การจำแนกเจตสิกที่ประกอบกับเหตุโดยนับแล้วนับอีก
หลักการมีดังนี้ คือ
๑. ใช้จิตเป็นตัวตั้ง
๒. พิจารณาว่าจิตกลุ่มนั้น เป็นจิตที่มีเหตุเข้าประกอบกี่เหตุ
๓. ดูว่าจิตกลุ่มนั้นมีเจตสิกอะไรเข้าประกอบบ้าง
๔. ถ้าเจตสิกนั้นเป็นธรรมที่เป็นเหตุได้ (เหตุ ๖) เจตสิกนั้นต้องมีเหตุเข้าประกอบลดลงไป ๑จากเหตุของจิตดวงนั้น
๕. นำมารวบรวมว่าเจตสิกนั้นมีกี่เหตุโดยไม่ต้องคำนึงว่าจะซ้ำกับที่กล่าวมาแล้ว
อเหตุกจิต คือจิตที่ไม่มีเหตุ (เหตุ ๖) เข้าประกอบ ซึ่งมี ๑๘ ดวง คือ อเหตุกจิต ๑๘ ดังนั้นเจตสิกที่เข้าประกอบกับอเหตุกจิต ๑๘ จึงเป็นเจตสิกที่ไม่มีเหตุเข้าประกอบด้วย ซึ่งเรียกว่า
อเหตุกเจตสิก และในอเหตุกจิต๑๘ มีเจตสิกเข้าประกอบสูงสุด ๑๒ ดวง คือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๒ (เว้นฉันทะ)
เอกเหตุกจิต คือ จิตที่มีเหตุเข้าประกอบ ๑ เหตุ ซึ่งมี ๒ ดวง คือ โมหมูลจิต ๒ ดังนั้นเจตสิกที่เข้าประกอบกับโมหมูลจิต ๒ จึงเป็นเจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๑ เหตุด้วย ซึ่งเรียกว่า เอกเหตุกเจตสิก (เว้นโมหเจตสิก) ซึ่งเจตสิกเหล่านั้น คือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๑ (เว้น ปิติ ฉันทะ)
โมจตุกเจตสิก ๓ (เว้น โมหเจตสิก)
วิจิกิจฉาเจตสิก ๑
ส่วนโมหเจตสิกนั้นเป็นธรรมที่เป็นเหตุ ดังนั้นโมหเจตสิกจึงเป็นเจตสิกที่ไม่มีเหตุเข้าประกอบ (หักตัวเขาเองออก) จึงต้องนำไปรวมกับอเหตุกเจตสิก
สรุป อเหตุกเจตสิก คือ เจตสิกที่ไม่มีเหตุเข้าประกอบ มีทั้งหมด ๑๓ ดวงคือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๒ (เว้นฉันทะ) ในอเหตุกจิต ๑๘
โมหเจตสิก ๑ ในโมหมูลจิต ๒
ทวิเหตุกจิต คือ จิตที่มีเหตุเข้าประกอบ ๒ เหตุ ซึ่งมี ๒๒ ดวง คือ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ และ ญาณวิปปยุตจิต ๑๒ ดังนั้นเจตสิกที่เข้าประกอบกับทวิเหตุกจิต ๒๒ จึงเป็นเจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๒ เหตุด้วย ซึ่งเรียกว่า ทวิเหตุกเจตสิก (เว้นโลภเจตสิก โทสเจตสิก โมหเจตสิก อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก) ซึ่งเจตสิกเหล่านั้น คือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ (๑๒ ในอุเบกขาเวทนา)
โมจตุกเจตสิก ๓ (เว้น โมหเจตสิก) ในโลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒
ทิฏฐิเจตสิก ๑ ใน โลภทิฏฐิคตสัมปยุตจิต ๔
มานเจตสิก ๑ ใน โลภทิฏฐิคตวิปปยุตจิต ๔
ถีทุกเจตสิก ๒ ในโลภสสังขาริก และโทสสสังขาริก
โทจตุกเจตสิก ๓ (เว้นโทสเจตสิก) ในโทสมูลจิต ๒
โสภณเจตสิก ๒๒ ( อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก อโมหเจตสิก ) ในญาณวิปปยุตจิต ๑๒
ส่วนโลภเจตสิก โทสเจตสิก
โมหเจตสิก อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก ที่เข้าประกอบกับทวิเหตุกจิต ๒๒ นั้นเป็นธรรมที่เป็นเหตุ ดังนั้น โลภเจตสิก โทสเจตสิก โมหเจตสิก อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก จึงเป็นเจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๑ เหตุเท่านั้นจึงต้องนำไปรวมกับเอกเหตุกเจตสิก
สรุป เอกเหตุกเจตสิก คือ เจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๑ เหตุ มีทั้งหมด ๒๐ ดวงคือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๑ (เว้น ปิติ ฉันทะ) ในโมหมูลจิต ๒
โมจตุกเจตสิก ๓ (เว้น โมหเจตสิก) ในโมหมูลจิต ๒
วิจิกิจฉาเจตสิก ๑ ในโมหมูลจิต ๒
โลภเจตสิก ๑ ในโลภมูลจิต ๘
โทสเจตสิก ๑ ในโทสมูลจิต ๒
โมหเจตสิก ๑ ในโลภมูลจิต ๘ และ โทสมูลจิต ๒
อโลภเจตสิก ๑ ในญาณวิปปยุตจิต ๑๒
อโทสเจตสิก ๑ ในญาณวิปปยุตจิต ๑๒
ติเหตุกจิต คือ จิตที่มีเหตุเข้าประกอบ ๓ เหตุ ซึ่งมี ๔๗/๗๙ ดวง คือ ญาณสัมปยุตจิต ๑๒ มหัคคตจิต ๒๗ โลกุตรจิต ๘/๔๐ ดังนั้นเจตสิกที่เข้าประกอบกับติเหตุกจิต ๔๗/๗๙ จึงเป็นเจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๓ เหตุด้วย ซึ่งเรียกว่า ติเหตุกเจตสิก (เว้น อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก อโมหเจตสิก) ซึ่งเจตสิกเหล่านั้น คือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ (๑๒ ในอุเบกขาเวทนา)
โสภณเจตสิก ๒๒ ( อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก อโมหเจตสิก )
ส่วนอโลภเจตสิก อโทสเจตสิก อโมหเจตสิก ที่เข้าประกอบกับติเหตุกจิต ๔๗/๗๙ นั้นเป็นธรรมที่เป็นเหตุ ดังนั้น ส่วนอโลภเจตสิก อโทสเจตสิก อโมหเจตสิก ที่เข้าประกอบกับติเหตุกจิต ๔๗/๗๙ จึงเป็นเจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๒ เหตุเท่านั้น นั้นจึงต้องนำไปรวมกับทวิเหตุกเจตสิกด้วย
สรุป ทวิเหตุกเจตสิก คือ เจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๒ เหตุ มีทั้งหมด ๔๘ ดวงคือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ (๑๒ ในอุเบกขาเวทนา) ในโลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ และ ญาณวิปปยุตจิต ๑๒
โมจตุกเจตสิก ๓ (เว้น โมหเจตสิก) ในโลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒
ทิฏฐิเจตสิก ๑ ใน โลภทิฏฐิคตสัมปยุตจิต ๔
มานเจตสิก ๑ ใน โลภทิฏฐิคตวิปปยุตจิต ๔
ถีทุกเจตสิก ๒ ในโลภสสังขาริก และโทสสสังขาริก
โทจตุกเจตสิก ๓ (เว้นโทสเจตสิก) ในโทสมูลจิต ๒
โสภณเจตสิก ๒๒ ( อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก อโมหเจตสิกหรือปัญญา ) ในญาณวิปปยุตจิต ๑๒
อโลภเจตสิก ๑ ในติเหตุกจิต ๔๗/๗๙
อโทสเจตสิก ๑ ในติเหตุกจิต ๔๗/๗๙
อโมหเจตสิก ๑ ในติเหตุกจิต ๔๗/๗๙
สรุป ติเหตุกเจตสิก คือ เจตสิกที่มีเหตุเข้าประกอบ ๓ เหตุ มีทั้งหมด ๓๕ ดวงคือ
อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ (๑๒ ในอุเบกขาเวทนา) ในติเหตุกจิต ๔๗/๗๙
โสภณเจตสิก ๒๒ ( อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก อโมหเจตสิก ) ในติเหตุกจิต ๔๗/๗๙
เล็กได้ทำความเข้าในเรื่องการจำแนกเจตสิกที่ประกอบกับเหตุโดยนับแล้วนับอีกได้ดังข้างต้นนี้ จึงเล่าสู่กันฟังค่ะ แต่กว่าจะสำเร็จก็มึนงงเต็กเหมือนกันค่ะทิ้งกระดาษไปหลายแผ่นทีเดียว และด้วยความเฟอะฟะมากไปหน่อยคือได้เขียนและsave ลงแผ่น disc เรียบร้อยแล้วแต่ไม่ทันดูว่าแผ่นมันเต็มพอจะลงในกระทู้วันรุ่งขึ้นก็ไม่พบข้อมูลแถมต้นฉบับที่เขียนก็ได้ทิ้งไปแล้ว ก็เลยต้องมาเขียนและพิมพ์ใหม่ นี่แหละค่ะผลของความไม่รอบคอบ พี่ๆน้องๆอย่าเอาอย่างนะค่ะ ผิดพลาดประการใดโปรดอภัยด้วยค่ะเพราะรู้สึกงงไปบ้างบางขณะ แฮะๆๆๆ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ บ้ายบาย