| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้สละโลก(๒๗)
ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ตอนที่ผ่านมา
๒๗. ผู้เลิศทางศรัทธา
สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคได้เสด็จจาริกไปในแคว้นกุรุ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จถึงนิคมชื่อถุลลโกฏฐิต พราหมณ์และคหบดีชาวนิคมนั้น ได้สดับข่าวและเกียรติศัพท์อันงามของพระศาสดาว่า เป็นพระอรหันต์สมบูรณ์ด้วยวิชาและจรณะเป็นต้น ทรงแสดงธรรมมีคุณงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ บริสุทธิบริบูรณ์โดยประการทั้งปวง การเห็นพระอรหันต์เช่นนั้น เป็นการดียิ่งนัก
พราหมณ์และคหบดีชาวนิคมนั้น ดำริดังนี้แล้วได้ชวนกันไปเฝ้าพระศากยมุนี บางพวกถวายบังคมแล้ว นั่งเฉยอยู่ บางพวกเอ่ยวาจาปราศรัย บางพวกประคองอัญชลี บางพวกประกาศชื่อและโคตรของตน
พระตถาคตเจ้าทรงแสดงธรรมให้ประชาชนครั้งนั้นได้เห็นแจ้งเข้าใจ ให้สมาทานอาจหาญ ร่าเริง ชื่นบาน
เวลานั้น ชายหนุ่มผู้หนึ่ง ชื่อรัฐบาล เป็นบุตรของผู้มีสกุลในนิคมนั้น นั่งฟังพระธรรมเทศนาอยู่ด้วย เกิดความคิดขึ้นว่า ทำอย่างไรหนอเราจะได้รู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว การที่จะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดยประการทั้งปวง ผู้ครองเรือนทำได้ยาก ไฉนหนอเราพึงปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต
เมื่อคนทั้งหลายอื่น ฟังพระธรรมเทศนากลับไปแล้วไม่นาน รัฐบาลกุลบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ กราบทูลถึงความดำริของตน และขอบรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระพุทธองค์ พระศาสดาตรัสถามว่า ดูก่อนรัฐบาล มารดาบิดาอนุญาตการบรรพชาอุปสมบทของท่านแล้วหรือ ?
ยังไม่ได้ขออนุญาตเลย พระองค์ผู้เจริญ
พระตถาคตเจ้าส่งสายพระเนตรอันเปี่ยมด้วยความกรุณามายังรัฐบาลกุลบุตรพร้อมตรัสว่า รัฐบาล ตถาคตไม่อาจบวชกุลบุตรที่บิดามารดาไม่อนุญาตได้
รัฐบาลกุลบุตรผู้มีดวงเนตรอ่อนโยน แต่แฝงไว้ซึ่งความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ ได้กราบทูลพระสุคตขึ้นว่า...โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ม.ค. 2552 , 07:33:40 น.] ( IP = 58.9.140.2 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11ดูก่อนภูมิบดี ! พระศาสดาตรัสไว้อีกว่า สัตว์ที่เกิดแล้วต้องเผชิญภัยใหญ่คือความตายทั่วทุกคน ผลไม้ทุกชนิดเมื่อสุกแล้วย่อมหล่นจากต้น ภาชนะดินทุกชนิดมีการแตกทำลายเป็นที่สุดฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น มีความตายเป็นที่สุด เมื่อความตายมาถึงเข้า ใครเล่าจักต้านทานได้ มิตรอำมาตย์ ญาติสาโลหิตทั้งหลายก็ได้แต่นั่งมองดู หรือรำพันกำสรดปริเวทนาการ เขาต้องไปผู้เดียว โดยแท้ นี่แลมหาบพิตร โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่มีผู้เป็นใหญ่
ท่านผู้เจริญ ! ข้อว่าสัตวโลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไปนั้น มีความหมาย อย่างไร ?
มหาบพิตร ! บัดนี้พระองค์ทรงเอิบอิ่มพรั่งพร้อมอยู่ด้วยกามคุณ ๕ เมื่อพระองค์สวรรคตแล้วจักนำเอาทรัพย์สินสมบัติบุรุษสตรี ปราสาทราชวังไปในโลกหน้าได้หรือไม่ ?
ไม่ได้เลย พระคุณเจ้า ต้องทิ้งไว้ให้คนอื่น หรือให้เป็นสมบัติของโลกต่อไป
มหาบพิตร ! นี่แล สัตวโลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป
ราชัน ! พระบรมศาสดายังตรัสไว้อีกว่า เมื่อบุคคลเข้าไปยึดถือสิ่งใดว่าเป็นของตน เขาย่อมเศร้าโศกเสียใจเพราะความแปรปรวนไปของสิ่งนั้น สิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา สิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมมีความพลัดพรากเป็นที่สุด คือในที่สุดก็ต้องพลัดพรากจากกันไป แม้ข้อนี้ก็แสดงว่าสัตวโลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป
ราชัน ! โภคสมบัติทั้งหลายละทิ้งบุคคลไปก่อน เพราะแตกทำลายบ้าง บุคคลละทิ้งโภคสมบัติไปก่อน ในเพราะความตายบ้าง รู้ดังนี้แล้วจึงไม่ควรเศร้าโศกในเพราะความพลัดพราก ดวงจันทร์เต็มดวงบ้าง เว้าแหว่งบ้าง มืดมิดบ้างฉันใด บุคคลในโลกนี้ก็ฉันนั้น ได้สิ่งต่างๆ เต็มความปรารถนาบ้าง ไม่เต็มความปรารถนาบ้าง ผิดหวังทั้งหมด คือไม่ได้ดังปรารถนาเลยบ้าง โลกธรรมเป็นอย่างนี้เอง จึงไม่ควรเศร้าโศก ตราบใดที่ยังยึดถือว่านั่นเป็นเรา นี่เป็นของเรา บุคคลย่อมไม่สามารถพ้นจากความโศกได้ตราบนั้น ความเป็นจริงแล้วไม่มีอะไรเป็นของเรา เราเพียงอาศัยใช้ชั่วคราว แล้วต้องละทิ้งสิ่งปวงไป มุนีไม่รักสิ่งใด ไม่ชังสิ่งใด ไม่หวงแหนสิ่งใด เมื่อเป็นดังนี้ ความเศร้าโศกรำพันย่อมไม่มีในมุนีนั้น เหมือนน้ำไม่ติดใบบัว และใบบัวไม่ติดน้ำโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ม.ค. 2552 , 08:29:44 น.] ( IP = 58.9.140.2 : : )
สลักธรรม 12พระคุณเจ้า ข้อว่าสัตวโลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่อิ่มไม่เบื่อเป็นทาสของตัณหานั้นมีความหมายอย่างไร ?
มหาบพิตร ! บัดนี้พระองค์ทรงปกครองกุรุรัฐอันเจริญอยู่ ถ้ามีราชบุรุษที่มีวาจาพอเชื่อถือได้มาจากทิศทั้ง ๔ ของกุรุรัฐนี้ กราบทูลว่าในทิศนั้นๆ มีชนบทใหญ่มั่งคั่งเจริญ มีคนมาก มีสัตว์ชนิดที่ฝึกแล้วมาก มีทรัพย์สินเงินทองมากมายเหลือเกิน ในชนบทนั้นมีสตรีปกครอง พระองค์อาจรบชนะได้ด้วยกำลังพลประมาณเท่านี้ๆ มหาบพิตรทรงทราบแล้วจะทำอย่างไร ?
ข้าพเจ้าคิดว่าจะไปรบให้ชนะ แล้วครอบครองชนบทนั้น ๆ
นี่แล มหาบพิตร สัตวโลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ไม่อิ่มไม่เบื่อ เป็นทาสแห่งตัณหา
ดูก่อนราชัน ! มนุษย์ทั้งหลายพากันแสวงหาสิ่งที่ยังไม่มีหรือสิ่งที่ตน-เข้าใจเอาว่า ยังขาด ทั้งๆ ที่หาได้ขาดจริงๆ ไม่ เมื่อยังไม่ได้ก็กระสับกระส่ายกระวนกระวายเร่าร้อน เมื่อได้มาแล้วก็หมกมุ่น พัวพันติดอยู่ ตกเป็นทาสของสิ่งนั้น ไม่เป็นอิสระ ไม่เป็นกลาง หวงแหน เฝ้าพิทักษ์รักษาด้วยใจจดจ่อกังวล ริษยา อาฆาตผู้อื่นเพราะอาศัยสิ่งที่ตนได้มานั้นเป็นปัจจัย เมื่อพลัดพรากก็เศร้าโศกรำพัน
ดูก่อนภูมิบดี ! ความพอใจจะไม่มีถ้ามนุษย์ไม่จำกัดขอบเขตแห่งความพอของตนไว้ มนุษย์ส่วนมากมิได้จำกัดขอบเขตแห่งความพอไว้ สิ่งที่ได้มาจึงเป็นเหมือนเชื้อไฟ มาเพิ่มให้ความต้องการอย่างใหม่เจริญขึ้น รุนแรงมากขึ้น กระเถิบไปข้างหน้าอยู่เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด มนุษย์ได้พากันแสวงหาสิ่งภายนอกมาบำรุงปรนเปรอตนก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ไม่เคยพบจุดอิ่มเหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ เขาจะไม่พบความสงบสุข หรือความสมปรารถนาที่ถาวรแท้จริงได้
แต่เมื่อใด บุคคลใดมากำหนดรู้ความอยาก โทษของความอยากอันไม่มีที่สิ้นสุด แล้วละความอยากในส่วนที่ไม่จำเป็นเสีย ดำรงชีวิตอยู่อย่างว่ายๆ ด้วยเหตุผลบริสุทธิ์ เมื่อนั้นแหละเขาจึงจะได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริง
คนส่วนมากประพฤติตามความอยาก ตกอยู่ในอำนาจของความอยาก มีใจพร่องอยู่เป็นนิตย์ เมื่อมโนรสของเขายังไม่ถึงที่สุดนั่นเอง มัจจุราชก็มาเยือนและดึงตัวเขาไป ญาติทั้งหลายก็พากันค่ำครวญ คลุมเขาผู้ตายแล้วด้วยผ้า นำไปสู่เชิงตะกอน เขาละสมบัติทั้งปวงไป ญาติพี่น้องบริวารก็ต้านทานไว้ไม่ได้ เขามาคนเดียว และไปคนเดียวตามกรรมของตนๆ ผู้สั่งสมบาปไว้ย่อมต้องประสบทุกข์ในโลกหน้า
ส่วนผู้สั่งสมบุญไว้ย่อมประสบสุข บุญบาปนี่ต่างหากที่จะติดตามเขาไป เป็นสมบัติของเขาหาใช่สมบัติภายนอกไม่ด้วยเหตุนี้ ผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ จึงควรสั่งสมกรรมดี ไม่ควรเบื่อหน่ายในการสั่งสมกรรมดีโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ม.ค. 2552 , 08:35:36 น.] ( IP = 58.9.140.2 : : )
สลักธรรม 13เมื่อพระรัฐบาลกล่าวจบลง พระเจ้าโกรัพยะจึงตรัสว่า
อัศจรรย์จริง ท่านรัฐบาล อัศจรรย์จริง ข้อที่ท่านกล่าวว่าสัตวโลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่มีผู้เป็นใหญ่ก็ดี สัตวโลกไม่มีอะไรเป็นของตน ล้วนต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไปก็ดี สัตวโลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่อิ่มไม่เบื่อ เป็นทาสของตัณหาก็ดี ล้วนเป็นความจริงที่น่าอัศจรรย์ทั้งสิ้น
พระธรรมของพระผู้มีพระภาคเป็นสวากขาตธรรม=ธรรมที่พระศาสดาตรัสไว้ดีแล้วโดยแท้ เป็นนิยยานิกธรรม =ที่นำออกจากทุกข์ได้โดยแท้
แสงแดดอ่อนลงมากแล้ว บริเวณราชอุทยานร่มรื่นมากขึ้น ยังความรื่นรมย์ให้เกิดแก่กายและจิตของชีวิตทั้งปวงที่อาศัยอยู่ ณ ราชอุทยานนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเจ้าโกรัพยะทรงโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ทรงสดับธัมมุทเทสอันเป็นสัจธรรม ที่อำนวยประโยชน์แก่ผู้เพ่งธรรมมิใช่น้อย
พระรัฐบาลอาศัยราชอุทยานมิคาจีระตามสมควร แล้วก็จาริกไปตามอัธยาศัย ประดุจเนื้อที่ไม่ติดบ่วง เที่ยวไปในป่าได้อย่าเสรีตามปรารถนา
พระรัฐบาลได้รับการยกย่องจากพระสุคตเจ้า ว่าเป็นเอตทัคคะ-ผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้ออกบวชด้วยศรัทธา
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ม.ค. 2552 , 08:39:57 น.] ( IP = 58.9.140.2 : : )
สลักธรรม 14
วันนี้อ่านแล้วรู้สึกสุขใจ เสมือนได้ฟังธรรมจากพระอริยสาวก คิดพิจารณาไปในแต่ละคำคำถาม-คำตอบ เป็นสิ่งที่ปุถุชนอย่างเราๆ ยากที่จะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
ทรัพย์สมบัติเป็นของนอกกายจริงๆ มีแล้วก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมายต้องมีการดิ้นรนขวนขวายเก็บรักษา ตามดูแล เฝ้าทนุถนอม
จึงได้เพียรแปรเปลี่ยนสมบัติที่มีอยู่ให้เป็นอริยทรัพย์อยู่เนื่องๆ และเมือ่กระทำแล้วก็สุขใจ
เมื่อมาอ่านเรื่องนี้ก็ยิ่งรู้สึกถึงคุณค่าที่ได้ศึกษาเล่าเรียน และทำความเข้าใจ และพร้อมที่จะนำไปประพฤติปฏิบัติค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำเร่องที่ทรงคุณค่ามาให้อ่าน เพราะนอกจากได้ความรู้แล้ว ยังได้เห็นแบบอย่างทั้งทีดี ที่เราควรปฏิบัติตาม และที่ไม่ดีที่ควรจะละลดเลิก....กราบอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [21 ม.ค. 2552 , 11:23:47 น.] ( IP = 124.121.176.3 : : )
สลักธรรม 15สาธุ ..สาธุ ...สาธุ ในศรัทธาอันเป็นเลิศของพระรัฐบาลเถระ และเมื่อเห็นชื่อแคว้นกุรุแล้ว ต้องตั้งใจอ่านเป็นพิเศษ เพราะตามที่ท่านกล่าวไว้ แคว้นกุรุเป็นแคว้นที่ผู้มีปัญญามากๆ ไปอยู่ร่วมกัน ทรงแสดงมหาสติปัฏฐานสูตรที่แคว้นนี้อันเป็นการบอกวิธีปฏิบัติโดยตรงเลย แล้วก็เป็นพระสูตรที่มีความสำคัญมากสำหรับพุทธศาสนิกชนรุ่นหลังๆ
น่าประทับใจมากในการมองสาเหตุการออกบวชจากมุมที่ต่างกัน คำอธิบายของพระรัฐบาลนั้นกระจ่างชัดในการเปิดเผยความยึดติดที่ผิดๆ และบอกถึงความไร้สาระของโลกในทุกหัวข้อ
กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [21 ม.ค. 2552 , 13:41:26 น.] ( IP = 125.27.170.194 : : )
สลักธรรม 17การถาม-ตอบ ทำให้เห็นมุมความคิดที่ต่างกันมาก ระหว่างผู้หมดสิ้นกิเลสแล้วกับปุถุชนทั่วๆ ไป
และยังได้ข้อธรรมในเรื่องรีบขวนขวายแปรสิ่งที่ไม่มีสาระให้เป็นสาระ ด้วยการสั่งสมกรรมดี ไม่ควรเบื่อหน่ายในการสั่งสมกรรมดี
กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาด้วยค่ะโดย เซิ่น [22 ม.ค. 2552 , 22:51:20 น.] ( IP = 61.90.19.234 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |