มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นครนอกพิภพ (๔)






นครนอกพิภพ
โดย
ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ในเวลากลางคืนที่เป็นข้างแรมเดือนมืด ในคืนที่มีอากาศปลอดโปร่งแจ่มใส ปราศจากเมฆหมอกมาปิดบัง และในคืนที่ท่านว่างจากธุรกิจทั้งปวง อารมณ์ก็แจ่มใสเบิกบาน ในคืนเช่นนั้น ขอให้ท่านมานอนแหงนดูท้องฟ้าสักพักหนึ่ง ท่านจะเห็นห้วงเวหาอันกว้างใหญ่ไพศาล มองดูสุดสายตาเหมือนม่านกำมะหยี่สีดำสนิทเป็นรูปทรงกลมอยู่โดยรอบ

มองดูไปทางไหนก็จะเห็นเสมือนดวงตาเล็กๆกระพริบอยู่ทั่วไป หรือเหมือนกับโคมไฟเล็กบ้างใหญ่บ้าง สีนวลสุกปลั่ง ไปประดับประดาไว้บนม่านสีดำนั้นอยู่ดาษดื่น มองดูแล้วก็สวยงาม เรามักวาดภาพขึ้นในใจให้คล้ายกับรูปสิงโตบ้าง หมีบ้าง กลุ่มลูกไก่บ้าง คนบ้าง คันไถบ้าง

ความจริงก็คือห้วงเวหาอันได้แก่ที่ว่างเปล่า หรือที่เรียกว่าพาหิรากาศ ( Space ) ซึ่งมีดวงดาวอยู่หลายชนิดเคว้งคว้างอยู่กลางเวหา มีระยะจากดวงหนึ่งถึงอีกดวงหนึ่งห่างกันมาก แต่เมื่อมันอยู่ไกลจากสายตาของเราเหลือเกินเช่นนี้ จึงทำให้เราเห็นเสมือนว่า ดวงดาวทั้งหลายนั้นแขวนติดกันอยู่บนม่านกำมะหยี่สีดำ ที่ครอบคลุมเราอยู่ในระดับเดียวกันทุกๆดวง

ซึ่งแท้จริงแล้ว ดาวดวงเล็กๆที่เราเห็นอยู่ใกล้กับดาวดวงใหญ่ อาจห่างไกลกันจนต้องคิดคำนวณเป็นปีแสง และถ้าใช้เครื่องบินไอพ่นบินข้ามไปโดยไม่หยุดแล้ว ใช้เวลาเป็นแรมปีบางทีก็ยังไม่ถึง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:02:48 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ดวงดาวทั้งหลายที่เรามองเห็น ดูเหมือนว่ามันจะลอยอยู่นิ่งๆไม่เคลื่อนไหว รูปหมีก็ยังคงเป็นหมีอยู่ทุกคืน กลุ่มลูกไก่ก็ยังเป็นกลุ่มลูกไก่อยู่เหมือนเดิม ความจริงมิได้เป็นไปอย่างที่ตาของเราเห็น ตาของเราจะเห็นอะไรได้นั้นอยู่ภายในขอบเขตจำกัด เราจึงได้เห็นผิดไป

ดาวทุกๆดวงเคลื่อนที่อยู่ในความเร็วสูงมาก ใน ๑ ปีดาวจะเคลื่อนที่เป็นสิบๆล้านไมล์ แต่เพราะเหตุที่กลุ่มดาวทั้งหลายเคลื่อนที่ไปด้วยกัน ต่างก็รักษาระยะซึ่งกันและกันอยู่เสมอ รูปที่เราเห็นจึงยังแสดงรูปนั้นได้อยู่ตลอดเวลา

ถ้าเราจะพยายามนับดวงดาวในท้องฟ้าด้วยตาเปล่า เราอาจนับได้เป็นจำนวนพันๆดวงจนถึงหมื่นดวง แต่ถ้าเราใช้กล้องโทรทัศน์ที่เขาใช้สำหรับดูดาว แล้วก็นับเพิ่มขึ้นอีกเป็นอันมาก อาจถึง ๑ ล้านดวง ขณะนี้หอดูดาว ณ ภูเขาวิลสัน ( Mount Wilson ) ซึ่งอยู่เมืองแคลิฟอเนีย ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกล้องดูดาวมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง ๑๐๐ นิ้ว เขานับดวงดาวในท้องฟ้าเพิ่มอีกเป็นอันมาก คือประมาณถึง ๑,๕๐๐ ล้านดวง

ในเวลานี้ กล้องดูดาวขนาดยักษ์ที่สร้างใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ ณ หอดูดาวเขาปาโลมาร์ ( Mount Palomar ) มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง ๒๐๐ นิ้ว กล้องอันนี้คงจะทำงานของมันได้จนทำให้มนุษย์พากันพิศวงสงสัย เพราะคงจะเห็นดวงดาวในท้องฟ้าเพิ่มขึ้นอีกมิใช่เล็กน้อย

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:07:04 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : )


  สลักธรรม 2



ตามที่นักดาราศาสตร์มองเห็นดาวทั้งหลายด้วยกล้องยังมีมากมายขนาดนี้ พาหิรากาศ คือเวหาที่ว่างเปล่า พ้นอำนาจของกล้องส่องดูได้ จะมีดวงดาวเพิ่มขึ้นอีกสักเพียงไหน ซึ่งไม่มีกำลังปัญญาของสามัญมนุษย์คนใดคาดคะเนได้เลย

เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเดือนมืด มีอากาศแจ่มใส เราจะเห็นเป็นหมอกหรือเป็นควันไฟเป็นทางขาวๆยาวเหยียด จากฟากฟ้าด้านหนึ่งไปสู่ฟากฟ้าอีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางความมืดของยามราตรี ทางขาวๆยาวเหยียดคล้ายๆกับควันไฟนั้น เราเรียกว่า ทางช้างเผือก ( Milky Way )

ทางช้างเผือกที่ผ่าน ไม่ใช่เมฆ หมอก ควันไฟ หรือกลุ่มของก๊าซอะไรเลย หากแต่เราเห็นเป็นหมอกควันไปเอง ความจริงเต็มไปด้วยดวงดาวน้อยใหญ่อย่างหนาแน่นต่างหาก เราเห็นมันติดกันเป็นพืดไปหมด จากทิศหนึ่งไปสู่อีกทิศหนึ่งเช่นนั้น ก็เพราะมันเป็นหนทางอันไกลจากสายตาของเรา และที่มองดูติดกันเป็นพืดไปหมด ก็เพราะมันมากมายเหลือเกินนั่นเอง

นักดาราศาสตร์เรืองนามของอังกฤษชื่อ เซอร์ เจมส์จีนส์ ( Sir James Jeans ) ได้แสดงไว้ว่า ดวงดาวทั้งหลายภายในทางช้างเผือกนั้น มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก และดาวบริวารทั้งหลายเป็นกลุ่มๆ กลุ่มเหล่านี้มีดาวอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านดวง กลุ่มทางช้างเผือกหรือกาแลกซี่ (Calaxy ) มีประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านดวง เซอร์ เจมส์จีนส์ คำนวณไว้ได้ถึง ๒ + เลขศูนย์ ๒๔ ศูนย์

ที่ว่านี้เป็นดาวที่มีแสงสว่างในทางช้างเผือกเท่านั้น ดาวที่หมดแสงสว่าง คือดับแล้ว ยังมีมากกว่าดาวที่มีแสงอีกไม่น้อยกว่า ๑๐ เท่า

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:12:18 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : )


  สลักธรรม 3



ในบรรดาดวงดาวที่เรามองดูในท้องฟ้า แล้วเราเห็นว่าเป็นดวงดาวนั้น แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งใหญ่โตมากมีแสงสว่างในตัวเอง ที่เราเห็นสุกปลั่งอยู่เสมอ มีความร้อนสูงมาก นั่นคือดาวฤกษ์ อันได้แก่ดวงอาทิตย์นั่นเอง แต่เป็นดวงอาทิตย์ที่อยู่ห่างไกลมาก เราจึงเห็นเป็นดวงดาวไป จนแลดูเล็กนิดเดียว มีแสงกระพริบอยู่เสมอ

นอกจากดวงอาทิตย์ที่เราเห็นขึ้นอยู่ทางทิศตะวันออกทุกๆวันแล้ว ยังมีดวงอาทิตย์อยู่ใกล้โลกที่สุดยิ่งกว่าดาวอื่นๆอีกดวงหนึ่ง ที่เรามองเห็นเป็นดวงดาวนั้นก็คือดาวชื่อ ปร๊อกซิมาเซนเตอรี่ ( Proxima Centuri ) อยู่ห่างจากโลกของเราไปเป็นระยะทาง ๔.๑ ปีแสง ( แสงสว่างเดินเร็ววินาทีละ ๑๘๖,๐๐๐ ไมล์ ) คือ ๒๓.๕๒ ล้านๆไมล์ ( ดวงอาทิตย์ที่ขึ้นอยู่ประจำที่โลกของเรา ห่างจากโลก ๙๓ ล้านไมล์ แสงจะเดินทางมาถึงโลกเราได้ในเวลาประมาณ ๘ นาที )

ความจริง ดาวฤกษ์คือดวงอาทิตย์นั่นเอง ที่ใหญ่โตกว่าดวงอาทิตย์ที่ขึ้นประจำโลกเรานี้มีอีกมากมายยิ่งนัก บางดวงใหญ่กว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า และมีแสงสว่างมากกว่าถึง ๑๐,๐๐๐ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ เท่า ก็มีไม่น้อย

นอกจากดาวฤกษ์อันได้แก่ดวงอาทิตย์แล้ว ยังมีดาวที่เราเห็นเป็นส่วนมากในท้องฟ้าอีกชนิดหนึ่ง แสงสุกปลั่งอยู่เสมอ ไม่กระพริบหรือวอบแวบเหมือนดาวฤกษ์ ด้วยเหตุว่าไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ต้องอาศัยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่สะท้อนมาอีกทอดหนึ่ง

ดาวเหล่านี้เย็นลงแล้ว บางดวงก็มีพืช สัตว์ หรือมนุษย์เกิดอยู่ด้วย ดาวเหล่านี้โคจรวนเวียนไปมาระหว่างดาวฤกษ์หรือดวงอาทิตย์ เราเรียกชื่อมันว่าดาวพระเคราะห์ ( Planter ) เป็นบริวารของดวงอาทิตย์เหมือนกับโลกของเรานั่นเอง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:16:17 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : )


  สลักธรรม 4



ดาวพระเคราะห์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์ที่ประจำโลกเรา บางดวงก็แปลกประหลาดกว่าโลกของเรามาก เช่นดาวพฤหัสบดี ( Jupiter ) เป็นต้น ซึ่งอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ถึง ๔๘๓,๒๐๐,๐๐๐ ไมล์ ซึ่งโลกของเราห่าง ๙๓ ล้านไมล์เท่านั้น ส่วนโตก็โตกว่าโลกของเราถึง ๓๑ เท่า ปริมาตรมากกว่าโลกประมาณ ๑,๐๐๐ เท่า หมุนรอบดวงอาทิตย์ ใช้เวลา ๑๑.๘๖ ปี ซึ่งโลกของเราหมุนรอบดวงอาทิตย์ ๑ ปี ความโน้มถ่วงที่ผิวประมาณ ๒.๖๔ เท่าของโลก เหตุนี้สิ่งของที่มีน้ำหนัก ๑๐๐ กิโลกรัมบนโลกของเรา จะหนักถึง ๒๖๔ กิโลกรัมในดาวพฤหัสบดี มีพระจันทร์เป็นบริวารอยู่ถึง ๑๑ ดวงด้วยกัน

ดาวพระอังคาร ( Mars ) อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ ๑๕๑,๕๐๐๐๐๐ ไมล์ บางคราวจะอยู่ห่างจากโลกประมาณ ๒๓๔,๔๐๐,๐๐๐ ไมล์ ดาวดวงนี้บางทีเดินเฉียดมาใกล้โลก จะอยู่ห่างจากโลกพียง ๑๓,๐๐๐,๐๐๐ ไมล์ ในดวงดาวนี้เองที่นักดาราศาสตร์หลายท่านเข้าใจว่ามีพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีต้นไม้ มีสัตว์ และในดาวอังคารมีฤดูต่างๆคล้ายในโลกของเรามาก ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ราว ๔๐ % ของที่โลกเราได้รับ ในตอนเที่ยงดาวดวงนี้อุณหภูมิจะขึ้น ๘๖ องศาฟาเรนไฮ มีหมอกและหิมะที่ขั้วโลกทั้งสอง

แต่ในดาวอังคารมีออกซิเจนอยู่ประมาณ ๑๕ % ของที่มีในโลกของเรา เมื่อมีอ๊อกซิเจนน้อยเช่นนี้ มนุษย์จะมีรูปร่างเหมือนอย่างมนุษย์ในโลกนี้ไม่ได้เสียแล้ว ช่องอก ช่องท้อง และปอด ก็จะต้องใหญ่กว่าเรามาก มิฉะนั้นจะไม่พอฟอกโลหิต ดาวอังคารมีพระจันทร์เป็นบริวารอยู่ ๒ ดวง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:20:33 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : )


  สลักธรรม 5



ดาวพระเคราะห์ที่เย็นลงแล้ว และมีทุกสิ่งทุกอย่างเหมาะสมที่ชีวิตอุบัติขึ้น ก็จะต้องมีเป็นแน่นอน ในจำนวนดาวพระเคราะห์ที่มีพืช สัตว์ และมนุษย์นั้น มีมากจนเกินกว่าที่ใครๆจะคาดคะเนได้ ท่านผู้ทรงความรู้ และท่านที่ศึกษาวิชาดาราศาสตร์มาโดยตรง ไม่มีแม้แต่สักคนหนึ่งที่กล้ากล่าวว่าไม่มีพืช สัตว์ มนุษย์ อุบัติขึ้นในพิภพอื่นเลย นอกจากโลกเรานี้เท่านั้น และความเข้าใจเช่นนั้น ก็ไม่เกินความจริงไปมิใช่หรือ ?

โลกของเรานี้ เป็นดาวพระเคราะห์ดวงหนึ่ง มีสัตว์ปฏิสนธิอยู่เป็นอันมาก สัตว์ทั้งหลายก็มีความแตกต่างกันมิใช่เล็กน้อย ทั้งนี้เป็นเพราะพันธุ์ และการเกิดอยู่ไกลกัน เช่น คนละโซน ดินฟ้าอากาศ ลม ฝน แร่ธาตุ ถิ่นที่ตั้งอยู่อาศัย พันธุ์ และการวิวัฒนาการของสัตว์สืบพันธุ์ต่อกันมาเป็นเวลานานๆนับล้านๆปี ธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมย่อมจัดแจงกำหนด เลือกคัด ให้สัตว์วิวัฒนาการไปอย่างช้าๆ แล้วก็ผิดกันมากยิ่งขึ้น ( เรื่องของกรรมที่มีอำนาจกำหนดก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง )

ในบางแห่งไม่น่าที่จะมีชีวิตอยู่เลย ก็มีขึ้นมาได้ เพราะสัตว์นั้นๆทำตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมจนสำเร็จ ผมจะขอยกเอาสัตว์บางชนิดที่มีรูปร่างและความเป็นอยู่แปลกประหลาดอันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย แต่ก็เป็นไปได้ มาเล่าประกอบให้ท่านได้เห็นจริงสักเล็กน้อย

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:24:22 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : )


  สลักธรรม 6



ในมหาสมุทรแถบขั้วโลกใต้ มีนกชนิดหนึ่ง มีชื่อว่าเพนกวิน เป็นนกที่รูปร่างเหมือนนกธรรมดาตัวเล็กๆ แต่มันเดินได้คล้ายคน มันสามารถกินน้ำทะเลได้เป็นประจำไม่มีอันตรายอย่างไร ซ้ำเติบโตแข็งแรงดีเป็นปกติ เวลานี้นักวิทยาศาสตร์ นักสรีรศาสตร์ ยังไม่ทราบว่าทำไมมันจึงกินน้ำทะเลได้ ร่างกายก็สมบูรณ์ดี ยังไม่มีใครให้เหตุผลได้เลย เมื่อมันออกลูกแล้ว พ่อแม่ก็ทิ้งไม่เอาใจใส่ เพราะพาไปหาอาหารกินด้วยไม่ได้ ตกเป็นหน้าที่ของนกเพนกวินแก่ๆเป็นพี่เลี้ยงต่อไปจนกว่าจะโตเลี้ยงตัวเองได้

แมลงชนิดหนึ่งเรียกว่า แมงช้าง แต่ฝรั่งเรียกมันว่า Ant Lion แมลงชนิดนี้ใช้วิธีฉลาด ขุดหลุมไว้ตามพื้นทรายจนเป็นรูปกรวย โดยมันจะถอยหลังฝังตัวลงไปใต้ทรายลึกลงไป แล้วใช้ศีรษะสลัดให้ทรายกระเด็นออกไป มันจะพยายามทำเช่นนี้จนเป็นหลุมรูปกรวยเล็กๆ แล้วมันก็จะฝังตัวนิ่งอยู่

เมื่อมดหรือแมลงเล็กๆตกลงไปในหลุมที่มันขุดดักไว้ ขากรรไกรของแมงช้างที่ใหญ่และแข็งแรง ก็จะหนีบมดในฉับพลันแล้วดึงให้ลึกลงไปใต้ทราย แล้วจะถูกทรายกลบ แมงช้างจะใช้ปากของมันดูดโลหิตแมลงเหล่านั้นกินเป็นอาหาร ข้อที่น่าประหลาดก็คือ แมงช้างไม่มีทวารหนักสำหรับถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย

มีสัตว์ชนิดหนึ่งตัวเล็กๆ อยู่ในจำพวกแมลงมุม มีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องกินอาหารนับเป็นปีๆ ใครๆเรียกชื่อมันว่า หมีน้ำ แต่ชื่อจริงของมันคือ ตารดิกราดา ( Tardigrada ) สัตว์ชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่ในที่ชื้นๆ ถ้าบังเอิญดินฟ้าอากาศในที่นั้นแห้ง ตัวของมันก็จะแห้งตามไปด้วย ตัวจะเหี่ยวลงเหมือนกับต้นพืช การเคลื่อนไหวไม่มีเลย คล้ายๆกับไม่มีชีวิต เป็นอยู่เช่นนี้ได้เป็นปีๆไม่เห็นตาย

แต่ถ้าหากมีน้ำชุ่มชื่นขึ้นแล้วภายในไม่กี่นาที ตัวของมันก็จะหายไปจากการเหี่ยวแห้ง แข้งขาก็จะขยับเขยื้อนออกจากที่ ต่อมาประมาณ ๑ ชั่วโมง มันก็จะคลานออกไปหากินได้อย่างว่องไว

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:30:59 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : )


  สลักธรรม 7



ในมหาสมุทรอาร์คติกบางส่วน เมื่อฤดูหนาวมาถึง น้ำก็จะแข็งอยู่ประมาณ ๓-๔ เดือน เจ้าพวกปลาทั้งหลายกลัวจะติดอยู่ในน้ำแข็ง ก็จะพากันออกไปหาที่อยู่ในที่ๆมีน้ำไม่แข็งต่อไป แต่เป็นการน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ปลาบางชนิดเมื่อถึงฤดูหนาว มันไม่ยักหนีตามเจ้าปลาที่แสนขี้ขลาดเหล่านั้นไป มันจะอยู่ในน้ำแข็งอันเยือกเย็นจับขั้วหัวใจนั้นจนตัวแข็งทื่อเป็นปลาแช่น้ำแข็ง

มันจะอยู่เช่นนั้นโดยไม่ต้องกินอาหารอะไรเลย ตลอดเวลา ๓-๔ เดือนที่น้ำยังคงแข็งอยู่ แต่เมื่อถึงฤดูอบอุ่น น้ำแข็งก็จะละลายตัวออก เจ้าพวกปลาแช่น้ำแข็งเหล่านี้ก็จะพากันแหวกว่ายหากินต่อไป เหมือนว่ามันนอนหลับไปตื่นหนึ่ง

ปลาไหลไฟฟ้า ก็เป็นปลาไหลเราดีๆนี่เอง แต่ในตัวมีคุณภาพเป็นพิเศษเหมือนเป็นโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าได้ มันสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาแรงมาก จนถึงขนาดที่จะทำให้ม้าตัวโตๆล้มลงได้ ปลาไหลไฟฟ้าตัวยาวขนาด ๓ ฟุต มีกำลัง ๑,๐๐๐ วัตต์ และมีแรงเคลื่อน ๕๐๐ โวลต์ เมื่อมีศัตรูเข้ามาใกล้มัน มันก็จะปล่อยไฟฟ้าออกไปได้เหมือนกับของวิเศษในเรื่องพงศาวดารจีน ทำให้ศัตรูต้องยับยั้งและงงงันไป เคยมีผู้จับเอามาไว้ในอ่าง แล้วลองต่อสายไฟฟ้าไปจุดยังหลอดเล็กๆให้สว่างได้

นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีสัตว์ที่เกิดขึ้นมาในที่ๆไม่น่าจะอยู่ได้เลย อีกนับเป็นร้อยๆชนิด เช่นตัวหนอนต่างๆที่อาศัยกินและหลับนอนในอุจจาระปัสสาวะ ใช้สถานที่นี้เป็นที่เกิด เป็นที่กินที่อยู่อาศัย มีอาหารกินบริบูรณ์จนกระทั่งเติบโต ไม่มีปัญหาเศรษฐกิจที่จะต้องแก้ไข ถ้ามีใครมาขอแลกที่อยู่กับมัน มันคงไม่ยอม

ตัวหนอนบางชนิดบางทีอาศัยอยู่ในความเค็ม คือปะปนอยู่ในเกลือ หรือน้ำเค็มที่เค็มจัดที่สุดที่ใช้ดองสัตว์ได้อย่างสบาย

สัตว์บางชนิดอาศัยและทำมาหากินอยู่ในสิ่งที่เผ็ดๆ เช่นแมลงที่อยู่ในพริก ซึ่งพริกนี้ถ้าเราเอามือไปถูกมันมากๆแล้ว จะปวดแสบปวดร้อนมืออยู่เป็นเวลานาน จนต้องหายาเย็นๆมาทา

ในใบยาสูบมีธาตุนิโคติน เขาใช้ใบยาสูบแช่น้ำ แล้วเอาน้ำใบยาสูบซึ่งเป็นยาพิษเหล่านี้ไปฉีดฆ่าแมลงต่างๆได้ แต่ถึงดังนั้นก็ยังดอดมีนักเลงดี แมลงบางชนิดกลับอาศัยอยู่ในใบยาที่มีพิษเหล่านั้น มิหนำซ้ำกินยาพิษเหล่านั้นเป็นอาหารเสียด้วยเลย มันก็ไม่เห็นตาย กลับเติบโตอ้วนท้วนแข็งแรงยิ่งขึ้นเสียอีกด้วย

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ธัญธร...นำมาฝาก [29 ม.ค. 2552 , 18:41:15 น.] ( IP = 118.173.37.84 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณค่ะ

Thx

โดย น้ำฝน [29 ม.ค. 2552 , 19:20:58 น.] ( IP = 117.47.225.200 : : )


  สลักธรรม 9



ติดตามมาอ่านอย่างต่อเนื่องค่ะ ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2552 , 13:07:04 น.] ( IP = 125.27.170.87 : : )


  สลักธรรม 10


มาติดตามอ่านต่อค่ะ

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [19 ก.พ. 2552 , 10:05:32 น.] ( IP = 124.121.173.120 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org