| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๒)
![]()
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๒)
ปริเฉทที่ ๑ ชาติกถา
(พระมหาบุรุษประสูติและทรงศึกษาวิชา)
ตอนที่ผ่านมา
ในที่สุดมีฤษีซึ่งไม่มีใครรู้จักรูปหนึ่งมาแล้วก็กล่าวว่า "ถ้าหากว่าชีวิตย่อมมีค่า ผู้ซึ่งช่วยชีวิตก็ต้องมีสิทธิเป็นเจ้าของสิ่งที่มีชีวิตนั้นมากกว่าผู้ที่พยายามฆ่าสิ่งที่มีชีวิตนั้น ผู้พิฆาตเป็นผู้นำทำความมลทินและล้างผลาญ ส่วนผู้ปกป้องกันนั้นเป็นผู้ผดุงช่วยเหลือ จงให้นกแก่ผู้ที่ช่วยนกนั้นเถิด" ทุกๆ คนก็เห็นเป็นการยุติธรรม
แต่เมื่อพระมหากษัตริย์มีพระราชประสงค์หาตัวผู้ทรงธรรมนั้นเพื่อยกยอเกียรติคุณ ฤษีนั้นก็ได้หายไปเสียแล้ว แต่มีคนๆ หนึ่งเห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยออกไปข้างนอก เทพเจ้ามักจำแลงตัวมาเช่นนี้ ดังนี้พระพุทธเจ้าจึงเริ่มทรงปลงธรรมเมตตาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ถึงกระนั้น วาระนั้นพระองค์ยังไม่ทรงทราบอะไรอื่นอีกนอกจากความเจ็บปวดทุกข์ร้อนของนก ซึ่งเมื่อหายแล้วก็บินกลับไปสู่พวกพ้องของมันด้วยความปลาบปลื้ม
แต่มาอีกวันหนึ่งมีการวัปปมงคลแรกนาขวัญอันเป็นนักขัตฤกษ์ของบ้านเมือง พระราชบิดามีพระราชดำรัสว่า "จงมาเถิดลูกรัก เพื่อไปชมดูสิ่งที่น่าดูแห่งฤดูใบไม้ผลิ ดูพื้นดินอันอุดมสมแก่การซึ่งจะบังเกิดความมั่งมีให้แก่ชาวนา ดูราชอาณาจักรของบิดา อาณาจักรซึ่งเมื่อไฟฟืนจะบังเกิดเป็นเปลวเผาร่างของพ่อแล้ว ก็ตกเป็นของลูก จะหล่อเลี้ยงตัวของทวยประชาทุกรูปทุกนาม และบำเพ็ญความเจริญให้แก่คลังของกษัตริย์ ฤดูงามด้วยความประดับแห่งใบไม้อ่อน ด้วยปวงบุปผชาติอันมีสีงาม และด้วยหญ้าอันเขียวชะอุ่ม จงฟังเสียงขับร้องของคนไถนา"
ตรัสดังนั้นแล้ว พระบิดาก็ทรงพาพระโอรสเสด็จไป ณ ตำบลหนึ่งซึ่งมีกระแสน้ำและสวนแล้วก็ทอดพระเนตรโคซึ่งเดินในทุ่งอันอุดม โดยใช้คอของมันลากไถ โดยอำนาจแห่งไถดินก็ถูกขุดออกเป็นแผ่นๆ และเป็นแถวเป็นแนว ฝ่ายคนไถก็พยายามกดคันไถ เพื่อให้ไถกินดินลึกไปอีก
โดย ศาลาธรรม [9 เม.ย. 2552 , 09:49:11 น.] ( IP = 125.27.171.9 : : )
สลักธรรม 1ที่ท่ามกลางแห่งต้นตาล ลำธารก็ทรงศัพท์สำเนียงเสียงน้ำไหลดังพึมพำ ที่บางแห่งก็มีต้นเทียนแลต้นตะไคร้งอกขึ้นเป็นเครื่องประดับ บางแห่งก็มีคนกำลังหว่านข้าวอยู่ ส่วนในป่าก็มีเสียงขับร้องแห่งนก ณ รังของมัน ในพงในหนามก็มีสัตว์ที่เล็ก เช่นกิ้งก่า ผึ้ง แมลงปอ และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย
เพระในฤดูใบไม้ผลินี้ อะไร ๆ ก็บันเทิงร่าเริงใจทั้งสิ้น ณ กิ่งของต้นมะม่วงก็มีนกคีรีบูนยอสีอันงาม กระรอกก็ไต่เต้นเอาการเอางานของมัน ตัวแตนปากงุ้มก็ร่อนตามผีเสื้อที่มีสีต่างๆ เคียงข้างกระแตที่กำลังแล่นไล่ขับแมลง เหล่ามะอิสนา (ภาษาปัญจาปว่า นกกระทง) ก็เร่ร่อนหาอาหารพลางปัดเป่าเกาคอเจ้าหมู่ ๗ สีเทา (ซึ่งเป็น นกชนิดหนึ่ง มักไปเป็นฝูงๆ ๗ ตัวเสมอ) ก็ไต่อยู่ภายในพุ่มต้นหนาม เสือปลามีสีลายกินปลาก็จดจ้องย่องอยู่ ณ ริมหนอง เหล่านกยางมากหลายก็เดินอยู่บนหลังกระบือ นกเหยี่ยวหมุนเคว้งอยู่กลางเวหาอันมีสีดุจแสงทอง
ณ ใกล้โบสถ์ซึ่งมีสีอันกล้าก็มีนกยูงบินไปมา เหล่านกพิราบก็ขันคูอยู่ทุกด้านทุกมุม ณ ที่ไกลๆ ไปอีก ก็มีเสียงกลองแห่งงานวิวาหมงคลดังกระหึ่ม ทุกสิ่งทุกเหล่านี้ล้วนแต่แสดงว่า มีความสงบสันติภาพและความไพบูลย์ทั้งสิ้น
ฝ่ายพระสิทธัตถะกุมาร เมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นสิ่งเหล่านี้ก็ทรงเพลินพระทัย แต่เมื่อทรงมองดูให้ซึ้งถึงอาการภายในแล้ว ก็ทรงปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีประดุจหนามซ่อนอยู่ภายใต้ดอกกุหลาบแห่งชีวิตทั้งสิ้น
พระองค์ทรงเห็นว่าชาวชนบทที่กรอบเกรียมได้รับจ้างโดยอาศัยที่ต้องอาบเหงื่อแห่งตนเป็นสิ่งที่ต้องกังวล เพื่อมีช่องทางเลี้ยงชีพแห่งตน ต้องขับเคี่ยวโคของตนให้ทำงานกลางแดดกล้า ด้วยตาอันโพลงและด้วยปะฏักที่ใช้ทิ่มแทงสีข้างของโคนั้น ๆ
โดย ศาลาธรรม [9 เม.ย. 2552 , 09:49:56 น.] ( IP = 125.27.171.9 : : )
สลักธรรม 2พระองค์ยังทรงสังเกตเห็นอีกว่า กิ้งก่านั้นกินมด เหยี่ยวกินทั้งกิ้งก่าและมด ทั้งโฉบเอาอาหารซึ่งเสือปลาจับได้ไปเสียจากเสือปลา พระองค์ทรงเห็นนกกางเขนไล่นกบุลบุล (นกเล็กๆ ชนิดหนึ่งจำพวกนกปรอดหัวโขน?) ซึ่งไล่จับผีเสื้อแปลกๆ
เท่ากับว่าทุกแห่งๆ ใครๆ ก็ฆ่าผู้ที่ฆ่าเขาแล้ว ตัวเองก็ถูกฆ่าตามลงไปอีก คือฆ่าชีวิตแห่งความเป็นอยู่ซึ่งยอมตาย ดังนี้ สิ่งที่แลเห็นว่ารื่นเริงนั้นก็เพียงแต่เป็นเครื่องกำบังไม่ให้แลเห็นได้แจ้งชัดว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงมีแต่ปองที่จะพิฆาตฆ่ากันทั้งสิ้นเท่านั้น นับตั้งแต่มดจนกระทั่งถึงคนซึ่งฆ่าเพื่อนมนุษย์กันเองอย่างร้ายกาจน่ากลัวโดยไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อทรงประจักษ์ เป็นต้นคนไถนาย่อมหิวโหย และโคของตนบ่าก็ถลอกปอกเปิกด้วยความกดขี่โหดร้ายของตนเป็นกรณีย์ซึ่งกระทำให้ความต้องการมีชีวิตคงดำรงอยู่ด้วยลักษณะอันโหดร้ายนั่นแหละที่กระทำให้สัตว์โลกถึงกับเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่ากัน
พระสิทธัตถะจึงทรงถอนพระทัยแล้วทรงบ่นว่า "พื้นธรณีที่ให้ดูนี้หรือ ที่เรียกว่ากอปรด้วยความสุข? ชาวชนบทที่อาศัยข้าวสุกอันโอชากับเกลือ การใช้วัวช่างหนักมือเสียนี่กระไร การต่อสู้ในระหว่างผู้ที่มีเรี่ยวแรงและอ่อนแอในกลางรกกลางหนาม ดูช่างร้ายกาจจริง ทางอากาศก็มีการเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่ากัน แม้แต่ในน้ำก็ไม่มีพ้นภัย"
เมื่อได้ทรงทอดพระเนตรเห็นสิ่งทั้งหลายเหล่านี้แล้ว จึงกราบทูลพระบิดาว่า "ขอพระบิดาได้โปรดเสด็จไปให้ห่างข้าพระพุทธเจ้าหน่อย ปล่อยให้ข้าพระพุทธเจ้าได้พิจารณาสิ่งทั้งหลายที่พระองค์ชี้ให้ข้าพระพุทธเจ้าดูนี่โดยลำพังเถิด"
โดย ศาลาธรรม [9 เม.ย. 2552 , 09:50:31 น.] ( IP = 125.27.171.9 : : )
สลักธรรม 3
ตรัสแล้ว พระพุทธเจ้าก็ทรงนั่งขัดสมาธิพิจารณาดูความทุกข์ยากแห่งชีวิตอย่างลึกซึ้ง ตลอดถึงบ่อเกิดอันลึกลับของความเป็นอยู่ จนยากที่จะบำบัดหรือบรรเทาความทุกข์ยากเหล่านั้น
เมื่อทรงพิจารณาแล้ว ความเมตตาก็บังเกิดขึ้นแก่พระทัยของพระองค์ พระองค์ทรงรู้สึกรักสัตว์โลกทั้งปวงอย่างใหญ่ยิ่งอันเป็นความรู้สึกที่ทำให้ทรงต้องการแต่ช่วยบรรเทาทุกข์ และโดยอำนาจแห่งฌานพระองค์ก็พ้นจากมลทินอันเกลือกกลั้วด้วยความมรณะในความรู้สึกแห่งรูปกาย ดังนั้นพระองค์ก็ทรงบรรลุถึงซึ่งปฐมฌาน เป็นวิถีแรกที่พระองค์จะทรงดำเนินต่อไป
ในวาระนั้น ณ เบื้องบนเวหาอันสูงสุด มีเบญจเทวดาเขจรมาในอากาศ เมื่อเหาะมาเหนือต้นไม้ซึ่งพระองค์ประทับอยู่นั้น ให้รู้สึกเรรวนจึงกล่าวแก่กันว่า "มหาบารมีอะไรหนอที่ทำให้เราต้องหยุดเหาะดังนี้?" นี่ก็เพราะเทวดาย่อมรู้ได้ว่ามีอะไรที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ ณ เบื้องล่าง
จึงมองดูลงไปก็เห็นพระพุทธกุมาร มีรัศมีเปล่งปลั่งและกำลังทรงรำพึง ช่วยสัตว์โลกให้พ้นจากกองทุกข์ ครั้นแล้วก็มีเสียงออกจากพุ่มไม้ร้องขึ้นไปว่า "เทวะ! นี่แหละคือผู้ซึ่งจะทรงช่วยสัตวโลก จงลงมาบูชาพระองค์เถิด"
เทวดาเหล่านั้นจึงเหาะลงมาฟ้อนรำขับร้องยอพระบารมีของพระองค์ แล้วจึงเหาะเลยไปเพื่อนำข่าวดีอันนี้ไปประกาศแก่ฝูงเทวบุตร เทวธิดาทั้งหลายต่อไป
เมื่อมหาดเล็กซึ่งพระบิดาทรงใช้ให้มาดูพระองค์มาได้เห็น ขณะที่พระองค์ทรงสมาธิอยู่ แม้ว่าเที่ยงล่วงแล้ว และดวงพระอาทิตย์เอนเอียงลงไปสู่เขาแห่งทิศอัสดง ถึงแม้เงาอื่นก็ย่อมเคลื่อนไปตามแสงแห่งดวงอาทิตย์นั้น แต่กระนั้นเงาแห่งชมพูพฤกษ์ซึ่งพระพุทธกุมารประทับอยู่ภายใต้นั้น ก็ดำรงคงที่เพื่อบังมิให้แสงแดดเป็นราคีแก่พระองค์
เมื่อปรากฏมหัศจรรย์ดังนั้น ผู้ซึ่งประจักษ์ได้ยินเสียงออกจากพุ่มกุหลาบว่า "จงปล่อยให้พระราชโอรสประทับอยู่โดยลำพังพระองค์เถิด ตราบใดที่ไม่มีพระทัยพรากจากเงาไม้นี้ไป เงาของข้าพเจ้าจะไม่ย้ายให้เคลื่อนไปที่อื่นอีกเป็นอันขาด"
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [9 เม.ย. 2552 , 09:51:08 น.] ( IP = 125.27.171.9 : : )
สลักธรรม 4
รู้สึกสุขใจยิ่งที่ได้อ่านพระพุทธประวัติค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะคุณศาลาธรรมที่นำความสุขใจนี้มาฝากเป็นประจำ ....อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [10 เม.ย. 2552 , 10:12:18 น.] ( IP = 124.121.178.72 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณและอนุโมทนาคุณศาลาธรรมค่ะ
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2552 , 15:58:48 น.] ( IP = 118.173.37.45 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |