มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รู้ช้ายังดีกว่าไม่รู้เลย




".... เราก็จะเห็นได้ว่า...
ชีวิตที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจกิเลสนั้นน่ากลัวขนาดไหน
ถ้าปล่อยปละละเลยชีวิตสักนิดหนึ่ง ก็จะแสดงออกถึงอารมณ์ที่เคยชิน
...แต่เราต้องมีความยับยั้งชั่งใจ ...
เมื่อสติเกิดขึ้นก็จะตัดความเป็นไปของจิต
ที่จะเป็นไปกับกิเลสตามอารมณ์ต่างๆ
ฉะนั้นการรู้ว่าเราทำไม่ดีไปแม้จะรู้ช้าก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย


ขณะที่เรารำพึงถึงอดีตนั่นก็คือการตัดอาลัยไม่ขาด ขณะที่รำพึงรำพันจิตที่เกิดในขณะนั้นเป็นจิตที่ฟุ้งซ่านประกอบไปด้วยอุทธัจจะ

เรื่องของอุทธัจจะที่เกิดนี่ เมื่อเราศึกษาแล้วก็จะเห็นได้ว่า พระอรหันต์เท่านั้นที่จะตัดอุทธัจจะได้หมด เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ไม่มีความฟุ้งซ่านเพราะสังโยชน์ถูกตัดไปหมดแล้ว เมื่อไม่มีความฟุ้งซ่าน ก็ไม่มีความรำคาญใจ จิตใจจึงเบิกบานอยู่เสมอ แล้วก็ตื่นอยู่ในความเป็นจริงเสมอ

เพราะอะไรคะ? เพราะกิเลสนั้นได้ถูกตัดริดรอนไปหมด แต่เรายังเป็นผู้ที่มีมีอนุสัยกิเลสอยู่ จึงดูได้เลยว่า ใครเป็นพระอริยบุคคล เราสามารถศึกษาแล้วตัดสินได้ โดยไม่ต้องไปว่าเขาหรือบอกเขาว่าไม่ใช่ หรือไปเตือนเขาว่าเธอตู่พระพุทธพจน์ หรือเธอทำผิด หรือเธออวดอุดตริมนุษยธรรมต่างๆ

โดย บุษกร เมธางกูร [5 มี.ค. 2552 , 10:15:05 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เพียงแค่เราอย่าไปทำอย่างเขา อย่าอวดอย่างเขา เพราะเราก็ไม่ได้อยู่ในฐานะนั้นเหมือนกัน แต่เรามีดีกว่าเขาคือ ความยับยั้งชั่งใจได้ไม่โอ้อวด

เพราะคนเรายังมีมานะจึงชอบโอ้อวดในสิ่งที่มี และในสิ่งที่ยังไม่มี เช่น ฉันเป็นคนชั้นต่ำแล้วก็คุยว่าตนเองเป็นคนชั้นกลาง คนชั้นกลางโอ้อวดตนเองว่าเป็นคนชั้นสูง .. อย่างนี้ไม่เป็นจริง

มานะที่เป็นจริง ก็เช่น ตนเองเป็นอย่างงี้แล้วก็เอาตัวเองโอ้อวดตามความเป็นจริงว่า ฉันเป็นคนรวย ฉันเป็นผู้ดี ฉันเป็นตระกูลมั่งคั่ง ฉันเป็นผู้รู้ธรรมะมากนะ นี้คือมานะในเรื่องที่จริง อย่างนี้เป็นต้น

อย่างเมื่อสักครู่ได้ฟังเพลงที่เกี่ยวกับความโดดเดี่ยวแล้วก็รู้สึกเศร้า และก็คิดได้ว่านี่เราไปดึงอดีตมาคิดอีกแล้วนะ พอดึงอดีตมาคิดปุ๊บน้ำตาก็จะไหลปั๊บ จึงเกิดรู้สึกว่านามรู้ รู้ว่ามันฟุ้งซ่านไป และรู้ว่าเป็นธรรมดาของปุถุชน เราไม่ใช่พระอริยะบุคคลเราจึงมีฟุ้งเป็นธรรมดา

แต่เราต้องมีความยับยั้งชั่งใจ สติก็เกิดขึ้นมาได้ เมื่อสติเกิดขึ้นก็ตัดความเป็นไปของจิตที่จะเป็นไปกับ กิเลสตามอารมณ์ต่างๆ

ฉะนั้นการรู้ว่าเราทำไม่ดีไปแม้จะรู้ช้าก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย รู้ว่าเมื่อสักครู่นี้ฟุ้งก็ยังดีกว่าไม่รู้เลยว่าฟุ้งซ่านไป รู้แล้วก็ยอมรับนะคะเพื่อความสบายใจที่จะมอบกุศลให้ตนเองเดินทางสู่เส้นทางแห่งดวงดาว คือความเจิดจ้าในธรรมต่อไปนั่นเองค่ะ

๏ บุษกร เมธางกูร๏



โดย บุษกร เมธางกูร [5 มี.ค. 2552 , 10:21:31 น.] ( IP = 58.9.149.167 : : )


  สลักธรรม 2


ทุกวันนี้ก็เพียรฝึกสติอยู่ค่ะ แต่ดูเหมือนสติก็ยังไม่แข็งแรง กว่าจะรู้ตัว ก็ต่อเมื่อกระทำไม่ดีไปแล้ว

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วที่รักมากค่ะที่ให้กำลังใจเป็นอย่างดีเลยที่ว่า ....แม้จะรู้ช้าก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย

โดย พี่ดา [5 มี.ค. 2552 , 10:51:07 น.] ( IP = 124.121.179.80 : : )


  สลักธรรม 3


เรามักทำร้ายตนเองกันอยู่เสมอ และศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดก็ไม่ใช่บุคคลภายนอกเลย แต่เป็นกิเลสที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของเราน่ะเอง ที่ทำให้เราหมดความสุขและระทมอยู่กับความทุกข์ตลอดมา

อ่านข้อเขียนนี้แล้วทำให้สบายใจและมีกำลังใจที่จะปรับปรุงแก้ไขตนเองต่อไป เพราะคำอธิบายของท่านอาจารย์นั้นนอกจากจะแสดงถึงความจริงที่ว่าความที่ยังมีกิเลสอยู่นั่นเองที่ก่อให้เกิดความฟุ้งซ่านเป็นธรรมดา ..จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเรา แต่เราก็ควรพยายามที่จะกำจัดกิเลสเหล่านั้นด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อจะได้เป็นผู้หมดกิเลสในที่สุด

และสิ่งที่งดงามในคำอธิบายนี้มากที่สุดก็คือ การนำตนเองออกมาเป็นตัวอย่าง มาวิเคราะห์ให้เห็นกระบวนการของความคิดที่ผิดพลาดแล้วมีการแก้ไขอย่างทันท่วงที ..คำอธิบายนี้จึงไม่ใช่แค่ภาษาสวยๆ ที่ย้อมใจผู้อ่านให้เพียรพยายามทำความดีแต่ฝ่ายเดียว เพราะผู้ที่อธิบายอยู่นี้ได้ทำในสิ่งนั้นได้แล้ว และนำมาเผื่อแผ่ให้ทราบเพื่อเป็นข้อคิดของแต่ละคนต่อไป

กราบขอบพระคุณในตัวอย่างชีวิตและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มอบให้เสมอค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 มี.ค. 2552 , 13:11:25 น.] ( IP = 125.27.174.126 : : )


  สลักธรรม 4

"รู้ช้ายังดีกว่าไม่รู้เลย" เป็นการให้กำลังใจตนเอง มีสติที่ไวต่ออารมณ์เร็วบ้าง ช้าบ้าง ดีกว่าไม่ได้เลย

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ

โดย เซิ่น [5 มี.ค. 2552 , 13:11:26 น.] ( IP = 58.8.25.64 : : )


  สลักธรรม 5

ตามมาอ่านบทความดีๆ ครับ ได้ข้อคิดดีครับ ^ ^


โดย ธันวันตรี [5 มี.ค. 2552 , 14:47:22 น.] ( IP = 125.26.186.18 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณค่ะ จะเพียรพยายาม รู้ช้าดีกว่าไม่รู้เลย ตามที่ท่านอาจารย์แนะนำค่ะ
กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [6 มี.ค. 2552 , 12:29:23 น.] ( IP = 118.172.241.150 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org