มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รักกลางป่า




ข้าแต่พระราชาผู้ยิ่งใหญ่
หม่อมฉันเป็นลูกของพระองค์
ข้าแต่พระจอมคน ขอพระองค์
จงมีพระกรุณาเลี้ยงดูหม่อมฉันด้วยเถิด
คนอื่นพระองค์ยังเลี้ยงดูได้
แต่ไฉนจึงจะไม่เลี้ยงดูลูกของพระองค์เล่า


ในเมืองพาราณสี แคว้นกาสี มีพระเจ้าพรหมทัต (พระองค์ใหม่) เป็นพระราชา พระองค์มาได้เสียกับหญิงหาฟืนขณะเสด็จประพาสป่าแล้วมีโอรสกับนาง ๑ พระองค์

ชาตินั้น พระพุทธเจ้าของเราเสวยพระชาติ (เกิด) เป็นลูกหญิงหาฟืนที่เกิดจากพระราชาแห่งเมืองพาราณสีนั้น

ปีหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ พระราชาได้เสด็จพร้อมด้วยข้าราชบริพารไปประพาสป่า ซึ่งเวลานั้นกำลังงามสะพรั่งด้วยไม้ผลนานาพรรณ และขวักไขว่ด้วยฝูงสัตว์ป่านานาชนิด ฝูงนกหลากหลายส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว พระราชาทรงเบิกบานพระทัยที่ได้มาประทับอยู่ท่ามกลางบรรยากาศป่าเช่นนั้น เช่นเดียวกับข้าราชบริพารที่ตามเสด็จซึ่งทุกคนดูท่าร่าเริงสนุกสนาน

พระราชาทรงอนุญาตให้ทุกคนเที่ยวชมความงามและสนุกสนานอย่างอิสระ โดยมิต้องกังวลที่จะมาคอยอารักขาพระองค์ ดังนั้น ข้าราชบริพารจึงแยกย้ายกันไปเที่ยวชม บ้างก็จับกลุ่มเดินไป บ้างก็แยกย้ายไปตามลำพัง

พระราชาเองก็มิโปรดที่จะให้ใครตามเสด็จ พระองค์ทรงปลีกตัวไปประพาสป่าตามลำพัง

บริเวณป่ารังที่หลบไปประทับยืนอยู่นั้น มีนกการเวกส่งเสียงร้องอย่างไพเราะ อีกทั้งป่ายางก็มีเสียงนกยูงดังยั่วเย้าก้อนเมฆ พระองค์เสด็จย่างพระบาทไปอย่างช้าๆ และทอดพระเนตรไปรอบๆ อย่างสบายพระทัย ขณะนั้นเองทรงแว่วได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพลง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:27:27 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

“ใครกันนะมาร้องเพลงอยู่ในป่า เสียงเพราะจริง” พระราชาทรงรำพึงพลางเสด็จไปตามเสียงเพลง เสียงนั้นดังชัดขึ้นเรื่อยจนในที่สุดก็ทรงเห็นเจ้าของเสียง

“หญิงหาฟืน” ทรงอุทาน “แม่เป็นหญิงชาวป่า แต่ผิวพรรณช่างผุดผ่องน่าพิศ อีกน้ำเสียงก็ไพเราะ แม่เป็นคนหรือเทพธิดาจำแลงกันแน่ เป็นเพราะทั้งสงสัยและอยากรู้จัก พระราชาจึงทรงกระแอม หญิงหาฟืนตกใจจึงหยุดร้องเพลง และสอดสายตาไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นใคร นางเริ่มรู้สึกกลัวพลันยกมือไหว้เทพาอารักษ์

“เจ้าประคุณเจ้าป่าเจ้าเขาขอให้คุ้มครองลูกด้วย” นางอ้อนวอนเสียงดัง แล้วทันใดนั้นเอง นางก็ต้องตกตะลึง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นชายหนุ่มรูปงามนายหนึ่ง นางมองดูเขาอย่างพินิจพิเคราะห์

“ท่านเป็นใคร” นางถาม

“เป็นคนเหมือนกับเธอนั่นแหละ” พระราชาทรงพระสรวล

“ใช่ ท่านเป็นคน แต่ไม่ใช่คนอย่างข้าพเจ้า” นางพูดตามประสาซื่อ “ท่านแต่งตัวดีสะอาดสะอ้านเหมือนคนเมือง ส่วนข้าพเจ้าเป็นคนป่าแต่งตัวมอมแมม”

“เธอมอมแมมก็แต่เฉพาะเสื้อผ้า แต่ผิวพรรณของเธอนั้นผุดผ่อง ยิ่งน้ำเสียงด้วยแล้วสดใสฟังไพเราะจับใจ” พระราชาตรัสชม

นางรู้สึกขวยอายต่อคำชมซึ่งหน้าที่หลุดมาจากปากของชายหนุ่มแปลกหน้า ยิ่งเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ นางยิ่งอายหนักขึ้น สายตาของพระราชาที่จ้องจับมาที่สายตาของนาง ทำให้เกิดความรู้สึกซาบซ่านแผ่ไปทั่วร่าง พวงแก้มอิ่มสองข้างสีแดงระเรื่อ

“ท่านยังไม่ตอบข้าพเจ้าเลยว่าท่านเป็นใคร” นางข่มความรู้สึกถามย้ำ

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นคน” พระราชาตรัสหนักแน่น พระพักตร์ยิ้มละมัย สายพระเนตรยังจับสายตาของนางไม่วาง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:32:19 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )


  สลักธรรม 2

“ท่านเป็นคนเมืองใช่ไหม” นางถามด้วยน้ำเสียงวิงวอน

“เอาละ...แม่นาง” พระราชาตรัสยอมรับ “ใช่...ฉันเป็นคนเมือง เพิ่งมาถึงป่านี้เมื่อเช้านี้เอง”

จากนั้น พระราชาก็ตรัสถึงเรื่องมาที่ป่านี้เพื่อเที่ยวเล่น แต่ยังมิได้เปิดเผยให้นางได้ทราบความจริงของพระองค์ พระราชากับหญิงหาฟืนสนทนากันอย่างเป็นกันเองเหมือนคุ้นเคยกันมานาน ว่ากันว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะอำนาจบุพเพสันนิวาสสร้างสรรค์

“ฉันรักเธอ” พระราชาตรัสพลางโอบกอดนางไว้แนบพระอุระ

“ข้าพเจ้าเป็นหญิงชาวป่า” นางพูดพลางขยับผลักพระอุระ แต่ขณะนี้นางก็ไม่แข็งแรงพอที่จะผลักได้แล้ว เพราะสัมผัสนี้เป็นสัมผัสแรกที่นางได้รับจากชายหนุ่ม

แล้ว ณ กลางป่านั้นเอง นางก็ตกเป็นของพระราชาซึ่งในความรู้สึกของนางคือชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มาจากเมือง

“รักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดี” พระราชาตรัสพรางถอดพระธำมรงค์สวมใส่นิ้วนาง

“ท่านบอกข้าพเจ้าให้ชัดได้ไหมว่าท่านเป็นใคร” นางวิงวอน

“ได้ซีจ๊ะที่รัก” พระราชาตรัสตอบหนักแน่น “ฉันเป็นพระราชาแห่งแคว้นกาสีนี้แหละ”

“พระราชา..” นางอุทานเสียงดัง

พระราชาทรงรู้สึกขบขันต่อท่าตกประหม่าของนาง ทรงรั้งนางมาสวมกอดด้วยความรักระคนเอ็นดูอีกครั้งหนึ่ง และตรัสย้ำ

“รักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดี แหวนนี้จะช่วยเธอได้ในภายภาคหน้า”

นางทราบดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยการจากเพราะผู้ที่ร่วมเหตุการณ์กันนางนั้นคือพระราชาผู้สูงศักดิ์ ซึ่งนางไม่สามารถจะใช้ชีวิตร่วมได้ตลอดไป นางไม่รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น และไม่รู้สึกเสียใจที่คนรักต้องจากไป แต่รู้สึกอาลัยเท่านั้นเอง

“ขอให้เสด็จไปดีนะเพคะ” นางก้มลงกราบพระบาท

“หม่อมฉันไม่มีอะไรจะถวาย นอกจากความรักแท้ นับแต่นี้ไปขอทูลกระหม่อมระลึกไว้ด้วยว่าหม่อมฉันผู้เป็นหญิงชาวป่าคือข้ารับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไป”

“รักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดี แหวนวงนี้จะช่วยให้เราได้พบกันอีก” พระราชาตรัสย้ำอีกครั้งหนึ่งอย่างหนักแน่นก่อนเสด็จจากไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:37:26 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )


  สลักธรรม 3

ต่อมาหญิงหาฟืนนั้นก็ตั้งครรภ์ ครั้นครบกำหนดทศมาศ (๑๐ เดือน) ก็คลอดลูกออกมาเป็นชายหน้าตาน่ารัก นางเลี้ยงลูกชายมาด้วยความทะนุถนอม แต่ก็มิได้บอกให้ลูกชายทราบความจริงเกี่ยวกับพ่อบังเกิดเกล้า จนกระทั่งวันหนึ่ง

“แม่จ๋า...แม่บอกหน่อยเถอะว่าใครเป็นพ่อของลูก” ลูกชายวัย ๖ ขวบถามแม่

“ลูกรัก” แม่โอบกอดลูกชายไว้แนบอก “พระเจ้ากรุงพาราณสีเป็นพระบิดาของลูก นี่ไงแหวนที่พระบิดาของลูกมอบไว้ให้”

ครั้นแล้วนางก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกชายฟัง สรุปได้ว่า พระราชาแห่งแคว้นกาสีพระราชทานแหวนไว้ให้ก็ด้วยความมุ่งหวังว่าให้พระโอรสที่เกิดจากนางสวมไปเฝ้าพระองค์ แหวนจะได้ช่วยเป็นสักขีพยาน

“อย่างนี้แล้วทำไมแม่ไม่พาลูกไปหาพระบิดาเล่า” ลูกชายถามแบบรบเร้า

หญิงหาฟืนเมื่อเห็นลูกชายรบเร้าถามมากเข้า วันหนึ่งจึงตัดสินใจพาลูกชายเข้าเมืองแล้วตรงไปเฝ้าพระราชาในพระราชวัง

“ฝ่าบาททรงจำหม่อมฉันได้ไหมเพคะ” นางทูลถาม

“จำไม่ได้” พระราชาสั่นพระเศียร

“เด็กผู้ชายคนนี้คือลูกของฝ่าบาท” นางทูลต่อ

“ไม่...เด็กผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ลูกฉัน ฉันไม่เคยมีลูกชาย”

“จำแหวนวงนี้ได้ไหมเพคะ แหวนวงนี้ฝ่าบาททรงให้กับหม่อมฉันไว้”

“จำไม่ได้...มันไม่ใช่แหวนของฉัน”

ความจริงแล้ว พระราชาทรงจำนางและพระธำมรงค์ได้ แต่ที่ตรัสปฏิเสธก็เพราะทรงละอายบรรดาข้าราชบริพารที่จะมารู้ว่าพระองค์ทรงมีลูกกับหญิงหาฟืน ฝ่ายหญิงหาฟืนนั้นเมื่อถูกปฏิเสธเช่นนั้นก็รู้สึกอับอาย นางจึงลุกขึ้นถวายบังคม พระราชาพลางกราบทูลว่า

“ฝ่าพระบาท หม่อมฉันไม่มีทางอื่นจะทำให้พระองค์เชื่อได้ นอกจากจับลูกโยนขึ้นไปในอากาศ หากเป็นลูกของพระองค์จริง เขาก็จะลอยอยู่ในอากาศได้ แต่ถ้าหม่อมฉันโกหกก็ขอให้เขาตกลงมาตาย”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:43:01 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )


  สลักธรรม 4

ว่าแล้ว นางก็จับเท้าลูกชายเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศ ฝ่ายลูกชายของนางครั้นถูกเหวี่ยงขึ้นไปแล้วก็นั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศพลางกราบทูลพระราชาว่า...

“ข้าแต่พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ หม่อมฉันเป็นลูกของพระองค์ ข้าแต่พระจอมคม ขอพระองค์จงมีพระกรุณาเลี้ยงดูหม่อมฉันด้วยเถิด คนอื่นพระองค์ยังเลี้ยงดูได้ แต่ไฉนจึงจะไม่เลี้ยงดูลูกของพระองค์เล่า

พระราชาทรงเงียบนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เพราะทรงคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์อัศจรรย์นี้จะเกิดขึ้นได้ พระองค์ทอดพระเนตรดูลูกชายของหญิงหาฟืนด้วยสายพระเนตรอ่อนโยน ความรักที่ทรงซ่อนเร้นไว้แต่แรกเห็นเริ่มแสดงตัว

“มามา...ลูกรัก มาหาพ่อ” พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ออกรับ

ขณะเดียวกันนั้น ข้าราชบริพารคนอื่นๆ ที่เห็นความน่ารักของเด็กชายลูกหญิงหาฟืนก็เหยียดมือออกรับแสดงเจตจำนงขอเลี้ยงดู

ขณะนั้นเอง ลูกชายของหญิงหาฟืนค่อยๆ ลอยลงมาหยุดอยู่ที่พระหัตถ์ของพระราชา แล้วเข้าไปนั่งบนพระเพลา (ตัก) พระราชาทรงสวมกอดพระโอรสไว้แน่น พลางกวักพระหัตถ์เรียกหญิงหาฟืนให้เข้ามาหา จากนั้นทรงพาสองแม่ลูกเข้าไปในพระตำหนัก

ไม่กี่วันหลังจากนั้น พระราชาก็ทรงแต่งตั้งพระโอรสเป็นพระอุปราช และทรงแต่งตั้งหญิงหาฟืน เป็นพระอัครมเหสี ต่อมาเมื่อพระราชาสวรรคต พระอุปราชก็ขึ้นครองราชย์สมบัติแทน และทรงพระนามว่า “พระเจ้ากัฏฐวาหนะ”

พระเจ้ากัฏฐวาหนะทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจงรักภักดี ทั่วแว่นแคว้นสงบสุขตลอดรัชกาล

• ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...บุญวาสนาเป็นสิ่งที่ขัดขวางกันไม่ได้ คนเกิดกลางป่าหากต่อมาจะได้ยิ่งใหญ่ บุญวาสนาก็จะชักพาให้ได้พบผู้อุปถัมภ์ที่ดี


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.พ. 2552 , 06:48:29 น.] ( IP = 58.9.136.122 : : )


  สลักธรรม 5


กุกกิกน่ารัก และมีคติสอนใจ

กราบขอบพระคุณมากพี่เณรมากค่ะที่นำชาดกสอนใจมาฝากเป็นประจำ

โดย พี่ดา [18 ก.พ. 2552 , 10:10:21 น.] ( IP = 124.121.177.163 : : )


  สลักธรรม 6

คำกราบทูลของพระโพธิสัตว์ต่อพระราชานั้นน่าประทับใจมากเลยค่ะ ..คนอื่นพระองค์ยังเลี้ยงดูได้
แต่ไฉนจึงจะไม่เลี้ยงดูลูกของพระองค์เล่า ...

อ่านแล้วก็ทำให้คิดได้หลายอย่างไม่เฉพาะเรื่องของพ่อ-ลูกเช่นนี้ แต่ทำให้พิจารณาในการกระทำของตนได้ว่า ..เราได้ละเลยบุคคลผู้ใกล้ชิดไปบ้างหรือไม่ ทอดทิ้งผู้มีพระคุณไปบ้างหรือเปล่า ...

บางคนทำดีกับคนอื่นได้สารพัดแต่กับคนใกล้ตัวนั้นทำเหมือนไม่มีน้ำใจ พ่อแม่บางคนก็ชมเชยลูกคนอื่นได้สารพัดแต่กับลูกตนเองนั้นไม่เคยให้กำลังใจ ลูกบางคนก็เป็นผู้บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์สารพัดแต่กับพ่อแม่ตนเองกลับมีแต่ความรำคาญ หงุดหงิดและขุ่นใจอภัยในความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้ไม่ได้

คำของพระโพธิสัตย์นี้นอกจากจะให้ความรู้สึกน่าสงสารแล้วยังสามารถกระตุ้นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้เกิดขึ้นในชีวิตได้อีกด้วย ..นับเป็นชาดกที่ไม่ธรรมดาเลย

กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2552 , 11:22:06 น.] ( IP = 125.27.173.96 : : )


  สลักธรรม 7

เป็นเรื่องราวที่น่ารักและน่าประทับใจ ทั้งยังให้คติสอนใจ แสดงให้เห็นความกล้าหาญของหญิงหาฟืนและความมหัศจรรย์ของพระโพธิสัตว์
กราบขอบพระคุณมากค่ะและกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [19 ก.พ. 2552 , 00:19:44 น.] ( IP = 118.172.250.0 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org