มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิปัสสนา..คืออะไรแน่




๚ ๛วิปัสสนา..คืออะไรแน่ ๛๚


สวัสดีคะท่านผู้เจริญในธรรมทุกๆท่าน หลังจากที่ได้พยายามถ่ายทอดความเข้าใจในเรื่องราวของชีวิตเราท่านมาในกระทู้ก่อนๆ โดยเฉพาะความโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์กันแล้ว มาถึงขณะนี้เรามาทำความเข้าใจให้ถูกต้องกันนะคะว่า.. วิปัสสนา..คืออะไรแน่เพื่อจะได้สร้างความเห็นถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และจะได้ประพฤติปฏิบัติกันด้วยความศรัทธาโดยอาศัยความเข้าใจไปสร้างปัญญาบารมีนะคะ

วิปัสสนา คืออะไร ? เราก็มาเพียรในการเข้าใจก่อนที่จะทำวิปัสสนาว่าคำว่าวิปัสสนาคืออะไร

วิปัสสนา เป็นชื่อ ของปัญญา มีปัญญา ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า วิปัสสนา ปัญญามีชื่อเรียกมากทีเดียว มีชื่อต่าง ๆกัน แต่ว่า ปัญญา ที่ชื่อวิปัสสนา ปัญญานี้รู้อะไร? ปัญญาวิปัสสนารู้ว่า นามรูปนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสาร เป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน รู้อย่างนี้แหละเรียกว่า วิปัสสนา

ท่านจะต้องเข้าใจหลักความรู้ของวิปัสสนาเสียก่อน ถ้าปัญญาวิปัสสนาเกิดแล้ว ก็แปลว่าต้องรู้ว่า รูปนาม ไม่เที่ยง หรือรูปนามเป็นทุกข์ หรือรูปนามไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสารอะไร อย่างนี้อันใดอันหนึ่งก็ได้ ที่รู้อย่างนี้นี่แหละ เรียกว่า วิปัสสนา

โดย บุษกร เมธางกูร [21 มี.ค. 2552 , 20:12:11 น.] ( IP = 61.90.71.166 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ขอให้จำไว้ด้วยนะคะว่า ๛...ต้องมีนามรูปรองรับ...๛ ต้องนามรูปไม่เที่ยงมารับรองนะคะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรไม่เที่ยง

เราจะเข้าไปทำวิปัสสนา เพื่อจะรู้ว่านามรูปนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ไม่ใช่ตัวตนใช่ไหมคะ ดังนั้นหลักที่จะเข้ามาทำวิปัสสนา เพื่อจะรู้อย่างนี้ แล้ว เราจะดูอะไรอย่างอื่นละคะ ถึงจะเห็นนามรูปไม่เที่ยง เราก็ต้องดูนามรูป เราจึงจะเห็นนามรูปไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นผู้ทำวิปัสสนานี้ จะต้องมี นามรูปรับรองความรู้อยู่เรื่อย

ถ้าคราวไหนไม่มีนาม ไม่มีรูปรับรองแล้ว ก็แปลว่า.. รู้แล้วก็รู้นิ่งไป ถึงแม้นิ่งไปไม่ฟุ้งก็ตาม ความรู้สึกเช่นนั้นใช้ไม่ได้นะคะ จะต้องมี นาม มี รูป อยู่เสมอ เหมือนกับคนไปเรียนหนังสือ เด็กไปเรียนหนังสือเข้าโรงเรียนใหม่ ๆ ต้องมี ก. ไก่ ข. ไข่ ต้องมีตัวหนังสืออยู่เรื่อย ต้องอ่านหนังสือ ต้องมีตัวหนังสือรับรองอยู่เรื่อย ไม่งั้นก็อ่านหนังสือไม่ออก ถ้าไปโรงเรียนแต่ไม่ดูหนังสือ ก็จะอ่านหนังสือไม่ออกใช่ไหมคะ ผู้ปฏิบัติก็เช่นกันต้องมีรูปมีนาม เป็นเสมือนตัวหนังสือ ที่มาให้สติปัญญาอ่านตลอดเวลานะคะ

โดย บุษกร เมธางกูร [21 มี.ค. 2552 , 20:20:00 น.] ( IP = 61.90.71.166 : : )


  สลักธรรม 2

นามรูปเฉพาะผู้ปฏิบัติใหม่ ก่อนที่จะดูนามรูป ก็จะต้องรู้จักนามรูปเสียก่อน มิฉะนั้นแล้วดูนามก็ไม่รู้ว่าดูอะไร เพราะจะต้องให้ท่านที่มาปฏิบัติวิปัสสนานี้ จะต้องเข้าไปพิจารณานามรูป

ทีนี้ก็จะต้องรู้เสียก่อนว่า.. ดูนามน่ะ ดูอะไร.... ดูรูปน่ะ ดูอะไร จะต้องเรียนนามรูปเสียก่อนให้เข้าใจ เพราะรูปนามมีมากมายเหลือเกิน แต่เราก็จะเอาให้ง่ายที่สุดสำหรับปัญญาของเรา เพราะว่ายุคสมัยที่ล่วงผ่านมาจนถึงวันนี้แล้ว พวกเราๆนี่ปัญญาน้อยลงๆแล้ว

เพราะอะไรละคะ.. ก็เพราะว่าเราถึงได้ล่าช้ามาอยู่จนป่านนี้ ต้องมาทรมานทนทุกข์ ประเดี๋ยวเจ็บ ประเดี๋ยวไข้ ประเดี๋ยวร้องไห้เสียใจ พบกับสิ่งที่พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง สิ่งที่พอใจพลัดพรากไปบ้าง นี่เราจะต้องพบอยู่เรื่อย ความทุกข์นี่มีอยู่รอบตัวเราเลย เราจะต้องพบ จึงได้เจอเสมอ เวลาที่เรามาอบรม มาพิจารณานามรูปเวลานี้ เรายังไม่รู้ว่า นามรูปมันดีหรือไม่ดี ยังไม่รู้ต้องรู้เสียก่อน

ทีนี้นามรูปที่เราจะต้องเรียน สำหรับคนปัญญาน้อยนี่ เราก็เรียนแต่พอที่จะเอามาใช้งาน ที่ยังไม่ใช้งานเวลานี้ ยังไม่ต้องเรียน และเพียงนำเอานามรูปไปพิจารณา จนกระทั่งได้ความจริงด้วยการพิจารณา คือด้วยความรู้สึกไม่ใช่ด้วยการคิดนึก ด้วยการตรอง ด้วยการวิจารณ์ ไม่ได้ทั้งนั้น

นามรูปมีอะไรบ้างละคะ ที่จริงถ้าเราจะสอนที่ถูกแล้ว ก็ควรจะสอนอารมณ์ทั้ง ๖ เสียก่อน แต่เกรงว่าจะต้องร่ายยาวเกินไป เพราะฉะนั้น เวลาที่จะอบรมให้เข้าใจอารมณ์ ตามทวารทั้ง ๖ ที่เราใช้งานอยู่ ก็กลัวจะไม่พอทีจะอธิบายในกระทู้นะคะ

แต่ที่ถูกแล้วควรจะบอก บอกแล้วเวลาทำงานก็ทำเฉพาะอิริยาบถ ๔ ก่อน คือแรกๆลงมือกำหนดก็ไม่ต้องคอยดูมาก ให้ดูแต่น้อย ๆหน่อย จนกระทั่งคล้ายๆกับจิตที่อบรมเชื่องแล้ว ดูได้สะดวกแล้ว แล้วก็อารมณ์ทั้ง ๖ นั้นมันก็จะรู้ขึ้นมาเองเหมือนกัน

แต่ว่ายังไงก็ตามอย่าลืมนะคะว่า.. จะต้องมีนามรูปเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าเวลาเห็น เวลาได้ยิน เช่น

เวลาเห็น ..ที่เห็น เป็นนาม..สิ่งที่ถูกเห็น เป็นรูป

เวลาได้ยิน..ที่ได้ยิน เป็นนาม..เสียงที่พูด เป็นรูป

เวลาได้กลิ่น ..ที่รู้กลิ่น เป็นนาม..กลิ่นหอม, เหม็น เป็นรูป

เวลาลิ้มรส..ที่รู้รส เป็นนาม..รสที่ถูกรู้ว่าเปรี้ยว หวาน เป็นรูป

เวลาถูกต้อง ..ที่รู้สึกถูกต้อง เป็นนาม..เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เป็นรูป

เวลานั่ง นอน ยืน เดิน...ที่รู้ว่า นั่ง นอน ยืน เดิน เป็นนาม...อิริยาบท นั่ง นอน ยืน เดิน เป็นรูป

นามและรูปทั้งหลาย จึงมีอยู่ที่ตัวเราในขณะรับอารมณ์ ตามทวารทั้ง ๖…นั่นเองคะ

โดย บุษกร เมธางกูร [21 มี.ค. 2552 , 20:50:56 น.] ( IP = 61.90.71.166 : : )


  สลักธรรม 3

ดังนั้น..ดูนามรูปให้รู้จากตัวเรา… ถ้าไม่ได้เรียนอารมณ์ของวิปัสสนาแล้ว เราจะไม่รู้ตัวเรา เห็นอะไรก็ไม่รู้ ได้ยินอะไรก็ไม่รู้ แล้วโดยมากการศึกษาเล่าเรียนในชีวิตของเรา ที่เราเป็นอยู่นี่เราไม่ได้รู้เรื่องของเราเลย รู้แต่เรื่องคนอื่นทั้งนั้น เรื่องคนโน้น เรื่องคนนี้ เรื่องพระอาทิตย์ พระจันทร์ แทนที่จะรู้อยู่ที่ตัว เรากลับรู้ไปจนถึงโลกพระจันทร์ เดี๋ยวนี้เขาจะไปรู้โลกพระอังคารอีกแล้ว มันรู้ยาวออกไปอย่างนี้ กิเลสมันก็ยืดยาวออกไปด้วย นามรูปที่ตัวเองนี่ไม่รู้หรอก

แต่ว่าวิธีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ ไม่ต้องไปรู้คนอื่น รู้ตัวของตัวเสียก่อน แล้วก็จะรู้ได้ว่าคนอื่นกับตัวเราน่ะมันเหมือนกัน มันไม่ผิดกันหรอก แต่รู้คนอื่นน่ะไม่แน่ เช่น อย่างเวลานี้จิตใจเขาเป็นอย่างไร จะรู้เขาได้อย่างไม่รู้ แต่เวลานี้จิตใจเราเป็นอย่างไร จะรู้เขาได้อย่างไรไม่รู้

แต่เวลานี้จิตใจเราเห็นอย่างไร ประกอบด้วยอะไรเรารู้ได้ ประกอบด้วยความไม่พอใจ หรือประกอบด้วยความพอใจ เวทนาเราเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เวลานี้ นี่เรารู้เรารู้ของเราก่อน เพราะว่าร่างกายเรานี้ก็เป็นโลกโลกหนึ่ง โลกนี้ไม่ใช่ว่าหมายถึง ฟ้า ดิน อะไร ไม่ใช่อย่างนั้น นี่พอเรารู้ของเราอย่างนี้แล้วคนอื่นก็เหมือนกัน เช่น อย่างพอเรารู้ของเราอย่างนี้แล้ว คนอื่นก็เหมือนกัน อย่างเช่นพอความโกรธเกิดขึ้นแก่จิตใจของเรา มีลักษณะอย่างไร ความโกรธของคนอื่นก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปรู้ของใคร

เพราะฉะนั้น การแสดงออกมาภายนอก ทางกายก็ดี วาจาก็ดี กิริยาอาการที่แสดงออกมาให้เราเห็น เราก็รู้แล้วว่า ออกมาจากจิตใจ กิริยาอย่างนี้ออกมาจากจิตอะไร พอใจหรือไม่พอใจ มันจะบอกทีเดียว เพราะฉะนั้น มันก็เป็นโลกชนิดหนึ่ง

สำหรับวันนี้ คงพอสมควรแล้วนะคะ ขอเพียงตั้งใจทำความเข้าใจไปทีละนิด แต่ต้องเข้าใจจริงๆรับรองได้ว่า ท่านจะได้ประโยชน์มากมายจริงๆคะ ไว้พบกันต่อไปนะคะ

ขอความเจริญความผาสุก อันจะเกิดขึ้นจากปัญญาบารมี จงประสบแด่ท่านทุกคนนะคะ

บุษกร เมธางกูร.


โดย บุษกร เมธางกูร [21 มี.ค. 2552 , 21:16:38 น.] ( IP = 61.90.71.166 : : )


  สลักธรรม 4

มาทบทวนเรื่องวิปัสสนากับท่านอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง

กราบขอบพระคุณมากค่ะ

และจะติดตามศึกษาต่อค่ะ

โดย ธัญธร [23 มี.ค. 2552 , 19:42:05 น.] ( IP = 118.173.43.95 : : )


  สลักธรรม 5

มาอ่านทบทวนการปฏิบัติวิปัสสนาค่ะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [24 มี.ค. 2552 , 20:05:06 น.] ( IP = 58.8.50.66 : : )


  สลักธรรม 6


นั่งนอน ยืนเดิน เพลินกำหนด
มันเป็นกฏ ไตรลักษณ์ สลักธรรม
รู้เป็นนาม กำหนดรูป คลายเงื่อนงำ
เกิด ดับ ย้ำ ย้ำ ดับ ดับ ก้อดับกัน
ดินแดนไหน ใดเล่า จะเกิดมี
ดับทุกที ที่ในจิต รู้เห็นพลัน
ดับโลกนี้ โลกหน้า นรกสวรรค์
ที่จิตฉัน แค่นั้น ดับนิรันดร์ ฯ

โดย ดับแล้วว่างสว่างไสว [7 เม.ย. 2552 , 23:45:04 น.] ( IP = 124.121.49.139 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org