มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย




ทะนานข้าวสารหนึ่งใบมีราคาเท่าไร
เมืองพาราณสีทั้งเมืองมีราคาเท่าไร
ทะนานข้าวสารใบเดียว
มีค่าเท่าม้า ๕๐๐ ตัวเทียวหรือ


ในเมืองพาราณสี แคว้นกาสี มีพระเจ้าพรหมทัต (พระองค์ใหม่) เป็นพระราชา พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่เสียน้อยเสียยาก แต่เสียมากกลับเสียง่าย

ชาตินั้น พระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นเจ้าหน้าที่ตีราคาของประจำราชสำนัก และทำหน้าที่มาด้วยความซื่อสัตย์ แต่ไม่เป็นที่โปรดปรานของพระราชา

เจ้าหน้าที่ตีราคานั้นได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ตีราคาสัตว์ อาทิ ช้าง ม้า และสิ่งของ อาทิ แก้วมณีและทองคำที่มีคนนำมาขายให้แก่พระราชา เขาเป็นคนซื่อสัตย์ตีราคาตามความเป็นจริง ถูกแพงว่ากันตามประเภทของสินค้า

พระราชาทรงมีอุปนิสัยค่อนข้างโลภ ทรงอยากเสียให้น้อยแต่ได้ให้มากโดยไม่ทรงคำนึงถึงความเป็นจริง พระองค์ไม่รู้สึกสบายพระทัยที่เห็นเจ้าหน้าที่ตีราคาผู้ซื่อสัตย์ไม่ทำตามพระประสงค์ของพระองค์

“ขืนตีราคาแบบนี้” พระองค์ทรงรำพึง “ไม่ช้าทรัพย์สมบัติของเราที่สะสมมาแต่บรรพบุรุษก็คงหมด”

พระองค์ทรงคิดต่อไปถึงการที่จะต้องปลดคนเก่าแล้วหาคนใหม่มาแทน พระองค์ทรงคิดหนักถึงคนที่จะสนองพระประสงค์ของพระองค์ได้ ในพระราชสำนักพระองค์ไม่ไว้ใจใครเลย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.พ. 2552 , 05:23:30 น.] ( IP = 58.9.135.226 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วันหนึ่ง ขณะประทับยืนทอดพระเนตรลงมาทางช่องพระแกล ทรงเห็นชายชาวบ้านคนหนึ่งหน่วยก้านดีเดินผ่านพระลานหลวงไป รู้สึกถูกพระทัย จึงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ตามตัวมาเข้าเฝ้า

“ทำงานให้ฉันสักอย่างได้ไหม” พระราชาตรัสถาม

“งานอะไร พระเจ้าข้า” ชายชาวบ้านทูลถามด้วยความแปลกใจ

“งานตีราคาของ” พระราชาตรัสตอบพร้อมทั้งอธิบายให้เขาฟังถึงลักษณะงาน

“ได้ พระเจ้าข้า” ชายชาวบ้านทูลรับ

พระราชาทรงดีพระทัยมาก วันนั้นเองทรงประกาศปลดเจ้าหน้าที่ตีราคาคนเก่า พร้อมทั้งประกาศตั้งชายชาวบ้านที่พระองค์สัมภาษณ์แล้วนั้นให้เป็นเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่

“เจ้าต้องทำให้ฉันได้เปรียบนะ” พระราชาตรัสแถลงนโยบาย “ไม่ใช่ทำให้เสียเปรียบอย่างที่คนเก่าทำ” จากนั้น พระองค์ก็ทรงเล่าถึงความเสียเปรียบที่เจ้าหน้าที่คนเก่าผู้ซื่อสัตย์ทำไว้ด้วยความไม่พอพระทัย แล้วทรงแนะเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่ให้ตีราคาแบบกดราคา เจ้าหน้าที่ใหม่คนนั้นไม่ใช่คนฉลาด ประกอบกับอยากทำงานในราชสำนัก จึงทูลรับทุกอย่างที่ทรงเสนอแนะ

ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตีราคาคนเก่านั้น เมื่อถูกปลดแล้วก็ออกไปใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่นอกพระราชวัง โดยมีอำมาตย์ทั้งหลายที่ทำงานอยู่ด้วยกัน แวะเวียนไปเยี่ยมและให้กำลังใจ

เจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่แสดงฝีมือถูกพระทัยของพระราชามาก เขายึดถือนโยบาย “เสียให้น้อย แต่ได้ให้มาก” ที่พระราชาทรงแนะให้เป็นหลักในการทำงาน ผลปรากฏว่า ..

วันหนึ่งๆ พระราชทรัพย์ที่จ่ายออกไปนั้นไม่มาก แต่กลับได้สัตว์เลี้ยงและของที่ประชาชนนำมาขายไว้มาก พระราชาเสด็จมาตรวจงานคราวใดเป็นได้ปลื้มพระทัยกลับไปคราวนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.พ. 2552 , 05:29:00 น.] ( IP = 58.9.135.226 : : )


  สลักธรรม 2

“มันต้องอย่างนี้ซี่ เจ้าหน้าที่ของข้า” พระองค์ทรงพระสรวลลั่น

ต่อมามีพ่อค้าม้าคนหนึ่งเดินทางมาจากแคว้นอุตตราปถะ ซึ่งอยู่ขึ้นไปทางเหนือจากแคว้นกาสีต้อนม้า ๕๐๐ ตัวมาขายให้แก่พระราชา หลังจากทรงให้การต้อนรับเขาแล้ว พระราชาก็ทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ตีราคาทันที

“คนเก่าไปไหนล่ะ พระเจ้าข้า” พ่อค้าม้าทูลถามด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่ให้ตีราคา

“ขอเดชะ เขากราบทูลทันทีเช่นกัน “ม้า ๕๐๐ ตัวนี้มีราคาเท่ากับทะนานข้าวสาร ๑ ใบ พระเจ้าข้า”

“อย่างนั้นหรือ” พระราชาทรงพอพระทัยมากแล้ว รีบรับสั่งให้เจ้าหน้าที่นำทะนานข้าวสาร ๑ ใบมามอบหมายให้พ่อค้าเป็นค่าม้า ๕๐๐ ตัว

พ่อค้าม้าพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งนิ่งอึ้งและจำต้องรับทะนานข้าวสาร ๑ ใบมาเป็นค่าม้า ๕๐๐ ตัว ครั้นถวายบังคมลาออกมาพ้นพระราชวังแล้ว เขาก็สืบหาบ้านเจ้าหน้าที่ตีราคาคนเก่าจนพบ และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

“ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรดี” พ่อค้าม้าคร่ำครวญทิ้งท้าย

“เอาอย่างนี้ซี่” เจ้าหน้าที่ตีราคาคนเก่าบอกอุบาย “ขอให้ท่านกลับไปหาเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่นั้นอีกครั้งหนึ่ง ให้สินบนเขาแล้วขอให้เขาตีราคาทะนานให้ดู”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.พ. 2552 , 05:33:33 น.] ( IP = 58.9.135.226 : : )


  สลักธรรม 3

จากนั้นเขาก็แนะเรื่องให้ตีราคาทะนานข้าวสาร ๑ ใบ คือให้ตีราคาเท่ากับเมืองพาราณสีทั้งเมือง พ่อค้าม้ารับคำแนะนำแล้วก็กลับไปหาเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่อีก เจ้าหน้าที่ตีราคาคนเก่าตามไปด้วย

“ท่านครับ” พ่อค้าม้าพูดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่

“ผมต้องขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยให้ผมได้รู้ว่าม้า ๕๐๐ ตัวมีราคาเท่ากับทะนานข้าวสาร ๑ ใบ แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าทะนานข้าวสาร ๑ ใบมีราคาเท่ากับอะไร ถ้าเป็นไปได้ผมขอให้ท่านไปยืนประกาศราคาทะนานต่อพระราชา”

“นั่นซีท่าน” เจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่พูดขึ้น “ข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้ตีราคาทะนานไว้ หรือท่านคิดว่ามีราคาเท่ากับอะไร”

“ข้าพเจ้าคิดว่าทะนานข้าวสาร ๑ ใบนั้น เป็นของมีค่ามาก เพราะรวมม้าไว้ได้ถึง ๕๐๐ ตัว ฉะนั้น มันจึงน่าจะมีค่ากับเมืองพาราณสีทั้งเมือง”

พ่อค้าม้าเสนอราคาตามที่ตกลงกันมา เจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่ไม่ทันได้คิดอะไรก็เห็นดีด้วย พ่อค้าจึงตกรางวัลเขาอย่างงามด้วยเงินก้อนหนึ่ง แล้วขอให้เขาประกาศราคาทะนานเทียบเท่ากับเมืองพาราณสีในที่ประชุม ซึ่งมีพระราชาประทับนั่งเป็นประมุข

“ได้ซี่ท่าน” เจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่รับคำและรับสินบทด้วยความยินดี ทั้งหมดได้เข้าไปเฝ้าพระราชาพร้อมกัน

“ขอเดชะ” พ่อค้าม้ากราบทูล “เรื่องที่ม้า ๕๐๐ ตัวมีราคาเท่ากับทะนานข้าวสาร ๑ ใบ ข้าพระองค์ทราบแล้ว แต่ที่ยังไม่ทราบก็คือว่า ทะนานข้าวสาร ๑ ใบมีราคาเท่ากับอะไร”

พระราชาไม่ทรงทราบเรื่องราวว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงหันมาทางเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่ที่กำลังเป็นที่โปรดปราน แล้วตรัสถาม

“อ้าว...เจ้าว่ายังไง”

“ขอเดชะ” เขาลุกขึ้นกราบทูลเสียงดัง “ทะนานข้าวสาร ๑ ใบมีราคาเท่ากับเมืองพาราณสีของพระองค์ทั้งเมือง พระเจ้าข้า”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.พ. 2552 , 05:38:43 น.] ( IP = 58.9.135.226 : : )


  สลักธรรม 4

ทันทีที่เขากราบทูลจบลง และยังมิทันที่พระราชาจะตรัสว่ากระไร อำมาตย์และผู้เข้าเฝ้าทั้งหลายก็ปรบมือพลางหัวเราะกันครืนและพูดกันเซ็งแซ่ว่า

“ประหลาดจริง เมื่อก่อนพวกเราคิดว่าเมืองพาราณสีและราชสมบัติประมาณค่ามิได้ แต่เพิ่งมารู้ใหม่เดี๋ยวนี้เองว่า เมืองพาราณสีอันกว้างใหญ่ไพศาล และราชสมบัติอันประเสริฐ มีค่าเท่ากับทะนานข้าวสาร ๑ ใบ ดูซี่ คนตีราคาคนใหม่คนนี้ช่างฉลาดเสียจริงๆ น่าจะได้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทเสียแต่นานแล้ว ช่างเหมาะสมแก่พระราชาของพวกเราเสียจริง”

เสียงฮาป่าและคำพูดเยาะเย้ยนี้ ทำให้พระราชารู้สึกละอายพระทัยมาก พระองค์ทรงสำนึกได้ว่าทำผิด จึงรับสั่งให้ปลดเจ้าหน้าที่ตีราคาคนใหม่นั้นพ้นจากหน้าที่ แล้วประกาศแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตีราคาคนเก่าให้เข้ารับหน้าที่เดิม

ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตีราคาคนเก่านั้น ครั้นกลับเข้าไปรับใช้หน้าที่อีกครั้งหนึ่งก็ยังคงทำงานด้วยความซื่อสัตย์ดุจเดิม เขาตีราคาให้อย่างยุติธรรม การค้าขายสัตว์เลี้ยงและสิ่งของต่างๆ ที่เคยซบเซาไปพักหนึ่งกลับตื่นตัวขึ้นใหม่ ทางราชสำนักแม้จะไม่ได้มากเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ได้ความเชื่อถือกลับคืนมาจากพ่อค้าต่างเมือง

ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...คนที่โลภมาก คิดแต่จะให้ตัวเองเสียน้อยนั้น มักจะต้องจ่ายมากทีหลังเสมอไป เขาเจ็บช้ำเพราะเสียเงิน เสียทรัพย์สินอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องเจ็บช้ำเพราะเสียศักดิ์ศรีด้วย


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.พ. 2552 , 05:42:36 น.] ( IP = 58.9.135.226 : : )


  สลักธรรม 5


ความโลภ สุดท้ายก็ต้องพายแพ้สติปัญญา

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำชาดกสอนใจมาฝากเป็นประจำ

โดย พี่ดา [19 ก.พ. 2552 , 09:20:46 น.] ( IP = 124.121.173.120 : : )


  สลักธรรม 6

น่ากลัวจริงๆ กับความโลภ ...ทำให้อดนึกถึงสภาพธรรมของอกุศลไม่ได้ที่มีโมหะเป็นองค์ประกอบอยู่ทุกคราว

นอกจากจะทำให้อกุศลหนาหนักยิ่งขึ้นแล้วยังบดบังความสว่างไสวไปจนหมด และยังเป็นแรงดึงดูดสิ่งไม่ดีต่างๆ ให้ไหลปรี่เข้ามาร่วมงานได้อีก ..อิอิ



โดย น้องกิ๊ฟ [19 ก.พ. 2552 , 10:58:02 น.] ( IP = 125.27.176.24 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org