มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นครนอกพิภพ (๓)






นครนอกพิภพ
โดย
ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

การกำหนดภูมินั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแยกกำหนดตามลักษณะอุปนิสัยใจคอ จิตใจ ความเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งหลายเป็นเกณฑ์ เรียกว่าภูมิหนึ่ง เช่น มนุษย์จะอยู่ในดาวพระเคราะห์ดวงไหนก็ตาม ถ้ามีรูปร่างหน้าตา อุปนิสัยใจคอ จิตใจ และความเป็นอยู่ใกล้เคียงกันแล้ว ก็เรียกว่ามนุษย์ เช่นในโลกของเรานี้มีชาติฝรั่ง ชาติแขก ตลอดจนคนป่าในกาฬทวีป หรือคนแคระ เราก็เรียกว่ามนุษย์

หรือเช่นสัตว์เดรัจฉานก็เหมือนกัน ไม่ว่าสัตว์นั้นจะเป็นสัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า มากกว่า หรือไม่มีเท้า จะเป็นสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์ที่บินได้ รูปร่างหน้าตาความเป็นอยู่จะแตกต่างกันสักเพียงใด แต่สัตว์ทั้งหลายก็โง่เขลา รู้จักกิน รู้จักนอน รู้จักเสพเมถุนเท่านั้น และไม่ว่าจะเกิดอยู่ในดาวพระเคราะห์ดวงนี้หรือดวงไหนก็ตาม ก็เรียกว่า ภูมิของสัตว์เดรัจฉานทั้งนั้น เพราะจิตใจอยู่ในประเภทเดียวกัน

ที่เราใช้สายตาเห็นอยู่ในโลกของเรานี้มีอยู่ ๒ ภูมิ คือมนุษย์ภูมิหนึ่ง และสัตว์เดรัจฉานอีกภูมิหนึ่ง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [28 ม.ค. 2552 , 14:50:31 น.] ( IP = 118.173.34.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถ้าดาวพระเคราะห์มีจำนวนตั้ง ๕ ล้านดวง ผู้ใดเข้าใจว่า ดาวพระเคราะห์ที่เราอาศัยอยู่นี้ดวงเดียวเท่านั้นมีมนุษย์ และสัตว์ ดาวพระเคราะห์ดวงอื่นๆที่เหลือนอกนั้นหามีไม่ เช่นนี้แล้วก็เป็นความเข้าใจที่อยู่ในขอบเขตจำกัดเกินไป

และถ้าผู้ใดคิดว่าดาวพระเคราะห์ดวงอื่นๆก็มีมนุษย์และสัตว์อยู่เหมือนกัน และมีรูปร่างหน้าตา ความเป็นอยู่ ความทุกข์ ความสุข อุปนิสัยใจคอเหมือนกับมนุษย์และสัตว์ในโลกนี้ทั้งสิ้น ก็เป็นความเข้าใจที่คับแคบมากเกินไปอีก เพราะในโลกของเรานี้เองก็ได้เห็นสัตว์มีความแตกต่างกันมากเพียงไร ยิ่งคนละซีกโลก ก็จะเห็นว่าผิดกันเป็นฟ้าและดินทีเดียว

แน่นอน! ดาวพระเคราะห์ดวงอื่นบางดวง ซึ่งห่างไกลจากโลกของเรานี้เป็นจำนวน ๑๐ จำนวน ๑๐๐ จำนวน ๑๐๐๐ ปีแสง ( ๑ปีแสง ก็คือระยะที่แสงสว่างต้องเดินในเวลา ๑ ปี แสงมีความเร็ว ๑ วินาที = ๑๘๖๐๐๐ไมล์ ฉะนั้น ๑ ปี แสงเดินได้ ๕.๘๘ ล้านล้านไมล์ ) มนุษย์และสัตว์ในโลกอื่นทำไมจึงมีรูปร่าง ลักษณะความเป็นอยู่ ตลอดจนจิตใจ หรือนิสัยใจคอไม่เหมือนกับในโลกของเรา เพราะดินฟ้าอากาศ อุณหภูมิ แร่ธาตุ สิ่งแวดล้อมต่างๆย่อมบังคับให้สัตว์ทั้งหลายแตกต่างกันไปได้ ( นอกจากนั้นยังมีเรื่องของกรรม )

ดังนั้น ก็ไม่เป็นการน่าประหลาดใจอะไรเลย ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่า สัตว์ทั้งหลายปฏิสนธิยังโลกอื่นนั้น บางแห่งก็มีความสมบูรณ์พูนสุขเป็นเลิศ ซึ่งความสุขนั้นจะเปรียบไม่ได้กับในโลกนี้ และบางแห่งก็มีความทุกข์ทรมานแสนสาหัส เปรียบกับความทุกข์ในโลกนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [28 ม.ค. 2552 , 14:56:05 น.] ( IP = 118.173.34.200 : : )


  สลักธรรม 2



ในสุริยจักรวาลนี้ มีภูมิของมนุษย์อีกหลายแห่ง เช่น อุตตระกุรุทวีปซึ่งอยู่ทางทิศเหนือ อประโคยานะทวีปอยู่ทางทิศตะวันตก ปุพพะวิเทหะทวีปอยู่ทางทิศตะวันออก และชมพูทวีปอยู่ทางทิศใต้

ชมพูทวีปนี้ ซึ่งตามสภาวธรรมไม่ได้หมายถึงประเทศอินเดีย แต่หมายถึงโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ คำว่า ทวีป ตามที่นักเรียนเรียนกันที่โรงเรียน และคนทั่วๆไปทราบนั้น หมายถึงการแบ่งโลกออกเป็นทวีป เช่น แบ่งเป็นทวีปอเมริกา ทวีปเอเซีย เป็นต้น แต่ตามหลักธรรมะ คำว่าทวีป หมายถึงโลก และโลกที่เราอาศัยอยู่นี้เรียกว่า ชมพูทวีป

วิทยาการในทางโลกได้เอาคำว่าทวีปไปใช้ แล้วตั้งคำจำกัดความไปอย่างหนึ่ง ดังนั้น คนสมัยใหม่ไปศึกษาธรรมะจึงออกจะอึดอัดใจ เพราะต้องคอยปรับความจำเก่าๆที่เคยศึกษามาเสียใหม่อยู่เสมอ

ดาวพระเคราะห์ทั้ง ๔ ดวง ซึ่งเป็นที่เกิดของมนุษย์ภูมินั้น มนุษย์เหล่านั้นมีรูปร่าง หน้าตา ความเป็นอยู่ ความเป็นไป และจิตใจแตกต่างกัน เช่น ชาวอุตตระกุรุทวีปมีใบหน้าเกือบจะเหมือนสี่เหลี่ยม ชาวอประโคยานะทวีปมีดวงหน้าค่อนข้างกลม ชาวปุพพะวิเทหะทวีปมีดวงหน้าเหมือนพระจันทร์ตัด คล้ายๆบาตรพระ และชาวชมพูทวีปคือโลกของเรานี้ ใบหน้าเกือบจะเหมือนกับรูปสามเหลี่ยม

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [28 ม.ค. 2552 , 15:02:49 น.] ( IP = 118.173.34.200 : : )


  สลักธรรม 3



ความประพฤติเป็นไปของชาวอุตตระกุรุทวีปนั้น มีความวิเศษกว่าทวีปอื่นๆ ทุกคนที่อยู่ในทวีปนี้ไม่ต้องลำบากยากเย็นอะไร ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือเครื่องอุปโภคบริโภคทุกอย่าง ไม่มีความตระหนี่หวงแหนที่อยู่อาศัยและเครื่องอุปโภคบริโภค แต่ละคนมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และสวยงาม ไม่มีสัตว์ร้ายมารบกวน อากาศก็ไม่ร้อนไม่หนาว อุณหภูมิสม่ำเสมอเป็นส่วนมาก

ไม่มีความเบียดเบียนฉ้อโกงหลอกลวงกัน ไม่มีความอิจฉาพยาบาทมาดร้ายต่อกัน เพราะมีอาหารกินเหลือเฟือ ทั้งมีคุณค่าแก่ร่างกายและโอชารส มีที่อยู่อาศัยกว้างใหญ่ไพศาล มีโรคาพยาธิเบียดเบียนน้อย ไม่มีคนเป็นโรคผิวหนัง โรคเรื้อน และโรคติดต่อต่างๆ ไม่มีความลับคับอก ไม่มีความทุกข์ทับถม จนถึงต้องใช้ปืน หรือยาพิษฆาตกรรมตัวเอง

หญิงชาวอุตตระกุรุทวีปนี้ รูปร่างสวยงามหมด และสวยงามคล้ายๆกันไปหมด ไม่สูง ไม่ต่ำ ไม่ดำ ไม่ขาว มีวงพักตร์แจ่มราวกับจันทร์วันเพ็ญ มีถันอันมิได้ย้อยยาน มีผิวอันอ่อนละมุน และมีวาจาไพเราะอ่อนหวาน แต่ทั้งหญิงชายในทวีปนี้มีความกำหนัดด้วยราคะอยู่คราวละไม่นานในปีหนึ่ง ดังนั้นแม้ไม่ได้ชะลอการเกิด ประชากรก็มิได้มากขึ้นเท่าใด

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [28 ม.ค. 2552 , 15:07:08 น.] ( IP = 118.173.34.200 : : )


  สลักธรรม 4



หญิงก็ไม่มีความลำบากในการมีครรภ์และคลอดบุตร ชาวอุตตระกุรุทวีปนี้มีอายุยืนมาก เมื่อเทียบกับทวีปอื่นอีก ๓ ทวีปแล้วก็ห่างไกล เพราะอายุขัยนับตามปีของโลกเรานี้ก็มีอายุจาก ๗๐๐ ถึง ๑๐๐๐ ปี ซึ่งโลกของมนุษย์เราในขณะนี้มีอายุขัยประมาณ ๗๕ ปีเท่านั้นเอง ตามที่กล่าวมานี้มาในสารัตถทีปนีฎีกา

เพราะเหตุที่ชาวอุตตระกุรุทวีปมีความสมบูรณ์พูนสุขโดยทั่วกัน มีอายุยืนนานมากนี่เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงอุบัติขึ้นในทวีปนี้ไม่ได้ เพราะบุคคลมีความสุขกันเสียแล้ว ไม่คิดหาทางให้พ้นทุกข์ และอายุก็ยืนนาน จึงตั้งอยู่ในความประมาท ไม่ศึกษาปฏิบัติธรรม เพราะเห็นว่ายังอีกนานกว่าจะตาย

ไม่เหมือนกับชาวชมพูทวีป คือโลกของเรานี้ เมื่อถึงคราวสบายก็สบายขนาดหนัก เมื่อถึงคราวทุกข์ก็ทุกข์เสียจนแทบจะล้มตาย เมื่อมีความรื่นเริงก็รื่นเริงกันอย่างสุดเหวี่ยง เมื่อมีความหงอยเหงาเศร้าใจก็เศร้าใจกันอย่างลึกซึ้ง เมื่อถึงคราวอดอยากก็อดอยากจนสุดแสนจะทนทาน และเมื่อถึงคราวโกรธแค้นก็ฆ่าฟันกันได้ง่ายๆ

นอกจากสัตว์ที่อุบัติขึ้นในดาวพระเคราะห์ดวงอื่นๆในสุริยจักรวาล ( บางจักรวาลไม่มีมนุษย์และสัตว์เลย ) ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า สุริยจักรวาลมีอยู่มากมายจนเหลือที่จะคณานับ สัตว์ทั้งหลายที่ปฏิสนธิอยู่ในจักรวาลดังกล่าวนั้นเล่า ก็สุดแสนที่จะคาดคะเนได้ถูกต้อง

เรื่องนี้ขอท่านที่ได้ศึกษาวิชาดาราศาสตร์ ลองพิจารณาดูว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เมื่อ ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว ยังมีความมั่นคงอยู่เพียงใด การค้นคว้าวิชาดาราศาสตร์ในยุคปรมาณูนี้ ได้สนับสนุนคำสอนของพระพุทธองค์ให้เห็นจริงยิ่งขึ้นหรือหาไม่

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [28 ม.ค. 2552 , 15:13:52 น.] ( IP = 118.173.34.200 : : )


  สลักธรรม 5



การกล่าวถึงนครนอกพิภพที่อยู่ในจักรวาลที่ห่างไกลออกไปมากๆนั้น ธรรมชาติของนครนั้น ตลอดจนสัตว์ที่ปฏิสนธิอยู่ ย่อมจะมีรูปพรรณสัณฐานผิดไปจากสัตว์ที่อยู่ในพิภพนี้เป็นอย่างมาก รูปร่างอาจจะสวยสดงดงามที่สุดจนวาดเป็นมโนภาพขึ้นไม่ได้ หรือจะเลวทรามต่ำช้าน่าเกลียดน่ากลัวที่สุด จนคิดนึกเอาเองก็ไม่อาจสร้างภาพความคิดนั้นให้ใกล้เคียงเข้าไป

ในความสุขต่างๆเล่า ก็อาจจะมีเหลือหลายเสียจนพระมหาจักรพรรดิต้องได้อาย แต่เมื่อกล่าวถึงความทุกข์แล้ว ก็ทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส จนไม่อาจเปรียบเทียบได้กับความทุกข์ใดๆที่เราได้ประสบ แม้เรือนจำมหันตโทษก็ต้องได้อาย ความเป็นอยู่ ความเป็นไปของสัตว์ทั้งหลายในพิภพเหล่านี้ ต้องแตกต่างกันเป็นฟ้าและดิน และแปลกประหลาดมหัศจรรย์ จนเราถึงแก่ตกตะลึงตาค้างทีเดียวเมื่อได้เห็น

การกล่าวถึงนครอันไกลแสนไกลสุดหล้าฟ้าเขียว นครแห่งความเร่าร้อน ทุกข์ทรมาน อันได้นามว่านรก และนครอันแสนจะบรมสุขที่เรียกว่าสวรรค์นั้น ถ้าได้มีความรู้ในวิชาดาราศาสตร์เข้ามาประกอบบ้างเล็กน้อยแล้ว ก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และจะได้ทำลายความเข้าใจที่ว่า เหลือที่จะเชื่อได้นั้นให้ลดน้อยลงไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดี การศึกษาเรื่องจิต เจตสิก รูป ในพระอภิธรรมให้เข้าใจละเอียดแล้ว ก็จะเห็นว่าเรื่องนรก สวรรค์ มิใช่เป็นมหาอาณาจักรแห่งความเพ้อฝันเลย

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ธัญธร...นำมาฝาก [28 ม.ค. 2552 , 15:19:59 น.] ( IP = 118.173.34.200 : : )


  สลักธรรม 6

มาอ่านบทความของท่านพระอาจารย์บุญมีแล้ว
ทำให้ได้ความกระจ่างอีกมากมาย
หลายอย่างที่เรายังไม่เคยเห็น แต่มีอยู่
เราก็ควรจะตรึก และทำความรู้ให้กระจ่างยิ่งขึ้น

ว่าไปแล้วมนุษย์ในทวีปต่างๆ ก็เป็นไปตามเหตุและปัจจัย ปัจจุบันยิ่งเห็นชมพูทวีปเรายิ่งน่ากลัวยิ่งขึ้น
มนุษย์กับความเสื่อมทางจิตใจก็เพิ่มมากขึ้น
ไม่น่าอยู่เลย....

ขอบพระคุณค่ะพี่ธัญธร อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ [28 ม.ค. 2552 , 19:24:28 น.] ( IP = 125.24.69.113 : : )


  สลักธรรม 7



ติดตามมาอ่านอย่างต่อเนื่องค่ะ ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2552 , 13:04:22 น.] ( IP = 125.27.170.87 : : )


  สลักธรรม 8


มาตามอ่านต่อค่ะ ย้อนรอยหาความจริงได้แล้วว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงค้นพบมานานแล้วว่ามีมนุษย์ในที่อื่นๆ นอกจากโลกเรานี้ อิอิ

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [19 ก.พ. 2552 , 10:00:40 น.] ( IP = 124.121.173.120 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org