มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อุปัตถัมภกกรรม




หน้าที่ที่ ๒ อุปัตถัมภกกรรม

กรรมที่รับช่วงต่อเรียกว่า อุปัตถัมภกกรรม คำว่า อุปัตถัมภกเป็นศัพท์บาลี ซึ่งท่านให้คำจำกัดความว่า “กมฺมนฺตรํ วา กมฺมนิพฺพตฺตขนฺธสนฺตานํ วา อุปตฺถมฺเกตีติ อุปตฺถมฺภกํ” แปลว่า กรรมใดย่อมอุปถัมภ์ซึ่งกรรมอื่นๆ และการสืบต่อแห่งขันธ์ที่เกิดขึ้นจากกรรมอื่นๆ ฉะนั้น กรรมนั้นชื่อว่า อุปัตถัมภกกรรม ได้แก่ อกุศลกรรม ๑๒ มหากุศล ๘ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวอุปัตถัมภกกรรม

ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ตัวชนกกรรม นำมาส่งแค่ตอนปฏิสนธิเท่านั้น คือปฏิสนธิในโลกมนุษย์นี้แล้วมาส่งถึงมนุษย์ภูมินี้แล้ว ก็หมดหน้าที่ของชนกกรรม ชนกกรรมก็ดับไป ตั้งแต่เราเกิดในท้องแม่ เราอยู่ในท้องแม่ ๑๐ เดือน ด้วยอำนาจอุปัตถัมภกกรรม จนกระทั่งคลอด จนกระทั่งมีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบัน จนกว่าเราจะตายจากโลกนี้ไป เราอยู่ด้วยอุปัตถัมภกกรรม อุปัตถัมภกกรรมนี่จะรับช่วงจากชนกกรรมติดต่อมาโดยตลอด จนกว่าเราจะตายจากโลกนี้ไป เรียกว่า กรรมอุปถัมภ์

ทีนี้กรรมที่ทำหน้าที่อุปถัมภ์เป็นกรรมอะไร กรรมที่ทำหน้าที่อุปถัมภ์นั้นมี อกุศลจิต ๑๒ ดวง แล้วก็มีมหากุศล ๘ ส่งผลมา อุปถัมภ์หล่อเลี้ยงชีวิตนี่จนกว่าเราจะถึงที่สุด

ฉะนั้นตัว อุปัตถัมภกกรรมก็คือตัว อายุ นั่นเอง อายุ แปลว่า ความเป็นอยู่ หรือบางแห่งเรียกว่า ชีวิต เพราะชีวิตรูป ชีวิตนามทั้งสองอย่างนี้ จะดำรงอยู่ได้นานหรือสั้นอยู่ที่ตัวอุปัตถัมภกกรรม ตราบใดถ้ากรรมอันนี้ยังอุปถัมภ์อยู่ เราก็ยังมีรูปมีนามเป็นไปอยู่ในโลกปัจจุบันก็คือยังไม่ตายยังมีชีวิตอยู่ได้ เพราะยังมีกรรมอุปถัมภ์ ถ้าสิ้นอุปัตถัมภกกรรมนี้เมื่อใด เราก็ตายทันที ที่เรียกว่า กัมมักขยมรณะ (ตายเพราะสิ้นกรรม) ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความตายขึ้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 มี.ค. 2552 , 08:59:07 น.] ( IP = 58.9.145.98 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตายเพราะสิ้นกรรม หมายถึงสิ้น อุปัตถัมภกกรรม ไม่ใช่สิ้นกรรมอื่นๆ เพราะกรรมมีหลายกรรม ต้องเข้าใจด้วยว่า หมายถึงอุปัตถัมภกกรรมสิ้นสุดลง แล้วเราก็ตาย ฉะนั้นตัวอุปัตถัมภกกรรมจึงเป็นตัวหล่อเลี้ยง หล่อเลี้ยงรูปนามให้ดำรงอยู่ เราจะดำรงอยู่ได้มากน้อยแค่ไหน ก็แล้วแต่อุปัตถัมภกกรรมนี้จะทำหน้าที่หล่อเลี้ยงไป

ถ้าอุปัตถัมภกกรรมนั้นมีอำนาจมาก อำนาจสูง ชีวิตของเราก็ยืนยาวอยู่ได้นาน ที่นี้การอุปถัมภ์ของตัวอุปัตถัมภกกรรม เมื่อเราประกอบกรรมในอดีตทั้งที่เป็นกุศล ทั้งที่เป็นอกุศล แต่อกุศลที่ทำในอดีตกำลังอ่อน ส่งผลให้ปฏิสนธิกาลไม่ได้ คือ ให้ผลในตอนเกิดไม่ได้ แต่ด้วยกุศลที่แรงกล้านี้ มีกำลังมากกว่า ก็ส่งผลเมื่อตอนเกิด ก็คือนำเรามาเกิดในโลกมนุษย์นี้ แต่อกุศลกรรมที่ทำไว้ในชาติก่อนที่ไม่สามารถส่งผลในปฏิสนธิกาลนั้น จะมาให้ผลใน ปวัตติกาล(หลังจากที่เราเกิดมาแล้ว)

ฉะนั้น ชีวิตคนจึงหนีไม่พ้นวิบากกรรม บางคนเกิดมาดี แต่เมื่อเกิดมาแล้ว ชีวิตเผชิญวิบากกรรมตลอดเวลา ทั้งที่ดีบ้าง ทั้งไม่ดีบ้าง ฉะนั้นชีวิตจะราบรื่นไม่ได้ บางครั้งเราประสบต่อผลกรรมที่ไม่ดี ทั้งๆ ที่เราเกิดมาดีแล้ว อันนี้ก็ด้วยอำนาจของอกุศลกรรมที่ทำไว้ในชาติปางก่อน ทั้ง ๑๒ ประการนี้ ด้วยอำนาจความโลภ ความโกรธ ความหลง แต่ว่ากรรมที่ทำนั้นมันอ่อนกำลัง ถ้ากำลังแก่กล้ามันก็ส่งผลให้ไปเกิดในอบายภูมิ ทีนี้เมื่อส่งผลให้เรานี้ไปเกิดในอบายภูมิไม่ได้ ก็จะมาให้ผลหลังจากเกิดแล้วที่เรียกว่า ปวัตติกาล (กาลในขณะเกิดนี่เรียกว่า ปฏิสนธิกาล หลังจากเกิดมาแล้ว หลังจากปฏิสนธิมาแล้ว เรียกว่า ปวัตติกาล)

ฉะนั้นเมื่อเกิดมาแล้ว เราก็รับผลกรรมมาตลอด ถ้าเราทำกรรมดี หมายถึงเราสร้างกุศลในอดีตมาด้วยกามาวจรกุศล ๘ ดวงนี้มาก อุปัตถัมภกกรรมก็จะส่งเสริมอุปถัมภ์เราให้ดีตลอดมา ชีวิตก็มีแต่ความราบรื่น มีแต่ความสุข เพราะอำนาจอุปัตถัมภกกรรม ที่เป็นกุศล จะอุปถัมภ์ทั้งรูปและนามให้เป็นสุข เช่น เมื่อรูปนามเกิดมาแล้วก็แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน แล้วก็มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ อวัยวะครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง แล้วเราก็มีชีวิตที่เป็นสุขตลอดเวลา ก็ด้วยอำนาจอุปัตถัมภกกรรม ที่เป็นกุศลอุปถัมภ์เรามา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 มี.ค. 2552 , 09:04:01 น.] ( IP = 58.9.145.98 : : )


  สลักธรรม 2

แต่ถ้าอำนาจอกุศลในอดีตที่เราทำไว้มีกำลังสูงกว่า มีกำลังแก่กล้ากว่า วิบากอกุศลเหล่านี้ก็จะทำหน้าที่เป็น อุปัตถัมภกกรรมในปวัตติกาล อย่างบางคนเกิดมาแล้วเมื่อตอนเด็ก สุขภาพดี อยู่มาอีกสัก ๑๐ ปี ๑๕ ปี สุขภาพก็เสื่อมโทรมลง มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน และบางคนก็ต้องถึงกับตัดอวัยวะทิ้ง บางคนก็อยู่ทรมานตลอดชีวิต อย่างนี้ก็ด้วยอำนาจของอกุศลที่เป็นอุปถัมภ์กรรมในอดีตมาส่งผลในปวัตติกาล มาเบียดเบียน

เช่นชาติก่อนเราเคยฆ่าสัตว์ เราเคยเบียดเบียนสัตว์ มันก็มาสนองผลในปัจจุบัน ซึ่งอันนี้เป็นลำดับการให้ผลซึ่งจะกระจ่างชัดในตอนหน้าถึงเรื่อง อปราปริยเวทนียกรรมหรืออุปปีฬกกรรม ที่เราจะศึกษาในตอนต่อไป

ตอนนี้ให้เราเข้าใจว่าตัวอุปัตถัมภกกรรมนั้นน่ะ ก็มีทั้งสองอย่าง ทั้งที่เป็นอกุศล ทั้งที่เป็นกุศล ฉะนั้น อุปตถัมภกกรรม ที่เป็นอกุศลแล้วมันก็จะอุดหนุนในสิ่งที่ไม่ดีตลอด คืออุปภัมภ์ในสิ่งที่ไม่ดีตลอด ถ้าเป็นกุศล ก็จะอุดหนุนหรืออุปถัมภ์ในสิ่งที่ดีตลอดเวลา

ตัวอุปัตถัมภกกรรมซึ่งทำหน้าที่ต่อจากชนกกรรม คือทำหน้าที่ต่อจากกรรมที่ทำหน้าที่ให้กำเนิดแล้ว ท่านอุปมาเหมือนกับบิดามารดาให้กำเนิดบุตร อย่างเราเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อเราให้กำเนิดบุตรแล้ว เช่นบุตรเกิดมาแล้ว พ่อแม่ก็เลี้ยงดูบุตร คืออุปถัมภ์บุตรต่อไป ถ้าพ่อแม่อุปถัมภ์บุตรดี บุตรนั้นก็มีความสุข ถ้าอุปถัมภ์บุตรไม่ดี บุตรนั้นก็มีความทุกข์ อุปัตถัมภกรรมท่านเปรียบเหมือนพ่อแม่ ตอนให้กำเนิดนั้นเป็นตัวชนกกรรม แต่เมื่อเกิดมาแล้ว จะต้องเลี้ยงดูต่อไปเป็นตัวอุปัตถัมภกกรรมซึ่งเป็นหน้าที่คอยอุปถัมภ์ค้ำจุน คอยอุดหนุน จะอุดหนุนได้ดีหรือไม่ดีนั้น ก็อยู่ที่พ่อแม่ กรรมที่เราทำไว้ในอดีตก็เหมือน กรรมดีบางอย่าง ถึงแม้จะให้ผลในปฏิสนธิกาลไม่เต็มที่ แต่บางคนก็มาให้ผลในปวัตติกาลเต็มที่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 มี.ค. 2552 , 09:08:02 น.] ( IP = 58.9.145.98 : : )


  สลักธรรม 3

ยกตัวอย่างเช่น ชนกกรรมที่เป็นกุศลส่งผลให้เราเมื่อตอนเกิดไม่เต็มที่นี้ บางคนแทนที่จะได้ไปเกิดในที่ดีๆ ก็ไปเกิดในที่กันดาร เกิดตามบ้านนอกคอกนา เกิดในตระกูลที่ยากจน พ่อแม่ยากจน นั่นชนกกรรมส่งผลให้ไปอย่างนั้น

แต่อยู่ต่อมาเราได้สร้างสรรค์ชีวิตด้วยอุปัตถัมภกกรรมที่ทำไว้ดี ก็ส่งผลให้ชีวิตนี้ได้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน ได้พบกัลยาณมิตร ได้พบผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองขึ้น และมีความสุขขึ้น ก็ด้วยอำนาจของอุปัตถัมภกกรรมในอดีตส่งผลในปวัตติกาล คือไม่ให้ผลในปฏิสนธิกาล แต่ว่ามาให้ผลหลังจากเกิดแล้วก็มี

อย่างเราจะเห็นชีวิตบางคนที่เขารุ่งเรือง รุ่งโรจน์ขึ้นมา ถึงจะเกิดในบ้านนอก ในตระกูลที่ยากจน แต่เขาก็ได้สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาให้เป็น คนที่มีความเจริญทางด้านการศึกษาและอาชีพฐานะ ตำแหน่ง และหน้าที่การงานและการบุญการกุศล ทำบุญทำกุศลได้มาก ก็เพราะอำนาจอุปัตถัมภกกรรมส่งผลมาให้ และมาส่งผลในปวัตติกาล

บางคนอำนาจกุศลส่งผลในปฏิสนธิกาลดี แต่กุศลที่อุปถัมภ์ในปวัตติกาลไม่ดี เช่นคนเกิดในตระกูลที่ดี พ่อแม่ร่ำรวย เกิดในชาติสกุลที่สูงส่งแต่ชีวิตตลอดเวลานั้นมีแต่ความตกต่ำ ไม่เจริญก้าวหน้า บางคนเกิดดีเกิดในตระกูลดี แต่ขาดสติปัญญา บางคนเกิดในตระกูลดี แต่พิกลพิการมีอย่างหนึ่ง แต่ขาดอีกอย่างหนึ่ง แล้วชีวิตก็ตกต่ำในบั้นปลาย นี่แสดงว่าอุปัตถัมภกกรรม ในปวัตติกาลนั้นไม่ดี นี่ก็เป็นเรื่องของอดีต

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 มี.ค. 2552 , 09:10:28 น.] ( IP = 58.9.145.98 : : )


  สลักธรรม 4

แต่กรรมดังกล่าวนี้ ไม่ใช่จะอาศัยเหตุในอดีตเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันนี้ต้องมีส่วนร่วมด้วย หมายถึงปัจจุบันชาตินี้ก็มีส่วนด้วย

อย่างเราทำกรรมในวันนี้ ประกอบกรรมในวันนี้ลงไป ก็จะให้ผลวิบากในวันพรุ่งนี้ได้อันนี้เราจะเข้าใจกระจ่างชัดเมื่อศึกษาถึงลำดับกาลเวลาของการให้ผล อดีตนั้นไม่ใช่หมายถึงอดีตชาติเท่านั้น อย่างเมื่อเช้าที่ผ่านมาก็ถือเป็นอดีตไปแล้ว คือกาลเวลาที่ล่วงเลยไปแล้ว ถือว่าเป็นอดีต

อย่างเมื่อเช้าเราใส่บาตรก็เป็นอดีตไปแล้ว เพราะเวลานี้ก็ล่วงเลยมาถึง ๑๐ โมงครึ่งแล้ว (เวลาบรรยายเรื่องนี้ ๙.๓๐ – ๑๐.๓๐ น.) มันก็เป็นอดีตไปแล้ว แต่อดีตที่เราทำไว้อย่างนี้ มันก็จะส่งผลในอนาคต อนาคตก็ไม่ใช่หมายถึงอนาคตในชาติหน้าเสมอไป อาจจะเป็นอนาคตในชาตินี้ก็ได้ ที่เป็น ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม

อย่างคนทำกุศลกรรมแล้วให้ผลทันตาภายใน ๓ วัน ๗ วัน ก็มีแล้วแต่ว่าเจตนานั้นจะแรงกล้าแค่ไหน แล้วผลของกรรมที่ทำนั้นจะให้ผลภายใน ๓ วัน ๗ วัน อย่างนี้เป็นต้น

ฉะนั้น อุปัตถัมภกกรรม จะให้ผลเป็นอย่างไรนั้น ไม่ใช่หมายถึงเราจะต้องอาศัยตัวเจตนากรรมในอดีตเท่านั้น ในปัจจุบันนี้ อุปัตถัมภกกรรมนั้นก็เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน คือลำดับของการให้ผล ที่เป็นตัวอุปัตถัมภกกรรม

วันนี้ เราทำความเข้าใจในเรื่องชนกกรรมกับอุปัตถัมภกกรรมให้กระจ่างชัดเสียก่อน ชนกกรรมคือกรรมที่ส่งผลให้วิบากนามขันธ์และรูปขันธ์เกิดขึ้น หรือกรรมที่นำไปเกิดในภูมิต่างๆ ทั้ง ๓๑ ภูมิ ก็ด้วยอำนาจของชนกกรรม เมื่อทำหน้าที่ปฏิสนธิแล้ว ในปวัตติกาลที่เราจะอยู่ในภูมินั้นต่อไปได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ อุปถัมภกกรรม จะทำหน้าที่อุปถัมภ์อย่างที่เราอยู่ในเวลานี้ ก็อุปัตถัมภกกรรมที่หล่อเลี้ยงชีวิตไว้ ที่เรายังไม่ตายก็ด้วยอำนาจกรรมชนิดนี้เป็นตัวอุปัตถัมภกรรม ความละเอียดนั้น เราจะได้ศึกษาในตอนต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 มี.ค. 2552 , 09:15:59 น.] ( IP = 58.9.145.98 : : )


  สลักธรรม 5


มาทำความเข้าใจเรื่องกรรมต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่นำเรื่องดีๆมีประโยชน์มาฝากเป็นประจำ ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [27 มี.ค. 2552 , 11:37:23 น.] ( IP = 124.121.179.57 : : )


  สลักธรรม 6

มาค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจอย่างช้าๆ อีกครั้งในเรื่องของกรรม

กราบขอบพระคุณมากค่ะ...

โดย น้องกิ๊ฟ [27 มี.ค. 2552 , 20:00:06 น.] ( IP = 58.9.235.191 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามอ่านหน้าที่ของกรรมต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [27 มี.ค. 2552 , 20:46:58 น.] ( IP = 58.8.53.156 : : )


  สลักธรรม 8

ตอนนี้ก็มาศึกษาถึงเรื่องอุปัตถัมภกกรรม ซึ่งท่านได้อธิบายไว้อย่างชัดเจน

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ศึกษาทำความเข้าใจ

โดย ธัญธร [27 มี.ค. 2552 , 21:53:46 น.] ( IP = 118.173.39.75 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org