มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำพูดสี่แบบ







คำพูดสี่แบบ



เช้าวันนี้ท่านอาจารย์ได้เชิญชวนให้ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเช้าด้วยการกล่าวนำให้พวกเรารวบรวมจิตใจให้มีความรู้สึกศรัทธา เพื่อพร้อมที่จะสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยด้วยความเคารพนบนอบ พร้อมทั้งให้แต่ละคนมีพระพุทธรูปเป็นอารมณ์ด้วยการมองไปที่องค์พระปฏิมาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ แล้วน้อมจิตระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญญาธิคุณ ก่อนที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้าต่อไป

เมื่อพวกเราได้ทำวัตรเช้าและสวดมนต์บทต่างๆ จบลงแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวคำสวัสดีทักทายพวกเราอีกครั้ง จากนั้นท่านก็ได้เล่าถึงกิจกรรมที่ได้กระทำไปในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ..

"สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้มาที่นี่แต่ก็ไม่ได้ไปไหน เพราะไปเปิดการอบรมวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้นให้แก่คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลยุติธรรมจำนวนหนึ่ง โดยได้ไปให้เหตุผลในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแก่พวกเขาที่มาเข้ารับการอบรมระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งโครงการดังกล่าวก็ได้สำเร็จลงอย่างเรียบร้อย ..จึงขอน้อมนำเอาบุญที่ทำมาทั้งหมดมาให้ทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนาได้รับกุศลโดยทั่วหน้ากัน

คงต้องบอกว่าการอบรมในช่วงดังกล่าวนั้นใช้ความอดทนมาก แดดร้อนมากและอากาศร้อนจริงๆ แต่ก็ได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นมาได้จนกระทั่งปิดโครงการอบรมในวันอังคาร และในวันพฤหัสบดีก็ได้ไปทำหน้าที่ตอบปัญหาธรรมะในรายการหนึ่งที่ออกอากาศทางสถานีของทรูวิชั่น ช่อง ๘๑ เป็นการไปอัดเทปการสัมภาษณ์โดยใช้เวลาตั้งแต่สี่โมงเย็นไปจนถึงหนึ่งทุ่มครึ่งเพื่อเก็บไว้ออกอากาศติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเลย

วันนั้นกว่าจะกลับถึงบ้านก็ประมาณสี่ทุ่ม และในวันศุกร์ก็ต้องเดินทางไปพูดธรรมะให้วิทยาทานแก่เด็กและสามเณรที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ..พอมาถึงวันเสาร์ก็เลยหมดแรงมาไม่ไหว

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [29 มี.ค. 2552 , 14:11:19 น.] ( IP = 58.9.107.41 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



นี่คือสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาจากสัปดาห์ก่อนที่ไม่ได้พบกันจนมาถึงวันนี้ที่ได้มาพบกับพวกท่าน เมื่อประมวลความรู้สึกในฐานะผู้ที่ไปพูดแล้วก็ขอบอกว่า "พวกเราโชคดีจริงๆ "

ผู้ที่มาเข้ารับการอบรมวิปัสสนากรรมฐานนั้นก็คือคนใหม่ ผู้ที่มาสัมภาษณ์ตั้งคำถามก็คือคนใหม่ .. แต่พวกเราเป็นผู้ที่ได้มาศึกษาพระอภิธรรมนั้นเป็นผู้ที่โชคดี และเป็นผู้มีโอกาสที่ดีกว่าถ้าหากใช้ความรู้ความสามารถที่มีมาประยุกต์และพัฒนาใจของตนเอง

เรื่องราวและปัญหาในโลกนี้ทั้งหมดเมื่อฟังดูแล้วก็ไม่พ้นไปจากความเห็นผิด ..การที่เรามาศึกษาพระอภิธรรมนั้นเป็นการทำให้เกิดความเห็นถูกในเรื่องราวของชีวิต และทุกวันนี้เมื่อทุกท่านมีปัญหาเกิดขึ้นเราก็มีโอกาสพูดคุยเสวนาธรรมกันหรือตอบปัญหาให้แก่กัน..ก็จบง่ายเพราะเข้าใจง่าย แต่ถ้าหากไม่เคยศึกษาในเรื่องเหล่านี้มา ต้องบอกว่าต้องใช้ความพยายามมากๆ ที่จะสื่อความจริงนี้ออกไปโดยผ่านคำพูด

และในเรื่องของคำพูดนี้ท่านได้แบ่งออกเป็น ๔ แบบ คือ ๑.พูดเก่ง ๒.พูดดี ๓.พูดจริง ๔.พูดถูก

โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2552 , 14:12:20 น.] ( IP = 58.9.107.41 : : )


  สลักธรรม 2



คำพูด ๔ แบบ


๑. พูดเก่ง การพูดเก่งนี้เป็นคำพูดในเรื่องจริงก็ได้ไม่จริงก็ได้ คนพูดเก่งจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องพูดจริงอยู่ตลอดเวลา หรือจะต้องโกหกตลอดเวลา เราจะดูตัวอย่างได้ง่ายๆ จากการโฆษณาชวนเชื่อ หรือการพูดเพื่อขายของอะไรสักอย่างหนึ่ง เขาก็จะมีวิธีการพูดสารพัดเพื่อให้เราเชื่อ

นักประชาสัมพันธ์ต่างๆ จึงสามารถใช้คำพูดที่เก่งได้ เราจะเห็นว่าคนที่พูดเก่งๆ นั้นจะพูดไม่หยุดพูดได้เป็นคุ้งเป็นแควซึ่งเป็นเรื่องที่จริงก็ได้ไม่จริงก็ได้

๒. พูดดี คำพูดดีคือคำพูดที่ไพเราะ พูดหวานสามารถจูงใจให้เกิดความน่าเชื่อถือและน่าฟัง และในเรื่องที่พูดดีนี้ก็เป็นจริงก็ได้ไม่จริงก็ได้ เพราะเจตนาของผู้ที่พูดดีออกไปนี้อาจเจตนาอื่นหรือมีความประสงค์ร้ายแฝงอยู่ก็ได้ ...แต่เขามีความฉลาดพูด คิดว่าแต่ละคนคงมีประสบการณ์ที่เคยพบการพูดดีพูดหวานพูดเพราะมาแล้ว เช่นหญิงชายที่รักกันเวลาที่พูดกันก็พูดดีเพราะมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่

การที่มีเจตนาแอบแฝงอยู่นี้ดาจเป็นไปด้วยกิเลสก็ได้ ..แต่เขาฉลาดพูดเพราะรู้ว่าคนทั่วไปชอบคำพูดหวานขานเพราะ บางคนจึงอาศัยสิ่งเหล่านี้ล่อลวงหรือหลอกลวงผู้อื่นสารพัด โบราณท่านจึงมีคำพูดไว้ว่า ..ปากเป็นเอกเหมือนเสกมนต์ให้คนเชื่อ .. ก็เหมือนกับการพูดหวานๆ ด้วยน้ำตาล แต่รับประทานน้ำตาลมากๆ ก็ไม่ดีนะเพราะจะทำให้เป็นเบาหวานและเป็นโรคอ้วน.. ความหวานจึงเป็นพิษได้

และความหวานจึงเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังให้ดี โบราณท่านจึงสั่งนักหนาว่า ...ฟังหูไว้หูดูให้แน่... ฉะนั้น แม้จะเป็นคำพูดที่ดีก็จะต้องดูให้แน่เราต้องฟังหูไว้หู ไม่ใช่เห็นว่าเขาพูดเก่งก็เชื่อแล้ว แต่ต้องมีวิจารณาญาณว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นโฆษณาชวนเชื่อหรือเปล่า เป็นคำหลอกลวงหรือไม่ หรือเป็นสิ่งที่มีจริง

๓. พูดจริง คำพูดจริงคือคำพูดไม่โกหก พูดตรงไปตรงมา แต่คำพูดจริงนี้อาจจะมีโทษได้เพราะพูดตรงเกินไป หรือพูดไม่ถูกหูไม่ถูกใจ หรือไปขัดแย้งกับคนอื่นเขา ท่านบอกว่าคำพูดจริงนี้แม้จะเป็นประโยชน์ก็จริง แต่ต้องพูดให้ถูกกาลเทศะ ถูกบุคคล เหมาะกับสถานที่ ..จึงจะดีไม่มีโทษ

คำพูดจริงนี้มีประโยชน์มากกว่ามีโทษแน่ๆ ถ้าเราอดทนได้ยอมให้ครูเฆี่ยนครูดุ ยอมให้ผู้ที่รู้วก่าพูดตรงๆ ว่านิสัยเราเป็นอย่างไร ..และเราอดทนต่อคำพูดเหล่านั้นได้ ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับเรา ท่านบอกว่า..คำพูดจริงนั้นเหมือนยาดี แม้จะขมแต่ก็กำจัดโรคได้..

๔. พูดถูก คำว่าพูดถูกนี้คือการพูดถูกธรรมหรือการพูดเป็นธรรม และพูดด้วยความเมตตาและหวังดี และการที่เราสวดมนต์บทมงคลสูตรกันเมื่อสักครู่นี้ก็มีบทว่า สุภาษิตา จ ยาวาจา เอตัมมังคลมุตตมัง ..การสวดมนต์นั้นเป็นกล่าววาจาสุภาษิต การพูดถูกนี้คือการพูดแต่ความเป็นจริงดังพระพุทธพจน์ทั้งหมด

โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2552 , 14:12:38 น.] ( IP = 58.9.107.41 : : )


  สลักธรรม 3




คำพูดสามประการแรกคือ พูดเก่ง พูดดี พูดจริง ..อาจเป็นคำพูดที่ไม่ถูกธรรม ไม่เป็นประโยชน์ และไม่ใช่วาจาสุภาษิต แต่คำพูดประการสุดท้ายคือ พูดถูก ..ท่านจัดว่าเป็นวาจาสุภาษิต แล้วเราจะพบคำพูดเหล่านี้ได้ที่ไหน และจะใช้ชีวิตให้รอบคอบอยู่ในคำพูดถูกได้อย่างไร ? ก็เช่น เมื่อเรามีโอกาสใช้เสียงด้วยการสวดมนต์นั่นก็คือการกล่าวด้วยวาจาสุภาษิตทั้งสิ้น

และถ้าหากยกเอาคำพูดทั้งสี่ประเภทนี้ไปเทียบเคียงกับสภาพของจิตตามแผนผังบนกระดานให้เห็นชัดๆ เราก็จะพบว่า

การพูดเก่ง..ก็จะไปอยู่ในส่วนของอกุศลจิต ๑๒ เป็นส่วนมาก

การพูดดี..ก็จะไปอยู่ที่กลุ่มของมหากุศลจิต

การพูดจริง..ก็จะเป็นกลุ่มของมหัคตจิตเพราะพูดจริงแล้วไม่โกหกแล้ว

การพูดถูก..ก็จะเป็นกลุ่มของโลกุตรจิตมีพระโสดาบันเป็นต้นเพราะท่านมีศีลห้าอย่างมั่นคงแล้ว

เมื่อเราเทียบเคียงกับกระดานแล้วเราก็จะเห็นได้ว่า คำพูดจะเป็นพิษถ้าไม่คิดก่อนพูด ในโลกนี้มีคนพูดเก่งมากมาย คนพูดดีก็มีมาก คนพูดจริงนั้นมีไม่มาก

การที่เราได้มาศึกษาพระอภิธรรมนี้ต้องบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวของความเป็นจริงที่ถูกต้องคือถูกตรงตามธรรม โอกาสที่จะทำให้คิดผิด พูดผิด ทำผิด ไปจากหลักการหรือแนวทางของพระอภิธรรม ผู้ที่รู้พระอภิธรรมจะมีความรู้มากและรู้ได้ลึกซึ้งกว่า ในขณะนี่คนอื่นรู้นิดเดียว ฉะนั้น เมื่อเราได้เรียนพระอภิธรรมแล้วก็ควรจะต้องพยายามประยุกต์เข้ามาใช้ในชีวิตให้ได้

โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2552 , 14:13:02 น.] ( IP = 58.9.107.41 : : )


  สลักธรรม 4



ชีวิตนั้นลำบากและอยู่ยาก แต่เราก็โชคดีที่ได้มาศึกษาและมีเหตุผลให้กับตัวเองว่า เราเกิดมาเพราะอะไร? ที่ได้รับนั้นคืออะไร? ทุกอย่างที่มาเกิดขึ้นกับเรานั้นเป็นเพราะอะไร? และเป็นประโยชน์อย่างไรกับชีวิต?

อย่างการที่ไปตอบคำถามมานั้นก็คิดว่าเมื่อเราจะต้องตอบคำถามใคร เราต้องพูดจริงและต้องพูดถูกให้ได้ คือไม่หลอกเขาหรือไม่ไปเอาใจเขา แล้วก็ต้องพูดให้ถูกกาลด้วย เช่นเมื่อเราจะต้องบอกอะไรสักอย่างกับใครนั้นเราต้องมีวิจารณญารและต้องฝึกฝนมาก จะอาศัยกับพูดเก่งและพูดดีเท่านั้นไม่ได้เพราะทั้งสองประการนี้เป็นไปในบุญก็ได้ในบาปก็ได้ เช่นการพูดโฆษณาชวนเชื่อหรือการประชาสัมพันธ์ ดังนั้น เมื่อศึกษาพระอภิธรรมแล้วก็ต้องรู้จักบาปบุญคุณโทษด้วย

จากการที่ได้พบเรื่องราวต่างๆ มาตลอดสัปดาห์นี้รู้สึกเพลียมาก ไม่ได้ทำอะไรหลายอย่างแต่ก็ขอสวดมนต์แล้วก็แผ่เมตตา เพราะรู้ว่าพระพุทธมนต์เท่านั้นเองที่เป็นความจริงและเป็นความถูก ..การที่ชวนท่านมาสวดมนต์ทุกเช้า ก็เพื่อปลูกฝังการพูดจริงและการพูดถูก และสร้างความคล่องในสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ เพราะสิ่งนอกนั้นถ้าหากเราคิดไม่รอบคอบคำพูดก็จะเป็นพิษถ้าไม่คิดก่อนพูดจริงๆ

และถึงเราจะเรียนพระอภิธรรมแล้วจะคิดว่าเป็นคนโชคดีแล้ว แต่ถ้าไม่รู้จักเอาพระอภิธรรมไปใช้ก็อย่าคิดว่าพระอภิธรรมจะอยู่กับท่านข้ามชาติ ..เพราะท่านเรียนจบเท่านั้นเอง แต่ท่านไม่ได้ใช้จบ ..จึงขอฝากข้อคิดสะกิดใจว่า ..เมื่อเรามีดีแล้ว ควรทำดีนั้นให้เกิดขึ้นที่ตน.. เพราะเวลาของชีวิตเหลือน้อยแล้ว เราเรียนมามากแล้วก็เอามาพูดมาก แต่เรายังไม่เคยเอาไปใช้ให้มาก ถ้าหากเราเอามาใช้ให้มาก..ทุกอย่างก็จะกลมกล่อม กลมกลืนและผสมผสานให้เราเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานได้

ขอให้อำนาจกุศลผลบุญจงคุ้มครองท่านให้เป็นผู้กลมกลืนด้วยทาน ศีล ภาวนา และกลมกล่อมด้วยรสยาอันเกิดขึ้นจากปรมัตถประโยชน์ได้ทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน ..อนุโมทนาค่ะ




โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2552 , 14:13:18 น.] ( IP = 58.9.107.41 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
และขออนุโมทนากับน้องกิ้ฟมากๆค่ะ

วันนี้ติดภารกิจที่ทำงาน แม้ว่าจะไม่ได้มีโอกาสมาฟังสิ่งอันมงคล แต่มาได้อ่านแล้วก็เป็นที่น่าชื่นใจ


การพูดทั้ง 4 หากแยกแยะแล้ว ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างมากมาย

โดย น้องอุ๊ [29 มี.ค. 2552 , 18:16:39 น.] ( IP = 125.24.90.185 : : )


  สลักธรรม 6

ได้อ่านคำพูด ๔ แบบของท่านอาจารย์แล้ว ก็นึกสำรวจตัวเองว่าเป็นแบบไหน.. ก่อนที่จะเข้ามาอ่านก็ยังนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อที่ว่า.. "คำพูดจะเป็นพิษ ถ้าไม่คิดก่อนพูด" มาอ่านเรื่องนี้รู้สึกตรงใจพอดี และรู้สึกดีใจที่ได้อ่านคำบรรยายของท่านอาจารย์ค่ะ

และรู้สึกเป็นความโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสศึกษาพระอภิธรรม ถึงแม้จะศึกษาไม่ได้ลงในรายละเอียดมากนักก็ตาม แต่ก็เป็นอย่างที่ท่านอาจารย์บอกก็คือว่า อย่างน้อยเราก็ยังรู้มากกว่า ลึกซึ้งกว่าคนที่ไม่ได้เรียน ทำให้เราเปรียบเสมือนมีไม้บรรทัดอยู่ในใจ

ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะที่เมตตาให้คำชี้แนะให้นำพระอภิธรรมไปใช้เพื่อให้ติดตัวข้ามภพไปได้

และกราบขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะที่นำเสนอลงกระทู้โดยตลอด ทำให้ไม่พลาดในธรรมที่ทรงคุณค่าค่ะ

โดย ธัญธร [29 มี.ค. 2552 , 22:16:04 น.] ( IP = 118.173.43.175 : : )


  สลักธรรม 7

ได้เห็นประโยชน์ในการสวดมนต์มากขึ้นค่ะ เพราะเป็นการพูดจริงและการพูดถูก และจะต้องนำความรู้ที่ได้มาใช้ด้วย

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

อนุโมทนากับงานกุศลที่น้องกิ๊ฟได้นำประโยชน์มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [30 มี.ค. 2552 , 22:32:00 น.] ( IP = 58.8.55.254 : : )


  สลักธรรม 8


ประโยคที่ว่า... คำพูดจะเป็นพิษ ถ้าไม่คิดก่อนพูด... เป็นสิ่งที่ประสพกับตนเองบ่อยมาก ก็ด้วยว่าเป็นคนที่พูดอะไรตรงไปตรงมาจนเกินไป โดยขาดการคิด พิจารณา ว่าสมควรหรือไม่ ถูกกาละเทศะหรือไม่ หลายครั้งจึงก่อศัตรูโดยมิได้ตั้งใจ

ท่านอาจารย์กรุณาแยกแยะคำพูดออกมาให้เห็นถึง ๔ แบบ เห็นได้ว่าหากคำพูดที่หลุดออกจากปากเรานั้นเพรียกพร้อมทั้งสี่แบบ ชีวิตที่ผ่านไปแต่ละวันก็คงจะเกิดแต่กุศล

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ชี้แนะ.... อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [31 มี.ค. 2552 , 09:28:02 น.] ( IP = 124.121.177.180 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org