มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นครนอกพิภพ (๒)






นครนอกพิภพ
โดย
ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

วิทยาการทางโลก ทางวัตถุ เจริญรุดหน้าไปมากขึ้น ๆ เมื่อทางโลกสงสัยอะไร ก็ลงมือค้นคว้าทดลองพิสูจน์ให้เห็นความจริง โดยมีวัตถุมาวางลงตรงหน้า โดยมีความรู้และเครื่องมือทดลองอันทันสมัยที่ผลิตขึ้นได้ในสมัยนี้

แต่วิทยาการทางฝ่ายจิตใจ และวิทยาการในเรื่องของชีวิตเล่า ผู้ซึ่งติดโลกติดวัตถุงอมแงมในสมัยนี้ มีความรู้ในเรื่องนามธรรม คือจิตใจ และเรื่องของชีวิตดีแล้วหรือ ได้หาหนทางสร้างพื้นฐานความรู้ความสามารถ เพื่อเข้าไปสู่ความจริงของนรกและสวรรค์ไว้เพียงพอ เพื่อใช้เป็นบทพิสูจน์แล้วหรือ จึงเห็นนรก สวรรค์เป็นเรื่องที่น่าขบขัน หรือเป็นแต่เพียงมโนภาพ และเห็นว่าผู้เข้าไปสู่ความจริงของเรื่องนี้ ก็คือผู้ที่ได้เข้าไปสู่มหาอาณาจักรแห่งความมืดบอดเท่านั้นเอง

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องนรก สวรรค์ไว้ก็มิได้สอนไว้เฉยๆเหมือนศาสนาอื่นๆ หากแต่ได้ให้บทพิสูจน์ไว้ด้วยแล้ว แต่การพิสูจน์หาความจริงของสิ่งใดนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องพิสูจน์ไปตามแนวทางอันเดียวกันเสมอไป และหาใช่ว่าเอาวิชาการทางโลกมาพิสูจน์ เพราะพิสูจน์กันไม่ได้ ทั้งความจริงจะเกิดขึ้นได้ก็มิใช่ด้วยการเห็นด้วยตา หรือได้ยินด้วยหูเท่านั้น

ความรู้ในเรื่องของนามธรรม ทางที่จะพิสูจน์เป็นไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ศึกษาแต่วิทยาการทางโลกเท่านั้นจะไม่มีความเข้าใจเลย แม้วิชาการทางโลกเอง แต่ละสาขาวิชาการก็มีวิธีการพิสูจน์ต่างกัน

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 16:45:38 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอะไรไว้ แม้จะเป็นเรื่องลึกซึ้งหรือเร้นลับสักเพียงใดก็ตาม พระองค์ก็มิได้หลงลืมที่จะให้เหตุผลข้อเท็จจริง ตลอดจนบทพิสูจน์เอาไว้พร้อม รอคอยผู้มีความรู้มากๆ มีเหตุผลดีๆ และมีความพากเพียรจริงๆ ที่จะเข้ามาค้นคว้าหาหนทางที่จะเข้าไปในมหาอาณาจักรอันเร้นลับนั้น

ผู้ศึกษาที่เข้าไปถึงความจริงแล้วก็จะทราบว่า จักรวาล ซึ่งหมายถึงระบบสุริยจักรวาล มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวแวดล้อมนั้นคืออะไร มีขอบเขตแค่ไหน เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีจำนวนของจักรวาลมากหรือไม่ มีความเป็นไปอย่างไร และในบางคราวจักรวาลเป็นอันมากถูกทำลายย่อยยับลงไป เพราะเหตุใด

ผู้ศึกษาจะได้ทราบถึงเรื่องของรูปที่ในทางวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า สสาร และพลังงานนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงเรื่องรูปที่เป็นปรมาณูที่นักวิทยาศาสตร์ยืมเจ้าตัวนี้ไปใช้ ( ปรมาณูในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งแยกเม็ดข้าวเปลือกเม็ดหนึ่งออกเป็น ๘๒ ล้านส่วนเศษ ) ว่ามารวมกันได้อย่างไร

แล้วสถานที่อันเป็นที่อยู่อาศัยที่เรียกกันว่านรก สวรรค์นั้นอยู่ที่ไหน เป็นรูปปรมาณูหรือมิใช่ บรรดาสัตว์ทั้งหลายที่เรียกกันว่า ผีสางเทวดานั้น เป็นรูปปรมาณูที่มารวมกันได้อย่างไร ( เชิญอ่านเรื่อง “ผีสางเทวดา และชีวิตภายหลังความตาย” ของอภิธรรมมูลนิธิ )

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 16:54:31 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : )


  สลักธรรม 2



ผมเห็นเป็นการสมควรที่จะแสดงเรื่องปรมาณูในพระพุทธศาสนาให้ท่านได้เห็นเป็นตัวอย่างไว้สักเล็กน้อย เพื่อให้ท่านได้พิจารณาก่อนที่จะได้อ่านในรายละเอียดต่อไป

ปรมาณูในพระพุทธศาสนา

รูป ได้แก่ธรรมชาติที่ผันแปรเปลี่ยนแปลงไปด้วยอำนาจของความร้อน เย็น ( และเย็น คือร้อนน้อย)

รูปในพระพุทธศาสนา แสดงเอาไว้ว่ามี ๒๘ รูปด้วยกัน เป็นมหาภูตรูป ๔ และเป็นอุปาทายรูปอีก ๒๔ ( ขอเชิญอ่านเรื่อง สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา )

รูปทั้งหลายที่เราเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยกายนั้น แท้จริงก็มาจากรูปอันเป็นหน่วยเล็กๆ เรียกว่า “ ปรมาณู” มารวมกัน

ปรมาณูในพระพุทธศาสนา

๑ ธัญมาส = ๗ อูกา
๑ อูกา = ๗ ริกขา
๑ ริกขา = ๓๖ รถเรณู
๑ รถเรณู = ๓๖ ตัชชารี
๑ ตัชชารี = ๓๖ อณู
๑ อณู = ๓๖ ปรมาณู

ถ้าคูณกันเข้าทั้งหมดแล้ว เม็ดข้าวเปลือกหนึ่งเม็ด แยกออกได้ถึง ๘๒ ล้าน ๓ แสนส่วนเศษ นั่นจึงจะเป็นหนึ่งปรมาณู

ทุกๆปรมาณูจะเห็นไม่ได้ สัมผัสถูกต้องไม่ได้ ทุกๆปรมาณูมีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ สี กลิ่น รส โอชา เรียกว่า อวินิพโภครูป ๘

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 17:07:24 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : )


  สลักธรรม 3



ปรมาณูทั้งหลายย่อมเคลื่อนไหวตัวเองตลอดเวลาด้วยอำนาจของความร้อน – เย็น ( เย็น คือร้อนน้อย )

ปรมาณูทั้งหลายมิได้ติดกัน หากแต่มีช่องว่างระหว่างปรมาณู เรียกว่า ปริจเฉทรูป

ปรมาณูทั้งหลายมาประชุมกันเป็นร่างกายของผีสางเทวดา ด้วยอำนาจของกรรม เรียกว่า กรรมชรูป แล้วมีจิต เจตสิกอันเป็นนามธรรมเกิดร่วมด้วยพร้อมกัน

ผีสางเทวดาเป็นรูปปรมาณู แล้วมีจิตใจเกิดร่วมด้วย ดังนั้น จึงมองไม่เห็น สัมผัสถูกต้องไม่ได้ สามารถทะลุทะลวงลงไปในดิน ในน้ำ ในกำแพง ในภูเขา หรือขึ้นไปในอากาศ ในฉับพลันทันทีได้

ปรมาณูที่มาประชุมร่วมกันเป็นผีวางเทวดานั้นมี “ชีวิตรูป” เป็นตัวควบคุมปรมาณูทั้งหมดเอาไว้มิให้กระจัดกระจาย และมีอำนาจของกรรมปกปักรักษา

ผีสางเทวดาเป็นหญิงหรือเป็นชายก็ได้ หญิงหรือชายนั้นเป็นปรมาณูมีอยู่ทั่วร่างกาย เกิดขึ้นจากอำนาจของกรรมที่ได้ทำเอาไว้

ผู้ศึกษาพระอภิธรรมเข้าใจ ก็จะทราบรายละเอียดของผีสางเทวดา ไม่ว่าในเรื่องเครื่องแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ความเป็นอยู่และความเป็นไปต่างๆทั้งหมด

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 17:15:32 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : )


  สลักธรรม 4



การศึกษาพระอภิธรรม ซึ่งกล่าวโดยย่อก็มี จิต เจตสิก รูป นิพพาน ให้เข้าใจดีแล้ว ผู้ศึกษาก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริง แล้วความสงสัยในเรื่อง นรก สวรรค์ หรือผีสางเทวดาก็จะน้อยลงๆไปตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นๆ

การปฏิบัติสมถกรรมฐานจนได้ถึงฌานและได้อภิญญา ด้วยอำนาจของสมาธิของฌานและอภิญญา จิตก็จะแหลมคมเพียงพอที่จะแทงทะลุเข้าไปยังความจริงที่คนสามัญทั่วไปพิศวงสงสัยได้

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนได้ญาณปัญญาแม้ในเบื้องต้น หรือบรรลุมรรคผลแล้ว ความสงสัยเรื่องกรรม เรื่องตาย เรื่องเกิด และเรื่องนรก สวรรค์ ก็จะหมดสิ้นลงอย่างเด็ดขาด

บทพิสูจน์มีมากมายหลายแง่หลายมุมที่จะทำให้ผู้ศึกษาค้นคว้าหาความจริงหายสงสัยได้

ทั้งหมดนี้มิใช่เป็นเรื่องของนิมิตเหมือนความฝัน เป็นจินตนภาพหรือเป็นจิตนาการแต่อย่างใด หากแต่เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่ประจักษ์ชัดซึ่งเป็นบทพิสูจน์ อันจะทำให้ผู้ปฏิบัติพ้นไปจากความสงสัยได้อย่างแน่นอน

ก่อนที่จะกล่าวถึงเรื่องนครนอกพิภพ และ นรก สวรรค์ ผมขอแสดง ภูมิ อันเป็นที่เกิดของสัตว์ทั้งหลายเสียก่อน เพื่อให้ท่านได้ทราบว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องภูมิต่างๆไว้อย่างไร ยังมีมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานในโลกอื่นอีกหรือไม่

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 17:21:15 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : )


  สลักธรรม 5



พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า ภูมิอันเป็นที่เกิดของสัตว์ทั้งหลายรวมทั้งสิ้นมีอยู่ถึง ๓๑ ภูมิ เท่าที่เราเห็นกันอยู่นั้นมี ๒ ภูมิ คือภูมิของมนุษย์ และภูมิของสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น เหตุนี้เราจึงไม่ทราบที่เกิดของสัตว์ทั้งหลายอีกถึง ๒๙ ภูมิ

ในพุทธภาษิต ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า ยังมีพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวอีกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งพระอาทิตย์และดวงดาวที่ตาของมนุษย์เห็นได้และมองไปไม่ถึง เมื่อมีผู้ถามเรื่องของมนุษย์และสัตว์ในโลกอื่นๆ พระองค์ได้ทรงชี้แจงว่า มนุษย์และสัตว์ชนิดต่างๆอันปฏิสนธิอยู่ในโลกอื่นๆนั้นมีมากมายสุดจะประมาณได้

ในครั้งพุทธกาลได้มีผู้ถามถึงว่า โลกนั้นมีที่สุดแค่ไหน สำหรับในข้อนี้ได้เล่าเปรียบเทียบไว้ว่า ความมากมายก่ายกองของจักรวาลนั้นสุดที่จะประมาณได้ เหมือนมีฤาษีอยู่ ๔ ตน บำเพ็ญตบะจนฌานแก่กล้า สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ด้วยความรวดเร็ว ประดุจยิงธนูออกจากแหล่ง ฤาษีทั้ง ๔ ตนนี้จินตนาการว่า ทั่วสากลจักรวาลนี้จะมีความกว้างใหญ่ไพศาลสักเพียงไหน ถ้าเหาะไปได้ด้วยความรวดเร็ว จะต้องใช้เวลานานสักเท่าใดจึงจะถึงที่สุดแห่งจักรวาลได้

เหตุนี้ วันหนึ่งจึงได้พร้อมใจกันเหาะไปด้วยกำลังฤทธิ์ออกไปทั้ง ๔ ทิศ เพื่อจะสำรวจหาข้อเท็จจริง ความเร็วที่ฤาษีทั้ง ๔ เหาะไปนั้น เร็วประดุจลูกธนูที่ยิงออกจากแหล่งโดยนายพรานหนุ่มฉกรรจ์ผู้มีกำลังมาก ฤาษีทั้ง ๔ ตนยิ่งไปก็ยิ่งเห็นโลกกว้างใหญ่ไพศาลออกไปทุกที เดินทางไปจนแก่เฒ่า จนถึงแก่ความตายหมดทั้ง ๔ ตน ก็หาได้สิ้นสุดจักรวาลไม่

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 17:25:16 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : )


  สลักธรรม 6



ในยุคปรมาณูนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์มีความรู้มีความสามารถมากขึ้น เครื่องมือในการค้นคว้าก็ประณีตขึ้น เหตุนี้เอง การค้นคว้าในครั้งหลังๆนี้ได้แสดงความจริงอยู่มากมาย และที่สำคัญก็คือ ได้เห็นดาวฤกษ์และดาวพระเคราะห์เป็นจำนวนมากกว่าหมื่นๆ กว่าแสนๆล้านดวง ทั้งวิพากษ์วิจารณ์กันว่า น่าจะมีมนุษย์ สัตว์ และพืชอยู่ในดาวพระเคราะห์บางดวงนั้น

สมมุติว่า ในจำนวนดาวพระเคราะห์รวมทั้งโลกของเราด้วย มีจำนวน ๕ ล้านดวง ( ความจริงมีมากจนนับจำนวนไม่ได้ ) ใน ๕ ล้านดวงนี้มีมนุษย์และสัตว์ และเกิดเฉพาะในดาวพระเคราะห์ดวงนี้ คือในโลกเรานี้มีมนุษย์และสัตว์ดวงเดียวเท่านั้น เหลืออีก ๔ ล้าน ๙ แสน ๙หมื่น ๙ พัน ๙ ร้อย ๙๙ ดวง ไม่มีมนุษย์และสัตว์เกิดเลย

ถ้าเป็นเช่นนี้จริงๆแล้ว ท่านก็จะเห็นเป็นการน่าประหลาด และไม่น่าเชื่อขึ้นมาเป็นแน่ว่า เหตุไฉนดาวพระเคราะห์ตั้ง ๕ ล้านดวง จึงได้มีมนุษย์และสัตว์เกิดแต่ในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ดวงเดียวเท่านั้น ที่เหลืออีกมากมายก่ายกอง เหตุไฉนจึงจะไม่มีมนุษย์และสัตว์ต่างๆ ในจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนล้านดวง

การแสดงว่ามีสัตว์และมนุษย์เกิดได้แต่ในโลกนี้โลกเดียวเท่านั้น โลกอื่นไม่มี จึงเป็นเรื่องไม่น่าเชื่ออย่างยิ่งเหมือนกัน

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 17:29:35 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : )


  สลักธรรม 7



พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงว่า สุริยจักรวาลอันหมายถึงพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายที่อยู่โดยรอบนั้นเป็นจักรวาลหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนมากมายก่ายกองจนไม่สามารถจะนับได้ว่าสุริยจักรวาลนั้นมีอยู่เป็นจำนวนสักเท่าใด โดยใช้คำว่าอนันตัง เพราะนับจำนวนไม่ไหว เฉพาะในสุริยจักรวาลนี้ ดวงอาทิตย์ดวงนี้ อันเป็นจักรวาลที่โลกของเรารวมอยู่ ก็มีมนุษย์และสัตว์เกิดอยู่หลายแห่งด้วยกันเสียแล้ว

การที่พระองค์ทรงสอนว่า ภูมิอันเป็นที่เกิดของสัตว์หมดด้วยกันทั้งสิ้นมีอยู่ ๓๑ ภูมินั้น มิได้หมายความว่า ที่เกิดของสัตว์มีอยู่ ๓๑ ที่ หรือ ๓๑ แห่ง เช่นในสุริยจักรวาลนี้มีมนุษย์เกิดอยุ่ ๔ แห่ง ในดาวพระเคราะห์ ๔ ดวง ก็เรียกว่าภูมิอันเป็นที่เกิดของมนุษย์ภูมิเดียวเท่านั้น และสัตว์เดรัจฉานก็เหมือนกัน จะมีเกิดอยุ่มากมายภายในอนันตจักรวาล เรียกว่าภูมิของสัตว์เดรัจฉานภูมิเดียวเท่านั้น

คือหมายความว่ามนุษย์หรือสัตว์อื่นจะเกิดอยู่ที่ใด อยู่ในดาวพระเคราะห์ดวงไหน จะมีสักกี่มากน้อยก็ตาม ก็เรียกว่ามนุษย์ภูมิ หรือภูมิของสัตว์นั้นๆ คือภูมิอันเป็นที่เกิดของมนุษย์หรือสัตว์ดังกล่าวภูมิเดียวเท่านั้น

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ธัญธร...นำมาฝาก [27 ม.ค. 2552 , 17:36:19 น.] ( IP = 118.173.33.219 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะพี่ธัญธร
มาอ่านถึงตรงนี้แล้ว
ทำให้เห็นคุณค่าของการศึกษาพระอภิธรรม
ที่ทำให้เข้าใจชีวิตในภพภูมิต่างๆ
โดยเฉพาะสภาพของรูปชีวิตที่แตกต่างกัน
ทั้งหยาบ ปราณีต ไม่เหมือนกัน

การพิสูจน์เพื่อให้ประจักษ์กับความจริง
คงต้องอาศัยทังปริยัติ และเข้าไปค้นคว้าหาความจริงด้วยตนเอง
หากถึงวันนั้นเราคงขยาดความน่ากลัวของชีวิตที่เวียนว่ายตายเกิด
เป็นอย่างมากๆเลย

โดย น้องอุ๊ [28 ม.ค. 2552 , 19:14:33 น.] ( IP = 125.24.69.113 : : )


  สลักธรรม 9



ติดตามมาอ่านอย่างต่อเนื่องค่ะ ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2552 , 13:01:54 น.] ( IP = 125.27.170.87 : : )


  สลักธรรม 10


มาตามอ่านต่อค่ะ เหมือนย้อนรอยหาความจริงค่ะ

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [19 ก.พ. 2552 , 09:55:18 น.] ( IP = 124.121.173.120 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org