มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทานน้ำใจหลั่งไหลสู่นาเชือก (๑)








ธารน้ำใจหลั่งไหลสู่นาเชือก (๑)


จากการสนทนาภาษากลอนจนกระทั่งไปสู่ภาษาธรรมระหว่างอาจารย์บุษกร เมธางกูร กับคุณหมอสถาพร คุณธรรม แพทย์ประจำโรงพยาบาลนาเชือก จังหวัดมหาสารคามก็ได้ก่อให้เกิดโครงการเพื่อสาธารณกุศลโครงการใหญ่และเป็นโครงการแรกของปี พ.ศ.๒๕๕๒ นับว่าเป็นการสร้างกุศลเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยเลย

โครงการบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลนาเชือกนี้ เกิดขึ้นจากความปรารถนาดีของอาจารย์บุษกรที่มุ่งหมายจะทำทานกุศลบริจาคทรัพย์ของตนให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ประกอบอาชีพแพทย์และพยาบาลที่ประจำอยู่ในท้องถิ่นห่างไกลจากเมืองหลวงให้ได้รับความสะดวกในการปฏิบัติงานอันส่งผลดีโดยตรงต่อผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล

ซึ่งท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงเจตนาในการตัดสินใจรับผิดชอบดำเนินโครงการนี้ให้ทราบกันในเบื้องต้นแล้วว่า "...พวกเราทุกคนก็พยายามเพียรกระทำคุณงามความดีเพื่อสร้างทางแห่งความเจริญให้กับชีวิตมาจนกระทั่งวันนี้ ชีวิตที่ได้ล่วงผ่านไปจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี จนเวลาของชีวิตน้อยลงเหมือนตะเกียงที่ใกล้จะดับแล้ว

แต่การดับของตะเกียงชีวิตของพวกเราทุกคนนั้นเป็นการดับที่ยังมีไฟในใจ ที่จะเป็นการส่องแสงจากใจให้มีแสงนำทางที่เป็นไปได้ในสุคติภพและบรรจบอยู่ที่พระนิพพานในอนาคต แม้จะไกลโพ้นแต่ความมุ่งมั่นความปรารถนาที่จะฟันฝ่าก็ไม่เคยจางไปจากจิตใจ จึงตั้งใจที่จะดำเนินทางเพื่อสร้างรอยกรรมอันเป็นกุศลนี้ต่อไป

และก็ตั้งใจว่า ปีหนึ่งตนเองจะทำบุญแรงๆ หนึ่งครั้ง คือจะเก็บสะสมเงินของตนเองไว้แล้วก็จะนำมาทำบุญอย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวแล้วมีความตั้งใจว่า ถ้าสามารถช่วยโรงพยาบาลในส่วนใดได้ก็จะทำ เพราะเป็นสถานที่ช่วยเหลือดูแลให้คนป่วยมีสุขภาพดีขึ้นซึ่งก็ได้ทำมาตลอด .."



ดังนั้น งบประมาณจำนวนห้าแสนบาทที่กำหนดไว้สำหรับโครงการนี้จึงได้รับการประเดิมเริ่มแรกโดยอาจารย์บุษกรจำนวนหนึ่งแสนบาท หลังจากนั้นกระแสแห่งทานกุศลก็หลั่งไหลออกจากใจของลูกศิษย์และผู้ที่ทราบข่าวจึงต่างพากันสละทรัพย์ทรัพย์ของตนบริจาคร่วมในโครงการนี้ตามกำลังความสามารถ บางท่านถึงขนาดนำเครื่องประดับที่ไม่ได้ใช้และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ออกมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราเพื่อนำมาร่วมสมทบทุนด้วยความตั้งใจที่มีกำลังเจตนาอย่างยิ่งยวด

บางท่านแม้จะไม่มีโอกาสมาที่มูลนิธิแต่ก็ได้ตั้งใจมอบเงินบริจาคของตนฝากผ่านญาติมิตรมาร่วมโครงการ ส่วนบางท่านที่ไม่สะดวกจะฝากใครมาเลยก็ได้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารมาร่วมบริจาคในโครงการนี้ด้วย ..ระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษที่ดำเนินไปด้วยความกระตือรือร้นในกุศลของสมาชิกมูลนิธินั้นก่อให้เกิดความทรงจำที่ดีอย่างมากมาย บรรยากาศของการขวนขวายในกิจอันเป็นกุศลนั้นล้วนน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [1 ก.พ. 2552 , 16:41:24 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1



เมื่อหันไปมองทางด้านผู้รับบริจาคคือบุคลากรของโรงพยาบาลนาเชือกแล้วก็น่าประทับใจไม่น้อยเลยเช่นกัน นับตั้งแต่คุณหมอสถาพรเองที่เป็นผู้ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ จนกระทั่งได้รายชื่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นมาเสนอให้อาจารย์บุษกรทราบ รวมทั้งเป็นผู้จัดหาทีมงานและเตรียมการต้อนรับไว้อย่างพร้อมเพรียง นับเป็นการพัฒนาบรรยากาศของสาธารณกุศลให้อบอุ่นขึ้นทีละน้อยๆ

และจากการสนทนาผ่านกระทู้ในลานธรรมทำให้พวกเราได้ทราบว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องการอุปกรณ์การแพทย์แต่ละอย่างที่เสนอขอรับบริจาคมาด้วยวัตถุประสงค์ดังนี้



ความสำคัญของเครื่องตรวจเกลือแร่ในร่างกาย

๑. จำเป็นอย่างยิ่งในการตรวจวัดระดับเกลือแร่ในผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง ซึ่งเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับ ๑ ของจำนวนผู้ป่วยใน โรงพยาบาลนาเชือก ซึ่งทำให้ผู้ป่วยสูญเสียสารน้ำและเกลือแร่ออกจากร่างกาย หากไม่ทราบปริมาณเกลือแร่ที่ต้องทดแทนผู้ป่วยอาจถึงแก่ชีวิตได้

๒. ตรวจวัดระดับเกลือแร่ในผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อยเพลีย แขนขาอ่อนแรง ซึ่งทำให้วินิจฉัยและให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที

๓. ตรวจวัดระดับเกลือแร่ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เพราะยารักษาความดันโลหิตสูงหลายตัว ทำให้เกิดความผิดปกติของระดับเกลือแร่ในร่างกาย

๔. ตรวจวัดระดับเกลือแร่ในผู้ป่วยโรคไตวาย เพราะไตเป็นอวัยวะสำคัญในการควบคุมระดับเกลือแร่ หากเกิดความผิดปกติ ระดับเกลือแร่ก็จะผิดปกติไปด้วย และอื่นๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:41:56 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 2




ความสำคัญ ของเครื่องวัดความดันโลหิตระบบดิจิตอล

๑. เพื่อความรวดเร็ว และความแม่นยำ ในการตรวจวัดระดับความดันโลหิต เพราะผู้ป่วยทุกรายต้องได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตทั้งหมด แนวโน้มในอนาคตจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น การให้การบริการตรวจวัดโดยพยาบาลอาจล่าช้าและผิดพลาดได้

๒. ใช้ติดตาม และประเมินระดับความดันโลหิต ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ซึ่งโรงพยาบาลนาเชือกมีคลินิกพิเศษโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งนับวันจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตประจำวันและการรับประทานอาหาร

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:42:26 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 3



ในระหว่างที่จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่นั้น ลมหนาวก็พัดผ่านเข้ามาในประเทศไทยพอดี จึงเป็นโอกาสใหม่เสมือนอาหารว่างที่ท่านอาจารย์และลูกศิษย์จะได้เสพรสของกุศลด้วยการทำทานบารมีคือการบริจาคเสื้อกันหนาวให้แก่ผู้ประสบภัยหนาวในคราวนี้

โดยเสื้อกันหนาวที่จัดส่งไปยังโรงพยาบาลนาเชือกจำนวนร้อยกว่าตัวที่ได้รับการอุปถัมภ์จากคุณสุพรรณ สมประกิจนั้นก็ได้รับการแจกจ่ายไปยังผู้ป่วยไข้และเด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งผู้ที่ช่วยทำหน้าที่แทนท่านอาจารย์และผู้บริจาคเสื้อกันหนาวก็คือคุณหมอสถาพรและพยาบาลประจำโรงพยาบาลนาเชือกนั่นเอง

โดยคุณหมอได้นำภาพเหตุการณ์พร้อมคำบรรยายมาให้พวกเราได้ชื่นชมด้วยว่า ..



"..อาจารย์บุษกร เมธางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ และผู้มีจิตศรัทธา มีความประสงค์ที่จะบริจาคเสื้อกันหนาวแก่โรงพยาบาลนาเชือก และโรงเรียนนาเชือกพิทยาสรรค์ เพื่อมอบความอบอุ่นแก่บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และนักเรียนในหน้าหนาวอันเย็นยะเยือกนี้ อีกทั้งท่านยังมีความประสงค์ที่จะบริจาค เครื่องตรวจเกลือแร่ในร่างกาย เครื่องวัดความดันโลหิตระบบดิจิตอล และเครื่องควบคุมการหยดของน้ำเกลือ ให้แก่โรงพยาบาลนาเชือกของเราด้วย



ตอนนี้เสื้อมาถึงโรงพยาบาลได้ ๒ วันแล้วครับ พึ่งกลับมาจากการประชุมวันนี้ เสื้อสวยมากครับ จะแจกวันพรุ่งนี้นะครับ ขอบพระคุณทางมูลนิธิและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านครับ ขอให้ความอบอุ่นที่คนไข้และเด็กนักเรียนได้รับ ส่งผลให้เกิดความอุ่นกาย สบายใจ เกิดความอบอุ่นแก่ท่านทั้งในครอบครัว สังคมและประเทศชาติด้วยเทอญ .."

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:43:02 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 4



และเมื่อเสร็จสิ้นจากการแจกเสื้อกันหนาวไปยังผู้ที่สมควรได้รับแล้ว คุณหมอสถาพรก็ได้นำภาพเหตุการณ์มาสร้างความชื่นใจให้กับพวกเราพร้อมคำบรรยายภาพด้วยว่า ..

"..เช้าวันนี้อากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษ เหมือนกับสภาพอากาศจะรับรู้ว่า เป็นช่วงเวลาของการบริจาคเสื้อกันหนาว จากอาจารย์บุษกร เมธางกูรประธานมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิและลูกศิษย์ ผู้เปรียบเสมือนแสงอันอบอุ่น ที่สาดส่องมาบรรเทาอากาศอันเย็นยะเยือกอย่างโหดร้ายในช่วงเวลานี้ เสื้อกันหนาวทั้งหมดจากอาจารย์บุษกร เตรียมพร้อมที่จะคลายหนาวให้กับคนไข้และเด็กนักเรียนแล้วครับ



เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาล และระดับความดันโลหิตได้ดีเยี่ยม ผู้ป่วยจะได้รับของรางวัลเป็นเสื้อกันหนาวบริจาคจากอาจารย์บุษกร รับรองต่อไประดับน้ำตาลและความดันโลหิตคงจะปกติทุกรายครับ



คุณน้าคนนี้ กำลังปลื้มใจจนตะลึง ที่ได้รับรางวัล แววตาฉายถึงการขอบคุณอาจารย์บุษกรและผู้ร่วมบริจาคอย่างสุดซึ้ง และคุณน้าอีกท่านหนึ่งก็ดีใจสุดขีด เมื่อได้รับเสื้อบริจาค รอยยิ้มแห่งความสุข บ่งบอกถึงความตื้นตันใจอย่างมากที่ได้รับบริจาคจากมูลนิธิผู้ใจดี



หลังจากนั้นก็ไปมอบเสื้อกันหนาวบริจาคให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนนาเชือกพิทยาสรรค์ แกะกล่องกันให้เห็นจะจะ ว่าในกล่องมีเสื้อกันหนาวจริงครับ



หลังจากนั้นก็นำเสื้อบริจาคมามอบให้คนไข้ที่ตึกผู้ป่วยในครับ คุณยายดีใจอย่างสุดซึ้ง และสวดมนต์ภาวนาส่งบุญกุศลกับไปยังผู้มีจิตศัรทธาทุกท่านครับ



การบริจาคสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกร แทนคนไข้ และเด็กนักเรียน ที่ได้รับความอนุเคราะห์ให้ได้รับความอบอุ่นในครั้งนี้ครับ

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จกปกปักรักษาและคุ้มครอง อาจารย์บุษกร เมธางกูรและลูกศิษย์ที่ร่วมบริจาคทุกท่านนิรันดร์เทอญ

นพ. สถาพร คุณธรรม


ที่มหาสารคามอากาศหนาวมากๆ เลยครับ เสื้อบริจาคจากอาจารย์บุษกร เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนไข้ และเด็กนักเรียนครับ

ปล.ทางโรงเรียนนาเชือกพิทยาสรรค์ฝากขอบพระคุณท่านและมูลนิธิผู้ใจดีด้วยครับ

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:43:33 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 5



ระหว่างที่ผู้รับเสื้อกันหนาวจากคุณหมอไปใส่จนเกิดความอบอุ่นแก่ร่างกายไปหลายวันแล้ว พวกเราที่เป็นผู้บริจาคและผู้ร่วมดำเนินการก็รู้สึกอบอุ่นใจยิ่งกว่าที่มีโอกาสได้ทำกุศลช่วยเหลือคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากให้มีความสุขคลายจากอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ เมื่อได้ทราบและเห็นภาพที่คุณหมอได้ถ่ายรูปแล้วนำมาลงกระทู้ที่ลานธรรมะของมูลนิธิแล้ว หลายคนก็ยิ่งเกิดความสุขและความประทับใจยิ่งขึ้นไปอีก

และหลังจากการจัดส่งเสื้อกันหนาวไปแล้ว ยังมีการจัดส่งผ้าห่มกันหนาวตามไปเป็นระลอกที่สองโดยการอุปถัมภ์ของคุณพาศรี สมประกิจ ที่ปรารถนาจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวของผู้คนในท้องถิ่นนี้ด้วย ซึ่งคุณหมอสถาพรก็ได้รับเป็นธุระในการแจกจ่ายแทนผู้บริจาคอีกครั้ง

แต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไป..ท่านอาจารย์ก็พยายามที่จะปลุกปลอบใจให้พวกเราได้อยู่ในกุศลกันอย่างเต็มที่ มีความเคลื่อนไหวอะไรจากทางโรงพยาบาลนาเชือกท่านก็จะนำมาเล่าสู่กันฟังเสมอ และนอกจากท่านอาจารย์จะเล่าให้พวกเราฟังแล้วคุณหมอสถาพรก็มักมาฝากข่าวความเคลื่อนไหวให้เกิดบรรยากาศที่เร้าใจในกุศลมากขึ้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำเนื้อหาของโครงการ กำหนดการต้อนรับ และความยินดีของเจ้าหน้าที่มาลงกระทู้ให้ทราบเป็นระยะๆ เช่น



"..รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางโรงพยาบาลจะได้ต้อนรับอาจารย์บุษกร เมธางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิและกรรมการมูลนิธิอีก ๘ ท่าน

อาจารย์บุษกรท่านเป็นบุคคลที่มีจิตใจงดงาม เปี่ยมไปด้วยเมตตาจิต เจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของท่านที่หยิบยื่นมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ฉายฉานถึงกุศลจิตอันยิ่งใหญ่ นับว่าเป็นบุคคลที่หายากแท้ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้แวะเวียนพูดคุย พบปะกับสมาชิกมูลนิธิผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม และจริยธรรม หวังผดุงและสืบสานพระพุทธศาสนาให้ประจักษ์แท้ถึงความสุขแห่งชีวิตอันเป็นนิรันดร์

ขอกุศลผลบุญที่ทั้งทั้งหลายได้ร่วมสร้างจงยังผลให้เกิดความสงบสุขแก่ท่าน ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และโลกของเราด้วยเทอญ" ด้วยความเคารพรักและศรัทธา ... นพ.สถาพร คุณธรรม

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:44:01 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 6



ซึ่งในที่สุดระยะเวลาก็เดินทางมาถึงจุดที่มีความพร้อมทั้งด้านงบประมาณและการเดินทาง โดยก่อนที่คณะตัวแทนผู้บริจาคจะออกเดินทางไปมอบอุปกรณ์และเงินสดให้แก่โรงพยาบาลนาเชือกนั้น ท่านอาจารย์ก็ได้นำเงินสดจำนวนห้าแสนบาทมาใส่พานแล้วเรียกให้ทุกคนไปนั่งล้อมรอบพานนั้นเพื่อที่จะได้ประทับภาพเก็บไว้ในความทรงจำได้อย่างทั่วถึง

และในช่วงก่อนที่จะมีพิธีกล่าวคำอธิษฐานก็มีผู้แสดงความจำนงร่วมบริจาคเงินเพิ่มเติมใส่ลงไปในพานอีกเป็นจำนวนหลายพันบาท ส่วนบางคนที่ไม่ได้เตรียมตัวมาแต่มีจิตศรัทธาก็ได้ขอปวารณาไว้ก่อนว่าจะร่วมบริจาคจำนวนเท่านั้นเท่านี้แล้วจะนำเงินมาสมทบคืนในภายหลัง ซึ่งในที่สุดยอดบริจาคทั้งหมดก็คือ ๕๓๐,๗๕๐ บาท หลังจากนั้นท่านอาจารย์ก็ได้นำทุกคนกล่าวคำอธิษฐานเพื่อรวบรวมพลังตั้งเจตนาทำทานกุศลในครั้งนี้ว่า...




คำอธิษฐาน


พระพุทธบูชา พระธรรมะบูชา พระสังฆบูชา

ข้าพเจ้าทุกคน ได้มีบุญแห่งชีวิตนี้ เกิดมาได้พบพระพุทธศาสนา ได้เรียนพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ทำให้รู้จักการดำรงชีวิตที่ถูกที่ควรมากขึ้น และได้รู้ซึ้งถึงอำนาจกรรม ที่จะยังผลให้แก่ชีวิตผู้ทำกรรมนั้น ทั้งในฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว

ข้าพเจ้ามีความศรัทธาเลื่อมใส ในคุณค่าของการสร้างเหตุดี มีทานเป็นต้น และเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในการเดินทางไกลของชีวิต ที่จะต้องมีเสบียงไว้เลี้ยงชีวิต ไม่ให้ขัดสน ไม่ให้ลำบาก และเป็นความทุกข์ยากอันจะเกิดขึ้นจากการขัดสนทรัพย์ ทำให้อดอยากยากจน เพราะชีวิตเช่นนั้นเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตให้ไปสู่เป้าหมาย คือความสิ้นสุดทุกข์ได้ยาก เพราะต้องมัวหาเลี้ยงชีพไปชาติหนึ่งๆ

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงตั้งใจที่จะสร้างเหตุแห่งทาน เพื่อสร้างความพร้อมให้กับชีวิตไว้ในอนาคตชาติ เพื่อความสะดวกในการดำรงชีวิต พร้อมสร้างอุปนิสัย ให้เป็นผู้มีจาคะ คือเป็นผู้รู้จักเสียสละทรัพย์ของตนออกไปเพื่อประโยชน์ผู้อื่น

ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย จึงได้มีศรัทธาบริจาคทรัพย์ร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่แพทย์และพยาบาล ในการรักษาผู้ป่วยไข้ที่ได้รับทุกขเวทนาทั้งหลาย ที่โรงพยาบาลนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ด้วยจิตเลื่อมใสด้วยใจศรัทธาในกุศลกรรม

เงินที่อยู่ต่อหน้าของข้าพเจ้านี้ ข้าพเจ้าเป็นผู้มีส่วนร่วมอยู่ในการบริจาค ..ขออำนาจกุศลทานนี้ จงเป็นพลวะปัจจัย ส่งเสริมเกื้อหนุนชีวิตของข้าพเจ้า ให้มีความเป็นอยู่ในชีวิตสะดวกขึ้นในทุกๆด้าน คือทั้งด้านร่างกาย ก็ขออย่าได้มีโรคภัยร้ายแรง มาเป็นอุปสรรคต่อการกระทำความดีทั้งหลายได้ ทางด้านจิตใจ ขอให้ข้าพเจ้า สามารถสร้างสมบารมีธรรมได้ยิ่งขึ้นไป และเป็นผู้คุ้นเคยกับคุณธรรมความดีทั้งหลาย จนสามารถกระทำมรรคผลนิพพานได้แจ้งโดยไวชาติเทอญ.



โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:44:31 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 7



และในที่สุดนาทีแห่งการเดินทางก็มาถึงในเช้ามืดของวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๒ คณะของเราเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครประมาณตีห้าครึ่ง (๐๕.๓๐ น.) พร้อมด้วยความตื่นเต้นยินดีที่จะได้ไปทำกุศลในครั้งนี้

ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถตู้อันทันสมัยที่ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านเจ้าคุณพิพิธฯ(พระราชวิจิตรปฏิภาณ) ซึ่งท่านขอร่วมทำกุศลกับพวกเราด้วยการเอื้อเฟื้อพาหนะพร้อมคนขับสำหรับการเดินทางครั้งนี้ด้วย ผู้โดยสารรถตู้สายกุศลที่นั่งอยู่ในรถก็พากันพูดคุยคาดการณ์(เม้าท์กระจาย)ถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ณ โรงพยาบาลนาเชือก ตลอดจนบุคลากรและสถานที่ที่เราจะได้ไปพบกันตลอดทาง

แต่เนื่องจากระยะทางนั้นมีความไกลมาก พอเดินทางมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งทุกคนก็เริ่มหิว ท่านอาจารย์จึงให้พวกเราได้หยุดพักรับประทานอาหารเช้ากันที่ร้านอาหารริมเขื่อนลำตะคองเพื่อรักษาโรคหิวกันก่อนที่จะเดินทางต่อไป

อาหารมื้อแรก ณ แดนดินถิ่นอีสานนั้นแม้หน้าตาจะธรรมดาๆ เพราะขาดการตกแต่งประดับประดาแต่รสชาตินั้นดีไม่น้อยเลยโดยเฉพาะผัดหมี่โคราช



โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:45:31 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 8





และเมื่ออิ่มปากอิ่มท้องกันแล้วคณะของเราก็มีเป้าหมายที่จะแวะเยี่ยมชมวัดสรพงษ์ที่อำเภอสีคิ้ว ซึ่งอันที่จริงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า อุทยานมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แต่ก่อตั้งขึ้นด้วยแรงศรัทธาของคุณสรพงษ์ ชาตรี ผู้คนจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าวัดสรพงษ์ไปเลย

เมื่อพวกเราเข้าไปถึงบริเวณวิหารของสมเด็จโตแล้ว ท่านอาจารย์ก็ได้พาคณะของเราสวดคาถาชินบัญชรถวายหนึ่งจบ จากนั้นก็พากันเดินขึ้นไปชมรูปปั้นของท่านอย่างใกล้ชิดพร้อมกับได้มีโอกาสบริจาคทรัพย์ร่วมสร้างดวงตาเพื่อประดับรูปปั้นขององค์สมเด็จโตด้วย

สำหรับตนเองนั้นพอหย่อนเงินบริจาคใส่ตู้ลงไปปุ๊บเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับแบ็งค์ร้อยปึกหนึ่งยื่นมาตรงหน้า ..แล้วก็ได้พบกับรอยยิ้มของท่านอาจารย์พร้อมกับคำพูดที่บอกว่า "ให้แต๊ะเอีย" (อิอิ ดีใจ คัก คัก ที่ได้แต๊ะเอียอย่างทันตาเห็น) ต่อจากนั้นท่านก็แจกแต๊ะเอียให้ลูกศิษย์รายต่อๆ ไปอีก



และก่อนที่จะออกจากวัดสรพงษ์..ท่านอาจารย์ก็ได้เดินแวะเข้าไปทำบุญที่บริเวณทางเข้าด้านหน้า ซึ่งพวกเราได้เดินออกมารออยู่ที่ด้านนอกก่อน ระหว่างที่รอท่านอาจารย์เดินออกมานั้นก็ได้ยินเสียงโฆษกประกาศชื่อท่านอาจารย์ว่าเป็นประธานมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ และเป็นลูกสาวของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนและร่วมบริจาคเงินสมทบไว้ด้วย ..ตอนนั้นฟังแล้วก็คิดว่า โอ้โห เริ่มดังอีกแล้ว นี่ขนาดเป็นสถานที่ที่เราเพิ่งมากันครั้งแรกนะนี่

พอท่านอาจารย์เดินออกมาพบกับพวกเราแล้วท่านก็บอกให้พวกเราทราบว่า โฆษกท่านนี้เคยอ่านหนังสืออภิธรรมของท่านอาจารย์บุญมี แล้วก็ยังได้มอบสายสร้อยพร้อมรูปเหมือนสมเด็จโตองค์เล็กๆ ให้มาเป็นที่ระลึกด้วย ...พวกเราก็เลย สาธุๆ กันยกใหญ่พร้อมกับปลื้มมากในความมีชื่อเสียงของท่านอาจารย์บุญมี



โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:45:58 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 9





เมื่อออกจากวัดสรพงษ์แล้วเราก็เดินทางกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงตัวจังหวัดมหาสารคามประมาณบ่ายโมงกว่าๆ จึงได้พักรับประทานอาหารกลางวันกันแล้วค่อยเดินทางต่อไปยังอำเภอนาเชือก

อาหารกลางวันมื้อนี้หลายคนมีความรู้สึกดีๆ กับอาหารหลายชนิดโดยเฉพาะแกงป่าที่ลองลิ้มชิมรสกันแล้ว วิญญาณแม่ครัวก็แสดงอาการชื่นชมยินดีอย่างออกนอกหน้าถึงขนาดถามหาสูตรน้ำพริกแกงป่ากันเลยทีเดียว

หลังจากที่ออกจากร้านอาหารแล้วคณะของเราก็เดินทางมาถึงอำเภอนาเชือกประมาณบ่ายสามโมง และกว่าจะมาถึงนั้นก็มีการโทรศัพท์พูดคุยกับคุณหมอตลอดเส้นทางเพื่อจะได้ทราบว่าจะไปถึงโรงพยาบาลในเวลาใดทางโรงพยาบาลจะได้เตรียมต้อนรับได้อย่างเต็มที่

ซึ่งวันนี้ก็นับว่าเป็นวันที่โชคดีเพราะอากาศยังไม่ร้อนแสงแดดก็ไม่แรงมาก เมื่อคณะของเราเดินทางไปถึงโรงพยาบาลนั้นก็พบกับคุณหมอสถาพร(ตัวจริงๆ) พร้อมทั้งบุคลากรของโรงพยาบาลมายืนคอยต้อนรับอยู่ก่อนที่ด้านหน้าของตึก

และเมื่อเราลงจากรถกันเรียบร้อยแล้วก็ได้พบกับรักษาการณ์ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล แพทย์หญิงทักษิณา จิตเรืองไพโรจน์ ที่รีบออกมาต้อนรับด้วยความน่ารัก เพราะยังเป็นแพทย์หญิงที่ดูปราดเปรียวและอายุเยาว์มาก จนต้องแอบกระซิบคุยกันว่า ยังเด็กๆ อยู่เลย แต่คุณหมอได้ยินเสียงกระซิบของพวกป้าๆ ก็เลยตอบกลับมาว่า ไม่เด็กแล้วค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:46:45 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )


  สลักธรรม 10





หลังจากนั้นคุณหมอสถาพรก็ขับรถนำคณะของเราไปเข้าที่พัก ..ลีลาวดีรีสอร์ท ๒ .. ตั้งอยู่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำห้วยค้อซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ คุณหมอสถาพรบอกว่า อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีฉายาว่าเป็นพัทยาอีสาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในภูมิภาคนี้ที่มีความงดงามตามธรรมชาติมาก

ประชาชนนิยมมาเล่นสงกรานต์กันที่นี่เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำที่มีอยู่แห่งเดียวในท้องถิ่น และในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะได้รับการพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก สำหรับลีลาวดีรีสร์อทนี้เป็นกิจการของนายอำเภอนาเชือกคนเก่าที่ลงทุนสร้างขึ้นเพราะเห็นว่าภายในอำเภอนี้ไม่มีที่พักที่ทันสมัยไว้นับรองแขกหรือนักเดินทางเลย







คุณหมอและคณะผู้มาต้อนรับได้อธิบายสภาพทั่วไปของอำเภอนาเชือกให้พวกเราฟังด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสและบอกกับพวกเราว่า ห้องที่จองให้นี้เป็นห้องที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ และเมื่อได้เข้าไปชมห้องแล้วก็นับว่ามีความสะดวกสบายไม่น้อยเลย ทั้งวิวทิวทัศน์รอบๆ ก็ยังมีสภาพเป็นธรรมชาติมากทำให้รู้สึกแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างความเป็นเมืองที่พวกเราเพิ่งเดินทางออกมากับสภาพชนบทที่งดงามแบบธรรมชาติและเงียบสงบจากเสียงรบกวน

และเมื่อเราได้ยกกระเป๋าเข้าห้องพักกันเรียบร้อยแล้วก็ขออนุญาตลาชั่วคราวจากคุณหมอและคณะของโรงพยาบาลเพราะเกรงใจที่จะต้องเสียเวลามาดูแลพวกเรานานเกินไป และอาจมีผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาในช่วงเวลาดังกล่าวได้ จึงได้นัดพบกันใหม่ในช่วงอาหารค่ำของวันนี้

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2552 , 16:47:17 น.] ( IP = 58.9.98.113 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org