| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พุทธวิธีชนะความโกรธ
สลักธรรม 1
แม้ในพระพุทธศาสนาก็มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับโทษของความโกรธ แสดงไว้ในพระสูตรบางตอนว่า ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระอนุรุทธเถระได้เสด็จไปยังเมืองกบิลพัสดุ์ บรรดาพระประยูรญาติที่ทราบข่าวต่างก็พากันมาเข้าเฝ้า เว้นแต่พระนางโรหิณี ซึ่งเป็นน้องสาวของพระอนุรุทธเถระ ไม่ยอมเสด็จมาเฝ้าเพียงพระองค์เดียว เพราะละอายที่ตัวเองเป็นโรคผิวหนัง
พระอนุรุทธเถระจึงแนะนำให้นางขายเครื่องประดับ เพื่อนำเงินมาสร้างโรงฉันให้แก่พระภิกษุ และมอบให้นางมีหน้าที่ดูแลปัดกวาด ปูลาดอาสนะ และตั้งหม้อน้ำดื่มเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนางก็ปฏิบัติตาม
ต่อมานางได้มีโอกาสถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุในโรงฉันซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เมื่อเสร็จภัตตกิจแล้ว พระพุทธองค์ทรงตรัสเล่าบุพพกรรมของพระนางโรหิณีว่า ในอดีตกาล พระอัครมเหสีของพระเจ้าพาราณสีได้ผูกอาฆาตในหญิงนักฟ้อนนางหนึ่ง เพราะอิจฉาริษยาที่นางเป็นที่รักของทุกคน จึงมีรับสั่งให้หญิงนักฟ้อนคนนั้นมาเข้าเฝ้า และพอมีโอกาสเหมาะก็แอบเอาผงเต่าล้างใหญ่ ( หมากคัน ) โปรยลงที่ตัวหญิงนักฟ้อน
ทันใดนั้นเอง สรีระของนางก็เกิดแผลพุพองเป็นตุ่มน้อยใหญ่ เมื่อนางกลับที่พักก็ยังถูกผงเต่าล้างใหญ่ที่พระอัครมเหสีแอบให้คนไปโปรยไว้ตามที่นอน กัดตามเนื้อตัว ได้รับทุกขเวทนาเป็นอันมาก พระอัครมเหสีในกาลนั้นได้แก่พระนางโรหิณีในกาลนี้
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [22 ก.พ. 2552 , 17:22:42 น.] ( IP = 118.173.40.235 : : )
สลักธรรม 2
หลังจากนั้น พระศาสดาทรงตรัสว่า
โรหิณี ก็กรรมที่เธอทำไว้แล้วในกาลนั้น คือ ความโกรธก็ดี ความริษยาก็ดี แม้มีประมาณเล็กน้อย ย่อมไม่ควรทำเลย
ในที่สุด เมื่อได้พิจารณาธรรมตามลำดับแล้ว พระนางก็บรรลุโสดาบัน และหายจากโรคผิวหนัง เพราะได้ถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้า
พระนางตรัสรับคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาว่า
เพคะ และตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า
เราจะไม่มีความอาฆาตอีกเลย
( ความโดยละเอียดในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๑๕๙ )
ส่วนในคัมภีร์มหานิเทส ขุททกนิกายบาลี เล่มที่ ๒๙ ข้อ ๓๘๔ ได้อธิบายว่า พระสารีบุตรแสดงลักษณะของความโกรธไว้ดังนี้
ความโกรธ หมายถึง ความปองร้าย ความมุ่งร้าย ความขัดเคือง ความขัดขุ่น ความพยาบาทแห่งจิต ความประทุษร้ายในใจ
ความโกรธ กิริยาที่โกรธ ความเป็นผู้โกรธ
ความชัง กิริยาที่ชัง ความเป็นผู้ชัง
ความพยาบาท กิริยาที่พยาบาท ความเป็นผู้พยาบาท
ความพิโรธ หรือแสดงออกไปทางวาจาชั่ว และจิตไม่แช่มชื่น
สิ่งหล่านี้เรียกว่า ลักษณะของความโกรธ
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [22 ก.พ. 2552 , 17:32:24 น.] ( IP = 118.173.40.235 : : )
สลักธรรม 3
สำหรับในธนัญชานีสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงลักษณะของความโกรธว่า มีรากหวานเป็นพิษ มียอดหวาน หมายความว่า ความโกรธ เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะแสดงพิษสงต่อจิตใจให้หงุดหงิดเร่าร้อนก่อน เรียกว่า มีรากเป็นพิษ ต่อจากนั้นจะต้องรีบระบายความหงุดหงิดเร่าร้อนออกไปด้วยการด่าว่า ทุบตี ทำลายบุคคล หรือสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความโกรธ เมื่อทำจนสาแก่ใจแล้ว ในบั้นปลายจะรู้สึกโล่งใจสบายใจ เรียกว่า มียอดหวาน
มีคำกล่าวถึง อานุภาพ ของความโกรธไว้ว่า ความโกรธร้ายแรงกว่าอัคคีภัย ซึ่งหมายความว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินอันเนื่องมาจากไฟภายในคือโทสะนั้น มีมากกว่าไฟภายนอกอย่างเหลือประมาณ ท่านลองเปรียบเทียบโลกมนุษย์ที่มีประชากร ๑,๐๐๐ ล้านคน ว่าทุกวันนี้มีเพลิงโทสะเกิดขึ้นคนละกี่ครั้ง และเมื่อเพลิงโทสะเกิดขึ้นแล้ว แทนที่จะทำให้เกิดความสว่างไสว กลับทำให้จิตใจยิ่งมืดมิด เพราะคนโกรธย่อมไม่รู้จักประโยชน์ของตนและของผู้อื่นชัดตามความเป็นจริง
คนโกรธย่อมทำกรรมที่กระทำได้ยากให้เป็นกรรมที่กระทำได้ง่าย เช่น ปีนขึ้นไปวางระเบิดไว้บนพานที่วางรัฐธรรมนูญ หรือคนที่ฆ่าตัวตาย ที่เขาทำเช่นนี้ได้ก็เพราะว่า ขณะนั้นโทสะได้ท่วมทับจิตจนมืดมิดหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงร้ายแรงยิ่งกว่าอัคคีภัย เพราะเพลิงอัคคีมีอานุภาพเพียงเผาผลาญบ้านเรือนให้มอดไหม้ไปแต่ละหลัง เมื่อเพลิงสงบแล้วเราก็สามารถสร้างบ้านขึ้นมาใหม่ได้ แต่ถ้าหากเพลิงโทสะฮือโหมครอบงำจิต จนกระทั่งคิดฆ่าตัวตายไป เราจะสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่ไม่ได้ แต่จะมีที่ไปที่เดียวคือ นรก
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [22 ก.พ. 2552 , 17:38:07 น.] ( IP = 118.173.40.235 : : )
สลักธรรม 4
การที่มีข่าวปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เสมอว่ามีคนกระโดดตึกตาย จึงไม่ใช่เรื่องของแฟชั่น แต่เป็นเพราะกรรมที่เห็นผิดเป็นชอบ เรียกว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัว คือ เห็นสิ่งที่ไม่ควรทำว่าควรทำ เช่น คนที่มีความโกรธมากๆ สามารถฆ่าบิดามารดา พระอรหันต์ ปุถุชน และฆ่าตัวเองได้ เป็นต้น
และยังมีคนดีอีกเป็นอันมากที่ไม่สามารถระงับความโกรธเอาไว้ได้ กลับกลายเป็นคนไม่ดีไปภายในพริบตา เพราะพลาดพลั้งกระทำกรรมที่ไม่สมควรลงไป ท่านบอกว่า ทำดีมาร้อยครั้ง ทำไม่ดีครั้งเดียวชื่อเสียงก็หมดไปเลย ดังบทกลอนที่ท่านกล่าวไว้ว่า
เมื่อความโกรธรุมเร้าแผดเผาจิต
ใจมืดมิดหลงคิดผิดวิสัย
เรื่องฉิบหายร้ายกาจขนาดใด
ล้วนทำได้ขอเพียงแค่สาแก่ใจโดย ธัญธร...นำมาฝาก [22 ก.พ. 2552 , 17:41:42 น.] ( IP = 118.173.40.235 : : )
สลักธรรม 5
ลำดับของความโกรธ
แรกเริ่มความโกรธจะก่อตัวขึ้นมาเพียงเล็กน้อย แต่เพราะเราไม่มีสติรู้เท่าทัน ไม่รู้จักระงับเสียก่อน จึงปล่อยให้ความโกรธลุมลามเหมือนน้ำที่เรานำมาต้ม เมื่อกาน้ำได้รับความร้อนจากเปลวเพลิง น้ำก็จะเริ่มร้อนและมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามลำดับจนกระทั่งเดือด และเมื่อเดือดมากขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ก็จะส่งเสียงร้อง วี๊ดๆๆ น้ำเดือดก็พลุ่งพล่านออกมาลวกตัวเองทางฝาและพวยกา ลวกของใกล้ๆตัว และลวกลามไป เหมือนเรื่องของนางเวเทหิกา ดังนี้
ณ กรุงสาวัตถี มีแม่บ้านคนหนึ่งชื่อว่า เวเทหิกา นางมีหญิงรับใช้คนหนึ่งชื่อว่า กาฬี นางกาฬีเป็นคนขยันขันแข็งไม่เกียจคร้าน จัดเตรียมการงานในแต่ละวันไว้เป็นอย่างดี อยู่มาวันหนึ่งนางกาฬีก็คิดว่า นายหญิงของเรามีชื่อเสียงขจรไปทั่วว่าเป็นคนสงบเสงี่ยม อ่อนโยน และเรียบร้อยมาก
ที่นางเป็นเช่นนี้เพราะนางไม่มีความโกรธอยู่เลย หรือว่าเป็นเพราะเราจัดการงานทั้งหลายไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย จีงทำให้นางไม่โกรธเรากันแน่ เมื่อนางคิดอย่างนี้แล้วจึงลองทดสอบดู
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [22 ก.พ. 2552 , 17:46:14 น.] ( IP = 118.173.40.235 : : )
สลักธรรม 6
วันรุ่งขึ้น นางกาฬีก็แกล้งนอนตื่นสาย แม่บ้านเวเทหิกาจึงมาตวาดเรียกนางกาฬีว่า
" เฮ้ย ! อีกาฬี "
นางกาฬีก็รีบลืมตาถามว่า
อะไรเจ้าขา
แม่บ้านเวเทหิกาถามต่อว่า
เอ็งเป็นอะไร วันนี้จึงนอนตื่นสาย
นางกาฬีตอบว่า ไม่ได้เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ
นายหญิงจึงถามต่อด้วยความขัดใจว่า
เมื่อไม่เป็นอะไรแล้ว ทำไมเอ็งยังไม่ลุกขึ้นจากที่นอน
ส่วนนางกาฬีก็ยังไม่พอใจ และต้องการทดสอบนายหญิงให้ยิ่งๆขึ้นไปอีก วันต่อมานางกาฬีก็แกล้งตื่นสายกว่าเดิม นายหญิงก็ตวาดนางกาฬีอีกว่า
เฮ้ย อีคนใช้กาฬี
อะไรเจ้าขา แม่นาย นางกาฬีตอบ
เอ็งเป็นอะไรไป จึงนอนตื่นสายขนาดนี้
ไม่ได้เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ
เฮ้ย อีคนชั่วร้าย เมื่อไม่เป็นอะไรแล้วทำไมจึงนอนตื่นสายเล่า
นางเวเทหิกากล่าวด้วยความโกรธขัดใจและแผดเสียงด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [22 ก.พ. 2552 , 18:00:27 น.] ( IP = 118.173.40.235 : : )
สลักธรรม 7
ดังนั้น นางกาฬีก็คิดได้ว่า เป็นเพราะเราจัดการงานทั้งหลายไว้เรียบร้อยเป็นอย่างดี นายหญิงของเราจึงไม่เคยโกรธเรา ไม่ใช่เป็นเพราะนางไม่มีความโกรธแล้ว ซึ่งความโกรธนั้นนางยังมีอยู่ แต่ไม่ปรากฏออกมาเท่านั้นเอง จำเราจะต้องทดสอบนางให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก
จากนั้น นางกาฬีก็ตื่นสายขึ้นกว่าเดิมทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง นางเวเทหิกาก็ร้องด่ากราดด้วยความโกรธจัด แล้วก็คว้าเอาลิ่มประตูมาปาศีรษะนางกาฬีที่ยังนอนหลับอยู่ จนโลหิตไหลโทรมไปทั่วตัว
ตั้งแต่นั้นมา นางเวเทหิกาก็ถูกโพนทนาไปทั่วว่า นางเป็นคนดุร้าย ไม่อ่อนโยน ไม่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยจริง
จากพระสูตรข้างต้นสามารถลำดับขั้นตอนของความโกรธได้ดังนี้
๑. เมื่อมีอารมณ์มากระทบก็จะรู้สึกขัดเคืองในใจทันที หรือที่เรียกว่า ไม่ได้ดั่งใจ
๒. จะแสดงพฤติกรรมออกมาที่ใบหน้า คือ หน้าบึ้ง
๓. อำนาจของความโกรธจะทำให้เสียงกระด้างจนกระทั่งหยาบคาย
๔. ลงมือประทุษร้าย
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [22 ก.พ. 2552 , 18:09:20 น.] ( IP = 118.173.40.235 : : )
สลักธรรม 8อานุภาพของความโกรธนี้ทำให้เกิดความน่าเกลียดทั้งร่างกายและจิตใจมากเลยนะคะ
ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [23 ก.พ. 2552 , 11:29:07 น.] ( IP = 125.27.179.77 : : )
สลักธรรม 9
ความโกรธเหมือนเป็นเชื้อเพลิงที่อยู่ในใจเลยนะคะ พอได้รับการส่งเสริม ก็จะแสดงอำนาจออกมาเป็นลำดับๆๆเลย
ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย พี่ดา [26 ก.พ. 2552 , 10:36:14 น.] ( IP = 124.121.174.6 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |