มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร (๗)






ปาฐกถาเรื่อง
คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร
ตอนที่ ๗
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วว่า… จะมีชิวิตอยู่หรือจะตายก็ตาม จิตก็ย่อมเกิด-ดับสืบต่อไปอยู่เช่นนั้นตามธรรมชาติ ข้อที่แปลกสักหน่อยก็อยู่ที่จุติจิตเกิดขึ้น คือจิตดับลงแล้วก็พ้นจากชาติเก่าร่างเก่าเท่านั้น ในทันทีนั้นก็ปฏิสนธิเลย ได้แก่การเกิดขึ้นติดต่อกันด้วยความรวดเร็วมาก โดยมิให้มีอะไรมาคั่นกลาง เหมือนกับจิตที่เกิดดับอยู่ตามธรรมดานั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ คำว่าจิตล่องลอยไปเกิดก็ดี จึงได้ชื่อว่าเป็นความเห็นผิด ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วว่า การที่ผู้ตายไปสู่สุคติหรือทุคตินั้น …ก็แล้วแต่กรรม …แล้วแต่อารมณ์ ที่เกิดขึ้นในขณะใกล้จะตาย ดังนั้น ผู้ดูแลคนไข้ที่ฉลาดในเรื่องของชีวิต และมีเมตตากรุณาจึงยอมเสียสละเวลา สละประโยชน์อันพึงจะได้อย่างอื่นๆ มาช่วยเหลือให้สติแก่คนไข้ด้วยความระมัดระวัง

ถ้าคนไข้ได้เคยศึกษาธรรมะ ได้เคยพูดคุยเรื่องตายมาเสมอๆ โดยความไม่ประมาทแล้ว การให้สติแก่คนไข้ก็จะง่ายมาก แต่ถ้าคนไข้ไม่เข้าใจธรรมะเลยแล้ว การที่มีเจตนาให้สติด้วยความหวังดีก็กลับจะเป็นผลร้ายไป

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [3 มี.ค. 2552 , 08:03:07 น.] ( IP = 58.9.141.133 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คนไข้บางคนพูดเรื่องตายไม่ได้ ใจไม่สบายทันที เราจำเป็นต้องหาเรื่องอันเป็นกุศลอื่นๆ ที่คนไข้ชอบ

คนไข้บางคนได้ยินการให้สติก็ทราบว่าตัวนั้นใกล้จะตาย ..ก็เกิดมีความเสียใจ ..และรู้สึกเสียดายชีวิตเป็นกำลัง ..มีความหวาดหวั่นต่อความตายอย่างสุดแสน

หรือคนไข้บางคนได้ยินคำว่าให้ระลึกถึง พระอรหังไว้ ..ก็มีความโกรธแค้น ..โดยคิดว่าลูกหลานจะมาแช่งให้ตาย ..เพราะหวังจะได้ทรัพย์สมบัติ เหล่านี้นับว่าเป็นทางนำไปสู่อบายทั้งนั้น

ขณะที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ จะต้องระมัดระวังให้จงหนัก การให้อารมณ์ที่ดีแก่คนไข้ก็มีมากมายแล้วแต่จะคิด เช่น ..นิมนต์พระมาสวด ..หาพระพุทธรูปมาตั้งให้คนไข้เห็น ..เล่าเรื่องธรรมะ ..หรือเรื่องอันเป็นกุศลต่างๆ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมมาดีแล้ว ก็เป็นการง่ายดาย เขาจะหาอารมณ์ที่ดีที่สุดของเขาเองได้เป็นส่วนมากตั้งแต่ต้น เพราะเขาย่อมรู้ว่าขณะนั้นสำคัญอย่างไร และรู้ว่าความตายนั้นเป็นเรื่องสมมุติกันเท่านั้นเอง จิต เจตสิก รูปก็สืบต่อไปยังภพใหม่ ชาติใหม่ ไม่เห็นจะแปลกประหลาดพิสดารน่าหวาดหวั่นอะไรสักกี่มากน้อย

ข้าพเจ้าขอให้ตัวอย่างคนใกล้จะตาย คืออยู่ในมรณาสันนกาลเป็นเวลาหลายวันสักเรื่องหนึ่ง

ชายผู้นี้เป็นคนจีน อายุราว ๕๐ ปี อยู่บ้านไม่ไกลจากบ้านข้าพเจ้านัก ชอบฆ่าสัตว์อย่างทรมานเป็นประจำ สุนัขใครเพ่นพ่านเข้ามาต้องโดนตีตาย หรือโดนยาเบื่อ ถ้าไม่มีสุนัขของใครเข้ามา บางทีก็อุตส่าห์เอายาเบื่อไปวางถึงถนนหลวง ช่วยกระทรวงสาธารณสุข

สัตว์ที่ใช้กินเป็นอาหารก็ชอบฆ่าสดๆ ร้อนๆ เช่นจะกินปลา ก็ต้มน้ำเดือดแล้วเอาปลาเป็นๆ ใส่ลงไป ฟังเสียงมันดิ้นด้วยความเร่าร้อน เหมือนได้ฟังเสียงดนตรีอันไพเราะ บางทีก็เอาปลาลงไปทอดแล้วกดให้แน่น เรามองเห็นตาของปลาแจ๋วแหวว กล้ามเนื้อด้านบนยังเต้นอยู่ไปมา ถ้าไก่ตัวใดเป็นโรคระบาด เขาจะติดไฟถ่านในเตาให้ลุกแดง แล้วจับรวบขาทั้งสองเอาศีรษะปัก กดลงไปในเตาอันร้อนระอุนั้นทีละตัวๆ จนกว่าจะหมด เป็นเคล็ดที่จะแก้โรคระบาด

อาชีพของเขาฝืดเคืองลงมาก ต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา ต่อมาตอนที่เขาจะตายนั้น เขาเริ่มเป็นบ้าทีละน้อยๆ กลางวันชอบนอนตากแดดเสมอ กลางคืนตี ๑ ตี ๒ ก็ชอบลงไปลอยคออยู่ในน้ำ ปลิงกัดโลหิตไหลโทรม

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [3 มี.ค. 2552 , 08:10:15 น.] ( IP = 58.9.141.133 : : )


  สลักธรรม 2

เป็นอยู่เช่นนี้วันละหลายหน พวกเราต้องช่วยกันจับ เพราะเขาชักดิ้นชักงออยู่ครั้งละนานๆ อาหารกินได้น้อยที่สุด ญาติพีน้องก็ไม่เอาใจใส่ พวกเราคนภายนอกที่มีจิตเมตตาช่วยกันเอง

ก่อนเมื่อจะตายนั้น ตลอด ๓ วัน ๓ คืน ตัวกะดุกกระดิกไม่ได้เลย อาหารและน้ำอาศัยพวกเราหยอดให้ ตาพองแข็งอยู่ตลอดเวลา หายใจรัวๆ แสดงว่ายังไม่ตาย ขณะนี้คงอยู่ในมรณาสันกาล ถ้าว่ากันตามหลักแล้ว กิริยาอาการที่เป็นตั้งแต่ต้นชวนให้เห็นว่าได้อารมณ์ที่ไม่ดี ใบหน้าแสดงความหวาดเสียวอยู่ตลอดเวลา แต่ร้องไม่ออก

บุคคลผู้นี้ขอให้ท่านทายว่า ตายแล้วไปไหน ในขณะมรณาสันนกาลนั้น คนไข้ยังมีความรู้สึกตัวอยู่ นอกจากจะอยู่ในวิสัญญี คือสลบ แต่แม้ว่าจะมีความรู้สึกทางตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย อยู่ก็ดี แต่มีกำลังอ่อนมาก

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [3 มี.ค. 2552 , 08:14:45 น.] ( IP = 58.9.141.133 : : )


  สลักธรรม 3

การที่มีกำลังอ่อนมากนั้น ก็เพราะว่ากรรมชรูป คือรูปอันเกิดจากกรรมเป็นผู้สร้าง ได้แก่รูปอันเป็นที่ตั้งของจิตนั่นเอง และเมื่อรูปอันเป็นที่ตั้งของจิตมีกำลังน้อย การแสดงออกของจิตก็อ่อนกำลังลงไป แต่เมื่อถึงมรณาสันนวิถี วิถีสุดท้ายอยู่ติดกับความตายแล้ว คนไข้จะไม่รู้สึกจากทวารทั้ง ๕ เลย ไม่ว่าจะทุบตีหรือเอาไฟไปเผา

แต่อย่างไรก็ดี การให้สติแก่คนไข้ ถ้าจะเริ่มให้กันตั้งแต่ต้นๆ ของมรณาสันนกาลก็ยิ่งดี ในขณะที่สติของคนไข้ยังดีอยู่ อารมณ์นั้นจะได้สืบต่อไปจนถึงจุติ

ทันทีที่จุติ (เกิดขึ้น) ปฏิสนธิก็สืบต่อกันไปไม่ขาดสาย เหมือนน้ำที่ไหลติดต่อกันในลำธาร ไม่มีอะไรมาคั่นกลางเลย แม้ว่าจะตายที่นี่แล้วไปเกิดยังเชียงใหม่ เพราะจิตเกิด-ดับรวดเร็วยิ่งนัก ลัดนิ้วทีเดียวถึงเกิดดับแสนโกฏิขณะ ฉะนั้นทันทีที่จุติเกิดขึ้น จิตที่สืบติดต่อกันนั้นก็ต้องเป็นปฏิสนธิจิต ด้วยอำนาจของกรรมเป็นตัวสั่ง ข้าพเจ้าคิดว่าได้บรรยายเรื่องการปฏิสนธิจิตมาพอสมควรแล้ว

ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะได้บรรยายถึงเรื่องของรูป คือกรรมชรูปว่าไปสร้างรูปใหม่ขึ้นได้อย่างไร ? มีอะไรบ้าง ? เพราะข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่า จิตล่องลอยไปเกิดก็ไม่ได้ จะว่าจิตสืบไปเกิดแต่อย่างเดียวไม่ได้ เพราะรูปย่อมไปเกิดร่วมด้วย

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [3 มี.ค. 2552 , 08:19:40 น.] ( IP = 58.9.141.133 : : )


  สลักธรรม 4

ข้าพเจ้าไม่สามารถให้ความละเอียดแน่นอนในเรื่องนี้ได้ จำเป็นจะต้องศึกษาพระอภิธรรมให้พอสมควรเสียก่อนเป็นขั้นๆไป ยิ่งกว่านั้น ท่านที่นั่งฟังอยู่ข้างหลัง ก็ไม่อาจเห็นตัวเลขในขบวนการของรูปวิถี ซึ่งเป็นรูปเล็ก ๆ ในตารางนี้ได้ แต่ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าต้องการจะแสดงให้ท่านทราบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ว่า อภิธรรมมีความวิจิตรพิสดารอย่างไร

มีใครคิดบ้างว่าการที่คนตายแล้วไปเกิดได้นั้น นอกจากจิตแล้วกำลังของกรรมสามารถไปสร้างรูปขึ้นในขณะเกิดได้ และรูปเหล่านั้นไปได้อย่างไรกัน ถ้าท่านผู้ใดต้องการทราบความพิสดาร ก็ขอได้โปรดทดลองศึกษาจากพระอภิธรรม ซึ่งเป็นธรรมอันประเสริฐสูงสุดดูสักพัก

ความจริงข้าพเจ้าก็ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาหลายปีจนถึงบัดนี้ แม้ว่าจะเป็นผู้บรรยายพระอภิธรรมก็คงเป็นนักศึกษาอยู่ และคิดว่าคงจะต้องเป็นนักศึกษาอยู่จนตลอดชีวิต ยิ่งศึกษามาก ก็ยิ่งรู้สึกตัวว่าโง่ เพราะธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก เฉพาะเรื่องตายเรื่องเกิด ข้าพเจ้าก็ยังศึกษาไม่จบ มีอยู่ตลอดทุกคัมภีร์ทั้ง ๗ คัมภีร์

ผู้ศึกษาพระอภิธรรมเข้าใจดีแล้ว ก็จะภาคภูมิใจว่าไม่เสียทีที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วชาติหนึ่ง ก็จะรู้สึกว่าไม่เสียทีที่มีชีวิตขึ้นมา แล้วก็เข้าใจเรื่องของชีวิตอยู่บ้าง

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำเสนอ [3 มี.ค. 2552 , 08:23:23 น.] ( IP = 58.9.141.133 : : )


  สลักธรรม 5


มาติดตามขบวนการของชีวิตที่น่าอัศจรรย์ต่อค่ะ

ยิ่งอ่านก็ยิ่งพิศวง เห็นความอัศจรรย์ยิ่งของอำนาจกรรมที่สามารถมีอำนาจให้เรามีพฤติกรรมไปตามความสันทัดของกรรมนั้นๆที่ตนได้กระทำมาอย่างช่ำชอง
จึงตระหนักถึงความน่ากลัว ในเสี้ยววินาทีที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตในภพเก่านี้กับชีวิตในภพใหม่

ท่านอาจารย์พูดเตือนเสมอว่า...ใกล้เปลี่ยนภพแล้วนะ
คิดดูแล้ว กุศลที่สร้างสมมายังมีไม่เพียงพอเลย ต่อไปนี้จะหมั่นเตือนตนให้มากยิ่งขึ้น ฝึกสติให้ยิ่งขึ้นค่ะ เพราะเท่าที่อ่านมานี้...แค่ชีวิตก่อนจะตายก็น่าหวาดเสียวยิ่งนัก เรามิอาจทราบได้เลย อะไรจะมาปรากฏกับเราบ้างในช่วงต่อภพชาติ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำปาฐกถาธรรมที่ดีมีประโยชน์ยิ่งนักต่อชีวิตมาให้ได้อ่านและศึกษาทำความเข้าใจเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [3 มี.ค. 2552 , 10:12:33 น.] ( IP = 124.121.177.243 : : )


  สลักธรรม 6

มาอ่านต่อค่ะ ..หลังจากที่ลงกระทู้เรื่องแก้ไขและป้องกันเสร็จแล้วพอมาอ่านกระทู้นี้ต่อก็ให้รู้สึกว่า ..เรามีความประมาทกันมาก และมีความโง่มากเสมอมา ..ที่มักชอบคิดว่าเราทำบางยิ่งบางอย่างเพื่อคนนั้นเพื่อคนนี้ แล้วก็ผูกพันความรู้สึกไว้กับบุคคลต่างๆ ทั้งที่ตอบสนองเราได้สมความปรารถนาและไม่สมความปรารถนา ซึ่งที่จริงนั้นการกระทำทุกอย่างของเราล้วนเป็นไปเพื่อตัวเราเองทั้งสิ้น ..เพียงแต่จะทำโดยสุจริตหรือทุจริต โดยกุศลหรืออกุศลเท่านั้น

และการกระทำทั้งหลายก็เป็นสมบัติของเราโดยตรงที่มาให้ผลทันตาเลย ..นั่นก็คือสิ่งที่จะมาปรากฏในมรณาสันนกาลนี่เองอันเป็นสมบัติระดับชาติระดับภพเลยทีเดียว

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [3 มี.ค. 2552 , 15:27:45 น.] ( IP = 125.27.172.206 : : )


  สลักธรรม 7

กราบอนุโมทนา และขอบพระคุณในกุศลทานเป็นอย่างสูงค่ะ

มาอ่านไปก็ทำให้ตระหนักถึงชีวิตตอนปลาย กับการกระทำที่เป็นอาจิณณกรรมทั้งหลาย


เพราะแต่ละวันก็รู้สึกเหลียวมองเห็นแต่ชีวิตที่ต้องแก่ และเจ็บ ในทุกๆวัน ซึ่งก็อดไม่ได้ที่ต้องมาตั้งคำถามให้ใจตนทุกๆวัน

และก็แทรกไปด้วยภาวะของคนที่ใกล้ตายก็บ่อยครั้ง
เห็นแล้วก็ทายอนาคตได้ว่าหนีไม่พ้นแน่ๆ

ความหลากหลายของภาวะใกล้ตาย ก็ทำให้รู้สึกว่า ก็คงให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เขาเหล่านั้นบ้าง อย่างน้อยก็คงทำให้เขามีรอยยิ้มให้กับตนเองบ้าง มีทางให้เกิดความสงบใจบ้าง


โดย น้องอุ๊ [3 มี.ค. 2552 , 22:14:59 น.] ( IP = 125.24.14.234 : : )


  สลักธรรม 8

เรียนถามว่าคนตายซึ่งเกิดจากการป่วย แล้วรักบ้านมาก ตายตั้งแต่ ปี 2549 ปัจจุบันยังอยู่ที่บ้านเมื่อมีคนเข้ามานอนในบ้านจะเห็นทุกคน ตอนมีชีวิตอยู่เป็นคนดี กตัญญู ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ มีวิธีแก้ให้เค้าไปเกิดได้อย่างไร

โดย กนิษฐา - [10 ส.ค. 2552 , 13:03:19 น.] ( IP = 58.147.70.42 : : )


  สลักธรรม 9

ตายแล้วเกิดทันทีเลยนะครับ แต่ขึ้นว่าเขาผู้นั้นจะไปเกิดเป้นอะไรนั่นเอง เป็นไปตามบาปบุญที่ต่างสะสมมา และให้ผลก่อนตายลง ก็จะไปตามคติกรรมนั้นๆนะครับ

การที่มีคนเห็นผู้ตายวนเวียนอยู่นั้น นั่นละครับเขาเกิดแล้ว จัดอยู่ในพวกโอปปะปาติกะครับ การที่เขามาปรากฏให้เห็น อาจเพราะต้องการให้ทำบุญกุศลให้ก็ได้นะครับ

ลองทำบุญและกรวดน้ำเจาะจงชื่อเขาเพื่ออุทิศให้เขาโดยตรงเลยนะครับผม

โดย ทับตะวัน [10 ส.ค. 2552 , 17:45:09 น.] ( IP = 58.9.227.236 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org