| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รักกลางป่า
สลักธรรม 1ใครกันนะมาร้องเพลงอยู่ในป่า เสียงเพราะจริง พระราชาทรงรำพึงพลางเสด็จไปตามเสียงเพลง เสียงนั้นดังชัดขึ้นเรื่อยจนในที่สุดก็ทรงเห็นเจ้าของเสียง
หญิงหาฟืน ทรงอุทาน แม่เป็นหญิงชาวป่า แต่ผิวพรรณช่างผุดผ่องน่าพิศ อีกน้ำเสียงก็ไพเราะ แม่เป็นคนหรือเทพธิดาจำแลงกันแน่ เป็นเพราะทั้งสงสัยและอยากรู้จัก พระราชาจึงทรงกระแอม หญิงหาฟืนตกใจจึงหยุดร้องเพลง และสอดสายตาไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นใคร นางเริ่มรู้สึกกลัวพลันยกมือไหว้เทพาอารักษ์
เจ้าประคุณเจ้าป่าเจ้าเขาขอให้คุ้มครองลูกด้วย นางอ้อนวอนเสียงดัง แล้วทันใดนั้นเอง นางก็ต้องตกตะลึง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นชายหนุ่มรูปงามนายหนึ่ง นางมองดูเขาอย่างพินิจพิเคราะห์
ท่านเป็นใคร นางถาม
เป็นคนเหมือนกับเธอนั่นแหละ พระราชาทรงพระสรวล
ใช่ ท่านเป็นคน แต่ไม่ใช่คนอย่างข้าพเจ้า นางพูดตามประสาซื่อ ท่านแต่งตัวดีสะอาดสะอ้านเหมือนคนเมือง ส่วนข้าพเจ้าเป็นคนป่าแต่งตัวมอมแมม
เธอมอมแมมก็แต่เฉพาะเสื้อผ้า แต่ผิวพรรณของเธอนั้นผุดผ่อง ยิ่งน้ำเสียงด้วยแล้วสดใสฟังไพเราะจับใจ พระราชาตรัสชม
นางรู้สึกขวยอายต่อคำชมซึ่งหน้าที่หลุดมาจากปากของชายหนุ่มแปลกหน้า ยิ่งเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ นางยิ่งอายหนักขึ้น สายตาของพระราชาที่จ้องจับมาที่สายตาของนาง ทำให้เกิดความรู้สึกซาบซ่านแผ่ไปทั่วร่าง พวงแก้มอิ่มสองข้างสีแดงระเรื่อ
ท่านยังไม่ตอบข้าพเจ้าเลยว่าท่านเป็นใคร นางข่มความรู้สึกถามย้ำ
ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นคน พระราชาตรัสหนักแน่น พระพักตร์ยิ้มละมัย สายพระเนตรยังจับสายตาของนางไม่วางโดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:32:19 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )
สลักธรรม 2ท่านเป็นคนเมืองใช่ไหม นางถามด้วยน้ำเสียงวิงวอน
เอาละ...แม่นาง พระราชาตรัสยอมรับ ใช่...ฉันเป็นคนเมือง เพิ่งมาถึงป่านี้เมื่อเช้านี้เอง
จากนั้น พระราชาก็ตรัสถึงเรื่องมาที่ป่านี้เพื่อเที่ยวเล่น แต่ยังมิได้เปิดเผยให้นางได้ทราบความจริงของพระองค์ พระราชากับหญิงหาฟืนสนทนากันอย่างเป็นกันเองเหมือนคุ้นเคยกันมานาน ว่ากันว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะอำนาจบุพเพสันนิวาสสร้างสรรค์
ฉันรักเธอ พระราชาตรัสพลางโอบกอดนางไว้แนบพระอุระ
ข้าพเจ้าเป็นหญิงชาวป่า นางพูดพลางขยับผลักพระอุระ แต่ขณะนี้นางก็ไม่แข็งแรงพอที่จะผลักได้แล้ว เพราะสัมผัสนี้เป็นสัมผัสแรกที่นางได้รับจากชายหนุ่ม
แล้ว ณ กลางป่านั้นเอง นางก็ตกเป็นของพระราชาซึ่งในความรู้สึกของนางคือชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มาจากเมือง
รักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดี พระราชาตรัสพรางถอดพระธำมรงค์สวมใส่นิ้วนาง
ท่านบอกข้าพเจ้าให้ชัดได้ไหมว่าท่านเป็นใคร นางวิงวอน
ได้ซีจ๊ะที่รัก พระราชาตรัสตอบหนักแน่น ฉันเป็นพระราชาแห่งแคว้นกาสีนี้แหละ
พระราชา.. นางอุทานเสียงดัง
พระราชาทรงรู้สึกขบขันต่อท่าตกประหม่าของนาง ทรงรั้งนางมาสวมกอดด้วยความรักระคนเอ็นดูอีกครั้งหนึ่ง และตรัสย้ำ
รักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดี แหวนนี้จะช่วยเธอได้ในภายภาคหน้า
นางทราบดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยการจากเพราะผู้ที่ร่วมเหตุการณ์กันนางนั้นคือพระราชาผู้สูงศักดิ์ ซึ่งนางไม่สามารถจะใช้ชีวิตร่วมได้ตลอดไป นางไม่รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น และไม่รู้สึกเสียใจที่คนรักต้องจากไป แต่รู้สึกอาลัยเท่านั้นเอง
ขอให้เสด็จไปดีนะเพคะ นางก้มลงกราบพระบาท
หม่อมฉันไม่มีอะไรจะถวาย นอกจากความรักแท้ นับแต่นี้ไปขอทูลกระหม่อมระลึกไว้ด้วยว่าหม่อมฉันผู้เป็นหญิงชาวป่าคือข้ารับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไป
รักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดี แหวนวงนี้จะช่วยให้เราได้พบกันอีก พระราชาตรัสย้ำอีกครั้งหนึ่งอย่างหนักแน่นก่อนเสด็จจากไปโดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:37:26 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )
สลักธรรม 3ต่อมาหญิงหาฟืนนั้นก็ตั้งครรภ์ ครั้นครบกำหนดทศมาศ (๑๐ เดือน) ก็คลอดลูกออกมาเป็นชายหน้าตาน่ารัก นางเลี้ยงลูกชายมาด้วยความทะนุถนอม แต่ก็มิได้บอกให้ลูกชายทราบความจริงเกี่ยวกับพ่อบังเกิดเกล้า จนกระทั่งวันหนึ่ง
แม่จ๋า...แม่บอกหน่อยเถอะว่าใครเป็นพ่อของลูก ลูกชายวัย ๖ ขวบถามแม่
ลูกรัก แม่โอบกอดลูกชายไว้แนบอก พระเจ้ากรุงพาราณสีเป็นพระบิดาของลูก นี่ไงแหวนที่พระบิดาของลูกมอบไว้ให้
ครั้นแล้วนางก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกชายฟัง สรุปได้ว่า พระราชาแห่งแคว้นกาสีพระราชทานแหวนไว้ให้ก็ด้วยความมุ่งหวังว่าให้พระโอรสที่เกิดจากนางสวมไปเฝ้าพระองค์ แหวนจะได้ช่วยเป็นสักขีพยาน
อย่างนี้แล้วทำไมแม่ไม่พาลูกไปหาพระบิดาเล่า ลูกชายถามแบบรบเร้า
หญิงหาฟืนเมื่อเห็นลูกชายรบเร้าถามมากเข้า วันหนึ่งจึงตัดสินใจพาลูกชายเข้าเมืองแล้วตรงไปเฝ้าพระราชาในพระราชวัง
ฝ่าบาททรงจำหม่อมฉันได้ไหมเพคะ นางทูลถาม
จำไม่ได้ พระราชาสั่นพระเศียร
เด็กผู้ชายคนนี้คือลูกของฝ่าบาท นางทูลต่อ
ไม่...เด็กผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ลูกฉัน ฉันไม่เคยมีลูกชาย
จำแหวนวงนี้ได้ไหมเพคะ แหวนวงนี้ฝ่าบาททรงให้กับหม่อมฉันไว้
จำไม่ได้...มันไม่ใช่แหวนของฉัน
ความจริงแล้ว พระราชาทรงจำนางและพระธำมรงค์ได้ แต่ที่ตรัสปฏิเสธก็เพราะทรงละอายบรรดาข้าราชบริพารที่จะมารู้ว่าพระองค์ทรงมีลูกกับหญิงหาฟืน ฝ่ายหญิงหาฟืนนั้นเมื่อถูกปฏิเสธเช่นนั้นก็รู้สึกอับอาย นางจึงลุกขึ้นถวายบังคม พระราชาพลางกราบทูลว่า
ฝ่าพระบาท หม่อมฉันไม่มีทางอื่นจะทำให้พระองค์เชื่อได้ นอกจากจับลูกโยนขึ้นไปในอากาศ หากเป็นลูกของพระองค์จริง เขาก็จะลอยอยู่ในอากาศได้ แต่ถ้าหม่อมฉันโกหกก็ขอให้เขาตกลงมาตายโดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:43:01 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )
สลักธรรม 4ว่าแล้ว นางก็จับเท้าลูกชายเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศ ฝ่ายลูกชายของนางครั้นถูกเหวี่ยงขึ้นไปแล้วก็นั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศพลางกราบทูลพระราชาว่า...
ข้าแต่พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ หม่อมฉันเป็นลูกของพระองค์ ข้าแต่พระจอมคม ขอพระองค์จงมีพระกรุณาเลี้ยงดูหม่อมฉันด้วยเถิด คนอื่นพระองค์ยังเลี้ยงดูได้ แต่ไฉนจึงจะไม่เลี้ยงดูลูกของพระองค์เล่า
พระราชาทรงเงียบนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เพราะทรงคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์อัศจรรย์นี้จะเกิดขึ้นได้ พระองค์ทอดพระเนตรดูลูกชายของหญิงหาฟืนด้วยสายพระเนตรอ่อนโยน ความรักที่ทรงซ่อนเร้นไว้แต่แรกเห็นเริ่มแสดงตัว
มามา...ลูกรัก มาหาพ่อ พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ออกรับ
ขณะเดียวกันนั้น ข้าราชบริพารคนอื่นๆ ที่เห็นความน่ารักของเด็กชายลูกหญิงหาฟืนก็เหยียดมือออกรับแสดงเจตจำนงขอเลี้ยงดู
ขณะนั้นเอง ลูกชายของหญิงหาฟืนค่อยๆ ลอยลงมาหยุดอยู่ที่พระหัตถ์ของพระราชา แล้วเข้าไปนั่งบนพระเพลา (ตัก) พระราชาทรงสวมกอดพระโอรสไว้แน่น พลางกวักพระหัตถ์เรียกหญิงหาฟืนให้เข้ามาหา จากนั้นทรงพาสองแม่ลูกเข้าไปในพระตำหนัก
ไม่กี่วันหลังจากนั้น พระราชาก็ทรงแต่งตั้งพระโอรสเป็นพระอุปราช และทรงแต่งตั้งหญิงหาฟืน เป็นพระอัครมเหสี ต่อมาเมื่อพระราชาสวรรคต พระอุปราชก็ขึ้นครองราชย์สมบัติแทน และทรงพระนามว่า พระเจ้ากัฏฐวาหนะ
พระเจ้ากัฏฐวาหนะทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจงรักภักดี ทั่วแว่นแคว้นสงบสุขตลอดรัชกาล
ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...บุญวาสนาเป็นสิ่งที่ขัดขวางกันไม่ได้ คนเกิดกลางป่าหากต่อมาจะได้ยิ่งใหญ่ บุญวาสนาก็จะชักพาให้ได้พบผู้อุปถัมภ์ที่ดี
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:48:29 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )
สลักธรรม 5
กุกกิกน่ารัก และมีคติสอนใจ
กราบขอบพระคุณมากพี่เณรมากค่ะที่นำชาดกสอนใจมาฝากเป็นประจำโดย พี่ดา [18 ก.พ. 2552 , 10:10:21 น.] ( IP = 124.121.177.163 : : )
สลักธรรม 6คำกราบทูลของพระโพธิสัตว์ต่อพระราชานั้นน่าประทับใจมากเลยค่ะ ..คนอื่นพระองค์ยังเลี้ยงดูได้
แต่ไฉนจึงจะไม่เลี้ยงดูลูกของพระองค์เล่า ...
อ่านแล้วก็ทำให้คิดได้หลายอย่างไม่เฉพาะเรื่องของพ่อ-ลูกเช่นนี้ แต่ทำให้พิจารณาในการกระทำของตนได้ว่า ..เราได้ละเลยบุคคลผู้ใกล้ชิดไปบ้างหรือไม่ ทอดทิ้งผู้มีพระคุณไปบ้างหรือเปล่า ...
บางคนทำดีกับคนอื่นได้สารพัดแต่กับคนใกล้ตัวนั้นทำเหมือนไม่มีน้ำใจ พ่อแม่บางคนก็ชมเชยลูกคนอื่นได้สารพัดแต่กับลูกตนเองนั้นไม่เคยให้กำลังใจ ลูกบางคนก็เป็นผู้บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์สารพัดแต่กับพ่อแม่ตนเองกลับมีแต่ความรำคาญ หงุดหงิดและขุ่นใจอภัยในความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้ไม่ได้
คำของพระโพธิสัตย์นี้นอกจากจะให้ความรู้สึกน่าสงสารแล้วยังสามารถกระตุ้นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้เกิดขึ้นในชีวิตได้อีกด้วย ..นับเป็นชาดกที่ไม่ธรรมดาเลย
กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2552 , 11:22:06 น.] ( IP = 125.27.173.96 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |