มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พญาลิงกับจระเข้




พญาลิง ผู้ใดมีธรรม ๔ ประการ คือ
สัจจะ (พูดจริง) ธรรม (วิจารณปัญญา)
ฐิติ (ความเพียร) จาคะ (ความเสียสละ)
เหมือนท่าน ผู้นั้นศัตรูทำอันตรายไม่ได้


ที่ป่าใหญ่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง มีลิงใหญ่อยู่ตัวหนึ่งตัวโตขนาดเท่าลูกม้า แข็งแรง เที่ยวหากินอยู่ตามลำพัง จระเข้วางแผนจับพญาลิงนั้นแล้วจะควักเอาหัวใจไปให้นางจระเข้ที่กำลังแพ้ท้อง

ชาตินั้น พระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นพญาลิง พระเทวทัตเกิดเป็นจระเข้ ส่วนนางจิญจมาณวิกาเกิดเป็นนางจระเข้

บริเวณกลางแม่น้ำที่พญาลิงเที่ยวหากินอยู่นั้นมีเกาะอยู่เกาะหนึ่ง สมบูรณ์ด้วยผลไม้นานาชนิด เช่น มะม่วงและขนุน เป็นต้น

พญาลิงไปหากินที่เกาะนั้นประจำ วิธีไปก็คือจะกระโดดจากฝั่งลงไปบนก้อนหินที่อยู่กลางแม่น้ำก่อน ครั้นแล้วก็จะกระโดดจากก้อนหินนั้นลงไปที่เกาะ หลังจากเก็บผลไม้กินจนอิ่มแล้ว พญาลิงก็จะกระโดดจากเกาะมาลงที่ก้อนหิน ครั้นแล้วก็จะกระโดดจากก้อนหินมาลงที่ฝั่งแม่น้ำ

ในแม่น้ำสายที่พญาลิงกระโดดข้ามไปข้ามมาอยู่เป็นประจำนั้น มีจระเข้ ๒ ตัวผัวเมียอาศัยอยู่ จระเข้ ๒ ตัวนั้นเห็นพญาลิงกระโดดข้ามไปข้ามมาอยู่เป็นประจำ วันหนึ่งนางจระเข้เกิดแพ้ท้องอยากกินหัวใจพญาลิง จึงบอกจระเข้ผู้เป็นสามีว่า

“พี่จระเข้ น้องแพ้ท้อง อยากกินหัวใจลิง”

จระเข้รักนางจระเข้มาก เมื่อได้ยินนางบอกเช่นนั้นก็รับปากทันที “ได้น้องพี่ พี่จักหามาให้”

“พี่ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอก ก็หัวใจพญาลิงที่กระโดดข้ามหัวเราอยู่ทุกวันนี่ไงล่ะ”

“นั่นซี พี่กำลังคิดอยู่เหมือนกัน เอาไว้ตอนเย็นเวลามันกลับมาจากเกาะ พี่จักจับมันให้ได้”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 ก.พ. 2552 , 07:41:13 น.] ( IP = 58.9.138.97 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ครั้นแล้ว เมื่อใกล้ถึงเวลาพญาลิงกลับ จระเข้ก็ขึ้นไปนอนคร่อมก้อนหินไว้เพื่อจะได้โอกาสจับพญาลิงไม่ให้พลาด

ตกเย็นหลังจากหากินมาทั้งวันแล้ว พญาลิงก็เตรียมตัวกลับจึงเดินทางมาที่ชายเกาะแล้วมองไปที่ก้อนหินกลางแม่น้ำซึ่งตนกระโดดขึ้นลงอยู่เป็นประจำ

“วันนี้ก้อนหินนี้ดูสูงกว่าเก่า มันเป็นไปได้ยังไง” พญาลิงถามตัวเอง พร้อมทั้งพิจารณาดูก้อนหินไปด้วย

พญาลิงเป็นสัตว์รอบคอบ ทุกครั้งที่กระโดดข้ามไปข้ามมาอยู่นั้นจะคอยสังเกตขนาดของน้ำและขนาดของก้อนหินไปด้วย ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ผิดสังเกตเกิดขึ้น พญาลิงจึงรู้ได้ ประกอบกับวันนั้นน้ำในแม่น้ำทรงตัวอยู่ไม่ขึ้นไม่ลง แต่ก้อนหินสูงกว่าเก่า พญาลิงเลยเห็นผิดสังเกต และเมื่อพิจารณาไปก็เห็นชัดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม

“นั่นจระเข้นี่” พญาลิงบอกกับตัวเอง “มานอนคร่อมก้อนหินอยู่ทำไม หรือว่าต้องการจะจับเรากิน” แต่เพื่อต้องการพิสูจน์ดูให้รู้แน่ พญาลิงทำทีเป็นพูดกับก้อนหิน

“ก้อนหินที่รัก” พญาลิงเรียกก้อนหินเสียงดัง แต่ไม่มีเสียงตอบดังมา พญาลิงจึงเรียกอีก ๓ ครั้งก็ไม่ได้รับคำตอบอีกเช่นเคย

ความจริงแล้ว พญาลิงไม่เคยพูดกับก้อนหินเลย เพราะรู้ดีว่าก้อนหินพูดไม่ได้ แต่ที่เรียกออกไปเช่นนั้นก็เพื่อต้องการล่อจระเข้ซึ่งนอนคร่อมก้อนหินไว้ให้พูดเปิดเผยตัวเอง พญาลิงรู้ดีว่าหากพูดจี้ให้ถูกจุด จระเข้จะพูดออกมาเอง จึงหาวิธีพูดต่อ

“ก้อนหินที่รัก ทำไมวันนี้เจ้าไม่ยอมตอบฉันละ” พญาลิงทำทีเป็นตัดพ้อ และคราวนี้ก็ได้ผลเพราะจระเข้เริ่มคิด

“ทุกวันที่แล้วมา ก้อนหินนี้คงพูดกับพญาลิง ไม่อย่างนั้นแล้วพญาลิงคงไม่พูดอย่างนี้ เอาเถอะ วันนี้เราจะต้องพูดเอง”

ครั้นแล้ว จระเข้จึงตอบไปว่า....“พญาลิง ท่านเรียกข้าพเจ้าทำไม”

คราวนี้พญาลิงรู้ชัดแล้วว่าสิ่งที่ตนสงสัยนั้นเป็นความจริง ก้อนหินที่สูงกว่าเก่าก็เพราะจระเข้นั้นไปนอนคร่อม แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจระเข้มานอนคร่อมก้อนหินเพื่ออะไร จึงทำทีเป็นถามต่อไป..“ท่านเป็นใคร”

“ข้าพเจ้าคือก้อนหินไงละ”

“ไม่หรอก ไม่ใช่ก้อนหินแน่ เพราก้อนหินพูดไม่ได้”

จระเข้ใจหายวูบเมื่อได้ยินพญาลิงบอกเช่นนั้น เพราะมารู้สึกว่าตนเองหลงกลเสียแล้วที่เปิดเผยตนเอง จึงพลอยตกกระไดพลอยกระโจนเมื่อถูกถามซ้ำ

“ท่านเป็นใคร”

“ข้าพเจ้าคือจระเข้”

“ท่านมานอนคร่อมก้อนหินทำไม”

“เพื่อคอยจับท่าน เอาเนื้อหัวใจไปให้เมียของข้าพเจ้าที่กำลังแพ้ท้อง”

“นางต้องการกินเนื้อหัวใจของข้าพเจ้าหรือ”

“ใช่แล้ว นางต้องการมาก รบเร้าข้าพเจ้าอยู่ตลอดเวลาให้เอาหัวใจของท่านไปให้นางให้ได้”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 ก.พ. 2552 , 07:49:29 น.] ( IP = 58.9.138.97 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อได้รับคำตอบแน่ชัดเช่นนั้น พญาลิงจึงคิดหาอุบายช่วยตนเองให้พ้นภัย เพราะไม่มีทางไปทางอื่นนอกจากทางนี้เท่านั้น

“วันนี้เราต้องใช้อุบายลวงจระเข้ให้ได้” พญาลิงคิด และแล้วก็เห็นอุบาย จึงบอกจระเข้ว่า

“พญากุมภีร์ที่รัก ข้าพเจ้ายินดีสละร่างกายให้ท่าน ขอให้ท่านคอยอ้าปากงับเวลาข้าพเจ้ามาใกล้ท่านแล้วกัน”

“ตกลง” จระเข้รับปากพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ แล้วจากนั้นก็นอนอ้าปากคอยงับพญาลิง

ฝ่ายพญาลิงเห็นจระเข้ทำตามอย่างที่ตกลงกันไว้ ก็ตั้งสติกระโดดจากเกาะมาลงบนหัวจระเข้แล้วรีบกระโดดลงจากหัวจระเข้ไปลงบนฝั่งแม่น้ำอย่างรวดเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ

ผลปรากฏว่าพญาลิงปลอดภัย ไม่ถูกจระเข้งับ ส่วนจระเข้ก็พลาดโอกาสจะงับพญาลิงได้ทัน ทั้งนี้เพราะหลงกลพญาลิงนั่นเองกล่าวคือ เมื่อจระเข้อ้าปากตาจะปิด เลยทำให้มองไม่เห็นพญาลิง พญาลิงก็เลยถือโอกาสนี้กระโดดข้ามไปขึ้นฝั่งได้สบาย

จระเข้นอนอ้าปากคอยงับพญาลิงอยู่เห็นนานผิดปกติ จึงหุบปากแล้วมองขึ้นไปทางเกาะ เมื่อไม่เห็นพญาลิง จึงเหลียวมาดูทางฝั่งแม่น้ำก็เห็นพญาลิงกำลังมองมาทางตน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 ก.พ. 2552 , 07:53:20 น.] ( IP = 58.9.138.97 : : )


  สลักธรรม 3

“พญาลิงนี่แน่นะ ทำได้น่าอัศจรรย์เกินกว่าที่เราจะคิดไว้” จระเข้บอกกับตัวเองแล้วตะโกนชมพญาลิงว่า

“ท่านพญาลิง ในโลกนี้ใครก็ตามที่มีธรรมะ ๔ ประการอยู่ในตัว ย่อมจะเอาชนะศัตรูได้ ท่านเห็นจะมีธรรมะ ๔ ประการนั้น

“ธรรมะ ๔ ประการนั้นมีอะไรบ้างเล่า” พญาลิงร้องถาม

จระเข้ก็ร้องตอบไปว่า

“ธรรมะ ๔ ประการนั้น คือ

๑. สัจจะ ได้แก่ การพูดคำจริง
๒. ธรรม ได้แก่ การใช้ปัญญาพิจารณา
๓. ธิติ ได้แก่ ความเพียร
๔. จาคะ ได้แก่ การยอมเสียสละ


จากนั้นจระเข้ได้กล่าวต่อไปว่า ...“ธรรมะทั้ง ๔ ประการนี้มีอยู่ในตัวท่าน เพราะท่านพูดว่า จะมาหาข้าพเจ้าก็มาจริงไม่ได้โกหก แต่ขณะเดียวกันท่านก็ใช้ปัญญาพิจารณาว่าอย่างไรจะทำตัวเองให้ปลอดภัย ท่านยังมีความเพียรบากบั่นแก้ปัญหา ไม่ท้อแท้ และยังมีความเสียสละเอาตัวเองเป็นเดิมพัน จึงทำให้ท่านรอดตาย ข้าพเจ้าขอชมท่านด้วยใจจริง”

ครั้นแล้ว ทั้งพญาลิงและจระเข้ก็แยกย้ายกันกลับที่อยู่ของตน


•ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...ผู้ที่ฉลาดเมื่อถึงคราวคับขัน ย่อมหาทางเอาตัวรอดได้โดยอุบายวิธีอันเหมาะสม เหมือนพญาลิงเอาตัวรอดจากปากจระเข้ได้เพราะมีธรรมะ ๔ ประการ ดังกล่าวมาแล้ว ฉะนั้น


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 ก.พ. 2552 , 07:58:32 น.] ( IP = 58.9.138.97 : : )


  สลักธรรม 4

ความมีปัญญา สามารถช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ได้

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ..ที่ได้นำมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [25 ก.พ. 2552 , 09:01:49 น.] ( IP = 58.8.48.48 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านจบแล้วก็รู้สึกแปลกใจที่มีการวิจัยธรรมโดยจระเข้ด้วย ..อิอิ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สอนให้ใจเย็นดีค่ะกับการเผชิญปัญหาและหาวิธีที่เหมาะสม และบางทีวิธีที่เหมาะสมอาจเป็นวิธีการที่เสี่ยงก็ได้แต่เราจะมีปัญญาไปแยกแยะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2552 , 15:41:46 น.] ( IP = 125.27.174.235 : : )


  สลักธรรม 6

ประทับใจในการรู้แพ้รู้ชนะ และแปลกใจที่จรเข้สามารถวิจัยธรรมได้อย่างลึกซึ้ง ที่ท่านกล่าวว่าพระเทวทัตรู้ธรรมเสมอด้วยพระพุทธเจ้าแต่ด้วยอำนาจของพยาปาทะในอดีตที่แรงมากจึงไม่สามารถบรรลุธรรมได้ ช่างมหัศจรรย์จริงๆ
กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [26 ก.พ. 2552 , 09:45:19 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.63 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org