มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผีสางเทวดา




ปาฐกถา เรื่อง ผีสางเทวดา
โดย
ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


พระคุณเจ้าที่เคารพ ท่านสาธุชนผู้มีเกียรติ

ผมมีความยินดีเป็นอันมากที่ได้มีโอกาสมาเสนอเรื่อง “ผีสางเทวดา” ต่อท่านทั้งหลายในวันนี้ เพื่อให้ท่านรับเอาไว้พิจารณา

ในฐานะที่ผมเป็นประธานกรรมการของอภิธรรมมูลนิธิ และเป็นผู้บรรยายอภิธรรมปิฎกออกสู่ประชาชน เมื่อผมได้มีโอกาสที่จะเสนอความเห็นเรื่องสำคัญอันเกี่ยวกับชีวิตที่ถูกต้องให้ประชาชนได้ทราบแล้ว ผมก็จะขอถือโอกาสนั้น ทั้งนี้ก็เพราะได้มีบางท่านแสดงความคิดเห็นต่อพระพุทธศาสนา โดยการแสดงเป็นคำพูด และเป็นเอกสาร บางท่านกล่าวว่าสัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายแล้วก็สูญไป เกิดอีกไม่ได้ และบางท่านสอนให้ประชาชนเชื่อว่า เรื่องผีสางเทวดานั้นไม่เป็นความจริง ประชาชนผู้เชื่อถือผีสางเทวดาเป็นผู้โง่เขลาและละเมอเพ้อฝันกันไปเอง

เรื่องผีสางเทวดาโดยทั่วไป

เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้น ผมก็ได้บรรยายและทำเป็นหนังสือ มอบให้อภิธรรมมูลนิธิออกเผยแพร่อยู่แล้ว ชื่อว่า “ชีวิตภายหลังความตาย หรือ ตายแล้วเกิดได้อย่างไร” แต่เรื่องผีสางเทวดานั้นจะได้บรรยายในวันนี้

ข้อถกเถียงในเรื่องผีสางเทวดานั้นเป็นปัญหาที่สำคัญ เป็นเรื่องของชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่แอบแฝงซ่อนเร้นอย่างมิดชิด ติดข้องอยู่ภายในจิตใจของประชาชนทุกชาติทุกภาษามานมนานตั้งแต่ครั้งโบราณ ต่างก็พากันกล่าวขวัญถึงกันอยู่เสมอทั้งเด็กและผู้ใหญ่ผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าเป็นอย่างไร ได้แต่พูดถึงผลที่ปรากฏขึ้น คือมีผู้พบเห็น แต่สาวเข้าไปหาเหตุว่า ผีสางเทวดาคืออะไร ? เกิดขึ้นมาได้อย่างไรไม่ได้

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ก.พ. 2552 , 14:00:59 น.] ( IP = 118.173.42.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



อย่างไรก็ดี ในพระพุทธศาสนาให้อรรถาธิบายในเรื่องผีสางเทวดาไว้อย่างละเอียดลออ ประกอบด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงพร้อม ฉะนั้น การกล่าวอ้างและเผยแพร่ว่าผีสางเทวดาไม่มี ถ้าคำสอนของผู้ประกาศพระพุทธศาสนาดังกล่าวเผยแพร่กระจายกันออกไปอย่างกว้างขวางแล้ว ก็จะบังเกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง นับได้ว่า เป็นความเป็นความตายของพระพุทธศาสนาทีเดียว

เพราะในพระไตรปิฎกทั้ง ๓ ปิฎกนั้นเต็มไปด้วยเรื่องของผีสางเทวดา และถ้าเอาเรื่องผีสางเทวดาออกเสียได้ ก็จะเอาเรื่องอื่นออกไปอีกก็คงจะได้เหมือนกัน ถ้าเช่นนั้น เราก็เลือกเอาที่เราเห็นว่าน่าเชื่อถือได้ หรือว่าจะต้องมีความคิดเห็นโน้มเอียงให้สอดคล้องกับความคิดเห็นของคนสมัยใหม่ที่ได้ศึกษาวิชาการทางโลกเท่านั้น

ผู้ประกาศสัจธรรมดังกล่าว เป็นบุคคลผู้อุดมไปด้วยกิเลส แต่อาจหาญเข้ามาตัดสินและพลิกแพลงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาเอง โดยไม่ยอมศึกษาสภาวธรรมในขั้นละเอียดเลย แล้วเผยแพร่ความคิดเห็นอันเป็นมิจฉาทิฏฐิ ( ความเห็นผิด ) นี้ออกไปสู่ประชาชน นำประชาชนเข้าไปสู่ความมืดมิด สกัดกั้นปิดบังสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

โดยกล่าวหาว่า เรื่องผีสางเทวดานั้น เป็นเรื่องของศาสนาพราหมณ์ ผู้ถือผีสางเทวดานั้นเกิดมาจากอำนาจของสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และผู้ที่เชื่อผีสางเทวดานั้นเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา เพ้อฝันไปตามอารมณ์ที่เข้ามากระทบกระเทือนใจให้สะดุ้งหวั่นไหว เมื่อตกอยู่ภายใต้อำนาจของความหวาดกลัวแล้ว ก็สร้างภาพขึ้นมาในใจให้เห็นไปต่างๆ

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ก.พ. 2552 , 14:07:07 น.] ( IP = 118.173.42.39 : : )


  สลักธรรม 2



ผู้กล่าวเรื่องนี้ ท่านหาได้ค้นหลักฐานจากในพระพุทธศาสนาไม่ กลับเอาคำของนักปราชญ์ชาวตะวันตกผู้หนึ่งกล่าวถึงคนป่าขึ้นมาอ้าง เพราะพวกคนป่าผู้หาปัญญามิได้ ต่างก็มีความหวาดกลัวฟ้าผ่า ฟ้าร้อง แผ่นดินไหว จึงได้ยึดผีสางนางไม้และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเอามาเป็นที่พึ่ง เพื่อช่วยฝห้ตนรอดปละปลอดภัย หรือหวังว่าจะได้ลาภผลต่างๆ

แม้ในพระพุทธศาสนาจะได้แสดงว่า ความหวาดกลัว ทำให้บุคคลทั้งหลายดิ้นรนแสวงหาที่พึ่งพาอาศัย แล้วก็ยึดเอาสิ่งใดก็ได้มากราบไหว้ แต่ไม่ควรกล่าวว่า ผู้ถือพระพุทธศาสนากราบไหว้ผีสางเทวดาเพราะความหวาดกลัว บางทีเขากราบไหว้ผีสางเทวดาที่เป็นพ่อแม่ปู่ย่าตายายของเขาด้วยการระลึกถึงพระคุณ

และเขาได้ประพฤติปฏิบัติตามหลักการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเอาไว้ว่า การปฏิเสธเรื่องผีสางเทวดานั้น เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นความเห็นผิด เท่ากับเป็นการปฏิเสธการเวียนว่ายตายเกิด และปฏิเสธไปถึงหนทางอันประเสริฐ คือหนทางเดินไปสู่มรรคผลนิพพาน ซึ่งเป็นความเสียหายที่ใหญ่โตจริงๆ

ถ้าในพระไตรปิฎกยกเอาเรื่องผีสางเทวดาออกไปเสียให้หมดแล้ว พระไตรปิฎกก็จะไม่เป็นพระไตรปิฎกอีกต่อไป พระไตรปิฎกซึ่งมีอยู่ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ คือ พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ และพระอภิธรรมปิฎกมีอยู่ ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ก็จะเหลือปิฎกละเล็กน้อยเท่านั้นเอง

การเวียนว่ายตายเกิดก็จะไม่มี สุคติ ทุคติ สวรรค์ หรือนรก ที่บุคคลตายแล้วจะต้องได้รับ ก็ไม่ต้องพูดถึงเลย พระพุทธศาสนาก็จะไม่มีความน่าอัศจรรย์อีกต่อไป เพราะสอนกันแต่ศีลธรรมจรรยาเท่านั้นเอง เรื่องของชีวิตอันเร้นลับพิศดารน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งก็จะต้องถูกยกเลิก มรรคผลนิพพานอันเป็นธรรมที่ประเสริฐสูงสุดในพระพุทธศาสนา เพราะนำให้ผู้ปฏิบัติพ้นไปจากทุกข์ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงกันเลย

พระพุทธศาสนาก็จะล้มละลายลงไปในที่สุด ทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะไม่ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกต่อไป พระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ กระทบกระเทือนเข้าไปในจิตใจของประชาชนไม่ถึง คือไม่ซาบซึ้งถึงพระคุณเหล่านั้น การเคารพกราบไหว้ก็จะน้อยเข้า อีกสักหน่อยก็จะเหลือแต่ผ้าเหลืองน้อยห้อยหูเท่านั้นเอง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ก.พ. 2552 , 14:15:25 น.] ( IP = 118.173.42.39 : : )


  สลักธรรม 3



ข้อถกเถียงเรื่องผีสางเทวดา มีมาแต่ครั้งโบราณ ฝ่ายหนึ่งก็ว่ามี อีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าไม่มี ฝ่ายที่ว่ามีก็เพราะว่าได้ประสบการณ์เหล่านั้น หรือได้รับฟังมาจากผู้ที่เชื่อถือได้ หรือได้ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติธรรมมาบ้าง แต่ฝ่ายที่ว่าไม่มี ก็เพราะมิได้รับประสบการณ์ดังกล่าว ทั้งถือมั่นจากใจของตนเองด้วย และศักษาเล่าเรียนมาแต่ในวิชาการทางโลกมากแต่ทางเดียว

ทั้งสองฝ่ายต่างก็หาเหตุผลมาหักล้างทำลายความคิดเห็นของซึ่งกันและกัน แต่อย่างไรก็ดี ต่างก็ไม่อาจจะหาหลักฐานข้อเท็จจริงอันใด ที่ประกอบไปด้วยเหตุผลอันหนักแน่นมั่นคงขึ้นมาทำลายล้างอีกฝ่ายได้ น่ากลัวจะต้องถกถียงกันไปจนกว่าโลกจะทลาย ฉะนั้น บางท่านจึงได้กล่าวว่าเป็นปัญหาโลกแตก

แล้วปัญหาโลกแตกดังกล่าว ใครเล่าที่จะกล้าหาญเข้ามาตัดสินให้เป็นยุติได้ นักปราชญ์ราชบัณฑิตคนใดผู้ยังมีกิเลสอยู่ ก็ไม่มีความสามารถอย่างแน่นอน เพราะใช่วิสัยของเขาเหล่านั้น จำจะต้องอาศัยสัพพัญญุตญาณ พระปัญญาอันประเสริฐของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น

และความเร้นลับลึกซึ้งของเรื่องผีสางเทวดาที่มีอยู่ในพระธรรมนั้นเล่าก็มีมากมาย ทั้งยุ่งยากสลับซับซ้อนอย่างเหลือเกิน จึงยากที่บุคคลโดยทั่วไปจะค้นคว้าเอาออกมาตีแผ่ได้สะดวก จำจะต้องอาศัยท่านผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ท่านอรรถกถาจารย์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระอรหันต์ผู้ปราศจากกิเลสนิวรณ์ ขยายความออกมาอีกต่อหนึ่ง และถึงกระนั้น ความที่ยังไม่กระจ่างอีกเป็นอันมากก็จะต้องอาศัยบรรดาอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ขยายความในอรรถะที่ลึกซึ้งนั้นกันต่อมาอีกเป็นชั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ถ้ามิได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกจนมีความเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยากที่จะขยายความให้ผู้ฟังทั้งหลายเข้าใจดีได้ เพราะวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก เป็นแต่กล่าวถึงเรื่องผีสางเทวดาเท่านั้น เช่น มีผีมาเข้าพระภิกษุ หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเอง

แต่ในพระอภิธรรมปิฎก เป็นบทศึกษาที่เข้าถึงสาเหตุอันเป็นรากฐาน อันเป็นแก่นของความจริงแท้อีกทอดหนึ่ง ว่าผีสางเทวดานั้นคืออะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีความเป็นอยู่หรือเป็นไปประการใด ทำไมบางคนจึงเห็น แต่บางคนไม่มีโอกาสจะเห็นได้เลย มีเหตุผลตลอดจนบทพิสูจน์อะไรบ้าง ที่จะเชื่อถือได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ก.พ. 2552 , 14:21:48 น.] ( IP = 118.173.42.39 : : )


  สลักธรรม 4



พระอภิธรรม ไม่เหมือนกับพระสูตร ที่ไม่ได้ยกเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลขึ้นมาอธิบาย เพราะพระอภิธรรมนั้น แสดงถึงเนื้อหาสาระจริงๆ มิได้เอาสัตว์หรือบุคคลขึ้นมากล่าว เหมือนเราศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องความร้อน แสง เสียง ไฟฟ้า และแม่เหล็ก ซึ่งไม่มีคน ไม่มีสัตว์ และไม่มีสิ่งของอะไรเลย เป็นธรรมชาติล้วนๆ

ในพระอภิธรรมสอนแต่ธรรมชาติจริงๆ กล่าวถึงเรื่องโดยย่อก็ได้แก่เรื่องจิตหรือเรื่องวิญญาณ อันเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ เรื่องเจตสิก อันเป็นตัวประกอบหรือปรุงแต่งจิตหรือวิญญาณให้เป็นไปต่างๆ เรื่องรูป ซึ่งก็ได้แก่การศึกษาถึงเรื่องสสารและพลังงาน และเรื่องนิพพาน ได้แก่ธรรมชาติที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายพ้นจากทุกข์ พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

เรื่องของผีสางเทวดา มีแสดงเอาไว้ในพระอภิธรรมมากมาย เพื่อให้ผู้ศึกษาได้ทราบว่า ผีสางเทวดานั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีจิต เจตสิก รูป อย่างไร อยู่ที่ไหน มีความเป็นอยู่และความเป็นไปอย่างไรบ้าง มีอำนาจพิเศษประการใดหรือไม่

การแสดงเช่นนี้ ก็มิใช่ว่าพระพุทธศาสนาจะแสดงเอาไว้แล้วก็ขอร้องให้ใครๆเชื่อโดยปราศจากเหตุผล พระพุทธศาสนาสอนไปตามความจริง มิได้มีพระผู้เป็นใหญ่ในสรวงสวรรค์ ที่ใครๆจะต้องพากันอ่อนน้อมคารวะกราบไหว้ ด้วยหวังว่าจะให้ท่านเหล่านั้นประทานความสุขอันสถาพร แล้วอุดมไปด้วยลาภผลต่างๆให้บังเกิดแก่ตน

หากแต่พระพุทธองค์ท่านได้ทรงสั่งสอน ซึ่งมีทั้งหลักการและเหตุผล ตลอดจนข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ผู้ที่ชอบค้นคว้าหาความจริงที่ลึกซึ้ง ผู้ที่มีเหตุผลเป็นของตนเอง เมื่อได้ศึกษาและปฏิบัติแล้ว ก็จะตัดสินเอาได้ด้วยตนเอง ว่าเท็จจริงประการใด

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ก.พ. 2552 , 14:27:35 น.] ( IP = 118.173.42.39 : : )


  สลักธรรม 5



ถ้าในพระไตรปิฎก ยกเอาเรื่องผีสางเทวดาออกไปให้หมด เพราะเรื่องผีสางเทวดานั้นไม่เป็นความจริงแล้ว ก็จะไม่มีสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เทวดา และพรหม พระไตรปิฎกก็จะไม่เป็นพระไตรปิฎกอีกต่อไป พระไตรปิฎกก็จะศึกษากันได้ง่ายดาย ใครๆก็อาจค้นคว้าเอาได้ พระไตรปิฎกก็จะมีอยู่ไม่มากมายอะไรเลย

คนทำบาปทำบุญแล้วก็ไปเกิดเป็นผีสางเทวดาไม่ได้ จะเกิดได้ก็แต่เป็นมนุษย์ หรืออย่างมากที่สุดก็เป็นสัตว์เดรัจฉานเท่าที่มองเห็นๆเอาด้วยตา สัพพัญญุตญาณ คือญาณปัญญาอันประเสริฐที่เกิดพร้อมกับความตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่มีความหมาย

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เราก็ไม่จำเป็นต้องทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และศึกษาเล่าเรียนพระธรรมกันให้มากนักก็ได้ ทำไปเพียงเพื่อเป็นไปได้ในชั่วชีวิตนี้เท่านั้น เพียงหวังให้สังคมอยู่กันไปด้วยความเรียบร้อย หรือเพื่อให้ชีวิตนี้อยู่ไปได้ชั่ววันหนึ่งๆจนกว่าจะตายลงไป

แล้วมรรคผลนิพพาน หนทางที่จะเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ ก็เพียงทำใจให้ว่างๆเปล่าๆก็พอ ไม่ต้องอาศัยเหตุผลที่ลึกซึ้งพิสดารประการใดก็ได้ คิดๆไปแล้วเหมือนพูดเล่นๆ หรือเหมือนกับพระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้นั้น ช่างมีน้อยเสียเหลือเกิน ( เชิญอ่านเรื่องวิปัสสนากรรมฐานของมูลนิธิ )

ความเข้าใจดังนี้ เสมือนเป็นการหมิ่นพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเอาความคิดเห็นของตนเอง ซึ่งเต็มไปด้วยกิเลสเข้าไปปรับหรือเทียบเคียงอนุมานเอา แล้วยิ่งกว่านั้น บางท่านก็เอาความคิดเห็นผิดๆนี้แพร่หลายกระจายออกไปสู่มวลชน แล้วอ้างว่าพระพทธเจ้ากล่าวเช่นนั้น โดยได้แสดงปาฐกถาและพิมพ์ออกเผยแพร่เป็นลายลักษณ์อักษร

ทั้งนี้ก็เพราะเหตุที่ยังไม่ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาในขั้นละเอียดให้เป็นการเพียงพอเสียก่อน แน่ละ จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่พระพุทธศาสนาในอนาคต

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ก.พ. 2552 , 14:34:02 น.] ( IP = 118.173.42.39 : : )


  สลักธรรม 6



พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลไปให้พ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย และเพื่อนร่วมความทุกข์ทั้งหลายที่ได้ตายไปแล้ว เปืนผีสางเทวดา ก็ไม่มีหวังเลยว่าจะได้รั้บส่วนกุศล แม้ผู้กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลก็จะไม่มีจิตใจเผื่อแผ่ แล้วบังเกิดกุศลขึ้นมาได้ ประโยชน์ของประชาชนก็จะเสียไป

ผมจึงขอกวัดไกวไสส่ง ขออย่าได้เป็นญาติมิตร และขออย่าได้อยู่ใกล้ชิดกับบุคคลเหล่านี้เลย เพราะถ้าเกิดเป็นผีสางเทวดาก็จะไม่ได้รับอะไรจากคนเหล่านี้ที่ไม่มีน้ำใจ
บุคคลเหล่านี้ คงถูกผีสางเทวดาแช่งด่ากันทุกวัน


บางท่านก็แสดงว่า พระพุทธเจ้าของเรานั้นเกิดในประเทศอินเดีย ซึ่งในเวลานั้นในประเทศนี้มีศาสนาพราหมณ์เป็นส่วนมาก และศาสนาพราหมณ์ก็นับถือในเรื่องของสิ่งศักดิ์เป็นหลัก เช่นพระผู้เป็นเจ้า พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ ซึ่งเป็นพรหมเป็นเทวดา แล้วก็ยังมีองค์เล็กๆอีกมากมายไปจนพวกผีสางนางไม้ และไสยศาสตร์

พวกพราหมณ์เขานับถือและฝากชีวิตไว้กับท่านเหล่านี้ ดังนั้นจึงเข้าไปทำการกราบไหว้วิงวินร้องขอด้วยประการต่างๆ เพื่อให้ตนพ้นภัย และมีลาภผลสมด้งความตั้งใจ รวมทั้งกระทำพิธีรีตองอีกมากมายด้วย

บางท่านที่กล่าวมานี้เข้าใจว่า การที่ศาสนาพราหมณ์มีความเชื่อถือดังกล่าวนั้นเป็นความเพ้อฝัน แล้วทำให้ชาวไทยเราต้องทำพิธีรีตองเพ้อฝันตามไปด้วย และกล่าวต่อไปว่าศาสนานั้นเกิดจากอำนาจของความกลัว ตามอำนาจของสัญชาตญาณของมนุษย์ แล้วจึงหาที่พึ่ง

และบางท่านมีปัญญาไม่เพียงพอสำหรับในเรื่องลี้ลับมหัศจรรย์ทั้งหลาย จึงได้ประกาศก้องออกมาว่า ผู้เชื่อถือในเรื่องผีสางเทวดานั้นเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา ไม่มีความเข้าใจในปรากฏการณ์ของธรรมชาติ จึงได้ลงความเห็นว่า ศาสนาทั้งหลายเกิดขึ้นมาได้ เพราะอาศัยอำนาจของความกลัวปรากฏธรรมชาติต่างๆทั้งนั้น

อย่างไรก็ดี จะว่าความกลัวเกิดจากความโง่เขลารู้ไม่เท่าทันความจริงแต่ประการเดียว ก็ไม่เป็นการถูกต้อง แม้เราจะได้เรียนรุ้มาเป็นอย่างดีว่า ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่านั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่ในยามที่ฝนตกใหญ่ ฟ้าก็ร้องอยู่ครืนๆ เราเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งนา เราก็หนีความกลัวไม่พ้น

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ก.พ. 2552 , 14:45:24 น.] ( IP = 118.173.42.39 : : )


  สลักธรรม 7



มาอ่านเรื่องใหม่..นับเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกันดีเลยนะคะกับนครนอกพิภพ ..ขอบพระคุณมากค่ะที่เสียสละเวลาพิมพ์ลงเผยแพร่ ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2552 , 13:16:39 น.] ( IP = 125.27.170.87 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org