| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้สละโลก(๒๖)
ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ตอนที่ผ่านมา
๒๖. ผลกรรม วาระสุดท้ายของพระมหาโมคคัลลานะ
พระมหาโมคคัลลานะเป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก สามารถยังเวชยันตปราสาทของท้าวสักกเทวราชให้หวั่นไหวได้ แม้เพียงเอาหัวแม่เท้ากดลงไปเท่านั้นก็ตาม แต่ก็ไม่อาจพ้นจากความตาย ซึ่งมีอานุภาพใหญ่หลวงครอบงำสัตวโลกทั้งปวงอยู่ และไม่อาจพ้นจากผลแห่งกรรมอันหนัก (อนันตริยกรรม) ที่ตนเคยทำไว้แล้วได้ ดังเรื่องของท่านต่อไปนี้
คราวหนึ่ง พวกเดียรถีร์ คือนักบวชลัทธิอื่นประชุมกัน ปรารภกันว่า บัดนี้ลาภสักการะของพวกเราเสื่อมลงไปมาก แต่ลาภสักการะเจริญขึ้นแก่พระสมณโคดมและสาวก ท่านทั้งหลายทราบหรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด ?
คนหนึ่งในที่ประชุมกล่าวขึ้นว่า ข้าพเจ้าทราบสาเหตุนี้ คือสาวกรูปหนึ่งของพระสมณโคดม ชื่อมหาโมคคัลลานะ มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก เที่ยวไปในเทวโลกสนทนากับเทวดา ถามถึงบุญที่เทวดาทำ อันอำนวยผลให้เขาไปเกิดในเทวโลกแล้วนำมาบอกแก่พวกมนุษย์ว่า เทวดาชื่อโน้น ทำบุญ ทำความดีอย่างนี้ๆ แล้วไปเสวยความสุขอย่างนี้ๆ ในโลกทิพย์อันสำราญ ไปเที่ยวในนรกแล้วสนทนากับสัตว์นรก ถามถึงกรรมที่เขาทำ ว่าทำกรรมอย่างไรจึงต้องมาเกิดในนรก ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสถึงปานนี้ เมื่อทราบแล้วก็นำมาบอกแก่พวกมนุษย์
ด้วยเหตุนี้ คนจึงศรัทธาเลื่อมใสพระสมณโคดม และสาวกของพระสมณโคดมมาก ลาภสักการะจึงเกิดขึ้นมาก ส่วนพวกเราเสื่อมจากลาภสักการะ
หยุดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว เดียรถีย์ผู้นั้นจึงกล่าวต่อไปว่า ข้าพเจ้าคิดว่า ถ้าเราสามารถฆ่าพระมหาโมคัลลานะเสียได้ ลาภสักการะจักเสื่อมจากพระสมณโคดม และเจริญขึ้นแก่พวกเราเป็นแน่แท้
เดียรถีย์ทุกคนเห็นชอบกับอุบายนั้น จึงวางแผนจ้างโจรคณะหนึ่งให้ฆ่าพระมหาโมคคัลลานะ ขณะนั้นพระมหาโมคคัลลานะอยู่ที่ตำบลกาฬสิลา พวกโจรผู้เห็นแก่ค่าจ้าง ไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ จึงชวนกันไปล้อมที่อยู่ของท่านโดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ม.ค. 2552 , 08:12:02 น.] ( IP = 58.9.144.205 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระอัครสาวกเบื้องซ้าย ทราบว่าบัดนี้มีผู้ปองร้ายมาล้อมที่อยู่อาศัยของท่าน ท่านจึงหนีไปเสียด้วยอำนาจฤทธิ์ของตน วันนั้นทั้งวันพวกโจรไม่ได้เห็นพระเถระเลย วันรุ่งขึ้นพากันไปล้อมอีก
พระเถระทราบความที่พวกโจรมาล้อมเช่นวันก่อน ท่านจึงเข้าฌาน แล้วยังฤทธิ์ให้เกิดขึ้น ทำลายมณฑลช่อฟ้า เหาะขึ้นสู่อากาศหนีไปได้อีก
โดยนัยนี้ ในเดือนแรกและเดือนที่สอง โจรไม่อาจจับพระเถระได้ แต่พวกเขาไม่ได้ละความพยายามเลย พอถึงเดือนที่สาม พระเถระผู้อุดมด้วยฤทธิ์พิจารณาเห็นว่า นี่คือการชักมาแห่งกรรม อันตนเคยทำไว้แล้ว จึงปลงสังขารมิได้หลบเลี่ยง พวกโจรจึงสามารถจับท่านได้ ทุบท่านจนกระดูกแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนข้าวสารหัก พวกโจรแน่ใจว่าท่านมรณภาพแล้ว จึงโยนศพไปยังพุ่มไม้แห่งหนึ่ง
เมื่อพวกโจรไปแล้ว พระมหาโมคคัลลานะผู้ยังไม่สิ้นชีวิตคิดว่า เราควรไปเฝ้าพระศาสดาเสียก่อน แล้วจึงนิพพาน ดังนี้แล้ว ประสานกระดูกด้วยเครื่องประสานคือฌาน กล่าวคือเข้าฌานแล้วอธิษฐานให้
อัตตภาพของตนเรียบร้อยเป็นปกติดังเดิมแล้วเหาะไปสู่สำนักพระศาสดา ซึ่งเวลานั้นประทับอยู่ ณ เวฬุวัน นครราชคฤห์ ถวายบังคมแล้วกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นดวงตาของโลก บัดนี้ถึงเวลาที่ข้าพระองค์จะนิพพานแล้ว ข้าพระองค์ขอทูลลาปรินิพพาน พระเจ้าข้าโดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ม.ค. 2552 , 08:18:04 น.] ( IP = 58.9.144.205 : : )
สลักธรรม 2ทรงสดับถ้อยคำกราบทูลลาของพระอัครสาวกอย่างสงบ อย่างผู้รู้เจนจบในความเป็นไปทั้งปวง แล้วตรัสถามอย่างอ่อนโยนว่า
โมคคัลลานะ จะไปนิพพานที่ไหน ?
ที่ตำบลกาฬสิลา พระเจ้าข้า
ทรงดุษณีอยู่ครู่หนึ่ง จึงตรัสว่า โมคคัลลานะ เราปรารถนาฟังธรรมจากเธอ จงแสดงธรรมให้เราฟังสักหน่อยก่อน เพราะต่อไปนี้เราจะไม่ได้พบเห็นสาวกเช่นเธออีก
ดูเถิด-ดูท่านผู้เป็นธรรมราชา ทรงเคารพธรรมยกย่องธรรม มีธรรมเป็นธง ขอฟังธรรมจากสาวกของพระองค์ ผู้ใคร่ธรรม ย่อมไม่อิ่มด้วยการฟังธรรม เรียนธรรม เพราะธรรมปีติย่อมเกิดขึ้นในขณะฟังธรรม หรือเรียนธรรมนั่นเอง ปีติเป็นเหตุแห่งสุข สุขเป็นความปรารถนา ความต้องการของสัตว์โลกทั่วไป
พระมหาเถระรับสนองพระพุทธประสงค์นั้น ถวายบังคมพระทศพลแล้ว เหาะขึ้นสู่อากาศแสดงฤทธิ์ต่างๆ กล่าวธรรมเฉพาะพระพักตร์ของพระศาสดาแล้วทูลลาไปนิพพาน ณ ตำบลกาฬสิลา
ข่าวเรื่องการนิพพานของพระมหาโมคคัลลานะกระฉ่อนไปทั่วชมพูทวีป และรู้กันทั่วไปว่า พวกโจร เป็นผู้ฆ่าพระมหาเถระเสียแล้วโดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ม.ค. 2552 , 08:22:34 น.] ( IP = 58.9.144.205 : : )
สลักธรรม 3พระเจ้าอชาตศัตรู ราชาแห่งแคว้นมคธทรงให้ราชบุรุษตามจับโจรพวกนั้นมาลงโทษให้ได้ วันหนึ่งพวกโจรนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ในร้านสุราแห่งหนึ่ง พอเมากันเต็มที่ก็ลืมตัว เห็นความชั่วเป็นสิ่งที่ตนพึงอวด
คนชั่วมีการทำชั่วอยู่เป็นปกติ มั่งคั่งพรั่งพร้อมไปด้วยความชั่ว มีความชั่วมาก เมื่อถึงคราวอวดก็ต้องเอาความชั่วหรือกรรมชั่วที่ตนทำนั่นแหละออกอวด...อวดพวกชั่วด้วยกัน ก็ต้องอวดว่าใครชั่วเหนือกว่า
ด้วยประการฉะนี้ เมื่อโจรคนหนึ่งถองหลังของโจรอีกคนหนึ่งให้ล้มลง โจรที่ถูกถองนั้นโกรธจัดจึงคำรามขึ้นว่า ไอ้หัวดื้อ ทำไมมึงจึงถองหลังกูเล่า ?
โจรที่ถองเขาก่อนอวดศักดาว่า ไอ้โจรชั่วร้าย ก็พระมหาโมคคัลลานะ ผู้เลื่องลือว่าเลิศด้วยฤทธิ์นั้นมึงลงมือตีก่อนหรือ ? กูมิใช่หรือที่ลงมือตีก่อนใครอื่น จะประสาอะไรกะมึงเท่านี้
อีกคนหนึ่งจึงว่า กูก็ตีพระมหาโมคคัลลานะเหมือนกัน มึงไม่เห็นหรือ ?
โจรทุกคนต่างอวดอ้างผลงานของตน คือ อาชญากรรม อนันตริยกรรมที่ตนทำแล้วแล้วทุ่มเถียงกันเสียดังขึ้นๆ จารบุรุษของพระเจ้าอชาตศัตรูได้ยินดังนั้น จึงจับโจรพวกนั้นไว้ทั้งหมด แล้วกราบทูลแด่พระราชา
ในการสอบสวน โจรพวกนั้นซัดทอดไปถึงเดียรถีย์คณะหนึ่ง ว่าเป็นผู้จ้างให้ทำด้วยทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ พระราชาจึงรับสั่งให้จับเดียรถีย์พวกนั้น เท่าที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมด รวมกับพวกโจรที่ร่วมมือกันฆ่าพระเถระ เมื่อจับได้แล้ว รับสั่งให้นำไปฝังในหลุมลึกประมาณสะดือของแต่ละคนที่พระลานหลวง ให้กลบด้วยฟางและเชื้อไฟอย่างอื่น แล้วจุดไฟเผา เมื่อเห็นว่าพวกนั้นถูกไฟไหม้แล้ว จึงรับสั่งให้ไถด้วยไถเหล็ก ทำให้เป็นท่อนเล็กท่อนน้อย รับสั่งให้เอาโจร ๔ คนเสียบหลาวประจานไว้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ม.ค. 2552 , 08:27:43 น.] ( IP = 58.9.144.205 : : )
สลักธรรม 4เย็นวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในธรรมสภาว่า น่าสังเวชจริงหนอ พระมหาโมคคัลลานะมรณภาพในแบบที่ไม่สมควรแก่ตนเลย
พระศาสดาเสด็จมายังธรรมสภา ทรงทราบเรื่องที่ภิกษุทั้งหลายสนทนากันแล้ว จึงตรัสว่า
ภิกษุทั้งหลาย ! โมคคัลลานะมรณภาพไม่สมควรแก่ตนในอัตตภาพนี้ก็จริง แต่สมควรแก่กรรมของตนที่เคยทำไว้ในชาติก่อน
ภิกษุทั้งหลายทูลถามถึงบุพกรรมของพระเถระ พระศาสดาจึงตรัสเล่าให้ฟังดังนี้
ในอดีตกาล โมคคัลลานะเกิดเป็นกุลบุตรผู้หนึ่งในกรุงพาราณสี ปรนนิบัติมารดาบิดาอย่างดีทุกอย่างเป็นที่รักที่ชื่นใจของพ่อแม่ มารดาบิดาเห็นใจเขามากเพราะต้องทำงานทั้งในบ้านและนอกบ้าน ปรารถนาให้เขามีความสุข จึงขอร้องให้เขาแต่งงานเสียกับสตรีที่เหมาะสมกันสักคนหนึ่ง โดยที่ท่านทั้งสองจะจัดการให้เอง แต่กุลบุตรผู้นั้นไม่สมัครใจ เขาบอกมารดาบิดาว่า เขาพอใจปฏิบัติพ่อแม่ ไม่ต้องการหญิงสาวมาเกี่ยวข้อง เขามีความสุขจากการที่ได้ปรนนิบัติมารดาบิดา
ฝ่ายท่านทั้งสองเห็นลูกเหน็ดเหนื่อยก็สงสารเห็นใจ อยากให้มีผู้ช่วยแบ่งเบาภาระ จึงนำสตรีสาวคนหนึ่งมาให้ ให้ครองกันฉันสามีภรรยา
หญิงนั้นบำรุงแม่ผัวอยู่ได้เพียง ๒ ๓ วันเท่านั้นก็เอือมระอา ไม่ปรารถนาเห็นท่านทั้งสองเลย ติเตียนมารดาบิดาต่างๆ ให้สามีฟัง แล้วสรุปว่าไม่อยากอยู่ร่วมกับท่านทั้งสอง
แต่กุลบุตรผู้นั้นไม่เชื่อฟังคำของภรรยา จึงทำเฉยเสีย หญิงนั้นไม่ละความพยายาม เมื่อสามีออกไปนอกบ้าน เธอเอาเชือกปอบ้าง ก้านปอบ้าง ฟองข้าวต้มบ้างไปเรี่ยรายไว้ให้รกรุงรังเลอะเทอะ เมื่อสามีกลับมาเห็นดังนั้น จึงถามว่านี่อะไรกัน ? นางนั้นบอกว่า นี่แหละคือการกระทำของมารดาบิดาของท่าน แกตาบอดแล้วเที่ยวทำเรือนให้สกปรกไว้ทุกแห่ง ฉันทนไม่ไหวจริงๆ ฉันไม่ต้องการอยู่ร่วมกับคนแก่อย่างนี้-อย่างนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ม.ค. 2552 , 08:33:23 น.] ( IP = 58.9.144.205 : : )
สลักธรรม 5ดูเถิด ภราดา ! สิ่งที่คิดไว้อย่างหนึ่งกลับเป็นเสียอีกอย่างหนึ่ง มารดาบิดาสงสารลูก เห็นใจลูก จึงนำหญิงสาวมาเพื่อช่วยเหลือลูก ให้มาอยู่เป็นมิตรของตนช่วยเหลือตนและลูก แต่กลับมาเป็นศัตรูของตนเสียในเวลาไม่นานเลย บางคนชิงชังเกลียดลูกสะใต้ กีดกันไม่ปรารถนาให้บุตรของตนแต่งงานกับหญิงที่บุตรของตนรัก แต่พอเขาแต่งงานกันแล้ว ลูกสะใต้เป็นคนดี รู้จักปรนนิบัติเอาใจพ่อแม่ของสามี จนในที่สุดท่านทั้งสองรักเธอยิ่งกว่าลูกของตนไปก็มี
ดูเถิดภราดา ! สิ่งที่คิดไว้อาจไม่เป็นอย่างที่คิด สิ่งที่ไม่เคยคิดไว้อาจเกิดขึ้น เพราะสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปด้วยเหตุปัจจัย มิใช่เพียงแต่คิดเอาอย่างเดียว
เมื่อภรรยาบ่นพร่ำอยู่อย่างนั้นบ่อยๆ กุลบุตรผู้นั้น แม้เป็นผู้มีบารมีอันบำเพ็ญไว้แล้วมาก ก็เหนื่อยหน่ายในมารดาบิดา และแตกกับท่านทั้งสอง เขาพูดกับภรรยาว่า เอาเถอะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง
วันหนึ่ง เขาให้มารดาบิดาบริโภคแล้วจึงกล่าวว่า พวกญาติในหมู่บ้านโน้นต้องการพบคุณพ่อคุณแม่ กระผมจักพาท่านทั้งสองไป เขาให้ท่านทั้งสองขึ้นสู่ยานน้อยแล้วพาไป เมื่อถึงกลางดงจึงลวงว่า ขอคุณพ่อคุณแม่จงถือเชือกไว้ โคทั้งสองจักเดินไปเรื่อยๆ ด้วยการใช้ปฏักเพียงเล็กน้อย ในที่นี้มีพวกโจรซุ่มอยู่ ผมจะลงไประแวดระวังภัย ดังนี้แล้วมอบเชือกไว้ในมือของบิดา ลงไปสักครู่หนึ่ง เปลี่ยนเสียงเหมือนเสียงโจรซุ่มอยู่
มารดาบิดาได้ยินเสียงนั้น เข้าใจว่าพวกโจรซุ่มอยู่จึงกล่าวว่า ลูกเอ๋ยพ่อและแม่แก่แล้ว ตายก็ช่างเถิด เจ้าจงรักษาเฉพาะตัวเจ้าให้พ้นภัย
บุรุษนั้นทำเสียงดุจโจร มุ่งเข้ามาหาคนชราทั้งสอง ทุบตีมารดาบิดาผู้คร่ำครวญอยู่ว่า ลูกเอ๋ย พ่อและแม่แก่แล้วจะตายก็ช่างเถิด เจ้าจงรักษาตัวเจ้าให้พ้นภัย ดังนี้จนสิ้นชีวิต ทิ้งไว้ในดงแล้วกลับไปโดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ม.ค. 2552 , 08:38:08 น.] ( IP = 58.9.144.205 : : )
สลักธรรม 6ดูก่อนท่านผู้เกรงภัยในวัฏฏะ ! ความหลงผิดทำให้คนเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ขณะมารดาบิดาคร่ำครวญ ถึงความปลอดภัยของเขาอยู่นั่นเอง เขาได้นำภัยมาสู่ท่านทั้งสอง โดยมิได้ประหวั่นพรั่นถึงบาปกรรม และไม่สะเทือนใจในเสียงคร่ำครวญของท่าน เรื่องนี้ควรเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวชสลดจิตอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง
พระศาสดาครั้นนำบุพกรรมของพระมหาโมคคัลลานะมาเล่าแก่ภิกษุทั้งหลายดังนี้แล้ว ตรัสต่อไปว่า
ภิกษุทั้งหลาย ! โมคคัลลานะทำกรรมหนักอย่างนี้ ในอัตตภาพนั้นแล้ว บังเกิดในนรกหมกไหม้อยู่เป็นเวลาหลายแสนปี แต่วิบากกรรมยังไม่สิ้น เธอถูกทุบตีแหลกละเอียดอย่างนั้นถึง ๑๐๐ อัตตภาพมาแล้ว
ภิกษุทั้งหลาย ! โมคคัลลานะถึงมรณกรรมไม่เหมาะสมแก่กรรมในปัจจุบันก็จริง แต่เหมาะสมแก่กรรมที่ตนได้ก่อไว้ในอดีตโดยแท้ พวกเดียรถีย์จำนวนมากประทุษร้ายต่อท่านผู้ไม่ประทุษร้าย ก็ถึงมรณกรรมเหมาะแก่กรรมของเขาเหมือนกัน
ภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลผู้ประทุษร้ายต่อท่านผู้ไม่ประทุษร้ายย่อมได้รับภัยพิบัติ ๑๐ ประการอย่างใดอย่างหนึ่งคือ
ได้รับทุกขเวทนากล้าแข็ง ๑ ถึงความเสื่อมทรัพย์ ๑
ความแตกสลายแห่งสรีระ เช่นการถูกตัดมือตัดเท้า หรืออุปัทวเหตุอันทำให้อวัยวะพิการ ๑ อาพาธหนัก ๑ จิตฟุ้งซ่าน ๑ อุปสรรคขัดขวางจากพระราชาหรือผู้เป็นใหญ่ ๑ การถูกกล่าวตู่อย่างร้ายแรง ๑ ความย่อยยับแห่งเครือญาติ ๑ ความเสียหายแห่งโรคะทั้งหลาย ๑ ไฟย่อมไหม้เรือนของเขา ๑ นอกจากนี้เมื่อสิ้นชีพแล้วย่อมไปบังเกิดในนรก
ดูก่อนท่านผู้เกรงภัยในวัฏฏะ ! พระอัครสาวกผู้เลิศด้วยฤทธิ์ มีอานุภาพมากถึงปานนี้ ก็ยังเคยทำกรรมหนักเช่นอนันตริยกรรม และได้เสวยผลแห่งกรรมนั้นเป็นเวลานาน แต่ในที่สุดท่านก็พ้นกรรมได้ด้วยความเพียรพยายาม ทำตนให้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสทั้งหลาย
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ความสิ้นอาสวะเป็นอานิสงส์สูงสุดแห่งการบำเพ็ญคุณงามความดีทั้งหลาย เพราะความทุกข์ความเดือดร้อนทั้งมวลของหมู่สัตว์ เกิดขึ้นได้ด้วยมีอาสวะเป็นปัจจัยอันสำคัญ
พระมหาโมคคัลลานะนิพพานไปแล้ว แต่ชื่อเสียงเกียรติคุณอันดีงามที่สร้างไว้ในปัจฉิมภพของท่าน ยังคงอยู่และคงอยู่ต่อไปอีกนาน เท่าที่ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นี้ยังคงดำรงอยู่ในโลก
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ม.ค. 2552 , 08:44:45 น.] ( IP = 58.9.144.205 : : )
สลักธรรม 7
อำนาจกรรมมิได้ละเว้นแม้แต่พระอัครสาวกเจ้า
รสพระธรรมก็เช่นกัน ย่อมยังความปีติแก่ฟังเสมอ แม้พระบรมศาสดาเองก็ยังทรงปรารถนาฟังธรรมจากพระโมคคัลานะซึ่งเป็นสาวกของพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านเป็นประจำ ซึ่งแต่ละตอนก็จะมีแง่มุมต่างๆกันไป...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [20 ม.ค. 2552 , 09:50:59 น.] ( IP = 124.121.174.86 : : )
สลักธรรม 8ผลของกรรมชั่วที่ต้องรับเป็นร้อยๆ ชาติ น่ากลัวมากสำหรับเรื่องราวในตอนนี้ ..โดยเฉพาะคำว่า "ไม่เหมาะสมแก่กรรมในปัจจุบันก็จริง แต่เหมาะสมแก่กรรมที่ตนได้ก่อไว้ในอดีตโดยแท้ " ...เพราะไม่รู้เลยว่ากรรมไม่ดีที่ทำไว้จะส่งผลอะไรให้อีก แล้วก็จะส่งให้เมื่อใด จึงวางใจไม่ได้เลยกับอนาคตข้างหน้า
คงได้แต่เพียรพยายามละการทำชั่ว และประกอบกรรมดีให้มากๆ เพื่อสร้างแรงกรรมชนิดใหม่หนุนส่งตัวเองให้ไปพ้นกรรมให้ได้
กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [20 ม.ค. 2552 , 12:50:32 น.] ( IP = 125.27.171.23 : : )
สลักธรรม 10ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันสิ่งดีๆ ครับ
โดย ธันวันตรี [21 ม.ค. 2552 , 00:12:47 น.] ( IP = 125.26.188.153 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |