มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้สละโลก(๒๔)




ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ


ตอนที่ผ่านมา

๒๔.ความรู้ของคนพาล

อีกคราวหนึ่ง เมื่อพระมหาโมคคัลลานะและพระลักขณะลงจากภูเขาคิชฌกูฏ พระมหาโมคคัลลานะได้เห็นเปรตซึ่งมีค้อนเหล็กจำนวนมากกระหน่ำลงบนศีรษะ ค้อนนั้นมีเปลวเพลิงโชติช่วง ศีรษะของเปรตนั้นเมื่อถูกค้อนเหล็กทำลายแล้วกลับปรากฏขึ้นใหม่ เพราะแรงแห่งกรรมอันตนเคยทำไว้

พระมหาโมคคัลลานะเล่าเรื่องนี้เฉพาะพระพักตร์พระศาสดา พระบรมครูทรงรับรองท่ามกลางภิกษุสงฆ์ว่า เปรตนั้นมีจริง พระองค์เคยทรงเห็นแล้วเหมือนกันที่โพธิมณฑล เมื่อภิกษุทั้งหลายทูลถามเรื่อง ปุพพกรรมของเปรตนั้น ทรงเล่าว่า

ในอดีตกาล ในกรุงพาราณสีมีชายเปลี้ย (คนพิการ) คนหนึ่ง มีความรู้ชำนาญมากในการดีดกรวดให้ปรากฏเป็นรูปต่างๆ บนใบไม้หรือดีดกรวดให้เข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ

เขานั่งประจำอยู่ที่โคนไทรย้อยต้นหนึ่งใกล้ประตูเมืองพาราณสี เด็กชาวบ้านชอบมาล้อมดูเขา และขอร้องให้เขาดีดกรวดให้เป็นรูปต่างๆ บนใบไม้ เช่นรูปช้างบ้าง ม้าบ้าง เขาทำได้ตามประสงค์ของเด็ก พวกเด็กชอบใจให้ของเคี้ยวของกินแก่เขา พอยังอัตตภาพให้เป็นไปวันหนึ่งๆ

วันหนึ่ง พระราชาแห่งกรุงพาราณสีเสด็จประพาสพระราชอุทยาน เสด็จผ่านมาทางนั้น พวกเด็กๆ รู้เข้าพาบุรุษเปลี้ยซ่อนไว้ระหว่างย่านไทร แล้วพวกเขารีบหนีไป พระราชาเสด็จถึงตรงนั้นเวลาเที่ยงพอดี ทรงพักผ่อนใต้ต้นไทรย้อย ขณะนั้นแสงแดดซึ่งส่องผ่านรูโปร่งของใบไทรลงมาเป็นรูปช้างบ้างม้าบ้าง ทรงฉงนว่านี่อะไรกัน เงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรใบไทร ทรงเห็นรูปต่างๆ มีรูปช้าง เป็นต้น ทรงสนพระทัยตรัสถามว่า

“นี่เป็นฝีมือของใคร ?”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ม.ค. 2552 , 07:53:16 น.] ( IP = 58.9.146.250 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่อทรงทราบว่าเป็นฝีมือของบุรุษเปลี้ย-ชายพิการ จึงให้หาชายพิการนั้นมาเฝ้า ทรงชมเชยฝีมือดีดกรวดของเขา และตรัสว่า “เรามีปุโรหิตคนหนึ่งพูดมากปากกล้า เราพูดคำหนึ่งเขาพูดเสียยืดยาว เราไม่อาจให้เขาหยุดพูดได้ เอ็งสามารถหรือไม่ที่จะดีดมูลแพะเข้าปากปุโรหิตคนนั้นขณะเขาพูดอยู่กับเรา ? ”

“สามารถพระเจ้าข้า” บุรุษเปลี้ยกราบทูล

“ดีแล้ว” พระราชาตรัส “เราจะได้เริ่มในวันพรุ่งนี้”

“พะยะค่ะ” ชายพิการทูลรับ

“เออ แล้วเอ็งจะให้ทำอย่างไร ? คือต้องเตรียมอะไรบ้าง ?”

“ไม่มีอะไรมากพะยะค่ะ ขอเพียงมูลแพะ ๑ ทะนาน แล้วให้กั้นม่านไว้ เจาะรูม่านให้ตรงหน้าปุโรหิตพอมูลแพะผ่านได้”

ทุกอย่างเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นได้เวลาเข้าเฝ้า ปุโรหิตเฝ้าพระราชาอย่างเคย พอพระราชาตรัสถามคำหนึ่งเท่านั้น เขาก็เริ่มพูดไม่หยุด แต่คราวนี้ทุกๆ ครั้งที่เขาอ้าปากพูด ชายพิการผู้ชำนาญในการดีดกรวดก็ดีดมูลแพะเข้าปาก ปุโรหิตกลืนมูลแพะลงไปแล้วพูดต่อ เหตุการณ์ดำเนินไปทำนองนี้จนมูลแพะหมด ๑ ทะนาน ชายพิการจึงเขย่าม่าน ด้วยสัญญาณนี้พระราชาก็ทรงทราบว่ามูลแพะหมดแล้ว จึงรับสั่งกับปุโรหิตว่า

“ท่านอาจารย์ ท่านพูดอะไรไปบ้าง เราจำไม่ได้เลย เรารู้แต่ว่าเวลานี้ท่านกลืนมูลแพะเข้าไป ๑ ทะนานแล้วยังไม่หยุดพูด ท่านพูดมากเกินไป”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พราหมณ์ปุโรหิตก็กระดากเก้อเขินกลายเป็นผู้สำรวม พูดน้อย ทูลตอบเฉพาะที่พระราชาตรัสถามเท่านั้น

พระราชาได้ความสบายพระทัย ทรงปลอดโปร่งหายความอึดอัดรำคาญใจ เพราะความพูดมากของปุโรหิต ทรงอนุสรณ์ถึงคุณของบุรุษเปลี้ย รับสั่งให้เข้าเฝ้าตรัสว่า “เราได้รับความสุขเพราะได้อาศัยความรู้ของท่าน” ดังนี้แล้วพระราชทานปัจจัยแห่งชีวิตเป็นอันมาก และพระราชทานบ้านส่วยถึง ๔ ตำบล อันตั้งอยู่ ๔ ทิศแห่งเมืองพาราณสี เพื่อเก็บส่วยหรือภาษีเลี้ยงตน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ม.ค. 2552 , 07:57:35 น.] ( IP = 58.9.146.250 : : )


  สลักธรรม 2

มหาอำมาตย์ผู้อนุศาสก็อรรถธรรม แต่พระราชาได้ทราบเรื่องบุรุษเปลี้ยโดยตลอดแล้ว กล่าวคำนิยมขึ้นว่า

“ศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่งที่บุคคลฝึกฝนให้ชำนาญแล้ว ย่อมให้สำเร็จประโยชน์ได้ (เป็นที่พึ่งแก่ผู้มีได้) ท่านทั้งหลายจงดูเถิด ดูชายพิการมีศิลปะในการดีดกรวดเขาได้บ้านส่วยอันตั้งอยู่ ๔ ทิศ เพราะอาศัยศิลปะนั่นเอง”

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย” พระศาสดาตรัส “ท่านทั้งหลายอาจสงสัยว่า ธรรมมหาอำมาตย์ผู้นั้นคือใครกัน ? อย่าสงสัยเลยภิกษุทั้งหลาย เขาผู้นั้นในบัดนี้คือเราตถาคตนี่เอง”

ดูก่อนภราดา ! โอกาสเปิดอยู่เสมอสำหรับบุคคลผู้รู้จริงและมีความสามารถจริง เขาจะไม่ตกต่ำ ดังนั้นเมื่อเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ควรให้รู้จริง และฝึกปรือให้มีความสามารถสูงในวิชาของตนๆ มีศิลปะในการทำให้ดีขึ้น วิชาและศิลปะ นั้นแหละแม้เล็กน้อยเพียงใด ก็จะช่วยผู้มีวิชาและศิลปะนั้นให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างดี ขอให้รู้จริง และมีความสามารถดีจริงเถิด แต่ต้องมีจรณะสมบัติที่ดีด้วย มิฉะนั้นจะเอาตัวไม่รอด

ครั้งนั้นมีชายคนหนึ่งในเมืองพาราณสีนั่นเอง ได้เห็นสมบัติและเกียรติอันบุรุษเปลี้ยได้แล้วคิดว่า “ชายผู้นี้พิการอย่างนี้ อาศัยศิลปะแห่งการดีดกรวด จึงประสบความสำเร็จแห่งชีวิตได้สมบัติใหญ่โตอย่างนี้ เราควรเรียนศิลปะนี้ไว้บ้าง”

เขาเข้าไปหาชายพิการ อ่อนน้อมทำความเคารพ พร้อมกล่าวว่า “ขอท่านอาจารย์ได้โปรดบอกศิลปะในการดีดกรวดให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด”

บุรุษเปลี้ยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าให้ศิลปะนี้แก่ท่านไม่ได้”

เขาอ้อนวอนอยู่บ่อยๆ ก็ไม่อาจให้บุรุษเปลี้ยนั้นยินยอมมอบวิชาให้ได้ แต่เขาหาได้ละทิ้งความพยายามไม่ เลิกจากการอ้อนวอนด้วยวาจา แต่มาอ้อนวอนด้วยการกระทำ ซึ่งดูเหมือนจะได้ผลดีกว่า

เขาเข้าหาชายพิการเนืองๆ นำของมาให้ และบีบนวดอย่างเอาใจอยู่เป็นเวลานาน จนบุรุษเปลี้ยเห็นใจว่ามีความตั้งใจจริง กลายเป็นผู้มีคุณความดีต่อตนจึงยินยอมบอกศิลปะให้

ต่อกาลไม่นานเลย ชายผู้นั้นก็สามารถเรียนศิลปะแห่งการดีดกรวดสำเร็จ

“ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าประสงค์จะทดลองศิลปะ” เขาพูดในวันหนึ่ง

“ทดลองอย่างไร ?” ชายพิการถาม

“จะลองดีดแม่โคหรือมนุษย์ให้ตาย”

“ไม่ได้ซิคุณ” บุรุษเปลี้ยบอก “ท่านฆ่าแม่โคหนึ่งตัว จะถูกปรับถึง ๑๐๐ ถ้าเป็นมนุษย์ท่านจะถูกปรับถึง ๑๐๐๐ ท่านพร้อมทั้งบุตรและภรรยาจะไม่สามารถเปลื้องหนี้สินจำนวนมากนี้ได้ ท่านต้องทดลองกับสิ่งที่ไม่มีเจ้าของไม่ต้องถูกปรับ”

ชายผู้นั้นเอากรวดใส่ชายพกเที่ยวไป เห็นแม่โคก็ไม่กล้าดีด เพราะเกรงถูกปรับ ๑๐๐ เห็นมนุษย์ก็ไม่กล้าดีด เพราะเกรงถูกปรับ ๑๐๐๐

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ม.ค. 2552 , 08:03:45 น.] ( IP = 58.9.146.250 : : )


  สลักธรรม 3

วันนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งนามสุเนตตะออกจากบรรณศาลาเข้าไปบิณฑบาตในพระนคร กำลังยืนอยู่ที่ประตูเมือง บุรุษผู้นั้นเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วคิดว่า “คนผู้นั้นไม่มีเจ้าของ ไม่มีมารดาบิดา เราควรทดลองศิลปะกับคนผู้นี้” ดังนี้แล้วจึงดีดก้อนกรวดไปหมายเอาช่องหูเบื้องขวาของพระปัจเจกพุทธเจ้า

ก้อนกรวดทะลุออกช่องหูเบื้องซ้าย ทุกขเวทนาแสนสาหัสได้เกิดขึ้นแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านไม่อาจเที่ยวแสวงหาภิกษาได้ จึงกลับสู่บรรณศาลาทางอากาศปรินิพพานแล้ว

พวกมนุษย์ผู้เคยถวายภิกษาแก่ท่านเป็นประจำ เมื่อไม่เห็นท่านมาจึงคิดว่า “ความไม่ผาสุกไรๆ คงมีแก่ท่านเป็นแน่นอน” จึงชวนกันไปยังบรรณศาลา เห็นท่านนอนนิพพานอยู่ ไม่อาจกลั้นความโศกได้ พากันคร่ำครวญ

ฝ่ายบุรุษใจชั่วผู้นั้นเห็นมหาชนไปยังบรรณศาลาไม่ขาดสาย จึงติดตามไปเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วจำได้ เล่าให้มหาชนฟังว่า เขาเป็นคนดีดกรวดเข้าช่องหูของท่านผู้นี้เพื่อทดลองวิชาของตน

มหาชนได้ทราบดังนั้นจึงลงประชาทัณฑ์จนบุรุษนั้นสิ้นชีวิต ไปบังเกิดในอเวจีมหานรก หมกไหม้อยู่ในอเวจีนั้นเป็นเวลานาน สมแก่กรรมของตน ด้วยผลแห่งกรรมที่ยังเหลือ (เศษวิบาก) ทำให้เขาบังเกิดเป็นสัฏฐิกูฎเปรต ถูกค้อนเหล็กมีเพลิงติดทั่ว แล้วกระหน่ำลงบนศีรษะอย่างที่ปรากฏในปัจจุบัน

พระศากยมุนีทรงเล่าเรื่องปุพพกรรมของสัฏฐิกูฎเปรตจบแล้ว ตรัสสรุปพระธรรมเทศนาว่า

“ภิกษุทั้งหลาย ความรู้เกิดขึ้นแก่คนพาล เพียงเพื่อความพินาศของคนพาลนั้น หาเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ไม่ เกิดขึ้นเพื่อทำลายส่วนที่เป็นกุศลของเขา และทำให้ปัญญาของเขาตกไป”

ดูก่อนท่านผู้แสวงหาคุณ ! อันความรู้ความสามารถและความเป็นใหญ่ เมื่ออยู่ที่คนดีก็มีคุณนานาประการ
แต่เมื่ออยู่กับคนพาลก็ให้โทษเป็นอเนกอนันต์ เพราะฉะนั้น การให้ความรู้แก่คนจึงจำเป็นต้องให้ความดีหรือคุณธรรมควบคู่ไปด้วย เพื่อเขาจักได้ใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์

การให้ความรู้แก่คนเปรียบเหมือนการหยิบยื่นศัสตราให้เขา ต้องบอกวิธีใช้เฉพาะส่วนที่จะให้เกิดคุณประโยชน์ ทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่นเท่านั้น ถ้านำไปใช้ผิดจะทำลายตัวเองอย่างมาก มีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้วมากมาย

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ม.ค. 2552 , 08:09:25 น.] ( IP = 58.9.146.250 : : )


  สลักธรรม 4


มาติดตามศึกษาหาความรู้ ดูการกระทำ และแบบอย่างที่ดีของผู้มีปัญญาต่อค่ะ

ตอนนี้นอกจากเห็นความน่ากลัวถึงผลของการกระทำซึ่งทำเพราะความคึกคะนอง ขาดความยั้งคิด และที่สำคัญขาดคุณธรรมในจิตใจ

ซึ่งในตอนท้ายได้สรุปลงที่ว่า...การให้ความรู้แก่คนจึงจำเป็นต้องให้ความดีหรือคุณธรรมควบคู่ไปด้วย

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านเป็นประจำ ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [16 ม.ค. 2552 , 10:58:17 น.] ( IP = 124.121.177.222 : : )


  สลักธรรม 5

สิ่งหนึ่งที่อ่านแล้วก็ได้ความรู้ซึ้งในทันทีก็คือ การเป็นมนุษย์และได้พบพระพุทธศาสนานั้นเป็นโชคมหาศาล ...ดูอย่างชายที่ดีดกรวดใส่พระปัจเจกพุทธเจ้านี้ แม้จะได้รับคำเตือนเรื่องการถูกปรับเงินถ้าฆ่าโคหรือฆ่าคนตาย แต่ก็ไม่ได้รับคำสั่งสอนในเรื่องของบาปบุญคุณโทษที่เกี่ยวกับศีลเลย จึงยังเป็นมนุษย์ที่อยู่ในสมัยแห่งความเสี่ยงมากๆ แม้จะมีพระปัจจเจกพุทธเจ้าก็ตาม ...

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ม.ค. 2552 , 10:58:43 น.] ( IP = 125.27.174.52 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

โดย น้องอุ๊ [18 ม.ค. 2552 , 13:21:28 น.] ( IP = 125.24.20.159 : : )


  สลักธรรม 7

การมีความรู้จริงในศิลปวิทยาอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมนำความสุขมาให้ถ้ามีคุณธรรมประจำใจด้วยจึงจะอยู่รอดปลอดภัย ผู้มีความรู้ความสามารถดีแต่ไม่มีคุณธรรมอยู่รอดได้ยากทั้งยังจะทำตนเองให้ตกตำได้ง่ายด้วย
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะและกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [19 ม.ค. 2552 , 22:50:32 น.] ( IP = 118.172.250.251 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org