มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กรรมลิขิต




วิถีชีวิตของคนเราที่เป็นไปในโลกปัจจุบันนี้ ย่อมจะมีปัญหาให้คบคิดกันอยู่เสมอมาทุกยุคทุกสมัย สมัยใดมีผู้รู้แจ้งเห็นจริงในวิถีชีวิตเกิดขึ้น ก็เป็นเหตุให้ชาวโลกดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้องได้ การอุบัติเกิดขึ้นของท่านผู้รู้เหล่านี้ จึงเสมือนหนึ่งดวงประทีปที่ลุกโชติช่วงขึ้นในความมืดมนอนันธกาล ให้ชาวโลกได้รับรู้เห็นสิ่งที่ควรรู้ควรเห็น

ท่านทั้งหลายย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า ก่อนที่พระพุทธศาสนาจะอุบัติขึ้นมาในโลกนั้น ชาวโลกได้พากันดิ้นรนแสวงหาทางที่จะนำชีวิตไปสู่ความพ้นทุกข์กันแล้ว แต่การแสวงหาทางพ้นทุกข์ในสมัยก่อนพุทธกาลนั้น ต่างก็พากันปฏิบัติไปตามความเห็นของตนว่าถูกต้องแล้ว ไม่มีกฏเกณฑ์อะไรแน่นอนเท่าใดนัก เจ้าลัทธิทั้งหลายในสมัยนั้นจึงเกิดขึ้นมากมายหลายสำนัก ต่างก็ให้หลักการอันเป็นความเห็นแก่ชาวโลก

บางลัทธิสอนว่า “ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนี้ เมื่อแตกดับไปแล้วก็สูญสิ้นไปเลย ไม่มีการเกิดอีก เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องไปสร้างกรรมดีให้เสียเวลา เพราะผลแห่งกรรมดีก็ไม่มี ผลแห่งความชั่วก็ไม่มี การบำเพ็ญทานรักษาศีลเจริญภาวนาไม่มีประโยชน์อะไร มีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น ฉะนั้นชีวิตของเราที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ จึงควรแสวงหาความสุขใส่ตัวให้เต็มที่ ใครจะเดือดร้อนก็ช่างไม่สนใจเพราะเกิดมาแล้วชาติเดียวเท่านั้น ตายไปแล้วก็สูญไปเลยไม่เกิด

นรกสวรรค์ไม่มี เป็นเรื่องเท็จทั้งนั้น คนที่เชื่อในลัทธิเหล่านี้ก็หมดความเกรงกลัวต่อบาป หมดความละอายต่อการกระทำกรรมชั่วของตน”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 มี.ค. 2552 , 12:26:14 น.] ( IP = 61.90.69.77 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บางลัทธิสอนว่า “การกระทำกรรมดีกรรมชั่ว ไม่เป็นกุศลอกุศล ทำก็สักแต่ว่าทำเท่านั้น”

บางลัทธิสอนว่า “คนเราจะดีจะชั่วก็เป็นไปเอง จิตจะบริสุทธิ์ได้ก็บริสุทธิ์เอง ไม่จำเป็นต้องไปคอยนั่งปฏิบัติให้เสียเวลา การไปนั่งภาวนาแคะเขี่ยเอากิเลสออกจากจิตนั้นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะจิตจะบริสุทธิ์ได้ก็เป็นไปเอง ไม่ต้องไปชำระจิตให้เสียเวลา”

บางลัทธิสอนว่า “คนเราเกิดมาดีหรือชั่วก็ตาม เป็นไปเองทั้งนั้นไม่มีใครจัดแจงให้ จะดีก็ดีเอง จะชั่วก็ชั่วเอง ไม่จำเป็นต้องไปมุ่งหน้าสร้างกรรมดีให้เสียเวลา

บางลัทธิสอนว่า “คนเราจะดีหรือชั่วนั้น อยู่ที่อิทธิพลของดวงชะตาแล้วแต่ดวงดาวที่โคจรไปมาในจักรราศี ถ้าดวงดาวโคจรเข้าสู่ราศีที่ไม่ดีแล้วถึงจะกระทำกรรมดี ก็ไม่สามารถประสบผลดีได้ ถ้าดวงดาวโคจรเข้าสู่ราศีที่ดีแล้ว ถ้าจะกระทำชั่วก็ไม่เป็นไร ดวงช่วยไว้ได้ ดังนี้เป็นต้น”

บางลัทธิสอนว่า “ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งมวล พระพรหมสร้างมาทั้งนั้น คนเราดีหรือไม่ดีจึงขึ้นอยู่กับพระพรหม แล้วแต่ท่านจะลิขิตชีวิตให้เป็นไปตามพรหมลิขิต หรือพระเจ้าเป็นผู้ลิขิต ฉะนั้นเมื่อคนเราประสบต่อความทุกข์ความเสื่อม ก็ต้องก้มหน้าเดินไปบนเส้นทางชีวิต ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานนั้น ต้องก้มหน้ายอมรับเอาความทุกข์ความเสื่อมนั้นด้วยความภักดีไม่คิดแก้ไขให้เป็นอื่นได้”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 มี.ค. 2552 , 12:29:16 น.] ( IP = 61.90.69.77 : : )


  สลักธรรม 2

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาหนึ่ง ที่เกิดขึ้นท่ามกลางลัทธิทั้งหลายเหล่านั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้อริยสัจธรรม พระองค์เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นสารถีผู้ฝึกบุรุษที่ควรฝึกอย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้ตื่นแล้ว เป็นผู้ทรงแจกจำแนกเปิดเผยแสดงธรรมทุกอย่าง โดยชนิดอันมีกุศลอกุศล โดยประกอบกันมี ขันธ์ ธาตุ อายตนะ เป็นต้น

พระพุทธองค์ ทรงตรัสสอนให้ชาวโลกทั้งหลายได้ทราบถึงกฎแห่งความเป็นจริงของชีวิตว่า หามีผู้ใดสร้างไม่ แต่กระบวนการของชีวิตเป็นไปตามกฎของกรรม ที่เรียกว่า “กรรมลิขิต”

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้รับการขนานพระนามว่า “เป็นกรรมวาที” เพราะพระพุทธองค์มีคติสอนถึงเรื่องกรรม ทุกๆ ชีวิตจึงมีอิสระในการกระทำ ในการลิขิตชีวิตตนเองได้ กฎของกรรมจึงเป็นกฎที่ลึกซึ้งยากแก่การเข้าใจอย่างยิ่ง จึงเป็นของธรรมดาที่คนเราในยุคที่กำลังเจริญก้าวหน้าในด้านวัตถุ จะไม่คิดปฏิเสธกฎแห่งกรรมว่า “ทำดีก็ไม่เห็นว่าจะได้ดีที่ตรงไหน ทำชั่วก็ไม่เห็นว่าจะได้รับผลชั่วที่ตรงไหน” แล้วเราจะมุ่งมั่นต่อการกระทำกรรมดีกันไปทำไม

นี้แหละเป็นเหตุประการหนึ่งในหลายๆ เหตุที่ชวนให้เห็นผิดไปว่าทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว ทั้งนี้ก็เพราะไม่เข้าใจในกฎของกรรมนั่นเอง

เพราะตามธรรมชาติของจิต ย่อมมีการใฝ่ต่ำเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ท่านอุปมาเหมือนน้ำ กระแสน้ำนั้นย่อมไหลไปสู่ที่ต่ำ ที่ใดเป็นที่ลุ่ม น้ำก็จะไหลไปขังกันอยู่ในที่นั้น จิตใจของคนเราส่วนมากก็เช่นกัน คิดแต่จะกระทำกรรมชั่วอยู่เนืองนิตย์ แล้วเมื่อประจวบกับเหตุหรือปัจจัย เขาก็กระทำกรรมชั่วได้ทันที

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 มี.ค. 2552 , 12:34:17 น.] ( IP = 61.90.69.77 : : )


  สลักธรรม 3

ส่วนการกระทำกรรมดีนั้นเป็นของยากอย่างยิ่ง เหมือนกับการทดน้ำอันมีธรรมชาติไหลไปสู่ที่ต่ำให้ไหลสูงขึ้น หรือเหมือนการพายเรือทวนกระแสน้ำ ย่อมจะต้องอาศัยความพยายามมาก อาศัยกำลังมาก จึงจะสามารถนำเรือแหวกทวนกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากนั้นได้สำเร็จ

ท่านทั้งหลายลองคิดดูว่า ปัจจุบันนี้มีเหตุปัจจัยที่ยั่วเย้าให้เราคิดกระทำกรรมชั่วมากมายแค่ไหน คนเราส่วนมากจึงตกเป็นทาสของความชั่วร้ายมากขึ้น ความละอายต่อบาป ความเกรงกลัวต่อบาป ความเมตตากรุณาต่อกันก็เสื่อมไปตามลำดับ เมื่อเป็นเช่นนี้ อะไรเล่าที่จะเป็นหลักประกันความสุขสงบได้ เป็นหลักประกันความกลัวไม่ให้เกิดขึ้นได้ ไม่มีเลย โลกเราจะตกอยู่ในฐานะเช่นใด ผลสุดท้ายโลกของเราก็จะตกอยู่ในฐานะที่เป็นศัตรูต่อกันตลอดไป เพราะการกระทำกรรมชั่วเป็นเหตุ

ฉะนั้นเรื่องการศึกษาถึงกฎแห่งกรรม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องให้ความสว่างในทางจิตใจแก่คนเราทุกคน ความฉลาดในกฎแห่งกรรมนี้แหละ ที่จะทำให้คนเราทุกคนละเว้นจากความชั่ว หันมาประพฤติกรรมดี ไม่ใช่แข่งกันกระทำกรรมชั่วแต่ให้แข่งขันกันทำความดี

ปางน้อยสำเนียกรู้................... เรียนคุณ
ครั้นใหญ่ย่อมหาทุน........... ทรัพย์ไว้
เมื่อกลางแก่แสวงบุญ.......... ธรรมชอบ
ยามหง่อมทำใดได้............. แต่ล้วนอนิจจัง

“โคลงโลกนิต”


ธรรมบรรยายโดย..ท่านกิตติวุฒโฑ ภิกขุ.

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 มี.ค. 2552 , 12:41:41 น.] ( IP = 61.90.69.77 : : )


  สลักธรรม 4

เรื่องกรรมเป็นเรื่องใหญ่ในพระพุทธศาสนา
ถ้าศึกษาเข้าใจในธรรมชาติของเหตุและผล ...ทำอย่างไรต้องได้อย่างนั้น จะไม่สงสัยในเรื่องกรรมดีกรรมชั่วว่ามีผลหรือไม่ และทำให้มีความมั่นคงในศรัทธา ๔ คือ เชื่อเรื่องกรรม เชื่อเรื่องผลของกรรม เชื่อว่าสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน และเชื่อในคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย ธัญธร [16 มี.ค. 2552 , 19:35:44 น.] ( IP = 118.173.32.176 : : )


  สลักธรรม 5


เรื่องของกรรมหากเข้าใจดีแล้ว จะเห็นว่าเราสามารถวางแปลนชีวิตในอนาคตของเราเองได้ ด้วยการกระทำกรรมในปัจจุบันนี้ให้ตรงตามผลที่เราต้องการ....เพราะกรรมลิขิตได้

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมบรรยายที่ดีมาฝาก ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [17 มี.ค. 2552 , 09:36:13 น.] ( IP = 124.121.172.242 : : )


  สลักธรรม 6

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาเดียวที่สอนให้ทราบเหตุผลและความเป็นไปของธรรมชาติต่างๆ อย่างไม่บิดเบือน และไม่ต้องชวนเชื่อ .ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาก็เหมือนกับได้มาอยู่ในอาณาเขตที่ปลอดภัยจากรรมชั่วๆขึ้นบ้างแล้ว แต่หากไม่ศึกษาให้เข้าใจเรื่องของกรรมอย่างถูกต้อง ก็จะมีโอกาสออกจากอาณาเขตที่ปลอดภัยไปสู่อาณาเขตอันตราย โดยเฉพาะความหลงงมงายว่ามีผู้ใดผู้หนึ่งลิขิตชีวิตตน และก็มีการขอร้องอ้อนวอนได้

ผู้ที่ไม่เข้าใจเรื่องกรรมจึงมักดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดและงมงายขึ้นไปเรื่อยๆ โดยปราศจากหลักยึดเหนี่ยวชีวิตที่ประกอบไปด้วยปัญญา

หากผู้ที่ชื่อว่าพุทธศาสนิกชน..ได้เข้ามาศึกษาเรื่องกรรมอย่างถูกต้องแล้วก็จะดีไม่น้อยเลยกับส่วนตัวและส่วนรวม ทั้งในปัจจุบันชาติและอนาคตชาติด้วย

ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [17 มี.ค. 2552 , 11:32:49 น.] ( IP = 125.27.177.124 : : )


  สลักธรรม 7

"กรรมลิขิต" ทำให้แต่ละชีวิตมีความแตกต่างกันเพราะทำกรรมต่างกัน

แต่เราสามารถ "ลิขิตกรรม" ใหม่ให้ดี ด้วยการทำความดี ละเว้นความชั่ว ชีวิตจะได้ไม่ลอยละล่องไปตามเกลียวคลื่นของกิเลสตัณหา

กราบขอบพระคุณค่ะ ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น [17 มี.ค. 2552 , 20:58:30 น.] ( IP = 61.90.19.25 : : )


  สลักธรรม 8

ขอขอบพระคุณที่นำมาฝากและได้อ่านทำดีย่อมได้ดี

โดย ภา [24 ก.ค. 2552 , 13:04:38 น.] ( IP = 202.151.4.18 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org