นๆ อันตนนิมนต์ไว้แล้ว ฝ่ายพระสุธรรม ในเวลาใกล้รุ่งคิดว่า “คหบดีจัดแจงสักการะอย่างไรหนอเพื่ออัครสาวก เราควรไปดู”

พร้อมด้วยจิตอันรุ่มร้อนด้วยแรงริษยานั่นเอง พระสุธรรมไปสู่เรือนของจิตตคหบดีแต่เช้าตรู่ คหบดีต้อนรับด้วยกิริยาอ่อนน้อม และเชื้อเชิญด้วยวาจาว่า “ขอนิมนต์นั่งก่อนเถิดขอรับ”

แต่พระสุธรรมก็หาเอื้อเฟื้อต่อคำวิงวอนไม่ กล่าวอย่างมีโทสะว่า “เราไม่นั่งจักเที่ยวไปบิณฑบาต” พลางตรวจดูสักการะที่คหบดีเตรียมไว้ เพื่ออัครสาวกทั้งสอง ประสงค์จะเสียดสีคหบดีโดยชาติกำเนิดจึงกล่าวว่า
“สักการะไทยธรรมของท่านคราวนี้มีเหลือล้น ขาดอยู่อย่างเดียวเท่านั้น อย่างเดียวจริงๆ ”

“อะไรหรือขอรับ?” คหบดีถามด้วยความฉงน

“ขาดขนมแดกงา” พระสุธรรมพูดปล่อยออกมาอย่างจงใจเต็มที่

ด้วยความรู้สึกว่าพระรูปนี้ควรได้รับบทเรียนอันสมควรแก่ความหยาบคายของตน คหบดีจึงกล่าวตำหนิพระสุธรรมว่า "เป็นผู้กล้าเหมือนกามิได้มี กาย วาจา ใจ อ่อนโยนเยี่ยงสมณะที่ดีทั้งหลาย"

พระสุธรรมโกรธมาก บอกมอบคืนอาวาสให้คหบดีว่า นั่นอาวาสของท่านเราจักไป ณ บัดนี้ จะไม่กลับมายังอาวาสของท่านอีก”

คหบดีพยายามอ้อนวอนพระสุธรรมถึง ๓ ครั้งว่า ขอให้อยู่ในอาวาสของตนอย่างเดิม แต่พระสุธรรมหาฟังไม่ ท่านละมัจฉิกาสณฑ์ไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าไปสู่สำนักพระศาสดา ณ เชตวนาราม กราบทูล (ฟ้อง) เรื่องทั้งปวงระหว่างตนกับจิตตคหบดีให้ทรงทราบ

พระศาสดาผู้ทรงไว้ซึ่งพระเมตตาและความยุติธรรม ทรงทราบเรื่องโดยตลอดแล้ว ทรงตำหนิพระสุธรรมเป็นอเนกประการและตรัสว่า “จิตตคหบดีเป็นอุบาสกที่มีศรัทธามีศีล เธอด่าว่าเขาด้วยคำหยาบคาย ไม่สมควรแก่สมณะเธอนั่นแหละเป็นผู้ผิด เธอต้องไปขอโทษอุบาสกนั้นเสีย” ดังนี้แล้วรับสั่งให้สงฆ์ลงปฏิสารณียกรรมแก่พระสุธรรมนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 ม.ค. 2552 , 08:22:34 น.] ( IP = 58.9.142.179 : : )


  สลักธรรม 3

ปฏิสารณียกรรมเป็นกรรมอันหนึ่งในประเภทนิคคหะ คือการข่มภิกษุผู้ประพฤติไม่สมควร เช่น เป็นคนปากร้ายด่าว่าคฤหัสถ์ผู้มีศรัทธาเลื่อมใส ผู้เป็นทายกอุปฐากสงฆ์ด้วยปัจจัย ๔ อันเป็นเหตุให้คนที่ยังไม่เลื่อมใสไม่เลื่อมใส ทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้คลายความเลื่อมใสลง สงฆ์เห็นสมควรลงโทษเพื่อให้รู้สึกตัว จึงประกาศลงปฏิสารณียกรรม ให้ภิกษุนั้นไปขอโทษคฤหัสถ์ที่ตนด่าว่าเสีย ถ้าเธอไม่อาจไปขอโทษตามลำพัง หรือทำโดยลำพังไม่สำเร็จ ก็ให้สงฆ์สมมติภิกษุรูปหนึ่ง เป็นอนุทูตเจรจาความ

หน้าที่ของอนุทูตคือช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้คฤหัสถ์ให้อภัย จะในนามของตนหรือในนามของสงฆ์ก็ได้ เมื่อตกลงกันได้แล้ว รับอาบัติที่ภิกษุนั้นแสดงต่อหน้าเขาแล้วจึงให้ขมา

พระสุธรรมเถระกลับไปยังมัจฉิกาสณฑ์ให้จิตตคหบดีอดโทษ แต่จิตตคหบดีไม่ยอมอดโทษ พระสุธรรมเก้อเขินกลับไปสู่สำนักพระศาสดาอีก ความจริงพระตถาคตเจ้าทรงทราบว่า อุบาสกจะไม่ยอมอดโทษพระสุธรรม แต่ทรงดำริว่า “พระสุธรรมนี้กระด้างนัก มีมานะจัดนัก” มีพระประสงค์จะกำราบให้คลายมานะ ถอนทิฐิ จึงมิได้ทรงบอกอุบายในการขอขมา ปล่อยให้พระสุธรรมเดินทางไปมา สิ้นระยะทาง ๖ โยชน์ (๙๖ กิโลเมตร) เพื่อให้เห็นความลำบากในการที่ต้องแบกทิฐิมานะของตน

เมื่อพระสุธรรมกลับไปเฝ้าอีกครั้งหนึ่ง จึงทรงประทานพระอนุทูตเพื่อเดินทางไปด้วย ก่อนออกเดินทาง พระศาสดาได้ทรงประทานพระโอวาทว่า

“สมณะไม่ควรให้มานะหรือริษยา หรือความหวงแหนเกิดขึ้นว่า “วิหารของเรา ที่อยู่ของเรา อุบาสกอุบาสิกาของเรา” เพราะเมื่อสมณะคิดอยู่เช่นนี้ กิเลสทั้งหลายมีริษยาและมานะเป็นต้นย่อมเจริญขึ้น”

“ภิกษุผู้เป็นพาล ย่อมปรารถนาความยกย่องคุณอันตนไม่มีอยู่จริง ปรารถนาการแวดล้อมจากภิกษุทั้งหลาย ต้องการความเป็นใหญ่ในอาวาส และการเคารพบูชาจากตระกูลอื่น นอกจากนี้ภิกษุผู้เป็นพาล ย่อมมีความปรารถนาเกิดขึ้นว่า “ขอคฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลายจงเห็นว่าสิ่งต่างๆ ที่ทำแล้วในอาวาสนี้เป็นเพราะเราผู้เดียวทำ หรือเพราะอาศัยเรากิจน้อยใหญ่จึงสำเร็จลงได้ เมื่อเธอคิดอยู่อย่างนี้ ริษยาและมานะย่อมเจริญขึ้น”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 ม.ค. 2552 , 08:28:29 น.] ( IP = 58.9.142.179 : : )


  สลักธรรม 4

ดูก่อนผู้แสวงสันติวรบท ! พระพุทธภาษิตตรัสเตือนพระสุธรรมนี้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะสำหรับภิกษุผู้เป็นใหญ่ในอาวาสซึ่งมีมานะและริษยา หรือความหวงแหนออกหน้าในการดำเนินงาน

ภิกษุบางรูป เป็นผู้ไม่มีศรัทธาอันมั่นคง ทุศีล สดับน้อย ไม่สงัด เกียจคร้าน มีสติไม่มั่นคง มีจิตไม่มั่นคง ปัญญาทราม ไม่ได้เป็นขีณาสพ แต่ปรารถนาความยกย่องอันไม่มีในตนว่า “ไฉนหนอ ชนทั้งหลายพึงรู้จักเราว่าเป็นผู้มีศรัทธา มีศีล เป็นพหูสูต สงัด มีความเพียรดี มีสติตั้งมั่น มีจิตมั่นคง มีปัญญาดีเป็นพระขีณาสพ” ดังนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ปรารถนาการยกย่องซึ่งคุณอันตนมิได้มีอยู่จริง

บางคราวเธอมีความปรารถนาว่า “ไฉนหนอภิกษุในอาวาสนี้ทั้งหมด พึงแวดล้อมเรา ถามเราในข้อกังขาต่างๆ เว้นเราแล้ว ไม่อาจตกลงอะไรได้” ดังนี้ชื่อว่า ปรารถนาการแวดล้อมจากภิกษุทั้งหลาย

เธอไม่ปรารถนาการบูชาด้วยปัจจัย ๔ จากตระกูลของญาติมีมารดา บิดาเป็นต้น เห็นเป็นไม่มีเกียรติ ไม่เป็นชื่อเสียง แต่เธอปรารถนาการสักการบูชาจากสกุลอื่น โดยเฉพาะสกุลใหญ่ๆ เช่น สกุลของพระราชา มหาอำมาตย์หรือเศรษฐี คหบดีผู้มีทรัพย์มียศ และมีชื่อเสียง และมีความคิดอันลามกว่า “ไฉนหนอชนในสกุลเหล่านี้พึงถวายปัจจัย ๔ แก่เราเพียงผู้เดียว ไม่ถวายผู้อื่น” ดังนี้ชื่อว่า ปรารถนาการบูชาจากสกุลอื่น

เมื่อเธอมีความคิดอยู่อย่างนี้ กิเลสทั้งหลายมีริษยามานะ และความหวงแหนเป็นต้น ย่อมเจริญแก่เธอ ส่วนกุศลธรรมมีแต่จะเสื่อมไป

พระสุธรรมฟังพระพุทธโอวาทนี้แล้วชื่นชมยินดี ถวายบังคมพระบรมศาสดาลุกจากอาสนะกระทำประทักษิณ แล้วเดินทางไปยังมัจฉิกาสณฑ์กับภิกษุผู้เป็นอนุทูตนั้นแสดงอาบัติต่อหน้าจิตตคหบดี ให้อุบาสกให้อภัยในความผิดพลาดก้าวร้าวแต่หนหลัง จิตตคหบดีก็บอกอดโทษพร้อมกล่าวว่า...

“ท่านผู้เจริญ ! กระผมยกโทษให้ท่าน ถ้าโทษของกระผมมีอยู่ก็ขอท่านได้โปรดอดโทษให้กระผมด้วย”

พระสุธรรมเถระรู้สึกตัวแล้ว เห็นโทษของทิฐิมานะแล้ว ตามธรรมดาเป็นผู้มีปัญญาและมีภูมิธรรมอยู่แล้ว แต่เพราะทิฐิมานะจัดจึงครอบงำกุศลธรรมเสียเสมือนต้นข้าวอ่อนถูกต้นหญ้าขึ้นท่วมทับ เมื่อถอนต้นหญ้าคือทิฐิมานะออกได้แล้ว ต้นข้าวคือกุศลธรรมก็พลันเจริญงอกงามขึ้นทันที เพียง ๒-๓ วันต่อมา พระสุธรรมก็สามารถบรรลุอรหัตตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย

การที่พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรและมหาโมคคัลลานะไปมัจฉิกาสณฑ์นั้น ยังประโยชน์ให้เกิดทั้งแก่จิตตคหบดีและพระสุธรรมด้วยประการฉะนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 ม.ค. 2552 , 08:34:07 น.] ( IP = 58.9.142.179 : : )


  สลักธรรม 5

ความร้ายกาจของกิเลสนี้ หากดูผิวเผินด้วยความประมาทแล้วก็คงคิดว่ากำหราบได้ง่าย ซึ่งการคิดเช่นนี้ก็เข้าข่ายของความมีมานะอยู่ดีที่คิดว่าตนเองแน่กว่าคนอื่น

อำนาจของกิเลสนี่ร้ายแรงมากจริงๆ พยายามสำแดงฤทธิ์ทุกโอกาสที่มี กิริยาอาการของผู้ที่มีกิเลสนี้ดูไม่น่ารักมาตลอดทุกยุคทุกสมัย ..ต่างกับจริยาวัตรของผู้ไร้กิเลสแล้ว ที่สร้างความประทับใจน่าเลื่อมใสให้แก่ผู้ที่พบเห็นเสมอแม้ว่าจะยังไม่ได้สนทนากันเลยก็ตาม

เรื่องของสมณสารูปที่งามนี้มีความประทับใจมาตั้งแต่เรื่องของพระสารีบุตรที่ได้พบพระอัสสชิเป็นครั้งแรกแล้ว ...เพียงเห็นอาการเดินบิณฑบาตที่สำรวมของพระอัสสชิ พระสารีบุตรก็เกิดความเลื่อมใสและเดินตามไปจนกระทั่งพระอัสสชิทำภัตตกิจเสร็จ จึงได้เอ่ยปากสนทนา...เคยอยากเห็นว่า พระอัสสชิท่านเดินอย่างไรจึงได้สร้างความเลื่อมใสให้กับพระสารีบุตรได้ถึงขนาดนี้

พอมาอ่านในตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่า อิริยาบถของผู้สิ้นกิเลสแล้วคงงดงามต่อการพบเห็นของผู้อื่นเสมอ และเป็นที่มาของโภคะทั้งหลายเพราะท่านพรั่งพร้อมแล้วด้วยศีล สมาธิ และปัญญา ...และพอมาพิจารณาถึงตรงนี้แล้วก็นึกถึงคำว่า ..สีเลน โภคะสัมปทา..ที่พระสงฆ์กล่าวหลังจากที่เราอาราธนาศีลแล้ว นี่คงเป็นผลส่วนหนึ่งแห่งศีลด้วยที่ทำให้ได้โภคทรัพย์ และยังเอื้เฟื้อคุ้มครองผู้ที่อยู่ในผ้ากาสาวพัตร์มาจนถึงวันนี้ นับเป็นความอัศจรรย์จริงๆ ในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ผู้ใดปฏิบัติแล้วก็ได้รับประโยชน์ทันตาเห็นทั้งในปัจจุบัน อนาคต และประโยชน์สูงสุด

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะที่นำมาให้อ่าน


โดย น้องกิ๊ฟ [8 ม.ค. 2552 , 11:16:46 น.] ( IP = 125.27.172.88 : : )


  สลักธรรม 6


อำนาจของกิเลสต่างๆ ช่างร้ายแรงและก่อเกิดแสดงตนออกมาได้ตลอดเวลา หากมิได้ครองสติให้มั่น แม้เพียงเรื่องเล็กน้อย ก็อาจกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โตโดยที่คาดไม่ถึงด้วย และมีผลให้แสดงกิริยาอาการอันหยาบคายออกมาได้

ซึ่งต่างจากจริยวัตรอังามของผู้ที่สิ้นอาสวะกิเลสแล้ว ก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้ที่พบเห็นเสมอ

และอ่านแล้วต้องยิ้มตรงที่พระศาสดาทรงมีพระประสงค์จะกำราบพระสุธรรมเถระให้คลายมานะ ถอนทิฐิ จึงมิได้ทรงบอกอุบายในการขอขมา ปล่อยให้พระสุธรรมเดินทางไปมา สิ้นระยะทาง ๖ โยชน์ (๙๖ กิโลเมตร) เพื่อให้เห็นความลำบากในการที่ต้องแบกทิฐิมานะของตน

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านและศึกษาทำความเข้าใจเป็นประจำ...กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [8 ม.ค. 2552 , 11:37:45 น.] ( IP = 124.121.172.127 : : )


  สลักธรรม 7

มาอ่านวันนี้ได้เห็นถึงจิตที่เมตตาของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ที่ได้เดินทางไปสงเคราะห์ยังประโยชน์ให้เกิดกับจิตตคหบดีและพระสุธรรม

และตราบใดที่กิเลสทั้งหลายยังมีอยู่มากมายในจิตใจ ก็ไม่สามารถที่จะบรรลุธรรมอันประเสริฐได้

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [8 ม.ค. 2552 , 22:53:45 น.] ( IP = 58.8.45.74 : : )


  สลักธรรม 8

ได้เห็นพิษภัยที่เกิดจากทิฏฐิและมานะอันถอดได้ยากยิ่ง แม้ผู้ที่บำเพ็ญบารมีมาเปี่ยมแล้วยังถูกครอบงัมได้ช่างน่ากลัวจริงๆ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ และกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [12 ม.ค. 2552 , 13:54:27 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.66 )


  สลักธรรม 9

อ่านแล้วได้เห็นความร้ายกาจของกิเลสมานะ โทสะ ที่แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ แม้แต่ในชาติสุดท้ายที่จะได้บรรลุอรหัตตผล ก็ยังไม่วายที่จะแสดงฤทธิ์เดชได้มากมาย

นับประสาอะไรกับปุถุชนผู้หนาแน่นด้วยกิเลสที่จะไม่ถูกกิเลสต่างๆเข้าครอบงำ จึงมีความจำเป็นต้องหมั่นเจริญสติ เพื่อระลึกรู้สึกตัว ได้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้อ่าน ได้ทั้งสาระประโยชน์และความเพลิดเพลิน กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย ธัญธร [16 ม.ค. 2552 , 22:56:55 น.] ( IP = 118.173.34.110 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org