มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อุปปีฬกกรรม




ท่านสาธุชนทั้งหลาย เมื่อครั้งที่แล้วเราได้ศึกษาถึง อุปัตถัมภกกรรม อันเป็นหน้าที่ของกรรมประเภทที่ ๒ จบไปแล้ว วันนี้เราได้ศึกษาหน้าที่ของ กรรมประเภทที่ ๓ คือ อุปปีฬกกรรม

คำว่า อุปปีฬกกรรมนี้ ท่านให้คำวิเคราะห์ว่า “กมฺมนฺตรํ วา กมฺมนิพฺพตฺตขนฺธสนฺตานํ วา อุปฺปีเฬตีติ = อุปฺปีฬกํ” แปลว่า กรรมใดย่อมเบียดเบียนกรรมอื่นๆ และการสืบต่อแห่งขันธ์ ๕ ที่เกิดจากกรรมอื่นๆ นั้น ฉะนั้น กรรมนั้นชื่อว่า อุปปีฬกกรรม องค์ธรรมก็ได้แก่ อกุศลกรรม ๑๒ และมหากุศล ๘

คำว่า อุปปีฬกกรรม แปลว่า กรรมที่เข้ามาเบียดเบียน อย่างที่เราใช้คำว่าสุขภาพของเราไม่ดี มีโรคภัยเข้ามาเบียดเบียน คำว่าเบียดเบียนนั้น หมายถึง มาทำให้ทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดีมันลดลงไป เช่นถ้าอุปปีฬกกรรมที่เป็นอกุศลมาเบียดเบียน มันก็ทำให้กุศลอ่อนกำลังลง ถ้าอุปปีฬกกรรมที่เป็นกุศลเข้ามาเบียดเบียน ก็ทำให้อกุศลอ่อนกำลังลง ฉะนั้นกรรมที่เข้ามาเบียดเบียนเราจึงมีอยู่ทั้งหมด ถ้ากล่าวโดยสภาวะอภิธรรมแล้วก็คือ อกุศลจิต ๑๒ และมหากุศลจิต ๘

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 เม.ย. 2552 , 08:42:56 น.] ( IP = 58.9.143.245 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คำว่า อกุศลจิต ๑๒ กับ มหากุศลจิต ๘ นี้ หมายถึงเจตนาที่เกิดขึ้นในอกุศลจิตกับ เจตนาที่เกิดขึ้นในมหากุศลจิตเข้ามาเบียดเบียน ยกตัวอย่างเช่น การเบียดเบียนของอุปปีฬกกรรมที่เบียดเบียนชนกกรรมอื่นๆ ที่มีสภาวะตรงกันข้ามกับตนเอง ท่านบอกมีอยู่ ๒ อย่างด้วยกัน คือ

๑. เบียดเบียนเพื่อไม่ให้มีโอกาสส่งผล และ

๒. เบียดเบียนชนกกรรมที่มีโอกาสส่งผลอยู่แล้วนั้น ให้มีกำลังลดน้อยลงได้ผลไม่เต็มที่

ฉะนั้นการเบียดเบียนของอุปปีฬกกรรมจึงมีอยู่ ๓ คือ

๑. อุปปีฬกกรรมที่เบียดเบียนชนกกรรมอื่นๆ เพื่อไม่ให้มีโอกาสส่งผล

๒. เบียดเบียนชนกกรรมอื่นๆ ที่มีโอกาสส่งผลอยู่แล้วให้มีกำลังลดน้อยลง

๓. เบียดเบียนรูปนามที่เกิดจากชนกกรรมนั้นๆ

นี้เป็นหน้าที่ของอุปปีฬกกรรมที่ทำหน้าที่เบียดเบียน ดังเช่นแรกเกิดมาด้วยชนกกรรม คือ ตัวชนกกรรมนำเรามาเกิดในปัจจุบัน เมื่อเราเกิดมาแล้ว เรามีสุขภาพครบสมบูรณ์ มีอวัยวะอาการ ๓๒ ครบถ้วน สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาดี โรคภัยไข้เจ็บไม่มี แล้วเราก็อยู่ในฐานะที่ไม่ยากจน คือว่าเป็นด้วยอำนาจของชนกกรรมที่ส่งผลมา แล้วก็อุปัตถัมภกกรรมที่ทำหน้าที่อุปถัมภ์ให้เราได้รับผลอันนี้

ที่นี้อยู่ต่อมา ด้วยอำนาจของอกุศลที่เราทำลงไป อกุศลในอดีตที่ดีอกุศลในปัจจุบันก็ดี ที่เราทำลงไป คนที่เคยมีสุขภาพดีก็มีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน สติปัญญาที่เคยปราดเปรื่องก็เซื่องซึม เฉื่อยชาลง คนที่เคยมั่งมี มีทรัพย์สินเงินทองมากก็หมดไป อันนี้ก็ด้วยอำนาจของอกุศลกรรมที่เป็นอุปปีฬกกรรมเข้ามาเบียดเบียน ทำให้กุศลที่เราได้รับอยู่อ่อนกำลังลง

หรือถ้าเราเกิดมาด้วยชนกกรรมที่ดีแต่ด้วยอำนาจของอกุศลกรรมในอดีตที่เราเคยทำมา เช่น เคยเบียดเบียนสัตว์ ก็ทำให้เรานี้มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนเอา

เมื่อตอนเป็นเด็กก็มีสุขภาพไม่แข็งแรง อยู่ต่อมาเราก็บำเพ็ญกุศลสร้างกุศลเรื่อยๆ ปล่อยสัตว์บ้าง ถวายเภสัช ให้ยารักษาโรคแก่คนป่วยบ้าง โรคที่เคยมีอยู่ประจำกายเรานี้มันหมดไป อันนี้ก็ด้วยอำนาจของกุศลที่เราทำในปัจจุบันนี้ ไปเบียดเบียนอกุศลกรรมให้อ่อนกำลังลงด้วยอำนาจของกุศล

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 เม.ย. 2552 , 08:48:10 น.] ( IP = 58.9.143.245 : : )


  สลักธรรม 2

วิธีหนึ่งที่เราใช้กันอยู่เป็นประเพณี เช่น อย่างเมื่อเรามีความรู้สึกว่าเราเป็นทุกข์ เรามีอุปสรรค หรือชีวิตของเรากำลังผจญกับความเสื่อมทุกๆ ด้าน เราก็หาทางแก้ไข วิธีแก้ไขก็คือเราแก้ไขด้วยการสร้างบุญสร้างกุศล อย่างประเพณีของเราก็นิยมสะเดาะเคราะห์

สะเดาะเคราะห์ก็คือการที่เราไปสร้างกุศลนั่นเอง เพราะว่าคนเราถ้าโดยปกติธรรมดา คนมาชวนเราทำบุญ ความรู้สึกเราไม่อยากทำ และยิ่งบอกว่าทำบุญสร้างโบสถ์เถิด ทำบุญสร้างโรงพยาบาล ทำบุญสร้างโรงเรียน สร้างวัด เรามองเป็นว่าการทำสิ่งทั้งปวงสิ่งเหล่านี้ประโยชน์มันน้อย แล้วส่วนมากจะไม่ทำ เพราะอะไร เพราะว่าสิ่งที่เราทำนั้นเนื่องด้วยคนอื่น

แต่พอเขาทักท้วงบอกว่า คุณเคราะห์ไม่ดีนะ อายุจะสั้น ชะตาขาด คุณต้องทำบุญ เพียงพูดแค่นี้ เราก็รีบทำทันที ที่รีบทำเพื่ออะไร เพื่อไม่ให้ตัวเราต้องไปผจญกับสิ่งทั้งปวงเหล่านั้น เพราะคนทุกคนต้องรักตัวเอง การกระทำอันใด ถ้าเป็นประโยชน์แก่ตน เราก็ยินดีทำ เราก็เต็มใจทำ

ฉะนั้นอุบายของเกจิอาจารย์ทั้งหลาย ท่านจึงบอกว่าทำบุญสะเดาะเคราะห์เสียนะ จะได้มีความสุขความเจริญ ถ้าอย่างนี้เอา ยิ่งถ้าบอกว่าคุณทำบุญแค่นี้แล้วคุณจะได้มากเท่านั้น เอา เพราะบุญแค่นี้นิดๆ หน่อยๆ ทำสักหมื่นหนึ่ง แต่เราจะต้องรวยเป็นร้อยๆล้าน อย่างนี้ใครบ้างจะไม่เอาเราก็ต้องเอา

เพราะอะไร เพราะเราปรารภตัวเรา เมื่อปรารภตัวเรา เราเห็นว่า ตัวเราจะได้ประโยชน์ก็ทำ คนเราส่วนมากเป็นอย่างนี้ แล้วก็ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเหตุว่า เราขาดปัญญา แล้วเราไม่ได้ศึกษาในเรื่องของชีวิตและความเป็นอยู่ในโลกปัจจุบัน เราก็มุ่งแต่ว่าทำอย่างไรเราจึงได้ประโยชน์ให้มากที่สุด แล้วเราก็มุ่งแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเอง

ที่เราจะปรารภบุคคลอื่นหรือปรารภธรรม ปรารภความถูกต้องธรรมะ สิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลแล้วเราทำ โดยปกติธรรมดาไม่ค่อยคิดทำกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 เม.ย. 2552 , 08:52:53 น.] ( IP = 58.9.143.245 : : )


  สลักธรรม 3

แต่ชีวิตคนทุกคน เรามาด้วยชนกกรรม เมื่อชนกกรรมทำหน้าที่มาเกิดแล้ว ก็หมดหน้าที่ไป อุปัตถัมภกกรรมทำหน้าที่ต่อ ระหว่างที่เราอยู่นี้ก็มีกรรมที่ ๓ อุปปีฬกกรรม เข้ามาเบียดเบียน คือ เบียดเบียนสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว

สิ่งที่เรามีอยู่นี้คืออะไร คือ กุศลวิบาก และ อกุศลวิบาก เรารับผลทั้งกรรมดี รับผลทั้งกรรมชั่ว ๒ อย่าง ที่มันสนองชีวิตเราทุกวันนี้ มีทั้งผลของกรรมดี มีทั้งผลของกรรมไม่ดี เราต้องรับตลอดเวลา วิธีที่เราจะทำให้อกุศลกรรมที่ไม่ดี ที่ส่งผลให้เราตลอดเวลานี้มันอ่อนกำลังลง จะทำอย่างไร ก็ต้องสร้างกุศล แล้วกุศลนี้ไปเบียดเบียนอกุศลให้อ่อนกำลังลง คนที่เคยเจ็บออดๆ แอดๆ แต่เขาไปปล่อยสัตว์ ทำบุญมากๆ เข้า โรคหาย ที่โรคมันหายไปนี่หายด้วยอำนาจของกรรมที่เราทำในปัจจุบันที่เป็นมหากุศล

อุปปีฬกกรรมที่เป็นมหากุศล ไปเบียดเบียนอกุศลให้อ่อนกำลังลง แต่ไม่ใช่หมายความว่าเราไปล้างกรรม หรือเราไปตัดกรรม กรรมนี้ตัดไม่ได้ วิบากกรรมก็ตัดไม่ได้ แต่มีวิธีหนึ่งที่เราจะทำให้อกุศลกรรม ที่มันกำลังสนองผลเรามีกำลังน้อยลงก็คือทำกุศลเพิ่มขึ้น อย่างที่โหราศาสตร์ดูดวงชะตา

โหรทำนายว่า ดาวที่กำลังโคจรเข้ามาในจักรราศีของเรา กำลังเป็นดาวให้โทษ ดาวดวงนั้นดวงนี้ให้โทษเมื่อมาอยู่ราศีนี้แล้ว เราจะประสบเคราะห์กรรมอย่างนั้นอย่างนี้ ในฐานะที่เราเป็นพุทธศาสนิกชน ถ้าถามว่าแก้ได้ไหม เราก็ตอบว่าแก้ได้ ทำไมถึงแก้ได้ ก็เพราะว่าหลักของพระพุทธศาสนานั้น เป็นหลักของเหตุผล ไม่มีอะไรหรอกที่พระพุทธศาสนาแก้ไม่ได้ แก้ได้ทั้งนั้นแหละ

แต่ว่าเราจะแก้ถูกหรือไม่ เพราะอำนาจดวงดาวกับอำนาจกรรม สู้อำนาจกรรมไม่ได้ อำนาจดวงดาวไม่ได้เหนืออำนาจกรรมเลย กรรมมีอำนาจเหนือดวงดาว

ฉะนั้นโหราศาสตร์ที่เขาเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนา เขามักจะแนะเจ้าของชะตาว่าควรจะสร้างกุศลอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นการแก้ เรียกว่าแก้ดวง

ความจริงตามกฎของกรรมนั้นก็คือการสร้างกุศลเพิ่มขึ้น แล้วกุศลกรรมนี้ก็ไปเบียดเบียนอกุศลกรรมให้อ่อนกำลังลง นี้ตามกฎของกรรม เราแก้ด้วยการกระทำกรรม ก็คือทำกรรมดีให้มีกำลังมากขึ้น แล้วกรรมดีนี้ไปเบียดเบียนอกุศลกรรมให้อ่อนกำลังลง ดวงดาวก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงอยู่ที่ กรรม คือการกระทำ ก็มีอยู่ ๒ ประเภท ทั้งที่เป็นอกุศลกรรม ทั้งที่เป็นกุศลกรรม

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 เม.ย. 2552 , 08:59:56 น.] ( IP = 58.9.143.245 : : )


  สลักธรรม 4


มาติดตามเรื่องของกรรมต่อค่ะ

ทำให้เข้าใจเรื่องของการสะเดาะห์เคราะห์นะคะว่ามิได้เป็นการแก้กรรม เป็นแต่เพียงการกระทำกรรมใหม่ที่เป็นกุศลให้ที่มีกำลังเท่านั้นเอง และกรรมนี้ก็ทำหน้าที่เป็นอุปปีฬกกรรม

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำเรื่องของกรรมซึ่งจำเป็นยิ่งที่ชีวิตมนุษย์ควรจะทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [7 เม.ย. 2552 , 10:33:18 น.] ( IP = 124.121.176.171 : : )


  สลักธรรม 5




กราบขอบพระคุณมากค่ะ ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 เม.ย. 2552 , 15:47:27 น.] ( IP = 125.27.183.148 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร
อ่านไปแล้วเห็นว่าชีวิตคนเราดูจะคละเคล้าด้วยอำนาจกรรมตลอดเวลา
รับดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องรับผลเหล่านั้น

โดย น้องอุ๊ [7 เม.ย. 2552 , 20:44:35 น.] ( IP = 125.25.194.46 : : )


  สลักธรรม 7

มาศึกษาเรื่องกรรมต่อค่ะ..กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [9 เม.ย. 2552 , 19:31:11 น.] ( IP = 58.8.56.140 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org