| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อุปัตถัมภกกรรม (๕)
ตอนที่ผ่านมา
เรื่องของกรรม จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แล้วก็เป็นตัวส่งผลที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายนั้นมีสภาพแตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การทำกรรมที่เป็นกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงต้องพยายามประคับประคองใจให้สมบูรณ์ สิ่งที่เราตั้งใจปรารถนานั้นก็จะสำเร็จเป็นประโยชน์ของเรา
พระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ในพระสูตรมีอยู่พระสูตรหนึ่ง ท่านตรัสว่า สิ่งที่มนุษย์ได้โดยยากมีอยู่ ๕ อย่าง และก็ใน ๕ อย่างนี้ มนุษย์ทุกคนอยากได้ทั้งนั้น ได้ยาก ไม่ใช่ได้ง่ายๆ
ประการที่ ๑ ความเป็นผู้มีอายุ สัตว์ทุกจำพวกเกิดมาต้องการอายุ ต้องการความเป็นผู้มี อายุยืน ไม่อยากตาย เป็นสิ่งที่เราต้องการ
ประการที่ ๒ วรรณะ เราอยากได้วรรณะ วรรณะคืออะไร คือความงาม ความน่ารัก ความงดงามเป็นสิ่งที่เราต้องการ แต่ส่วนมากสัตว์ทั้งหลายจะไม่ค่อยได้วรรณะ
ประการที่ ๓ ความสุข สัตว์ทุกจำพวกเกิดมาต้องการความสุข แต่ความสุขนี้เราก็ไม่ใช่ว่า จะได้มาโดยง่ายนัก
ประการที่ ๔ ยศศักดิ์ เป็นสิ่งที่เราอยากได้ แต่สัตว์ทั้งหลายก็ได้โดยยาก
ประการที่ ๕ สวรรค์ เป็นสิ่งที่เราอยากได้ คือตายแล้วขออย่าให้ตกนรกเลย ขอให้ได้เกิดในสวรรค์เถิด จะได้มีความสุขมากกว่าที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์
ธรรมทั้ง ๕ ประการนี้ทุกคนปรารถนา ทุกคนอ้อนวอน อ้อนวอนอยากจะได้แต่เราก็ไม่ได้ดังที่ปรารถนา ดังที่เราอ้อนวอน เพราะอะไร...?
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ในพระสูตร คือตรัสกับนางสุมนาราชกุมารี นางสุมนาราชกุมารีได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้า สาวกของพระผู้มีพระภาค ๒ รูป ที่มีศรัทธา มีศีล มีปัญญาเสมอกัน แต่รูปหนึ่งได้ให้ส่วนปัจจัยลาภอันตนได้มาแล้วโดยชอบธรรมแก่ภิกษุอื่น อีกรูปหนึ่งไม่ได้ให้เช่นนั้น เธอทั้งสองนี่เมื่อทำลายขันธ์ไปเกิดในเทวดาหรือมนุษย์ก็ตามจะพึงมีฐานะแตกต่างกันหรือไม่โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 08:23:41 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระพุทธองค์ตรัสว่า สาวกผู้ให้ปัจจัยลาภดังกล่าวมาแล้ว กับสาวกอีกรูปหนึ่งย่อมมีฐานะต่างกัน คือ รูปที่เฉลี่ยแบ่งปันปัจจัยลาภเมื่อไปเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ย่อมเป็นผู้เลิศกว่าอีกรูปหนึ่งโดยฐานะ ๕ คือ
๑. อายุ
๒. วรรณะ
๓. สุข
๔. ยศ
๕. สวรรค์
ในคาถาอนุโมทนาที่พระท่านเอามาสวด เช่น อายุโท พลโท ธีโร ก็เป็นการประกาศให้เห็นชัดว่า การให้ข้าวน้ำเป็นการให้ อายุ วรรณะ พละ
แม้ว่า สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าจะเสมอกันโดยศรัทธาโดยปัญญาก็ตาม แต่ผลจากการให้ต่างกัน การให้ต่างกันผลที่ได้รับย่อมต่างกัน
การที่เราจะศึกษาในเรื่องกรรมให้ชัดเจน เราก็ต้องศึกษาจากสภาพของปัจจุบัน โดยเฉพาะในชาตินี้ แล้วเราก็เห็นชัดว่ามันแตกต่างกันจริงๆ และความแตกต่างกันนั้น ก็คือเจตนานั้นเองที่ทำให้เกิดสภาพแตกต่างกันด้วยอุปัตถัมภกกรรม ที่ทำหน้าที่สนับสนุนนั้น ก็เพราะว่าเป็นกรรมที่ไม่มีโอกาสจะปรุงแต่งเมื่อตอนปฎิสนธิ ก็มาส่งผลใน ปวัตติกาล ทำให้สัตว์ที่เกิดมาจากอำนาจชนกกรรมแล้วนั้น ได้รับผลโดยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ผลดังกล่าวนี้ก็หมายถึงผลกรรมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ว่าเราจะทำกรรมที่เป็นกุศลหรืออกุศลมาก็ตาม ก็จะส่งผลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นจากอุปัตถัมภกกรรมนี้ ถ้าเราทำในส่วนดีมา ความดีก็ให้ผลโดยสมบูรณ์ ถ้าทำอกุศลกรรมมา อกุศลกรรมก็ให้ผลโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของอุปัตถัมภกกรรมจะทำหน้าที่อุปถัมภ์ต่อไป ทั้งที่เป็นฝ่ายกุศลและก็ทั้งที่เป็นฝ่ายอกุศลโดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 08:28:50 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : )
สลักธรรม 2อุปัตถัมภกกรรมที่เป็นฝ่ายกุศลที่ส่งผลให้เราเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบัน เช่นอย่างเราเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว แล้วก็ชาติก่อนคืออดีตเราก็ทำกุศล อดีตในชาติก่อน อดีตในชาตินี้ เราเคยทำกุศล คือเคยสร้างความดีมา เคยทำบุญมา กุศลกรรมอันนี้ก็จะส่งผลให้เรานี้มีความเจริญในปัจจุบัน ได้รับผลยิ่งขึ้นก็ด้วยอำนาจของอุปัตถัมภกกรรมนี้ทำให้เจริญ
ตัวอย่างเช่น คนอายุยืน อายุสั้น ก็คือ อุปัตถัมภกกรรม ถ้าอุปัตถัมภกกรรมยังสนับสนุนที่เป็นฝ่ายกุศลอยู่ อายุก็ยืน ถ้าอุปัตถัมภกกรรม สิ้นสุดลง อายุก็สั้น ตาย คนตาย คือคนที่ไม่มีอุปัตถัมภกกรรมที่สนับสนุน
ฉะนั้น ประเพณีที่เราปฏิบัติกันในหมู่ของพุทธศาสนิกชนนั้น อย่างเรามาทำบุญที่เรียกว่าทำบุญวันเกิด หรือทำบุญเนื่องในโอกาสที่อายุของเราครบรอบ จะครบสองรอบ สามรอบ สี่รอบ ห้ารอบ หกรอบก็ตาม ในแต่ละรอบ รอบละ ๑๒ ปี เราทำเพื่ออะไร ความจริงจุดมุ่งหมายก็คือเพื่อ..ต่ออายุ
คำว่า ต่ออายุ คืออายุของคนจะยืนยาวต่อไปได้ ก็ต้องมีอุปัตถัมภกกรรม ที่แข็งแรง เราก็สร้างกุศล ตัวกุศลนี้เป็นตัวอุปัตถัมภกกรรมก็จะทำให้อายุยืนยาวต่อไป เราก็คิดทำกุศลที่มีอานุภาพ อานิสงส์สูงมากที่สุด กุศลใดที่มีอานุภาพมาก อานิสงส์สูง ก็เป็นอุปัตถัมภกกรรมที่สูง ทำให้อายุยืน เราก็สร้างกุศลกรรมชนิดนั้น เราจึงนิยมทำบุญอายุ ความจริงก็คือเราสร้างอุปัตถัมภกกรรมนั่นเอง ถ้าคนไม่มีอุปัตถัมภกกรรมสนับสนุน อายุก็สั้น ผลสุดท้ายก็ตายเร็ว
โบราณท่านจึงถือว่า ถ้าเราได้รับสิ่งที่ดีที่เป็นตัววิบากของกุศลกรรมนั้น ต้องรีบสร้างเพิ่มเติม มิฉะนั้นกุศลก็หมดไป คือผลกรรมทั้งที่ดีทั้งที่ไม่ดีนั้น เมื่อเราได้รับแล้วก็หมดไป เช่น ถ้าเราได้รับวิบากกรรมหรือผลกรรมที่ไม่ดี กรรมที่ไม่ดี ที่เราเคยทำไว้ในอดีต มันก็หมดไป อกุศลมันก็หมดไป ความไม่ดีที่มันเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ความจริงมันก็เป็นผลดี เป็นผลดีตรงที่ว่าเราได้ใช้หนี้กรรมหมดไปแล้ว มันหมดหนี้กรรมไปเรื่องหนึ่งแล้ว เพราะหนี้กรรมนี้เราเป็นหนี้ ที่เราหนีไม่พ้น ใครๆ ก็หนีหนี้กรรมไม่พ้น กรรมจะต้องตามทวงหนี้กันอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นถ้าเราได้รับกรรมที่ไม่ดี ก็อย่าเสียใจ ต้องคิดว่าได้ใช้หนี้กรรม คือใช้หนี้เขาไปเจ้าหนึ่งแล้ว ต้องคิดอย่างนั้น
ตรงกันข้าม เมื่อเราได้ประสบผลกรรมที่ดี วิบากที่ดี ก็อย่าเพิ่งดีใจ เมื่อผลกรรมที่ดีเกิดขึ้นแก่เรา แสดงให้เห็นว่าต้นทุนคือกรรมดีที่เรามีอยู่นี่มันหมดไป กุศลก็หมดไปด้วยโดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 08:35:28 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : )
สลักธรรม 3คนโบราณท่านจึงรีบทำกุศล เมื่อได้รับสิ่งใดที่ดีมา เขาก็รีบทำบุญทันที อย่างคนได้รับยศมา รีบทำบุญ ที่เรียกว่าฉลองยศ ความจริงทำบุญ มิฉะนั้นแล้วบุญจะหมด เพราะเมื่อบุญให้ผลแล้ว บุญก็หมดไปเรื่อยๆ ก็ต้องรีบทำบุญทันที เราประสบโชคสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราต้องรีบทำทันที ทำเพื่ออะไร เพื่อให้บุญที่เรามีอยู่แล้วนี้ไม่หมดไป ให้กุศลที่เรามีอยู่แล้วนี้ไม่หมดไป ให้เพิ่มบุญยิ่งขึ้น
ส่วนอกุศลนั้นควรจะดีใจ มันเกิดกับเรามากเท่าไร ควรจะดีใจว่าเราได้ใช้หนี้มากเท่านั้น ใช้หนี้กันคุ้มค่าเหลือเกินในชาตินี้ มันคงหมดหนี้หมดกรรมกันไป แล้วหนี้เก่ามันก็หมดไปเรื่อยๆ กรรมเปรียบเหมือนหนี้ทั้งที่เป็นฝ่ายดี ทั้งที่เป็นฝ่ายไม่ดี เมื่อสนองผลแล้วมันหมดไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นพระพุทธองค์ท่านจึงสอนให้เราได้เข้าใจ คนทุกคนต้องมีกัมมัสสกตาญาณ
คำว่า กัมมัสสกตาญาณ นั้นก็จะต้องมีปัญญารู้ในเรื่องของกรรม เราไม่รู้อย่างอื่นไม่สำคัญ แต่ต้องรู้เรื่องกรรม บางคนรู้เรื่องอื่นสารพัด แต่ไม่รู้เรื่องกรรม ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องรู้เรื่องกรรมด้วย ชีวิตของเราเกิดมาเพราะกรรม กรรมจำแนกสัตว์นั้น จำแนกอย่างไร เพื่อเราจะได้ไม่ประมาท และก็ประกอบที่เป็นกุศลไว้อยู่เสมอ กรรมนี่มันจะส่งผลให้ ฉะนั้นคนที่ได้รับสิ่งใดที่ดี จะเป็นลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ตาม ควรทำบุญ ถ้าไม่ทำแล้วบุญจะหมด อย่างที่เรียกกันว่า คนหมดบุญ หมดจริงๆ เราเรียกพระที่สึกว่าเป็นผู้ที่หมดบุญ เรียกตรงชื่อจริงๆ เพราะพอบุญหมดเข้าแล้ว มันเบื่อไปหมดโดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 08:40:48 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : )
สลักธรรม 4อย่างที่เคยเล่า มีเจ้าอาวาสรูปหนึ่งอายุ ๗๐ กว่าปีแล้ว ยิ่งอยู่ยิ่งเบื่อ สึกเสียเฉยๆ อย่างนั้นแหละ สึกแล้วก็ไม่ได้ไปไหนเลย สึกแล้วก็อยู่วัดเป็นเพราะอะไร ชั่วขณะจิตเดียว ความเบื่อถึงที่สุด สึกแล้วก็อยู่ที่วัดนั่นแหละไม่ได้ไปไหน บอกว่าเบื่อ มันเกิดความรู้สึกเบื่อ อะไรที่บันดาลให้เบื่อ ท่านจึงได้บอกว่าถึงแม้ว่าเรานี้จะเป็นผู้ได้รับส่วนบุญแล้ว เป็นผู้มีบุญแล้วก็ยังต้องทำบุญอยู่ตลอดเวลา พระจะต้องทำบุญ ถ้าพระไม่ทำบุญพระก็หมดบุญเหมือนกัน วันหนึ่งพระก็ต้องหมดบุญ ฉะนั้นพระก็ต้องทำบุญด้วย
พระอินทร์ ยังต้องทำบุญ ขนาดอยู่บนเทวโลกยังต้องลงมาหาบุญทำ มิฉะนั้นแล้วบุญจะหมด ก็ต้องมาหาทางทำบุญ สร้างบุญสร้างกุศลกัน เพื่อบุญนั้นจะได้ส่งเสริมให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง แต่คนเราส่วนมากแล้ว เวลามีความสุขมักจะประมาท เวลามีอำนาจมีหน้าที่ มียศศักดิ์แล้วมักจะประมาท แล้วจากความปรามาสนี่ก็ทำให้ละเลยในการทำบุญ กินแต่ของเก่าตลอดเวลา เรียกว่ากินบุญเก่า ที่นี้พอบุญเก่าหมด สมบัติเก่าหมดก็ลำบาก ชีวิตก็ตกต่ำ ไม่สูงส่ง ชีวิตก็ตกลงทันที ตกวูบไปเลย บางคนตกต่ำติดดินไปเลย
เพราะอะไร
...เพราะประมาทในเรื่องการสร้างบุญสร้างกุศล ชีวิตเรา เราก็ต้องยอมรับว่า เราเกลือกกลั้วกันอยู่อย่างนี้ มีทั้งบุญและบาป บาปก็มี บุญก็มี บางครั้งก็ทำบาป บางครั้งก็ทำบุญ ปุถุชนจะเกลือกกลั้วกันอยู่อย่างนี้ แม้แต่อาตมาบวชเป็นพระ เราคิดว่าพระมีแต่บุญไม่มีบาป ไม่ใช่ บางคนก็มีบาป เพราะอะไร เพราะเรายังเป็นปุถุชนอยู่ บาปกับบุญนี้มันเกลือกกลั้วกันอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าในชั่วชีวิตหนึ่งให้มันมีบุญมากกว่าบาป คือบาปถึงแม้จะทำไปด้วยความประมาท ก็ให้น้อยลง และทำบุญมาก บุญก็ยังช่วยได้ ถ้าจะเป็นบาปก็ให้บาปน้อยลง และก็ให้บุญมากขึ้น ยิ่งชีวิตของท่านทั้งหลายซึ่งเป็นคฤหัสถ์ด้วยแล้ว มันก็ต้องเกลือกลั้วเวียนวนอยู่ ทั้งบุญและบาป ดีและชั่ว แต่ในชีวิตคนหนึ่งนั้นดีต้องมากกว่าชั่ว บุญต้องมากกว่าบาป
คนที่ไม่ทำบาปเลยนี่มีคนเดียวเท่านั้นที่เราเรียกกันว่า บาปมุต บาปมุต เราแปลกันว่า ผู้พ้นบาปแล้ว คือพระอรหันต์
ถ้ายังไม่ถึงอรหัตตมรรคอรหัตตผลเราไม่เรียกว่าบาปมุต ยังมีบาปอยู่ตลอด ยังไม่พ้นบาป ต่อเมื่อเราบรรลุถึง
อรหัตตมรรคอรหัตตผลนั่นแหละ เราพ้นบาปแล้ว คือบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 08:46:53 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : )
สลักธรรม 5อย่างอาตมาเป็นพระปุถุชนไม่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือเป็นพระโสดาบันก็ไม่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นพระสกทาคามีก็ไม่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นพระอนาคามีก็ไม่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่อเมื่อเป็นพระอรหันต์นั่นแหละบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วเป็นบาปมุติ พ้นบาป
ฉะนั้นเรายังไม่พ้นบาป เราก็เลี่ยงบาป พยายามหนีบาปให้มากที่สุด แล้วพยายามไม่ทำบาป หรือถ้าทำ ทำให้น้อย ทำให้เบาที่สุด เพียงเท่านี้ก็ช่วยได้มากแล้ว หรือเราจะทำกรรม ก็พยายามสร้างกุศลกรรมให้มาก สร้างอกุศลกรรมให้น้อยลง ผลที่เราจะได้รับก็จะเป็นส่วนที่ดี
มีเรื่องอยู่ในชาดกเรื่องหนึ่ง ท่านกล่าวถึงเรื่องอุปัตถัมภกกรรมฝ่ายกุศลอุดหนุนให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปได้ ท่านยกตัวอย่างพระเจ้าอัฑฒมาสกราช พระเจ้าอัฑฒมาสกราชนี้เดิมทีเป็นคนเข็ญใจ รับจ้างตักน้ำ คือรับจ้างหาบน้ำ ขายอย่างนี้ เป็นคนเข็ญใจ วันหนึ่งก็เก็บเงินได้ครึ่งมาสก ก็นำไปซ่อนไว้ แกก็รับจ้างหาบน้ำขายอย่างนี้ พอได้เงิน แกก็เอาเงินมาซ่อนมาเก็บไว้
อยู่ต่อมาก็ได้ภริยาคนหนึ่ง ภรรยาคนนี้ก็มีเงินอยู่แค่กึ่งมาสกเท่านั้นแหละ คือครึ่งมาสกเท่านั้นเองเหมือนกัน อยู่ต่อมา พอพระเจ้ากรุงพาราณสีป่าวประกาศให้ราษฏรเล่นมหรสพ แล้วก็ตั้งกติกาไว้ว่า ถ้าใครไม่เล่นจะต้องถูกปรับไหม สองสามีภริยาก็มีสมบัติติดตัวคนละครึ่งมาสกเท่านั้นแหละ มาสกหนึ่งก็เทียบเป็นเงินไทยถึงบาทได้กระมัง
สองสามีภริยาจึงปรึกษากันว่าจะนำทรัพย์มารวมกันให้ครบเป็นหนึ่งมาสก แล้วก็ส่วนหนึ่งจะได้ซื้อมาลา (ดอกไม้) และของหอม อีกส่วนหนึ่งจะซื้อสุราเมรัยตลอดจนอาหาร เมื่อปรึกษากันแล้วก็เดินทางไปที่ซ่อนทรัพย์ที่ตัวเองเอาไปซ่อนไว้คนละครึ่งมาสก ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ ๑๒ โยชน์ ระหว่างที่เดินไปได้ครึ่งทางก็เป็นเวลาเที่ยงวัน แดดร้อนมาก ประกายแดดระยิบระยับไปหมด พื้นดินก็ร้อนระอุ สามีซึ่งเป็นผู้ชายก็รีบเดินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ยังครวญเพลงไปด้วย ด้วยความผาสุกเพื่อที่จะไปเอาทรัพย์ ท่านอุปมาเหมือนอย่างกับเดินอยู่ในที่โคนต้นไม้ที่ร่มรื่น
และก็ในขณะที่เดินผ่านหน้าพระลานหลวง พระเจ้าอุทัยราชซึ่งประทับอยู่บนสิงหบัญชรก็ทอดพระเนตรเห็น ก็ทรงแปลกในพระราชหฤทัย ก็เลยให้ราชบุรุษไปตามผู้ชายคนนี้มาแล้วตรัสถามว่า เพราะเหตุใดจึงเดินร้องเพลงอย่างสนุกสนานทั้งๆ ที่แดดมันร้อนเปรี้ยงๆ อย่างนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 08:51:55 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : )
สลักธรรม 6ในอินเดียเราก็รู้ว่าหน้าร้อนมันร้อนขนาดไหน พาราณสีอยู่ในมัชฌิมชนบทอยู่ในแคว้นพิหาร เวลาร้อน ร้อนมาก เมืองพาราณสีนี้ กี่พันปีก็อยู่อย่างนี้ ก็แปลกใจ ชายผู้นั้นก็ตอบว่า ข้าแต่มหาบพิตรผู้ประเสริฐ แสงอาทิตย์ที่ว่าร้อน จะร้อนยิ่งกว่าแสงแห่งความร้อน เพราะราคะหามิได้เลย ข้าพระบาทจะไปนำทรัพย์กึ่งมาสกมาร่วมกับของภริยาอีกครึ่งมาสก
พระเจ้าพาราณสีทรงสดับอย่างนั้นก็ทรงยินดี ถึงกับแบ่งราชสมบัติกึ่งหนึ่งพระราชทานให้ แล้วก็ให้นำหญิงภริยามาตั้งไว้ในอัครมเหสีของเขา คือแต่งงานให้เสร็จแล้วป่าวประกาศว่า บัดนี้กษัตริย์ผ่านราชสมบัติทั้งสองพระองค์มาด้วยกัน องค์ใหม่ทรงพระนามว่าอัฑฒมาสกราช พูดง่ายๆ ว่าเอาคนเข็ญใจมาสถาปนาเป็นกษัตริย์เสียเลย แล้วตัวเองก็หลบไปด้วยความที่เลื่อมใสศรัทธาในคุณธรรมของคนเข็ญใจ
แสงแดดที่ว่าร้อนมากๆ ก็ยังไม่ร้อนเท่ากับไฟราคะ คือที่เรียกว่าราคัคคิ ราคัคคิร้อนกว่ามาก เพียงแค่นี้เท่านั้น กษัตริย์ที่มีปัญญาที่เป็นบัณฑิตเกิดความพอใจ พระราชทานทรัพย์ให้และไปตามเมียมาด้วย แล้วมาสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์
ท่านบอกคนเข็ญใจที่ได้ราชสมบัติต่างๆ เหล่านี้ เป็นตัวอย่างอุปัตถัมภกกรรมที่ดีที่เป็นฝ่ายกุศล ชนกกรรมส่งผลให้เกิดในตระกูลต่ำยากจน เพราะอุปัตถัมภกกรรมไม่มีโอกาสให้ผลในปฏิสนธิกาล มาให้ผลในปวัตติกาล แล้วจากกุศลที่ตัวเองตั้งใจที่เป็นกุศล เจตนาที่เป็นกุศลในปัจจุบันก็เป็นตัวอุปัตถัมภกกรรม ก็ส่งเสริมให้อุปัตถัมภกกรรมในอดีตนั้นส่งผลที่สมบูรณ์ มีความเจริญอย่างชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนวิถีชีวิตจากคนเข็ญใจมาเป็นพระราชา เป็นพระเจ้าอัฑฒมาสกราช ก็ด้วยอำนาจของอุปัตถัมภกกรรมที่เป็นกุศลมาสนับสนุนโดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 08:55:37 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : )
สลักธรรม 7เรื่องนี้เราศึกษาได้จากชีวิตของคนในปัจจุบัน บางคนเปลี่ยนวิถีชีวิตจากอย่างหนึ่งไปอีกอย่างหนึ่งในชาตินี้ก็มี ท่านจึงบอกว่าคนเราเลือกเกิดกันไม่ได้ แล้วก็อย่าดูถูกชาติกำเนิดของแต่ละคน ไม่แน่ คนที่กำเนิดอย่างนี้ อาจจะเปลี่ยนวิถีชีวิตไปอีกอย่างหนึ่งก็ได้ กุ๊ยเดินข้างถนน อาจจะไปเป็นรัฐมนตรีก็ได้ ไม่แน่ อย่าเพิ่งไปดูถูก เด็กที่เกิดต่ำในวันนี้ อาจจะมียศศักดิ์สูงในวันหน้าก็ได้ คนจนในวันนี้อาจจะเป็นเศรษฐีในวันหน้าก็ได้ เพราะว่าคนเรานั้นทำกรรมมาไม่เหมือนกัน
ฉะนั้นอุปัตถัมภกกรรมที่ทำหน้าที่ส่งเสริมอุปถัมภ์ชีวิตของแต่ละชีวิตที่เกิดมาด้วยอำนาจชนกกรรมนี้ เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าสร้างอุปัตถัมภกกรรมกันมามากน้อยแค่ไหน ทั้งที่เป็นกรรมดี ทั้งที่เป็นกรรมไม่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องปฏิบัติกันอยู่เนืองนิตย์ด้วยความไม่ประมาท นั้นก็คือการสร้างกุศลอยู่เนืองๆ ในปัจจุบัน ต้องทำอยู่เสมอ กุศลกรรมเรามีโอกาสทำต้องทำอยู่เสมอตลอดเวลาแล้วอุปัตถัมภกกรรมที่เป็นกุศลที่เราทำในปัจจุบันนั้น ถ้าไปประกอบกับกุศลกรรมที่เป็นอุปัตถัมภกกรรมในอดีตนั้นมารวมกันก็ส่งผลให้ชีวิตนี้เจริญได้ เจริญในรูปใดก็ได้ แต่เจริญแน่นอนด้วยกุศลที่เราทำในปัจจุบันไปประกอบกับกุศลในอดีตมาร่วมกันเป็นกำลังอันนี้เรียกว่า อุปัตถัมภกกรรม
เรื่องอุปัตถัมภกกรรม ที่อธิบายเพิ่มเติมจากเมื่อครั้งที่แล้วซึ่งได้อธิบายไปแล้วตอนหนึ่ง วันนี้ก็เห็นจะพอสมควรแก่เวลาเพียงเท่านี้ อาตมาขอยุติการบรรยายไว้แต่เพียงเท่านี้
ธรรมะบรรยายโดย..ท่านกิตติวุฒโฑ ภิกขุ
ความอาฆาตมาดร้ายให้แต่โทษ
หาประโยชน์ที่ดีมีที่ไหน
มีแต่สร้างตะรางขังตนไว้
ไม่เป็นไทเลยสักนิดโปรดคิดดู
หากแก้เชือกที่ผูกแน่นในแดนจิต
คือโทสะจริตนั้นเสียได้
การผูกเวรจักระงับดับสิ้นไป
คงเหลือไว้แต่เมตตาการุณย์กัน ฯ
แอ๊ด คำจันทร์
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 เม.ย. 2552 , 09:03:50 น.] ( IP = 58.9.142.11 : : )
สลักธรรม 8
มาศึกษาเรื่องของกรรมต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่นำธรรมะบรรยายที่มีประโยชน์ต่อชีวิตยิ่งมาฝากเป็นประจำ
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [3 เม.ย. 2552 , 09:52:01 น.] ( IP = 124.121.178.245 : : )
สลักธรรม 9![]()
กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน...สาธุโดย น้องกิ๊ฟ [3 เม.ย. 2552 , 10:51:01 น.] ( IP = 125.27.172.29 : : )
สลักธรรม 10มาทำความเข้าใจเรื่องกรรมต่อค่ะ กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
โดย เซิ่น [4 เม.ย. 2552 , 22:01:42 น.] ( IP = 58.8.50.123 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |