| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้สละโลก(๒๘)
ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ตอนที่ผ่านมา
๒๘.ผู้เลิศทางธุดงคคุณ
ณ เขตแดนแห่งนครราชคฤห์ มีบ้านพราหมณ์หมู่หนึ่ง นายบ้านชื่อกัปปิละ มีบุตรคนหนึ่งชื่อปิปผลิ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากัสสปะ ตามชื่อโคตรคือกัสสปโคตร ปิปผลิมานพมีภรรยาคนหนึ่งชื่อภัททกาปิลานี ทั้งสองแม้แต่งงานกันแล้วก็มิได้อยู่ด้วยกันอย่างสามีภรรยาคู่อื่นๆ แต่อยู่ด้วยกันอย่างพี่น้อง
เมื่อมารดาบิดาของปิปผลิมานพสิ้นชีพแล้ว สามีภรรยาทั้งสองเห็นว่าผู้อยู่ครองเรือนต้องคอยรับบาป เพราะการงานที่ผู้อื่นทำไม่ดี กล่าวคือต้องคอยรับผิดชอบ มีจิตเบื่อหน่าย เนื่องจากบารมีอันท่านทั้งสองสั่งสมมาดีแล้วคอยกระตุ้นเตือนชักนำ จึงชวนกันละทรัพย์สมบัติออกบวชจำศีล
วันหนึ่งปิปผลิได้พบพระศาสดาประทับอยู่ที่ใต้ร่มไทรชื่อพหุบุตตกนิโครธ (ต้นไทรที่มีลูกดก) ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา มีความเลื่อมในเปล่งวาจาประกาศว่า พระผู้มีพระภาคเป็นศาสดาของตน ตนเป็นสาวกของพระศาสดาขอบวชในธรรมวินัย พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุ และทรงประทานพระโอวาท ๓ ข้อดังนี้
๑.กัสสปะ ท่านพึงศึกษาว่า เราจักเข้าไปตั้งหิริโอตตัปปะไว้ในภิกษุที่เป็นผู้เฒ่าและปูนกลางไว้อย่างแรงกล้า
๒.เมื่อฟังธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นกุศล เราจักฟังธรรมนั้นด้วยความตั้งอกตั้งใจ พิจารณาเนื้อความของธรรมนั้น
๓.เราจักไม่ละสติพิจารณากาย(กายคตาสติ) คือพิจารณาร่างกายให้เห็นเป็นของไม่สวยงาม มีความปฏิกูลมากมาย
ท่านฟังพระพุทธโอวาทนี้แล้ว ใส่ใจปฏิบัติตามได้สำเร็จอรหัตตผลในวันที่ ๗ ท่านเป็นผู้มีปฏิปทาขัดเกลาสันโดษ ได้รับยกย่องจากพระศาสดาในคุณธรรมนี้ ตรัสสอนให้ภิกษุทั้งหลายถือเอาเป็นตัวอย่าง ดังเรื่องราวต่อไปนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [22 ม.ค. 2552 , 07:24:28 น.] ( IP = 58.9.136.48 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ
บรรยากาศในสมัยพุทธกาลครั้งนั้น ช่างน่าอยู่จริงๆ ถ้อยคำที่สนทนากันก็เป็นคำที่ตรงไปตรงมา ...แม้จะเป็นคำที่ไม่ถูกไม่ควรก็ตาม แสดงชัดถึงความที่ปากตรงกับใจ...ซึ่งก็รู้สึกตลกดีที่ภิกษุณีกล้าตำหนิพระมหากัสสปะต่อหน้าต่อตาเลย
แล้วก็เห็นความจริงใจและวัตรปฏิบัติของผู้สิ้นกิเลสที่แสดงฐานะที่ไม่ควรล่วงเกินของท่าน เพื่อเปิดเผยไม่ให้ใครพลาดทำบาปอีก ..รวมทั้งการพูดถึงความเป็นไปของภิกษุสงฆ์อย่างตรงไปตรงมาด้วย
น่าสลดใจเหมือนกันที่แม้พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ...ความประพฤติของพระเถระก็เริ่มกลัลตาลปัตรให้เห็นแล้วด้วยความหนาของกิเลส จึงอย่าไปโทษเพียงความประพฤติของภิกษุในสมัยนี้เลย
ขอตั้งจิตอธิษฐานไว้ ณ ตรงนี้ว่า ไม่ว่าจะเกิดในภพใดขออย่าได้เป็นผู้มีส่วนในการทำลายพระพุทธศาสนาเลยโดย น้องกิ๊ฟ [22 ม.ค. 2552 , 13:21:34 น.] ( IP = 125.27.171.18 : : )
สลักธรรม 12กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ
มาถึงตรงนี้แล้วทำให้เกิดความศรัทธายิ่งขึ้น
โดยเฉพาะประวัติของพระมหากัสสป และการดำเนินชีวิตของท่าน ประทับใจมาเสมอ
และบรรยากาศในสมัยพุทธกาล มีแบบอย่างที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
เช่นกันนะคะก็ขออย่าต้องทำให้พระศาสนาเสื่อม และขอให้มีหิริ โอตัปปะ อย่างแรงกล้า และสามารถพิจารณาเนื้อธรรมได้อย่างแตกฉาน
โดย น้องอุ๊ [22 ม.ค. 2552 , 19:55:51 น.] ( IP = 125.24.57.255 : : )
สลักธรรม 13อ่านมาแล้วหลายๆ ตอน ความดำริของคนสมัยนั้นถือการเอาบรรลุธรรมเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต เพราะเมื่อได้ทำความดีกับพระอริยบุคคลแล้ว มักจะตั้งจิตอธิษฐานว่า...ขอให้ได้เห็นธรรมอย่างที่ท่านเห็นแล้ว
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่เณรด้วยค่ะโดย เซิ่น [23 ม.ค. 2552 , 23:12:13 น.] ( IP = 58.8.51.6 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |