มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิธีชนะความโกรธ (๒)




พุทธวิธีชนะความโกรธ


ตอนที่ผ่านมา

ในมหานิเทส ขุททกนิกาย พระสารีบุตรได้แสดงลำดับขั้นตอนของความโกรธไว้อย่างละเอียดจากน้อยไปหามาก คือ

๑. เมื่อเกิดความโกรธจะทำให้จิตขุ่นมัว

๒. ทำให้หน้าเง้า หน้างอ หน้าบูด หน้าเบี้ยว

๓. ทำให้คางสั่นปากสั่น

๔. เปล่งผรุสวาจา

๕. ทำให้เหลียวดูทิศต่างๆเพื่อหาท่อนไม้

๖. จับท่อนไม้และศาสตราวุธ

๗. เงื้อท่อนไม้และศาสตราวุธ

๘. ใช้ท่อนไม้และศาสตราวุธถูกต้องผู้อื่น

๙. ทำให้เป็นแผลเล็กแผลใหญ่

๑๐. ทำให้กระดูกหัก

๑๑. ทำให้อวัยวะน้อยใหญ่หลุดไป เช่น แขนขาด ขาขาด เป็นต้น

๑๒. ทำให้ชีวิตผู้อื่นดับ คือ ถึงแก่ความตาย

๑๓. เมื่อใดความโกรธทำให้ฆ่าผู้อื่นแล้ว ก็ทำให้กล้าฆ่าตนเองได้ เช่น ไม่พอใจที่เลี้ยงดูครอบครัวไม่ได้ ก็สามารถฆ่าผู้อื่น คือ บุตร ภรรยา หรือสามี และต่อมาก็ฆ่าตัวเองตายตาม

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ก.พ. 2552 , 21:51:41 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สาเหตุของความโกรธ


ในอาฆาตวัตถุสูตร กล่าวไว้ว่า สาเหตุของคววามอาฆาต หรือความโกรธมีอยู่ ๑๐ ประการ คือ

๑. โกรธเพราะเขาเคยทำความเสียหายให้แก่เรา

๒. โกรธเพราะเขากำลังทำความเสียหายให้แก่เรา

๓. โกรธเพราะเขาจะทำความเสียหายให้แก่เรา

๔. โกรธเพราะเขาเคยทำความเสียหายให้แก่คนที่เรารัก

๕. โกรธเพราะเขากำลังทำความเสียหายให้แก่คนที่เรารัก

๖. โกรธเพราะเขาจะทำความเสียหายให้แก่คนที่เรารัก

๗. โกรธเพราะเขาเคยช่วยเหลือคนที่เราชัง

๘. โกรธเพราะเขากำลังช่วยเหลือคนที่เราชัง

๙. โกรธเพราะเขาจะช่วยเหลือคนที่เราชัง

๑๐. โกรธโดยไร้สาเหตุ ในฐานะที่ไม่ควรโกรธ เช่น โกรธก้อนหินที่เดินไปสะดุด โกรธกระจกที่ตัวเองเดินชน เป็นต้น

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ก.พ. 2552 , 21:58:40 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : )


  สลักธรรม 2

ประเภทของบุคคลที่มักโกรธ


บุคคลที่มักโกรธในโลกนี้มี ๓ ประเภท คือ

๑. บุคคลที่จู้จี้ขี้บ่น
คือ คนที่ค่อนข้างขี้โมโห และชอบเอาแต่ใจตัวเอง หรือเรียกว่า อ่อนไหวง่าย คนประเภทนี้ อาการที่จะแสดงออกมาคือ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย โกรธง่ายแม้ในเรื่องเล็กน้อยและไร้สาระ โกรธแม้กระทั่งลมฟ้าอากาศและสิ่งรอบตัว หนาวก็บ่น ร้อนก็บ่น ดังสำนวนโบราณที่กล่าวไว้ว่า “ ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า” คนพวกนี้แม้อ่อนไหวง่าย แต่ก็หายโกรธเร็ว เหมือนรอยขีดในดิน เมื่อถูกน้ำเซาะพัดก็เลือนหาย

๒. บุคคลที่ช่างจดจำ
คือคนที่ช่างจำว่าใครทำอะไรล่วงเกินไว้ พอที่จะให้อภัยได้ก็ไม่ยอมให้อภัย ซ้ำยังเก็บมาขัดเคืองในใจไม่ยอมลืม ความโกรธของบุคคลเช่นนี้ก็เหมือนรอยกรีดในหิน ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เมื่อขีดลงในหินแล้ว แม้จะถูกน้ำเซาะหรือลมพัด รอยขีดก็หายไปไม่ได้เลย เช่น มีเรื่องโกรธกันตั้งแต่หนุ่มสาว จนแก่จะเข้าโลงก็ไม่หายโกรธ อย่างสำนวนที่ว่า “ ผีก็ไม่เผา เงาก็ไม่เหยียบ”

๓. บุคคลที่เป็นคนเจ้าโทสะ
คือคนที่ใครทำอะไรให้ไม่พอใจแม้เพียงเล็กน้อยก็จะโต้ตอบทันที หรือถ้ายังไม่ได้ช่องก็จะผูกใจเจ็บไว้หาทางแก้แค้น เรื่องการให้อภัยไม่ต้องพูดถึง ไม่มีสำหรับฉัน ความคิดเช่นนี้จึงเปรียบเสมือนมีดกรีดในใจตัวเอง ใจนี้จึงมีแผลตลอดเวลา เพราะไม่มีคำว่า “อภัย”

ท่านกล่าวไว้ว่า ให้หัดมาดูตัวเอง ถ้าหากเราเป็นหนึ่งในบุคคล ๓ ประเภทนี้ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาหาวิธีการเพื่อรับมือกับความโกรธ เพราะเรายังมีความโกรธแน่นอน และอะไรในโลกนี้จะเป็นที่พอใจของเราเสมอไปก็หามิได้ ฉะนั้น ต้องเตรียมรับมือและพร้อมที่จะป้องกันภัย เพื่อไม่ให้ความอาฆาตพยาบาทของเราเกิดขึ้น แม้ไม่อาจเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด แต่ให้บรรเทาลงบ้างก็ยังดี

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ก.พ. 2552 , 22:07:27 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : )


  สลักธรรม 3

วิธีระงับความโกรธ


พุทธศาสนิกชนทั้งหลายก็มีวิธีระงับความโกรธความอาฆาตได้ โดยการนำคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสอนใจ และใช้เป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติได้เช่นเดียวกับพระสูตรต่อไปนี้

๑. เรื่องต้นร้ายปลายดี


ในสมัยหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่เวฬุวันมหาวิหาร ณ กรุงราชคฤห์ มีนางพราหมณีชื่อ ธนัญชานี อริยสาวิกาโสดาบัน เป็นผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้าอย่างยิ่ง ส่วนพราหมณ์ผู้เป็นสามีชื่อว่า ภารชวาทโคตร มีนิสัยตรงกันข้าม เพราะเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ เมื่อนางกล่าวคำว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ครั้งใด พราหมณ์สามีก็จะเอามือปิดหู ไม่ต้องการรับฟัง เพราะเพียงแค่เห็นนางกล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัยอย่างนี้ก็รู้สึกบาดหัวใจเหลือเกินแล้ว

อยู่มาวันหนึ่ง พราหมณ์สามีก็ปรึกษากับนางว่าจะเชิญพราหมณ์ ๕๐๐ คน มาเลี้ยงอาหารที่บ้านในวันรุ่งขึ้น และขอให้นางงดกล่าวคำนมัสการพระศาสดาสักหนึ่งวัน เพราะนางมักจะเปล่งวาจานี้เป็นประจำ แม้ในยามตกใจนางก็จะเปล่งวาจาว่า “พุทโธ ธัมโม สังโฆ” อยู่เสมอ แต่นางตอบว่า

“แม้ว่าท่านจะแตกจากพราหมณ์ก็ดี เทวดาก็ดี ส่วนฉันระลึกถึงพระศาสดา หากไม่นอบน้อมก็ไม่สามารถจะอดกลั้นได้”

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ก.พ. 2552 , 22:15:44 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : )


  สลักธรรม 4



แม้พราหมณ์สามีจะขู่ว่า ถ้านางพูดอีกจะสับด้วยพระขรรค์ นางก็แสดงอาการที่ไม่กลัวตาย

เช้าวันรุ่งขึ้น นางธนัญชานีก็นุ่งห่มผ้าใหม่ประดับประดาด้วยเครื่องตกแต่งร่างกายอย่างดี ยืนถือทัพพีทองคอยตักอาหารเลี้ยงดูพวกพราหมณ์อยู่ในโรงอาหาร และเมื่อถึงเวลาที่ต้องนำภัตตาหารไปให้พราหมณ์ผู้สามี ขณะที่นางเดินถือถาดอาหารไปนั้นได้ก้าวเท้าพลาดลื่นล้มลง นางจึงเปล่งอุทานว่า “ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

แล้วนางก็กราบ ๓ ครั้ง ซึ่งนางเปล่งอุทานเช่นนี้ก็เพื่อเอื้อเฟื้อต่อพราหมณ์ทั้งหลาย แต่เมื่อพวกพราหมณ์เหล่านั้นได้ยินเสียงกล่าวของนาง ก็เสมือนถูกค้อนเท่าภูเขาฟาดลงบนศีรษะ เหมือนถูกหลาวแทงเข้าไปในช่องหู เสวยทุกข์โทมนัสแล้วพูดว่า

“พวกเราถูกคนนอกลัทธิลวงนำเรื่องที่ไม่ชอบมาสู่เรือน” จากนั้นก็พากันขว้างก้อนข้าวและด่าว่าพราหมณ์ผู้เป็นสามีของนาง แล้วหลีกไปคนละทิศทาง

ฝ่ายพราหมณ์ผู้สามี เมื่อเห็นพวกพราหมณ์ที่ตนเชิญมาต่างพากันแยกย้ายไปดังนั้น ก็จ้องมองดูแม่ตัวดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และคิดว่า เราเห็นภัยนี้แล้วจึงขอร้องนางตั้งแต่วันวาน แต่นางก็หาเชื่อไม่ จึงด่าว่านางโดยประการต่างๆ และกล่าวแก่นางว่า

“ก็เพราะหญิงถ่อยกล่าวคุณลักษณะของสมณะโล้นอย่างนี้ ไม่ว่าไปที่ไหนๆก็จักมีแต่ความเดือดร้อนมากขึ้น”

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ก.พ. 2552 , 22:22:37 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : )


  สลักธรรม 5



และด้วยความโกรธที่มีมากขึ้นตามลำดับ จึงกล่าวท้าทายว่า “เราจะโต้คารมกับพระศาสดาของเจ้าบ้างล่ะ ในเมื่อเจ้าทำให้พวกของเรากระจัดกระจายได้”

“พราหมณ์ ฉันยังไม่เห็นบุคคลใด ผู้พึงจะโต้ตอบคารมกับพระผู้มีพระภาคเจ้าอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นได้เลย ข้าแต่พราหมณ์ เอาเถอะ ท่านจงไป ท่านไปแล้วจะรู้เอง” นางพราหมณีกล่าวตอบสั้นๆ

พราหมณ์เดินออกจากเรือนไปด้วยความโกรธ และคิดว่า พระสมณโคดมเป็นที่บูชาของชาวบ้าน ไม่มีใครมาว่ากล่าวหรือคุกคามแต่อย่างใด จำเราจะต้องตั้งปัญหาถามสักข้อหนึ่ง จึงคิดแต่งปัญหาขึ้นมาว่า “บุคคลฆ่าอะไรได้ย่อมนอนเป็นสุข ฆ่าอะไรได้ย่อมไม่เศร้าโศก” และถ้าได้เข้าเฝ้าพระศาสดา พราหมณ์ก็จะทูลถามปัญหาว่า

“ข้าแต่พระโคดม พระองค์ชอบใจในการฆ่าธรรมอะไร ซึ่งเป็นธรรมอันเอก”

พราหมณ์คิดว่า ถ้าพระสมณโคดมตอบว่า “เราชอบใจในการฆ่าบุคคลชื่อโน้นชื่อนี้” พราหมณ์ก็อนุมานเอาว่า คนเหล่านั้นเมื่อได้ฟังคำตอบเช่นนี้แล้ว ก็จะไม่ชอบพระศาสดาไปเอง ต่อจากนั้น พราหมณ์ก็ได้ไปเข้าเฝ้าพระศาสดาและทูลถามปัญหาดังกล่าวขึ้น

โดย ธัญธร เสือพิทักษ์ [24 ก.พ. 2552 , 22:27:54 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : )


  สลักธรรม 6



พระศาสดาตรัสตอบว่า “บุคคลฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมไม่เศร้าโศกตลอดไป”

พระพุทธเจ้ามีพระดำรัสเพียงเท่านี้ ก็แทงถูกใจของพราหมณ์ และไขปัญหาที่ตั้งใจมาทูลถาม ทำให้พราหมณ์รู้สึกขายหน้า เพราะพราหมณ์มาด้วยความโกรธนั่นเอง แต่ด้วยความเป็นบัณฑิต แทนที่พราหมณ์จะโกรธกลับเลื่อมใสในพระศาสดา และกล่าวสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า

“แจ่มแจ้งนัก เปรียบเสมือนบุคคลที่หงายของคว่ำแล้วเปิดขึ้นมา บอกทางแก่คนหลงทาง คำตอบของพระองค์เปรียบเสมือนประทีปส่องในความมืด ด้วยคิดว่าคนมีจักษุย่อมเห็นรูปได้ฉะนี้”

แล้วกล่าวนอบน้อมแด่พระศาสดาว่า

“ข้าพระองค์ขอถึงซึ่งพระโคดมผู้เจริญกับพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอให้ข้าพระองค์ได้บรรพชาในสำนักของพระบรมศาสดาเถิด” และหลังจากอุปสมบทแล้ว พราหมณ์ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

โบราณาจารย์ท่านจึงกล่าวเป็นคำกลอนสำหรับเตือนสติไว้ว่า

“ใครมาปากอยากพูดก็พูดไป
เรื่องอะไรก็ช่างอย่าฟังขาน
เราอย่าต่อก่อก้าวให้ร้าวราน
ความรำคาญก็จะหายสบายใจ”

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ก.พ. 2552 , 22:34:54 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : )


  สลักธรรม 7



๒. เรื่องสารถีกับคนถือเชือก


ในสมัยหนึ่งภิกษุชาวเมืองอาฬวีรูปหนึ่งได้กระทำการตามอำเภอใจของตน ตัดต้นไม้ที่เป็นวิมานของเทวดาองค์หนึ่ง โดยไม่ยอมเชื่อฟังคำห้ามปรามของเทวดาผู้เป็นเจ้าของวิมาน เทวดาองค์นั้นก็โกรธแค้นมาก แม้นมีเทวดาที่อาวุโสและความรู้มากกว่ามาตักเตือนก็ยังไม่คลายจากโทสะ จึงยกมือตั้งใจจะฟาดภิกษุรูปนั้นให้ตาย แต่ก็เกิดสติระลึกรู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่า

“หากเราฆ่าภิกษุผู้มีศีล เราต้องไปนรกเป็นแน่แท้ ทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เทวดาองค์อื่นๆด้วย”

เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงลดมือลง และเข้าไปกราบทูลเรื่องให้พระศาสดาทราบ พระศาสดาสดับเรื่องนี้แล้วตรัสว่า

“ถูกแล้วเทวดา เธอข่มความโกรธที่เกิดขึ้นอย่างนั้นเอาไว้เหมือนห้ามรถกำลังหมุนไว้ได้ ชื่อว่าทำความดีแล้ว ผู้ใดสะกดความโกรธที่พุ่งขึ้นเหมือนคนห้ามรถที่กำลังแล่นไป เราเรียกผู้นั้นว่า สารถี ส่วนคนนอกนี้เป็นเพียงผู้ถือเชือก”

หลังจากนั้น พระศาสดาตรัสเทศน์คาถาเมตตาสูตร เทวดาองค์นั้นก็ได้บรรลุโสดาบัน และสิงอยู่ที่ต้นไม้ใกล้คันธกุฏีที่พระศาสดาประทานให้ โดยอาศัยเรื่องนี้เป็นเหตุ พระศาสดาจึงบัญญัติไม่ให้ภิกษุตัดต้นไม้

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ก.พ. 2552 , 22:45:46 น.] ( IP = 118.173.38.26 : : )


  สลักธรรม 8

เพิ่งอ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับความโลภจบลงไปเมื่อสักครู่ มาถึงกระทู้นี้ก็เป็นเรื่องของความโกรธ และอาการต่างๆ ที่ปรากฏ

อ่านแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตน่ากลัวมาก ...มีความโลภ ก็ต้องเกิดอีก เกิดมาแล้วก็ต้องพบกับความไม่พอใจแล้วก็ผลักดันให้ทำอกุศลกรรมต่อไปเรื่อยๆ เป็นห่วงโซ่ที่โยงใยกันอิรุงตุงนังเลยทีเดียว

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะพี่ธัญธร

โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2552 , 15:30:18 น.] ( IP = 125.27.174.235 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณค่ะพี่ธัญธร
อ่านไป ก็ถามในใจว่า เราอยู่แบบไหน
แต่....ขอตอบในใจแล้วกัน
อ่านสภาพของบุคคลที่มีความโกรธแล้ว
หากมีกระจกสะท้อนให้มอง
มีแต่ภาพที่ไม่น่ามองเลย

บุคคลใดฆ่าความโกรธได้นั้น น่าสรรเสริญอย่างยิ่ง

โดย น้องอุ๊ [25 ก.พ. 2552 , 21:36:29 น.] ( IP = 125.24.75.211 : : )


  สลักธรรม 10


เรื่องของความโกรธที่แสดงออกนั้น มีลำดับที่มีความตายเป็นทีสุด ดูแล้วหากควบคุม ระงับไม่ได้ น่ากลัวยิ่งนัก

ขอบคุณมากค่ะที่นำมาให้ได้ศึกษาหาความรู้ และนำไปพิจารณาตนเองได้ว่า เป็นบุคคลเช่นไร....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [26 ก.พ. 2552 , 10:46:51 น.] ( IP = 124.121.174.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org