มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นครนอกพิภพ (๖)






นครนอกพิภพ
โดย
ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

มีบางท่านบรรยายธรรมะ เพื่อให้สอดคล้องกันกับจิตใจของคนในสมัยใหม่ เพื่อให้เป็นที่เชื่อถือได้โดยไม่ต้องพิจารณา โดยอ้างว่าสวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ นรกจริงๆหามีไม่ แล้วอธิบายว่า เมื่อจิตใจเศร้าหมอง ทุกข์โศก หรือเกิดความเดือดร้อน นั่นคือได้ตกนรก แต่ถ้าจิตใจสดชื่นปราศจากความทุกข์ในขณะนั้น ก็อยู่ในสวรรค์

การบรรยายโดยเอาความคิดเห็นของตน ซึ่งเป็นปุถุชนเข้ามาตั้ง โดยไม่ยอมศึกษาธรรมะในขั้นละเอียดเช่นนี้ เป็นการนำเอาสภาพของความจริงออกมาให้หันเหผิดทิศทางไป นับว่าเป็นภัยแก่พระศาสนามาก เพราะภูมิอันเป็นที่เกิดของสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และสวรรค์นั้น มีอยู่จริงๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องเพียงในใจ หรือวาดเป็นมโนภาพขึ้นเท่านั้น

สำหรับสัตว์นรก เปรต อสุรกาย ผลิตสร้างขึ้นด้วยอำนาจของกรรม และปฏิสนธิแบบโอปปาติกะ คือเป็นตัวตนใหญ่โตขึ้นทันที ไม่ใช่ค่อยๆเติบโตขึ้นเหมือนมนุษย์ และร่างกายของสัตว์เหล่านี้ละเอียดมากเป็นปรมาณู ด้วยเหตุนี้เอง แสงสว่างจึงไม่สามารถสะท้อนเข้ามากระทบที่ตา ฉะนั้น เราจึงเห็นไม่ได้ สำหรับเรื่องนี้ ผู้ศึกษาพระอภิธรรมเข้าใจเรื่องของจิต เจตสิก รูป พอสมควรแล้ว จึงจะคลายความสงสัยลงได้

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [31 ม.ค. 2552 , 18:36:59 น.] ( IP = 118.173.38.153 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



อาจมีบางท่านสงสัยว่า ชื่อของอบายภูมิต่างๆตามที่กล่าวมานั้น ใครเป็นผู้ตั้งขึ้นมา ตั้งขึ้นมาเมื่อครั้งไหน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกชื่อเหล่านี้ตามที่เรียกกันอยู่แล้ว แต่ถ้าพิจารณาดูก็เรียกไปตามสภาพความจริงที่เป็นอยู่ เช่นเรียกตำบลบ้านลุ่ม เพราะตำบลนี้มันลุ่ม เรียกว่ากรุงเก่า ก็เพราะเคยเป็นเมืองเก่า หรือเมื่อเห็นเด็กตัวขาวก็ตั้งชื่อว่านายขาว เห็นคนตัวดำก็ตั้งชื่อว่านายดำ หรือเราตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงในบ้านก็เช่นเดียวกัน เช่นตั้งชื่อสุนัขว่าเจ้าด่างหรือเจ้ามอม ก็เพราะตัวมันด่างและปากมันมอม เป็นต้น

คนโดยมากเห็นว่า เรื่องของนรกเป็นเรื่องพิสดารเหลือเกิน ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เพราะบางเรื่องบางราวเกินกว่าที่เราเห็นอยู่ในโลกนี้มากก็มี สัตว์ที่เกิดในนรกบางพวกต้องตกอยู่ในกองเพลิง ซึ่งเร่าร้อนอยู่ตลอดเวลาที่ต้องรับกรรมนั้นอยู่ ทั้งต้องเกิดต้องตายอยู่เช่นนี้เรื่อยๆ

ถ้าท่านผู้ใดได้ศึกษาสภาวธรรมแล้ว ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสัตว์ที่มาสู่นรกนั้นได้กระทำความชั่วเอาไว้มาก จำเป็นที่จะต้องชดใช้กรรมอันเป็นความชั่วนั้น เพื่อปลดปล่อยอำนาจของกรรมที่ได้ทำเอาไว้ให้ลดลงตามอำนาจของเหตุปัจจัย

เช่น บุคคลหนึ่งมีความคิดเห็นผิดว่า บาป บุญ ไม่มี ผลของบาป บุญ ไม่สามารถที่จะตามมาสนองใครได้ เพราะไม่มีตัวไม่มีตน มองไม่เห็น เมื่อคนเราทำอะไรแล้วก็แล้วกันไป และเมื่อตายลง ก็เป็นการดับสูญสิ้นเชิง ไม่มีการสืบต่อไปเกิดอีกได้ เขามีความเข้าใจเพียงเท่านี้ แล้วไม่ได้กระทำกรรมชั่วหนักๆลงไปก็พอทำเนา

ถ้าได้กระทำกรรมหนักๆ เช่น ฆ่าวัว ฆ่าควาย ฆ่าหมู ฆ่าเป็ด ไก่ ตายอยู่ทุกวันมิได้เว้นว่าง กำลังของอกุศลกรรมที่ได้กระทำไปนั้น ก็จะเก็บสะสมประทับลงไว้ในจิตใจทุกๆวัน เมื่อตายลงก็ย่อมไปเกิดในนรกอย่างแน่นอน

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [31 ม.ค. 2552 , 18:45:14 น.] ( IP = 118.173.38.153 : : )


  สลักธรรม 2



ทุกครั้งที่ฆ่าวัว ฆ่าควาย ฆ่าหมู ฆ่าเป็ด ฆ่าไก่ ผู้ฆ่าก็ย่อมมีเจตนาให้สัตว์นั้นตาย ให้สัตว์นั้นอายุสั้น ให้สัตว์นั้นเจ็บปวดทรมาน ซึ่งจะเป็นเจตนาโดยตรงหรือโดยปริยายก็ตาม ผู้ฆ่าย่อมเต็มไปด้วยโทสะ คือความเร่าร้อนขาดเมตตา กำลังของกรรมที่ทำแล้วนี้ ก็จะเป็นอารมณ์ให้เมื่อใกล้ตาย อารมณ์อื่นจะเกิดได้ยากมากที่สุด ด้วยได้สร้างจิตใจให้โหดร้ายทารุณแก่สัตว์มานาน

ฉะนั้น เมื่อขณะที่จิตจะดับลงในภพนี้ ก็จะเกิดนิมิตขึ้น เห็นอาวุธที่ใช้ฆ่าสัตว์ เห็นเลือดตกยางออก เห็นวัว ควาย หมู และเป็ดไก่กำลังดิ้น บางทีคนไข้จะรู้สึกว่าตัวเองกำลังประสบอยู่ จึงได้ร้องเป็นเสียงวัว เสียงควาย หรือเสียงหมู และเป็ดไก่ บางครั้งเป็นอยู่นานหลายวันกว่าจะตายก็มี

หรืออาจเห็นนายนิรยบาลมีอาวุธอันคมกริบจะเชือดเฉือนที่คอของตน หรือเห็นบาดแผลที่คอของตัวแผลใหญ่ถนัดกำลังเลือดไหลโทรม เจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสน ทั้งๆที่ไม่มีบาดแผลอะไรเลย ขณะนี้คนไข้จะดิ้นรน ก็จะร้องโอดครวญด้วยเสียงอันดังด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด จะร้องให้คนช่วยจนเสียงหลง และจะพยายามถดถอยหนีอย่างสุดกำลัง จะแสดงกิริยาอาการตกใจและหวาดกลัวอย่างน่าสงสาร เพราะนิมิตที่ปรากฏนั้นทำให้รู้สึกว่าเป็นจริงเป็นจัง

คนเรานั้นย่อมกระทำอะไรลงไปตามความปรารถนาของตน เมื่อเราเป็นนายช่าง จิตของเราก็ชอบช่าง กำลังอำนาจของการกระทำก็จะผลักดันให้หันเหไปในทางนั้น คือมั่วสุมอยู่ในหมู่ช่าง เมื่อเราชอบดื่มเหล้าเมามายไม่ได้สติอยู่เสมอๆ จิตเป็นเช่นนั้น กำลังของการกระทำก็จะเป็นไปตามอำนาจของจิต กำลังของการกระทำก็จะผลักดันให้เราเข้าไปคบหาสมาคมกับคนที่มีคอเหล้าพวกเดียวกัน

คนดีมีสติไม่มึนเมา ดื่มเหล้าไม่เป็นเลย จิตของเขาเป็นคนละพวกละหมู่กับคนกินเหล้า ดังนั้นกำลังความดีมีสติของเขา จะไปรวมมั่วสุมอยู่กับคนเมานั้นเป็นการยาก เพราะจิตเป็นคนละประเภทเสียแล้ว

โดยทำนองเดียวกันนี้ จิตของผู้ร้ายใจฉกรรจ์ กำลังกรรมของเขาจะพาให้เขาเข้าไปสู่พวกผู้ร้ายใจฉกรรจ์เช่นเดียวกัน ผู้ร้ายใจฉกรรจ์เช่นว่านี้ไม่สามารถดึงดูดคนดีมีศีลมีสัตย์ให้เข้าหมู่เข้าพวกกับตนได้ เว้นแต่คนดีที่ว่านั้นจะเปลี่ยนจิตใจของตนให้เลวลงตามคนที่จะคบนั้นเสียก่อน

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [31 ม.ค. 2552 , 18:51:46 น.] ( IP = 118.173.38.153 : : )


  สลักธรรม 3



ผมได้กล่าวแล้วว่า อำนาจของอารมณ์ครั้งสุดท้ายของผู้ตาย เป็นกำลังอำนาจอันหนึ่งที่จะผลักส่งให้เกิดการปฏิสนธิขึ้นได้ พร้อมกันนั้น กำลังอำนาจของกรรมจะสร้างรูปขึ้นใหม่ในขณะปฏิสนธิเรียกว่า กรรมชรูป โดยกลุ่มรูป ( ความพิสดารเรื่องตายเกิดอย่างไร โปรดศึกษาจากความมหัศจรรย์ของชีวิต ชีวิตภายหลังความตาย และผีสางเทวดา )

กำลังกรรมของผู้ที่ฆ่าวัว ฆ่าควาย ฆ่าหมู นี้ก็คือ โทสจริต เป็นจำพวกเร่าร้อนทุกข์ทรมาน เป็นจิตที่มีกำลังความปรารถนาความมีอายุสั้น และความเจ็บปวด ตามเจตนารมณ์ของตนที่ได้ทำเอาไว้ในขณะเมื่อยังมีชีวิตอยู่ และได้ถูกเก็บสะสมไว้ในจิต อันเป็นกำลังอำนาจอันหนึ่ง เพราะกรรมเหล่านี้ประกอบไปด้วยอำนาจ

เหตุนี้เอง ความเหมาะสม ความโน้มเอียงของจิตที่จะเข้ากันได้กับกรรมที่เขากระทำรองรับการปฏิสนธินั้น ก็ต้องเป็นที่เร่าร้อนทุกข์ทรมาน ปราศจากความสุข อายุสั้น ต้องตาย ต้องเกิดบ่อยๆ ต้องเจ็บต้องปวด ต้องร้อน ต้องร้องครวญครางเหมือนกับสัตว์ที่เขาเคยฆ่า ทั้งนี้เพื่อปลดปล่อยพลังอำนาจของกรรมที่ตัวได้ทำเอาไว้ในจิตนั้นให้เบาบางลง ดังนั้น บุคคลจำพวกฆ่า จึงมักไปเกิดใน นรก เพราะพระมหานครแห่งนี้มีทุกสิ่งตรงกันกับความปรารถนาของตนเหมือนเมื่อสมัยที่ตนยังมีชีวิตเป็นมนุษย์อยู่

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [31 ม.ค. 2552 , 18:59:32 น.] ( IP = 118.173.38.153 : : )


  สลักธรรม 4



ผมขอแยกประเภทผู้ที่เกิดในอบายภูมิโดยย่อ ดังนี้

๑. บุคคลใดมีจิตใจถูกครอบคลุมไว้ด้วยความโลภ มีความไม่รู้จักพอในการกิน อยู่ ใช้จ่าย ถ้าเป็นโลภที่เกิดจากทุจริตแล้วก็จะยิ่งมีกำลังมาก เช่นแสวงหาทรัพย์มาโดยมิชอบ เช่นขโมย ฉ้อโกง คอรัปชั่น หรือเรี่ยไรเงินทองของคนอื่นมาเพื่อการกุศล แล้วเอาไปใช้จ่ายเสียเอง หรือปลอมเป็นภิกษุสามเณรเที่ยวหาทรัพย์หลอกลวงประชาชน

บุคคลดังกล่าวนี้เมื่อถึงแก่กรรมลง คติที่ไปของเขาก็คือ เกิดเป็นเปรตหรืออสุรกาย ต้องไปอยู่ในพวกที่มีความไม่พอ พวกมีความหิวโหยอิดโรย อดๆอยากๆ รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ต้องกินเศษอาหารที่เขาทิ้ง กินสิ่งโสโครกต่างๆ แม้กระนั้นก็มักไม่ค่อยได้กิน ซึ่งทั้งนี้ก็เป็นไปตามเจตนาซึ่งเป็นกรรมที่ได้ทำเอาไว้

๒. ผู้ที่มากด้วยโทสะ มีจิตใจขุ่นแค้นพยาบาทคิดปองร้ายผู้อื่น ผู้ที่มีอารมณ์ดุร้ายมีโทสะเนืองๆ ชอบฆ่าสัตว์ฆ่ามนุษย์เสมอ มีจิตใจโหดร้ายทารุณ ชอบทรมานสัตว์ให้ได้รับความชอกช้ำเจ็บปวด ปราศจากความเมตตาปรานี หรือมีความเศร้าโศกเสียใจอยู่มิได้เว้นว่าง มีความกังวลห่วงใยขุ่นแค้นคุกรุ่นอยู่เนืองนิตย์ ที่ไปของบุคคลเหล่านี้เมื่อถึงแก่กรรมลง ก็จะต้องไปเกิดอยู่ในมหานครนอกพิภพ คือเมืองนรกนั่นเอง แต่จะปฏิสนธิในขุมใดขุมหนึ่ง หรือต้องใช้กรรมอยู่นานสักเท่าใด ก็แล้วแต่กำลังของกรรมมากหรือน้อยเพียงใด

๓. ผู้มีจิตใจตกอยู่ในโมหะ คือไม่รู้จักดีรู้จักชั่ว เมามายขาดสติอยู่เป็นอาจิณ ไม่ว่าจะดื่มสุราหรือกัญชา ยาฝิ่น กระทำสิ่งใดลงไปโดยขาดความคิดพิจารณาในเรื่องบาปบุญคุณโทษ มีความหลงใหล มีจิตเอนเอียงเป็นคติไปข้างสัตว์เดรัจฉาน เช่น ได้แต่กิน นอน เสพเมถุน ไม่รู้จักความดีความชั่ว ไม่เชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม ชอบกระทำชั่วมัวเมา ควบคุมสติไม่ได้ คติที่ไปของบุคคลเช่นนี้ก็คือเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งเป็นไปตามความโน้มเอียงแห่งจิตของตน คือกำลังของกรรมที่ได้ทำเอาไว้ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่

ถ้าบุคคลพวกนี้รอดจากความเป็นสัตว์เดรัจฉานมาได้ ที่นับว่าเป็นอย่างดีแล้วก็คือ ต้องปฏิสนธิในพ่อแม่ที่ไม่ดี ทั้งตัวเองก็เป็นบุคคลปัญญาอ่อน โง่เง่า นับ ๑-๒-๓ ไม่เป็น หรือเป็นใบ้ๆบ้าๆไม่สู้จะเต็ม

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [31 ม.ค. 2552 , 19:04:58 น.] ( IP = 118.173.38.153 : : )


  สลักธรรม 5



ผมได้พาท่านทั้งหลายท่องเที่ยวไปในมหานครของความทุกข์มาย่อๆพอให้เห็นเป็นเค้าๆเท่านั้น ต่อจากนี้จะขอนำท่านไปสู่มหานครแห่งความสุขความสบายบ้าง

กามสุคติภูมิ
คำว่า กาม ได้แก่ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ คำว่า สุคติ แปลว่า คติที่สวยงามหรือดี คำว่าภูมิ แปลว่า ที่เกิด รวมกันเข้า คำว่า กามสุคติภูมิ ก็หมายความว่าที่ที่เกิดของสัตว์ที่มีความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ เป็นสัตว์ที่ชอบแสวงหาความสุขในกามคุณทั้ง ๕ เช่น ชอบเห็น ชอบได้ยิน เป็นต้น กามสุคตินี้มี ๗ ภูมิด้วยกัน ได้แก่ภูมิของมนุษย์ ๑ เทวดา ๖

สวรรค์ ๖ ชั้นก็คือ


๑. จาตุมหาราชิกา

๒. ตาวติงสา

๓. ยามา

๔. ตุสิตา

๕. นิมมานรดี

๖. ปรนิมมิตวสวัตตี


สวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นนี้ ตั้งชื่อเอาไว้ตามความเหมาะสม หรือตามสภาพความเป็นจริงในชั้นนั้นๆ เช่น ตุสิตา แยกออกเป็น ๒ บท คือ ตุสะ+อิตะ ตุสะ แปลว่า ความสนุกที่พอใจหรือความดีใจ อิตะ แปลว่า ได้ถึง รวมกันเข้าก็หมายว่า เทวดาที่มีความสนุกที่ชอบใจ หรือมีความรื่นเริงอยู่เป็นนิจ

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [31 ม.ค. 2552 , 19:11:36 น.] ( IP = 118.173.38.153 : : )


  สลักธรรม 6



เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ชั้นนี้เป็นเทวดาชั้นต่ำ มีดีบ้างชั่วบ้างเหมือนมนุษย์เรานี่แหละ บางพวกก็อาศัยอยู่ในโลกเรานี่เอง เช่น ตามแผ่นดินบ้าง ตามต้นไม้บ้าง หรือในอากาศบ้าง ตามบ้านเรือนหรือซุ้มประตูบ้าง แต่ร่างกายละเอียดมากจนตาของเราไม่สามารถที่จะกระทบได้ ( หมายถึงแสงไม่อาจสะท้อนรูปนั้นมายังประสาทตา ขอเชิญอ่านเรื่องผีสางเทวดา )

เทวดาชั้นนี้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเรา บางพวกก็มีจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น บางพวกก็มีจิตใจโหดร้าย ชอบเบียดเบียนสัตว์อื่นให้เดือดร้อน และเบียดเบียนซึ่งกันและกันเอง บางพวกรูปร่างสวยงาม บางพวกน่าเกลียดน่ากลัว เทวดาชั้นที่สูงขึ้นไป ก็มีรูปร่างผิวพรรณวรรณะดียิ่งขึ้นไปเป็นชั้นๆ ความเป็นอยู่ประณีตและสุขสบายขึ้นไปเป็นลำดับ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ธัญธร...นำมาฝาก [31 ม.ค. 2552 , 19:17:47 น.] ( IP = 118.173.38.153 : : )


  สลักธรรม 7



ติดตามมาอ่านอย่างต่อเนื่องค่ะ เนื้อเรื่องกระชับดีจัง ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2552 , 13:12:36 น.] ( IP = 125.27.170.87 : : )


  สลักธรรม 8


มาตามอ่านต่อค่ะ
อ่านแล้วหากใครไม่เชื่อนรกว่ามีจริง ก็คงจะขยาดไม่กล้าทำชั่วแน่นอน

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [19 ก.พ. 2552 , 10:13:06 น.] ( IP = 124.121.173.120 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org