มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ฤาษีกับพระราชา




คนที่ไม่ต้องระแวดระวังภัยให้คนอื่น
และคนอื่นก็ไม่ต้องระแวดระวังภัยให้เขา
จึงจะอยู่เป็นสุข
เพราะเขาไม่มีห่วงใยในกามทั้งหลาย


ในเมืองพาราณสี แคว้นกาสี มีพระเจ้าพรหมทัต (พระองค์ใหม่) เป็นพระราชา พระองค์ถวายการอุปัฏฐากฤาษีอยู่เป็นประจำ

ชาตินั้น พระพุทธเจ้าของเราเสวยพระชาติ (เกิด) เป็นฤาษีหัวหน้า มีฤาษีบริวาร ๕๐๐ รูปอยู่ในป่าหิมพานต์

ฤาษีหัวหน้า เป็นคนวรรณะพราหมณ์ ก่อนออกบวชมีฐานะมั่นคง มีทรัพย์สมบัติมากมายถึงขั้นเรียกได้ว่า “พราหมณ์มหาศาล” หลังจากใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแล้วก็เกิดเบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาสและเห็นคุณค่าของการออกบวช จึงลาครอบครัวออกไปบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่าหิมพานต์ บริเวณป่าหิมพานต์ที่ท่านไปปลูกอาศรมอยู่นั้นน่ารื่นรมย์ สงบสงัด ปราศจากการรบกวน จึงทำให้บำเพ็ญเพียรได้เต็มที่จนสามารถได้บรรลุสมาบัติ ๘

คราวที่ท่านออกบวชนั้น มีคนออกบวชตาม ๕๐๐ คน ฤาษีศิษย์ทั้ง ๕๐๐ นั้นก็มีความเคารพในอาจารย์ ทุกรูปมีวัตรปฏิบัติน่าเลื่อมใสเช่นเดียวกันกับอาจารย์ และได้บรรลุสมาบัติใกล้เคียงกับอาจารย์

ตามปกติ ฤาษีคณะนี้เมื่อถึงฤดูฝนก็จะพากันออกจากป่าหิมพานต์มาอยู่ในถิ่นมนุษย์ ทั้งนี้เพราะในฤดูฝนป่าหิมพานต์มีฝนตกหนัก พื้นดินเปียกชื้น ไม่เอื้ออำนวยต่อสุขภาพ ในปีนี้ก็เช่นกันเมื่อถึงฤดูฝน ฤาษีอาจารย์ได้เรียกประชุมบรรดาฤาษีศิษย์

“เธอทั้งหลาย ฤดูฝนมาถึงแล้ว ได้เวลาที่พวกเราจะจาริกไปในถิ่นมนุษย์กันอีก ปีนี้เราจะจาริกไปที่ไหนกันดี”

ฤาษีอาจารย์ปรารภเป็นเชิงศึกษา

“ท่านอาจารย์” ฤาษีรูปหนึ่งเอ่ยขึ้น “ท่านเป็นชาวเมืองพาราณสี พวกเราเป็นชาวเมืองพาราณสี ทั้งท่านและพวกเราต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนมานาน หากปีนี้จะหลบฝนไปเมืองพาราณสีบ้างก็จะดี”

“ข้อเสนอนี้เป็นอย่างไร” ฤาษีอาจารย์ถามฤาษีศิษย์คนอื่นๆ ผลปรากฏว่าฤาษีศิษย์คนอื่นๆ ต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 ก.พ. 2552 , 08:39:27 น.] ( IP = 58.9.143.106 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ดังนั้น เมื่อถึงวันเวลาที่กำหนดนัดหมายไว้ ฤาษีทั้งหมดจึงพร้อมกันออกจากป่าหิมพานต์จาริกมุ่งหน้าไปเมืองพาราณสี ระหว่างที่จาริกไปนั้นก็ผ่านเมืองต่างๆ ไปตามลำดับ จนกระทั่งถึงเมืองพาราณสีอันเป็นจุดหมายปลายทาง

บริเวณชานเมืองพาราณสี มีอุทยานแห่งหนึ่งที่ร่มรื่นด้วยไม้นานาพรรณ อุทยานแห่งนี้เป็นของพระราชา ฤาษีคณะนี้ได้หยุดพักอยู่ในอุทยานนั้น ต่อมาพระราชาทรงทราบข่าวจึงเสด็จมาเยี่ยม ความจริงแล้วพระราชาทรงคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับฤาษีอาจารย์ตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นฆราวาส ดังนั้นเมื่อมาพบกันครั้งนี้ ทั้งสองจึงทักทายปราศรัยกันด้วยความสนิทสนม

“สบายดีหรือ พระคุณเจ้า” พระราชาตรัสถาม

“พอเป็นอยู่ มหาบพิตร” ฤาษีถวายพระพรแล้วทูลถามบ้างว่า “มหาบพิตรเล่า ทรงพระเกษมสำราญดีหรือ”

“สบายดี พระคุณเจ้า” พระราชาตรัสตอบ “บ้านเมืองตอนนี้สงบดี ชาวเมืองขยันทำมาหากินไม่เบียดเบียนกันเลย ทำให้แว่นแคว้นมั่นคง”

หลังจากสนทนากันแล้ว พระราชาทรงปวารณาฤาษีทั้งหลายด้วยปัจจัย ๔ กล่าวคือทรงรับบำรุงถวายความสะดวกแก่ฤาษีทั้งหลาย

“พระคุณเจ้าจะพักอยู่นานเท่าไร” พระราชาตรัสถาม

“สี่เดือน มหาบพิตร” ฤาษีอาจารย์ถวายพระพร

“ขอให้พระคุณเจ้าพักให้สบาย อย่าวิตกกังวลเรื่องอาหารการขบฉัน ที่อยู่ตรงไหนที่พระคุณเจ้าต้องการให้สร้างให้ก็แจ้งมา โดยมีเจ้าหน้าที่พร้อม ถึงคราวเจ็บป่วยก็อย่าเกรงใจ บอกให้โยมทราบ โยมจะได้บอกให้หมอเขามาดูแลรักษา”

ฤาษีทั้งหมดรับคำกล่าวปวารณาของพระราชาโดยดุษณียภาพ จากนั้นพระราชาก็ทรงลากลับ

ฤาษีอาจารย์กับฤาษีศิษย์อยู่อย่างมีความสุขในอุทยานแห่งนั้น พระราชาทรงมาเยี่ยมอยู่เสมอ นอกเหนือไปจากที่ได้ถวายการบำรุงด้วยปัจจัย ๔ แล้ว และยังทรงสนทนาธรรมกับฤาษีอาจารย์อยู่เนืองๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 ก.พ. 2552 , 08:47:24 น.] ( IP = 58.9.143.106 : : )


  สลักธรรม 2

ครั้นอยู่ครบ ๔ เดือนแล้ว ฤาษีทั้งหมดก็เตรียมตัวจะกลับเข้าป่าหิมพานต์ วันหนึ่ง เมื่อพระราชาเสด็จมหา ฤาษีอาจารย์จึงได้โอกาสถวายพระพร

“มหาบพิตร ปวงอาตมาอยู่ที่นี่มาครบ ๔ เดือนแล้ว บัดนี้เป็นเวลาสมควรที่จะขอถวายพระพรลากลับไปป่าหิมพานต์”

“พระคุณเจ้า...” โยมรู้สึกเป็นบุญและมีความสุขมาก ที่พระคุณเจ้ามาอยู่ที่นี่ และโยมได้บำรุงดูแล อีกทั้งการสนทนาธรรมกับพระคุณเจ้าก็ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวง เพราะทำให้โยมได้ความรู้และมีที่พึ่ง”

“ขอถวายพระพร” ฤาษีอาจารย์กราบทูล “อาตมาทราบพระประสงค์ดี แต่ว่าอาตมาเป็นหัวหน้าเขาจะทิ้งบริวารได้อย่างไร”

“พระคุณเจ้า...” พระราชาตรัสชี้แจง “พระคุณเจ้าแก่แล้ว การอยู่ป่าหิมพานต์นั้นทำให้ลำบาก หากพระคุณเจ้าไม่ประสงค์จะกลับไป พวกลูกศิษย์ก็คงจะเห็นใจ”

ฝ่ายบรรดาฤาษีศิษย์ เมื่อได้ทราบพระประสงค์ของพระราชาก็ไม่ขัดข้องที่จะให้อาจารย์อยู่ตามที่พระราชานิมนต์ ฤาษีอาจารย์ครั้นเห็นว่าบรรดาฤาษีศิษย์ไม่ขัดข้อง จึงรับคำนิมนต์ของพระราชา และมอบหมายให้ศิษย์หัวหน้าดูแลหมู่คณะแทนแล้วส่งกลับไปป่าหิมพานต์

หัวหน้าศิษย์ได้ดูแลหมู่คณะตามที่ฤาษีอาจารย์มอบหมายเป็นอย่างดี ว่ากันว่าท่านเป็นพระราชามาก่อน ต่อมาเกิดเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส จึงสละราชสมบัติออกบวช ท่านมีนิสัยน้อมไปในการเพ่งกสิณ จึงเพ่งกสิณจนได้บรรลุสมาบัติ ๘ เช่นเดียวกับอาจารย์ และได้มอบหมายให้สอนฤาษีศิษย์รูปอื่นแทนอาจารย์อยู่เสมอ

วันหนึ่ง ฤาษีหัวหน้าศิษย์คิดถึงฤาษีอาจารย์ จึงเดินทางมาเยี่ยมตามลำพัง โดยให้ฤาษีศิษย์รูปอื่นๆ ที่เหลืออยู่กันที่ป่าหิมพานต์นั้นเอง ท่านออกเดินทางจาริกมาตามลำดับ จนกระทั่งถึงอุทยานที่ฤาษีอาจารย์พักอยู่

ครั้นเข้าไปหาและทำความเคารพอาจารย์แล้ว ฤาษีอาจารย์ก็อนุญาตให้ฤาษีศิษย์นั้นนอนพักผ่อนอยู่ใกล้ๆ หลังจากนั้นไม่นานพระราชาก็เสด็จมาเยี่ยมฤาษีอาจารย์เหมือนเช่นเคย ฝ่ายฤาษีหัวหน้าศิษย์ที่นอนอยู่นั้น ครั้นเห็นพระราชาเสด็จมาก็มิได้ลุกขึ้นถวายการต้อนรับ พระราชาเห็นดังนั้นก็รู้สึกขัดเคืองพระทัย

“พระคุณเจ้า...” พระราชาตรัสบอกฤาษีอาจารย์ “ฤาษีรูปนี้เห็นจะฉันมากไป จึงเอาแต่นอนรำพันว่า สุขหนอ สุขหนอ”

“ขอถวายพระพร” ฤาษีอาจารย์กราบทูล “ฤาษีรูปนี้มิได้เป็นอย่างที่พระองค์เข้าพระทัยหรอก แต่ที่นอนรำพันว่าสุขหนอ สุขหนอก็เพราะคิดเปรียบเทียบความสุขครั้งเป็นฆราวาสกับความสุขที่ได้มาบวช”

จากนั้น ฤาษีอาจารย์เล่าให้พระราชาฟังว่า ฤาษีรูปนี้เป็นพระราชามาก่อน ต่อมาเกิดเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส จึงได้สละราชสมบัติออกบวชและบำเพ็ญเพียรจนได้บรรลุสมาบัติ ๘ ขณะนี้ท่านมาคิดเปรียบเทียบชีวิตครั้งหลังตอนเป็นพระราชา มีทหารถืออาวุธอารักขาล้อมหน้าล้อมหลัง ก็มีความสุขไปอย่างหนึ่ง กับชีวิตตอนนี้ที่ต้องมาอยู่คนเดียว ไม่มีคนอารักขา แต่ก็ปลอดภัย ก็มีความสุขไปอีกอย่างหนึ่ง แต่ความสุขทั้งสองเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ความสุขครั้งเป็นฆราวาสนั้นไม่สงบเร่าร้อน แต่ความสุขครั้งนี้เป็นความสุขที่สงบที่เกิดจากความปล่อยวาง เพราะเหตุที่เกิดการเปรียบเทียบเช่นนี้แหละ จึงทำให้นอนรำพันว่า “สุขหนอ สุขหนอ” ซึ่งหมายถึงสุขในการบวช

ครั้นเล่าประวัติของฤาษีศิษย์หัวหน้าให้พระราชาฟังแล้ว ฤาษีอาจารย์ก็แสดงธรรมสรุปความได้ว่า

“ขอถวายพระพร คนที่ไม่ต้องระแวดระวังภัยให้คนอื่นและคนอื่นก็ไม่ต้องระแวดระวังภัยให้เขาเท่านั้นจึงจะอยู่เป็นสุข เพราะเขาไม่มีความห่วงในกามทั้งหลาย”

พระราชาทรงเข้าพระทัยตามที่ฤาษีอาจารย์กล่าว จึงตรัสขอโทษฤาษีหัวหน้าศิษย์ จากนั้นทรงลากลับพระราชวัง ฝ่ายฤาษีหัวหน้าศิษย์พักอยู่ได้ระยะหนึ่งก็กราบลาฤาษีอาจารย์กลับป่าหิมพานต์ ส่วนฤาษีอาจารย์ยังคงอยู่ที่นั้นจนถึงแก่มรณภาพ

• ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่ได้เห็นหรือได้ยินเรื่องราวอันใดแล้วตัดสินใจทันทีมักทำให้ผิดพลาดได้ง่าย เช่นเดียวกับพระราชาได้ยินเสียงรำพันของฤาษีแล้วด่วนตำหนิ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 ก.พ. 2552 , 08:53:34 น.] ( IP = 58.9.143.106 : : )


  สลักธรรม 3

กำลังตามมาอ่านเลยค่ะ...พี่เณร

โดย สามเณรีน้อย [11 ก.พ. 2552 , 09:03:54 น.] ( IP = 125.24.212.50 : : )


  สลักธรรม 4


คนเราส่วนมากชอบตัดสินทันทีก่อนที่จะคิดให้รอบคอบ เรื่องราวต่างๆ ก็เกิดขึ้นตามมาได้มากมายโดยไม่คาดคิด

กราบขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับคติธรรมที่นำมาฝาก....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [11 ก.พ. 2552 , 10:17:30 น.] ( IP = 124.121.175.192 : : )


  สลักธรรม 5

เป็นชาดกที่ทำให้เห็นชีวิตที่สงบสุขและเห็นโทษของความไม่รอบคอบในการพิจารณาด้วย ..ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.พ. 2552 , 16:08:37 น.] ( IP = 125.27.174.95 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org