มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร (๙)






ปาฐกถาเรื่อง
คนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร
ตอนที่ ๙
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวมาหลายครั้งแล้วว่า บุคคลทั้งหลายย่อมถูกครอบคลุมอยู่ด้วย ตัณหา คือ ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ และเมื่อได้อารมณ์นั้นสมความปรารถนาแล้ว เกิดความต้องการในอารมณ์ที่ดียิ่งขึ้นไปอีก

ความยินดีติดใจในอารมณ์ซึ่งเป็นตัณหานี้ ย่อมต้องมีเจตนาหรือความปรารถนาประกอบอยู่ด้วยทุกอารมณ์ เหตุนี้ตลอดเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ เราก็ถูกครอบงำด้วยตัณหา เรามีกรรม คือเจตนา หรือความปรารถนาอยู่มิได้ว่างเว้น ความปรารถนาที่จะ …ได้เห็น …ได้ยิน …ได้กลิ่น …ได้ลิ้มรส …ได้รู้สึก …ได้คิดนึก สั่งสมอบรมไว้ในจิตมากมายก่ายกองนั้น มีอานุภาพ คือความสามารถ (มีพลัง คือความสามารถที่จะทำงานได้) ของกรรมจะสร้างรูปให้เกิดในภพใหม่ได้ ๓ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๐ รูป ได้แก่

๑. ประสาทกาย (ปสาทตา หู จมูก ลิ้น เกิดขึ้นในปวัตติ) ๒. รูปแสดงเพศทั้งหญิงทั้งชาย ๓. รูปอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต

ตามที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมานี้ ท่านก็จะเห็นได้ว่า ด้วยอำนาจของกรรมต่ออดีตย่อมสร้างรูป ๓ กลุ่มขึ้นได้ในขณะปฏิสนธิ แต่เป็นรูปละเอียดมาก จนเราไม่สามารถอาจจะมองเห็น หรือส่องกล้องดูได้ในรูปของปรมาณูลงบนวัตถุเคมี ที่เกิดจากการสมสู่ของพ่อแม่

รูปที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปตามอาจของกรรม คือเจตนา หรือความปรารถนาในภพเก่าๆ เหตุนี้ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวไว้แต่ต้นๆ ว่า ผู้ใดปรารถนาอะไรก็จะได้อย่างนั้น ถ้าความปรารถนานั้นมีกำลังพอ เช่นอยากจะเห็นอยู่เสมอ

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:19:35 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กรรมชรูปจึงไปสร้างประสาทตาขึ้นในภพใหม่ให้ได้เห็น และการที่คนตายไปเกิดก็เพราะต้องการเกิดอีกนั่นเอง แม้จะมีบางท่านพรรณนาว่ามีความทุกข์เหลือเกิน ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เลย แต่เมื่อทราบว่าถูกล๊อตเตอรี่รางวันที่ ๑ ก็จะกลับหัวเราะเสีย งอหาย ตัวอย่างต่อไปนี้เพื่อให้เห็นอำนาจของกรรมเท่านั้น

๑. คนที่ชอบทิ่มแทงตาสัตว์ให้บอดอยู่บ่อยๆ จิตของเขาย่อมมีเจตนาที่จะให้สัตว์นั้นมองไม่เห็น เจตนา (กรรม) นั้นก็ย่อมสร้างรูปนั้นประทับไว้ในจิต เมื่อตายลง กรรมชรูปที่สร้างขึ้นมาจะทำให้เป็นคนจักษุพิการมาแต่กำเนิด คือตั้งแต่ในครรภ์

๒. คนที่ฆ่าสัตว์เสมอ ทุกครั้งที่ฆ่าสัตว์ก็มีเจตนาที่จะให้สัตว์อายุสั้น ให้สัตว์เจ็บปวด ดังนั้นกรรมชรูปที่สร้างขึ้น จึงเป็นเหตุให้ผู้นั้นอายุสั้น และเจ็บปวด ป่วยออดแอดสามวันดีสี่วันไข้

๓. คนที่ดื่มสุราเมามายอยู่เสมอ ย่อมมีโมหะ คือความหลงมากเพราะขาดสติ เจตนาของผู้ดื่มเช่นนี้ย่อมประทับไว้ในจิต เมื่อตายแล้วเกิดขึ้นมาใหม่ กรรมชรูปย่อมสร้างรูปให้เป็นคนสติอ่อน จิตทราม หรือคุ้มดีคุ้มร้ายและเป็นบ้า

ข้าพเจ้าไม่สามารถอธิบายอย่างละเอียดได้ และบางเรื่องก็จำเป็นต้องศึกษาอยู่เป็นเวลานานจึงจะเข้าใจ ผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมมาพอสมควรก็จะเข้าใจได้ละเอียด แล้วก็จะมีความเลื่อมใสเชื่อถือมากขึ้นๆ

แต่อย่างไรก็ดี ในขณะที่วิทยาการทางโลกได้กล่าวว่า คนจะเคลื่อนไหวอิริยาบทได้นั้นก็ด้วยอำนาจของพลังงาน เพราะกล้ามเนื้อหดหรือยืดตัว ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะเป็นกำปั้นทุบดิน

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:22:47 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 2

สำหรับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นละเอียดไปยิ่งกว่า เพราะทุกๆ อิริยาบทที่เคลื่อนไหวไปมา ทุกครั้งที่เห็นหรือได้ยิน มิใช่เป็นไปในอำนาจของรูปหรือวัตถุตามอำนาจของกรรมชรูป ที่นักวิทยาศาสตร์เข้าใจเท่านั้น

ขณะนั้นย่อมประกอบด้วยอำนาจของ กรรมชรูป จิตตชรูป อุตุชรูป อาหารชรูป ทำงานกันอย่างพิสดาร กำลังเหล่านั้นบังคับปรมาณูในร่างกายกันอยู่สลับซับซ้อนมากมายเกินที่ผู้ใด (ที่มิได้ศึกษา) จะเข้าใจได้
ผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมศึกษาเรื่องกรรมชรูปอันเกิดขึ้นและเป็นไปในขณะมีชีวิตอยู่จนเข้าใจดีแล้ว ก็จะเชื่อว่า คนตายแล้วกรรมมีอำนาจไปสร้างรูปในภพได้จริงหรือไม่ ข้าพเจ้ากล่าวในวันนี้ก็พอเป็นเค้าหยาบๆ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า การที่คนจะเกิดนั้นอาศัยเหตุ ๓ ประการคือ

๑. หญิงชายสมสู่อยู่ด้วยกัน
๒. หญิงนั้นมีโลหิตประจำเดือนกำลังงาม (ไม่ใช่มองเห็นแล้ว)
๓. ขณะนั้นมีสัตว์ตายมาปฏิสนธิ

หลัก ๓ ประการนี้ ถ้าขาดอันใดเสียแล้ว การปฏิสนธิก็จะตั้งขึ้นไม่ได้

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:27:02 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 3

ในขณะแรกของการปฏิสนธิ คือ ในปฏิสนธิกาลนั้นเรียกว่า กลละ (กะละละ) เป็นน้ำใสที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตา หรือส่องกล้องดูได้ ซึ่งท่านเปรียบไว้ว่าเอาขนจามรีจุ่มในน้ำมันงาใส แล้วสลัดเสีย ๗ ครั้ง

สัปดาห์ที่ ๑ กลละ = น้ำใส
สัปดาห์ที่ ๒ อัมพุทะ = ขุ่น (ค่อยๆ ขุ่นเข้า)
สัปดาห์ที่ ๓ เปสิ = แดงอ่อน (เหมือนน้ำล้างเนื้อ แต่ยังไม่แข็ง)
สัปดาห์ที่ ๔ ฆนะ = ก้อน (เริ่มแข็งแล้ว)
สัปดาห์ที่ ๕ ปัญจสาขา = มีปุ่มขึ้น ๕ ปุ่ม ปุ่มเหล่านั้นจะเป็นศีรษะ ๑ แขน ๒ ขา ๒ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าปุ่มไหน เป็นอะไร
สัปดาห์ที่ ๖ - ๑๐ ปริปาก = การขยายตัว
สัปดาห์ที่ ๑๑ จกฺขาทิ = เริ่มมี ตา, หู, จมูก, ลิ้น แล้วเจริญขึ้น

ต่อไปนี้ข้าพเจ้าขอแสดงความเป็นไปของรูปอีกสักเล็กน้อย ขอท่านได้โปรดดูวิถีในตารางตามไปด้วย ในช่วงตารางที่ ๑ แล้วต่ำลงไปข้างล่าง



ท่านจะเห็นจุดตั้งต้นเป็นขณะ ปฏิสนธิ ช่องต่อๆ ไป จิตเป็น ภวังค์ ไปจนถึงเลข ๑๔ (จะมากกว่านี้ก็ได้ไม่รู้สึกตัวเลย)

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:34:42 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 4

ต่อไปจนถึง ภวังคจลนะ จิตไหวขึ้นรับอารมณ์ จากนั้นก็เป็น ภวังคุปัจเฉทะ ตัดกระแสภวังค์เดิม เพื่อรับอารมณ์ใหม่ต่อไปอีก มโนทวาราวัชชนะ

ชวนะ คือเสพอารมณ์ตามลำดับลงไปอีก ๕ ขณะ
ตั้งแต่ปฏิสนธิเป็นต้นไป ทั้งๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นหรือส่องกล้องดูได้ เพราะยังเป็นน้ำใส คือ กลละ อยู่ แต่สัตว์นั้นก็มีจิต เจตสิก รูป อยู่พร้อมเพรียงอารมณ์ก็เกิดได้ แต่เป็นอารมณ์อ่อนมาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเพิ่งจะได้ตั้งต้นรูปที่เกิดขึ้นด้วยพลังงานของกรรม เพิ่งเริ่มวางรากฐาน

เหตุนี้อารมณ์ที่เกิดขึ้นจึงเหมือนกับเราหลับๆ ตื่นๆ หรือ ฝันไปดีบ้างร้ายบ้าง ไปตามอำนาจของกรรมที่ได้สั่งสมติดตามมา ตื่นขึ้นก็เล่าความฝันไม่ค่อยถูก เวลานี้ผู้ใดได้ประหารเด็กในครรภ์ ก็ได้ชื่อว่าฆ่ามนุษย์แล้วโดยสมบูรณ์

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:39:03 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 5

ขอท่านดูในตารางช่อง ๒ ต่อไป กรรมชกลาป คือ รูปที่ผลิตสร้างขึ้นจากกรรม ข้างหน้าตัวเลขมีวงกลมใหญ่ได้แก่จิตดวงหนึ่ง จิตแต่ละดวง ย่อมมีขนาดเล็กๆ ๓ ขณะ ได้แก่วงกลมเล็กๆ …

ดวงที่ ๑ คือ อุปาทะ = เกิดขึ้น
ดวงที่ ๒ ฐีติ = ตั้งอยู่
ดวงที่ ๓ ภังคะ = ดับไป


เมื่อถึงภังคะ จิตก็ดับแล้ว ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดดวงต่อไปอีก
ขณะนี้ท่านจะเห็นมีเลข ๓ ที่อุปาทะ เลข ๓ นี้ ก็คือกลุ่มของรูปทั้ง ๓ รูปที่กรรมได้สร้างขึ้นเอง คือ … กายทสกะ ๑ ….ภาวทสกะ ๑ ….วัตถุทสกะ ๑ รวม ๓ ทสกะ หรือ ๓๐ รูป

ต่อมาฐีติขณะ รูปนี้ก็เกิดขึ้นอีก ๓ รวมเป็น ๖ ที่ภังคขณะเกิดอีก ๓ จึงเป็น ๙

กรรมชรูปเกิดทุกๆขณะเล็กของจิต แต่รูปดับช้ากว่าจิตมาก กรรมชรูปย่อมมีอายุยืนเท่าของจิต ๑๗ ดวง หรือ ๕๑ ขณะเล็ก จึงดับครั้งหนึ่ง

กรรมชรูปจะเกิดและดับไปตามลำดับ ถ้าข้าพเจ้าจะแสดงการเกิด-ดับของรูปต่อๆ ไปอีกจะยุ่งยากมาก ตารางนี้ก็มีอีกมากมาย จึงขอต่อไปถึงช่องที่ ๓ เลย ได้แก่ จิตตชกลาป กลุ่มรูปที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจของจิต ในขณะปฏิสนธิรูปนี้ยังไม่เกิด ไปเกิดเอา ๑ ภ. (ปฐมภวังค์) ในช่องที่ ๔ กัมมปัจจยอุตุชกลาป ข้อนี้ได้แก่กรรมเป็นปัจจัยให้เกิดกลุ่มของอุตุ อุตุนี่คือความร้อนหนาว กลุ่มของความร้อนหนาวนี้ ได้มาจากรูปที่ถูกสร้างขึ้นด้วยกรรม ในช่องที่ ๒ นั่นเอง ซึ่งก็แปลว่า กรรมที่ทำให้รูปเกิดขึ้นมาแล้วรูปนั้นก็เกิดให้เกิดกำลังงานขึ้นมาอีก

ในช่องที่ ๕ จิตตปัจจยอุตุชกลาป กลุ่มของความร้อนหนาวที่เกิดจากรูปซึ่งจิตได้สร้างขึ้น คือรูปที่เกิดจากจิตตชกลาป

ในช่องที่ ๖ อุตุปัจจยอุตุชกลาป กลุ่มของความร้อนได้อาศัยกรรมปัจจยอุตุชกลาป และจิตปัจจยอุตุชกลาป

ในช่องที่ ๗ อาหารชกลาป คือ รูปที่เกิดขึ้นจากอาหาร แต่ตลอดเวลาเริ่มแรกนี้เด็กที่เริ่มเกิดยังมิได้อาศัยอาหาร คือโลหิตของมารดาเลี้ยงเลย ดังนั้นทุกๆ ช่องจึงได้กากบาทไว้ทั้งหมด (ในที่นี้ภาพที่แสดงใส่เลข ๐ แทนกากบาท)

ในช่องที่ ๘ เป็นช่องรวมกลาปที่เกิดขึ้นทั้งหมดของจิตทุกดวงทุกขณะเล็ก

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:47:32 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 6

ท่านที่ยังไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม แล้วย่อมจะเข้าใจยาก ข้าพเจ้าก็มิได้เจตนาจะให้ท่านเข้า ประสงค์แต่เพียงจะแสดงให้ท่านได้เห็นความวิจิตรพิสดารของพระอภิธรรม และเพื่อให้ท่านได้เห็นว่า

ไม่มีบุคคลใดเลย ไม่ว่าในโลกนี้หรือในโลกไหน ก็ไม่สามารถเข้าถึงความล้ำลึกนี้ด้วยตนเองได้ นอกจากพระสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ซึ่งมิใช่พระองค์ค้นคว้าหามาได้ด้วยการทดลอง สืบสวน แยกธาตุ ผสมธาตุ หากแต่ต้องอาศัยการบำเพ็ญปัญญาบารมีมามากมาย

ท่านคิดว่าเรื่องของชีวิตอันพิสดารนี้ไม่น่าศึกษาบ้างดอกหรือ ?

ธรรมดาต้นมะม่วง เมื่อเติบโตเต็มที่ และแก่ลงแล้วก็ตายไป ต้นของมันไม่สามารถไปเกิดเป็นต้นใหม่ได้อีกต่อไป แต่พันธุ์ของมะม่วงสืบต่อไปให้เราได้ลิ้มรสกันอย่างหวานคอมาจนถึงบัดนี้ได้ ก็เพราะอาศัยเมล็ดของมันปลูกเพาะให้เติบโตขึ้นมาแทนต้นเดิม เหตุนี้จึงเห็นได้ว่าต้นมะม่วงที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ มันก็ไม่ใช่ต้นเก่า และไม่ใช่ต้นใหม่ ทั้ง ๒ ประการ หากแต่เป็นต้นที่สืบต่อๆ กันมาเท่านั้นเอง

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:50:37 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 7

สัตว์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เมื่อเจริญเติบโตขึ้นจนแก่เฒ่าแล้วก็ตายลง สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะเกิดมีชีวิต ขึ้นมาอีกได้ แต่สัตว์ทั้งหลายก็ได้มีพืชเชื้ออันได้แก่จิต เจตสิก รูป สืบต่อไป โดยอาศัยกำลังของตัณหาเป็นผู้ส่ง และสัตว์ทั้งหลาย (จิต เจตสิก รูป) เหล่านี้ก็มิใช่ตัวเก่า และมิใช่ตัวใหม่ทั้ง ๒ ประการ หากแต่เป็นตัวที่สืบต่อกันมาเช่นเดียวกัน

ต้นมะม่วงทั้งหลาย ย่อมสั่งสม รูป, สี, กลิ่น, รส ทั้งดีหรือไม่ดีลงไว้ในเมล็ดของมันอยู่เสมอ เมื่อเมล็ดของมันได้ถูกนำไปเพาะปลูก และเจริญเติบโตขึ้นจนมีผลแล้ว รูป, สี, กลิ่น, รส, อันพ่อแม่ของมันสั่งสมให้นั้น รวมกันกับตัวของมันเองสั่งสมขึ้นมาจากพื้นดิน ได้แก่ น้ำ และดินฟ้าอากาศรอบตัวของมันในปัจจุบัน

เมื่อได้เหตุได้ปัจจัยแล้วก็จะ แสดงออกมาให้เราได้รู้ ได้เห็นใน รูป, สี, กลิ่น, รส นั้น สัตว์ทั้งหลาย ก็ย่อมสั่งสมกรรม สั่งสมกิเลสเอาไว้ ทั้งที่ดี และที่ไม่ดีลงในจิตใจ เมื่อไปเกิดใหม่สืบต่อไปอีกก็แสดงออกซึ่งผลของกรรมที่สั่งสมเอาไว้ รวมกับกรรมใหม่ในปัจจุบันต่อไปอีก สัตว์ทั้งหลายจึงแสดงอุปนิสัยใจคอและสัญชาตญาณไปต่างๆ กัน

ต้นมะม่วงทั้งหลายย่อมกำหนด ย่อมสั่งสมลักษณะสีสรร วรรณะของต้น, ใบ, ดอก, ผล ของมะม่วงลงไว้กับเมล็ดที่จะสืบต่อกันไป ทั้งๆ ที่เราไม่ทราบ มองไม่เห็นว่า ต้น, ใบ, ดอก, ผล นั้น มันอยู่ตรงส่วนใดของเมล็ด แต่เมื่อเราปลูกมันจนเติบโตพอสมควรแล้วมันก็จะแสดง ต้น, ใบ, ดอก, ผล นั้นให้ปรากฏขึ้นตามพ่อแม่ คือเป็นต้นมะม่วงเหมือนต้นเดิมของมัน ดังนี้ เมื่อเราปลูกมะม่วงจึงได้กินมะม่วง ไม่ใช่ทุเรียน

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 09:55:21 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 8

สัตว์ทั้งหลายกระทำกรรม คือ เจตนาหรือความปรารถนาสั่งสมไว้ในจิตอยู่ทุกวัน เมื่อสัตว์นั้นได้ตายลง จิต เจตสิก รูป ก็จะสืบต่อไปเกิดอีก กำลังของเจตนาหรือความปรารถนานั้น ก็จะไปสร้างร่างขึ้นมาในภพชาติใหม่ (รวมกับเซลล์ที่เกิดจากพ่อและแม่) ให้เป็นไปตามกำลังของเจตนา หรือความปรารถนาอันรุนแรง และยาวนานในอดีต

โดยที่เราหาทราบไม่ว่า ร่างที่เรากำลังครองอยู่นี้ เราได้กำหนด
เราได้สั่งสมของเราขึ้นมาเองจากชาติที่แล้วๆ มา

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ขอให้กำลังของมหากุศลทั้งของท่าน และของข้าพเจ้าทีได้ประกอบร่วมกันในวันนี้ จงมีอำนาจชักนำให้ท่านจงเจริญผาสุก และเป็นปัจจัยที่จะนำให้ชีวิตของท่านสืบต่อไปในอนาคตด้วยดีตามที่ปรารถนาทุกประการ.

จบปาฐกถา






โดย เทพธรรม...นำเสนอ [5 มี.ค. 2552 , 10:00:19 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 9


ติดตามอ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ จะเห็นได้ว่าอำนาจกรรมนั้นไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้เลย
ยิ่งหากกรรมนั้นเป็นกรรมที่กระทำไว้อย่างสม่ำเสมอจนชำนาญและเกิดความสันทัด ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม อำนาจนั้นย่อมมาปรากฏนำส่งไปสู่ที่หมายตามลักษณะของกรรมนั้นๆ

จึงทำให้ต้องเพิ่มความระวังสังวรในการกระทำกรรมต่างๆให้มาก และจะเพียรหลีกลี่ยงอกุศลกรรมให้มาก เพียรมุ่งแต่กระทำกุศลอาจิณณกรรมให้มาก เพราะทราบแล้วว่าเมื่อตายแล้วจะเกิดได้อย่างไร

กราบระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์บุญมีเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่นำความรู้เกี่ยวกับชีวิตที่น่าอัศจรรย์ยิ่งมาประกาศให้สาธารณชนได้ทราบทั่วกัน

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะ ที่นำปาฐกถาธรรมี่มีประโยชน์ยิ่งต่อฃีวิตในภพหน้ามาให้ได้ศึกษาและทำความเข้าใจค่ะ ...กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [5 มี.ค. 2552 , 10:29:53 น.] ( IP = 124.121.177.43 : : )


  สลักธรรม 10

ตลกดีกับคำที่ท่านอาจารย์บุญมีบอกว่า "ข้าพเจ้าก็มิได้เจตนาจะให้ท่านเข้า ประสงค์แต่เพียงจะแสดงให้ท่านได้เห็นความวิจิตรพิสดารของพระอภิธรรมฯ"

นอกจากนี้ยังเป็นเสมือนคำชักชวนให้คนที่มีปัญญาเกิดความสนใจจนเข้ามาศึกษาพระอภิธรรมอีกด้วย นับเป็นปาฐกถาที่พิสูจน์และคัดเกรดผู้ฟังได้ดีจัง

กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 มี.ค. 2552 , 12:39:06 น.] ( IP = 125.27.174.126 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org