มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ศิษย์คิดล้างครู




อนารยชนคนชั้นต่ำเรียนวิชาและศิลปะ
มาจากสำนักอาจารย์ได้แล้ว
ย่อมใช้ศิลปะที่เรียนมานั้นฆ่าตนเอง
เขาย่อมไม่ต่างอะไรไปจากรองเท้า
ที่ทำไม่ดีย่อมกัดเท้าของผู้ใส่


ในเมืองพาราณสี มีตระกูลหนึ่งรับหน้าที่สอนศิลปะเกี่ยวกับการฝึกช้างและการใช้ช้างให้ทำงานต่างๆ ตามที่ปรารถนา

ชาตินั้น พระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นลูกของตระกูลนั้น และศึกษาศิลปะเกี่ยวกับเรื่องการฝึกช้างจนจบและเชี่ยวชาญ จึงได้รับมอบหมายจากตระกูลให้ทำหน้าที่สอนศิลปะนั้นแก่ศิษย์รุ่นต่อๆ มา

อาจารย์เป็นคนมีเมตตาต่อบรรดาศิษย์มาก ตั้งใจสอนศิลปวิทยาเป็นอย่างดีโดยไม่ปิดบังและไม่เลือกว่าศิษย์นั้นจะมีฐานะเป็นเช่นไร ดังนั้น จึงมีศิษย์มาสมัครเรียนศิลปวิทยาจากทั่วสารทิศ ต่อมาได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาขอศึกษาอยู่ด้วย

“เธอมาจากไหน” อาจารย์สอบถาม

“ข้าพเจ้าเป็นชาวเมืองพาราณสีนี้เอง” ชายหนุ่มตอบ

“เธอจะเรียนไปทำไม”

ท่านอาจารย์ก็รู้อยู่แล้วว่า คนไม่มีความรู้ความสามารถนั้นทุกวันนี้เป็นอยู่ยาก ข้าพเจ้าเรียนก็เพื่อเอาไว้ไปใช้ทำมาหากิน”

หลังจากได้ทราบความประสงค์ของศิษย์อย่างนั้นแล้ว อาจารย์ก็ได้รับไว้ด้วยความเมตตาและสอนศิลปวิทยาให้จนหมดสิ้น ฝ่ายชายหนุ่มก็ตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี และจดจำความรู้ทุกอย่างที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ไว้ได้หมด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ก.พ. 2552 , 06:20:22 น.] ( IP = 58.9.135.188 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วันหนึ่ง หลังจากจบการศึกษาแล้ว ชายหนุ่มก็ได้เข้าไปหาอาจารย์ อาจารย์ได้กล่าวแสดงความยินดีและชวนสนทนาถึงเรื่องต่างๆ รวมทั้งเรื่องราวในราชสำนักด้วย ชายหนุ่มตั้งใจฟังอาจารย์เล่าอย่างใจจดใจจ่อ และฝันอยากจะได้ทำงานในราชสำนักขึ้นมาทันที

“ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าอยากรับราชการ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในตอนหนึ่ง

“งานราชการคืองานรับใช้พระราชาเป็นงานหนักนะ” อาจารย์บอก

“หนักข้าพเจ้าไม่กลัว กลัวแต่ว่าจะเข้าทำงานไม่ได้เท่านั้น”

“ถ้าเธอต้องการจริงๆ ฉันจะช่วยฝากให้” อาจารย์ทำตามที่พูดไว้ วันหนึ่ง หลังจากเข้าเฝ้าพระจ้าพรหมทัตพระราชาแห่งแคว้นกาสีแล้ว เขาได้กราบทูลว่า

“ขอเดชะ ข้าพระองค์มีลูกศิษย์ฝีมือดีอยู่คนหนึ่ง เขาถ่ายทอดศิลปะเกี่ยวกับการฝึกช้างจากข้าพระองค์ไว้ได้หมด ข้าพระองค์ใคร่ขอฝากเขาไว้ให้รับใช้ในราชสำนักด้วย”

“ได้ซีท่านอาจารย์” พระเจ้าพรหมทัตตรัสรับรอง “ใครก็ตามถ้ามาจากอาจารย์ ฉันรับหมดเพราะเชื่อฝีมือ”

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าข้า” อาจารย์ก้มลงกราบ พลางขอให้พระเจ้าพรหมทัตตั้งเงินเดือนให้เขาด้วย

“ท่านอาจารย์ ฉันมีธรรมเนียมอยู่ว่าศิษย์กับอาจารย์จะได้เงินเดือนไม่เท่ากัน ศิษย์จะต้องได้น้อยกว่า อาจารย์จะต้องได้มากกว่า” พระเจ้าพรหมทัตตรัสชี้แจง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ก.พ. 2552 , 06:26:01 น.] ( IP = 58.9.135.188 : : )


  สลักธรรม 2

“ข้าพระองค์คิดว่าเรื่องนี้คงไม่มีปัญหา

“ถ้าอย่างนั้น ทุกวันนี้ฉันให้อาจารย์เดือนละ ๑๐๐ กหาปณะ ศิษย์ของอาจารย์ก็จะได้ครึ่งหนึ่ง คือ ๕๐ กหาปณะ”

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าข้า”

อาจารย์ดีใจมากที่สามารถฝากศิษย์เข้ารับราชการได้สำเร็จตามความต้องการของศิษย์ ดังนั้น ครั้นกลับถึงบ้านแล้วจึงรีบแจ้งให้ชายหนุ่มทราบทันที

“อาจารย์ดีใจด้วย พระราชารับเธอเข้ารับราชการแล้ว”

“แล้วเรื่องเงินเดือน พระราชาทรงให้เท่าไร ท่านอาจารย์” ชายหนุ่มถามอย่างกระตือรือร้น “เห็นรับสั่งว่าจะพระราชทานให้ครึ่งหนึ่งของฉัน”อาจารย์ตอบตามความเป็นจริง

“ทุกวันนี้อาจารย์ได้เท่าไร”

“ฉันได้ ๑๐๐ กหาปณะ”

“ถ้าอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็ได้เพียง ๕๐ กหาปณะใช่ไหมอาจารย์”

“ใช่...” อาจารย์พยักหน้ารับ

“ท่านอาจารย์...” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยความไม่พอ ใจ“ข้าพเจ้ากับท่านมีความรู้เท่ากัน ฉะนั้นก็ควรจะได้เงินเดือนเท่ากัน”

“ถ้าเธอต้องการอย่างนั้นก็ต้องให้ฉันไปกราบทูลพระราชาดูก่อนว่าจะทรงเห็นด้วยหรือไม่” อาจารย์ยินดีรับข้อเสนอของศิษย์

วันต่อมา อาจารย์ได้เข้าไปเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต และได้กราบทูลข้อเสนอของชายหนุ่มให้พระราชาได้ทราบ

“ได้...ท่านอาจารย์ พระเจ้าพรหมทัตรับข้อเสนอของชายหนุ่ม แต่ทรงมีเงื่อนไข “ลูกศิษย์ของท่านจักได้เงินเดือนเท่ากับท่าน ถ้าเขามีความสามารถเท่ากับท่าน”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ก.พ. 2552 , 06:30:18 น.] ( IP = 58.9.135.188 : : )


  สลักธรรม 3

“พระองค์จะให้เขาแสดงศิลปะแข่งกับข้าพระองค์หรือพระเจ้าข้า” อาจารย์ทูลถาม

“ใช่แล้ว” พระเจ้าพรหมทัตพยักพระพักตร์รับ

อาจารย์ได้นำความนั้นมาแจ้งให้แก่ชายหนุ่มได้ทราบ และได้รับคำตอบอย่างหนักแน่นจากเขาว่า

“ได้...ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้ายินดีจะแสดงความสามารถแข่งกับท่าน แต่ท่านต้องรับปากก่อนนะว่า หากข้าพเจ้าแสดงได้ก็จักได้รับเงินเดือนเท่ากับท่าน”

“ตกลง” อาจารย์รับคำ

วันรุ่งขึ้น อาจารย์ได้กลับไปเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งกราบทูลเรื่องที่ชายหนุ่มตกลงจะแสดงศิลปะแข่งกับตนให้ทรงทราบ

“เอาละ อาจารย์ พรุ่งนี้เชิญท่านกับศิษย์มาแสดงแข่งกันได้เลยที่ลานดินหน้าพระราชวัง”

พระเจ้าพรหมทัตทรงกำหนดนัดหมาย

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าข้า” อาจารย์ก้มลงกราบแทบพระบาท “และเป็นพระมหากรุณาธิคุณมากยิ่งขึ้น หากพระองค์จะป่าวประกาศเชิญชวนพวกชาวเมืองมาร่วมดูเป็นสักขีพยานด้วย”

“ได้...ท่านอาจารย์ ถ้าท่านต้องการอย่างนั้น” พระเจ้าพรหมทัตตรัสรับคำอย่างหนักแน่น

ความจริงแล้ว อาจารย์รู้สึกสะเทือนใจเหมือนกันกับเหตุการณ์ที่ต้องมาแสดงฝีมือแข่งกับศิษย์ เพราะคิดไม่ถึงว่าศิษย์จะกล้าท้าทายตนเช่นนี้

“เราควรจะสอนเขาให้ได้สำนึกบ้าง” อาจารย์บอกกับตนเอง ขณะเดินทางกลับบ้าน “ศิษย์ของเราเรียนจบศิลปวิทยาก็จริง แต่เขายังไม่เชี่ยวชาญในกลวิธีที่จะบังคับช้าง”

คืนวันนั้น ขณะที่ทุกคนหลับหมดแล้ว อาจารย์ก็แอบไปที่โรงช้างและฝึกช้างให้เรียนรู้วิธีที่จะเอาชนะชายหนุ่มศิษย์อกตัญญูของตน เขาฝึกให้ช้างเรียนรู้คำสั่งและปฏิบัติการที่ตรงกันข้าม นั่นคือ เมื่อออกคำสั่งว่า “ไป” ให้ช้างเรียนรู้ว่า “ต้องถอยหลัง” เมื่อออกคำสั่งว่า “หยุดยืน” ให้ช้างเรียนรู้ว่า “ต้องนอน” และเมื่อออกคำสั่งว่า “ถือ” ให้ช้างเรียนรู้ว่า “ต้องปล่อย”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ก.พ. 2552 , 06:35:08 น.] ( IP = 58.9.135.188 : : )


  สลักธรรม 4

รุ่งเช้าที่บริเวณหน้าพระราชวัง ชาวเมืองพาราณสีมาเฝ้าชมการแข่งขันประลองความสามารถระหว่างศิษย์กับอาจารย์กันเนืองแน่น พระเจ้าพรหมทัตประทับนั่งบนพระที่นั่งอย่างสง่างาม และทันใดนั้นเอง อาจารย์กับศิษย์ก็ปรากฏตัวพร้อมกัน พร้อมด้วยช้างที่ใช้ประลองความสามารถ

ครั้นได้เวลา อาจารย์กับศิษย์ก็ผลัดกันแสดงความสามารถในการบังคับช้าง ผลปรากฏว่าอาจารย์มีความสามารถบังคับได้อย่างไร ศิษย์ก็มีความสามารถอย่างนั้น ผู้คนที่มาเฝ้าชมต่างพากันเงียบกริบ เพราะคิดว่าอาจารย์คงสู้ศิษย์ไม่ได้แล้ว อาจารย์เองก็ชื่นชมศิษย์ของตนเองอยู่ในที เนื่องจากเขาสามารถถ่ายทอดศิลปะวิทยาไว้ได้หมด

ช่วงสุดท้ายมาถึงแล้ว อาจารย์ยืนสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเสนอวิธีการประลองความสามารถครั้งสุดท้าย คือให้ศิษย์สั่งบังคับช้างของตนเอง

“ได้...ท่านอาจารย์ ช้างของท่านก็เหมือนช้างของข้าพเจ้า” ชายหนุ่มรับข้อเสนอของอาจารย์ทันที แล้วตรงรี่เข้าหาช้างของอาจารย์พร้อมทั้งออกคำสั่งให้ช้างทำ แต่ผลปรากฏว่าช้างกลับทำกิริยาอาการตรงกันข้ามหมดสิ้น

ถึงตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มหน้าถอดสี เพราะรู้สึกอับอายที่ไม่สามารถสั่งช้างของอาจารย์ให้ทำตามที่ตนสั่งได้ ผู้คนที่เฝ้าชมซึ่งเอาใจช่วยอาจารย์อยู่ตลอดเวลา ต่างได้โอกาสลุกฮือขึ้นสาปแช่งชายหนุ่มกับเสียงอึงมี่

“ไป...ไปให้พ้น ไอ้ลูกศิษย์เนรคุณ ช่างไม่รู้จักประมาณตัวเองบ้างเลย” ว่าแล้ว ต่างคนต่างก็ปาก้อนดินใส่ชายหนุ่ม จนเขาได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส และขาดใจตาย

ในเวลาต่อมา อาจารย์สะเทือนใจอีกครั้งหนึ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องปลงใจว่าเขาได้รับผลกรรมของเขาแล้ว

• ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..ศิษย์ที่คิดล้างครูนั้นย่อมมีแต่ความวิบัติ เหมือนชายหนุ่มกับอาจารย์ผู้มากด้วย
เมตตา ผลสุดท้ายชายหนุ่มก็ได้รับผลร้ายที่เกิดจากการกระทำของตนเอง


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 ก.พ. 2552 , 06:38:59 น.] ( IP = 58.9.135.188 : : )


  สลักธรรม 5


อ่านแล้วก็ให้รู้สึกสะเทือนใจ และสงสารอาจารย์ เพราะธรรมดาผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ย่อมมีความรักความเมตตาในศิษย์ของตน แต่ต้องมาเห็นความวิบัติของศิษย์ไปต่อหน้าต่อตา ย่อมต้องรู้สึกสะเทือนใจ

...ครูมีบุญคุณ จะต้องเทิดทูนไว้เหนือเกล้า...

ขอบพระคุณมากค่ะที่นำคติธรรมสอนใจมาให้ได้อ่านเป็นประจำ

โดย พี่ดา [16 ก.พ. 2552 , 10:26:25 น.] ( IP = 124.121.176.213 : : )


  สลักธรรม 6

ความมานะลำพองและเห่อเหิมในความสามารถของตนเป็นภาพที่น่าเกลียดเสมอเมื่อแสดงออกมาให้ผู้อื่นพบเห็น และยิ่งน่าเกลียดมากขึ้นเมื่อแสดงกับผู้มีพระคุณโดยปราศจากความกตัญญู

นับเป็นชาดกที่อ่านง่ายได้ข้อคิดที่ดีๆ ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2552 , 13:08:18 น.] ( IP = 125.27.178.187 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร
บุคคลผู้ให้ความเคารพต่อครูบาจารย์ และรู้แก่ฐานะตน
ย่อมสร้างความเจริญให้กับตนเอง
เห็นแบบอย่างดังชาดกแล้ว ทำให้ยิ่งต้องนำมาสอนใจตน
เพราะ เห็นผลกรรมที่จะได้รับแล้ว น่ากลัว

โดย น้องอุ๊ [16 ก.พ. 2552 , 22:09:24 น.] ( IP = 125.24.45.134 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านแล้วสลดใจในเนื้อเรื่อง ได้เห็นอำนาจของทิฎฐิ และมานะ ช่างน่ากลัวจริงๆ
กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย abctoy - [16 ก.พ. 2552 , 22:52:27 น.] ( IP = 118.172.241.177 : : )


  สลักธรรม 9

"แค่คิดก็ผิดแล้ว"

การที่ศิษย์คิดประลองฝีมือกับอาจารย์ เพราะคิดว่าตนมีความรู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาฝีมือมาหมดแล้ว

เป็นการแสดงให้เห็นถึงความอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณและไม่เคารพครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควร

จึงทำให้ศิษย์คิดล้างครูต้องได้รับผลกรรมที่ตนทำมาเองเช่นนั้น

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำชาดกที่มีคติสอนใจมาให้อ่านกันค่ะ

โดย ธัญธร [19 ก.พ. 2552 , 19:19:24 น.] ( IP = 118.173.32.29 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org