| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๔)
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๔)
ปริเฉทที่ ๒ (ต่อ) อาวาหมงคลกถา
(พระมหาบุรุษลองศิลปศาสตร์และอภิเษกสมรส)
ตอนที่ผ่านมา
ดังนั้นเป็นอันว่า เจ้าสาวย่อมได้แก่พระสิทธัตถะโดยเจตนาสันนิวาส (ตามประเพณีคันธาวาสหรือนักดนตรีในสวรรค์ เป็นประเพณีเษกสมรสอันหนึ่งแห่งแห่งประเพณีทั้ง ๘ ตามบัญญัติพระมนู ซึ่งย่อไว้ว่า "การร่วมภิรมย์แห่งหญิงสาวกับชายหนุ่ม ย่อมเป็นมาจากบุพเพสันนิวาส")
และเมื่อเหล่าดาราได้ศุภฤกษ์ เมษะ แกะแดงเป็นเจ้าแห่งสวรรค์ พระราชพิธีอภิเษกสมรสก็สมโภชตามขัตติยราชประเพณี มีการตั้งพระแท่นทอง ปูพรมเจียม ห้อยพวงมาลาแห่งพิธีเษกสมรส ผูกด้ายที่ข้อพระหัตถ์คู่หมั้นแล้ว ถวายขนมหวานให้เสวย ซัดข้าวและน้ำอบ เส้นฟางทั้งสองลอยล่องอยู่บนน้ำนมสีแดง และค่อยๆ ลอยเข้าหากัน ซึ่งเป็นศุภนิมิตแห่งความเสน่หาอันยืนยงคงอยู่จนกระทั่งถึงวันตาย
ครั้นแล้วองค์เจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็ก้าว ๗ ก้าว สามรอบแห่งพระเพลิง (ตามประเพณีเษกสมรสของพราหมณ์) แจกจ่ายสิ่งของให้แก่พวกนักบวช ไทยทานและเครื่องสังเวยก็ส่งไปบูชาตามบรรดาศาลพระผู้เป็นเจ้า
ในที่สุดก็มีการสวดมนต์ และผูกฉลองพระองค์ขององค์เจ้าบ่าวติดกันกับขององค์เจ้าสาว แล้วเฒ่าแก่จึงกล่าวว่า "พระองค์ผู้ทรงเกียรติยศ เจ้าหญิงซึ่งเดิมเป็นของเราทั้งหลาย บัดนี้เป็นของพระองค์แต่ผู้เดียวแล้ว จงทรงกรุณากับเธอซึ่งมีชนมชีพอยู่ในสิทธิของพระองค์ด้วยเถิด"
เสร็จแล้วเขาจึงเชิญเจ้าหญิงยโสธราไปสู่เรือนหอ แวดล้อมไปด้วยการขับร้องแตรบรรเลง เมื่อนางไปสู่ภายในพระกรทั้งคู่ของพระสาวมีแล้ว ในที่สุดก็เป็นอันเสร็จพิธีซึ่งทำให้เกิดดูดดื่มแก่ความปฏิพัทธ์นั้น
โดย ศาลาธรรม [13 เม.ย. 2552 , 11:37:39 น.] ( IP = 58.9.106.66 : : )
สลักธรรม 1
ฝ่ายพระราชานั้น ไม่เป็นแต่เพียงไว้วางพระทัยในความปฏิพัทธ์แห่งเจ้าชายและเจ้าหญิงแต่อย่างเดียว พระองค์ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาทอันงามวิจิตรเพื่อยังความเปรมปรีด์ของพระราชโอรสและเจ้าหญิงอีกด้วย เป็นปราสาทซึ่งทั่วทั้งแผ่นดิน ไม่มีปราสาทวิเศษใดจะงามเสมอเหมือนกับปราสาทหลังนี้ซึ่งมีนามว่า วิศรัมวัน คือวิมานเกษมสันต์ของพระราชโอรส
ในท่ามกลางแห่งพื้นที่โดยรอบปราสาทก็สูงตระหง่านด้วยเขาเขินเนินอรัญญ์ มีพฤกษชาติเขียวชอุ่มซึ่งภายใต้ก็ลอดไหลหลั่งด้วยลำน้ำโรหิณีที่ไหลมาจากเชิงเขาหิมาลัยอันกว้าง เพื่อนำเครื่องบรรณาการคือธาราไปสู่ลำแม่คงคา ทางด้านใต้มีต้นมะขามและรุกขชาติเรียงเป็นพุ่มๆ เต็มไปด้วยไม้ดอกชื่อคันธีสีฟ้าอ่อนกั้นเป็นรั้ววัง
ทุกครั้งมีเสียงกระหึ่มแห่งพระนครขจรมาตามความกระพือของลม เสนาะประดุจเสียงครวญของภมรที่ร่อนวนอยู่ ณ พุ่มไม้ซึ่งห่างไกลทางด้านเหนือ ผาอันนฤมลแห่งเขาหิมาลัย ซึ่งมหึมาซับซ้อนรายเรียงเป็นแถวแนวขาวอย่างแวววับ สูงตระหง่านเยี่ยมเวหาอันเขียวดูมโหฬารตระการตาไม่รู้จักสิ้น วิเศษนัก
และโดยภูมิภาคซึ่งมียอดและศิลาแหลม กลมหรือแบน ลาดผาอันเขียว ก้อนน้ำแข็งอันเรียว (ยอดเขาหิมาลัยหนาวเย็นมีน้ำแข็งอันเกิดจากหิมะ ซึ่งตกลงมาทับถมกันอัดแน่นจนเป็นน้ำแข็ง) เหวลึกและหน้าผาอันชัน
ทั้งหลายแหล่เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นภาพซึ่งดลให้มีความคิดอันสูงยิ่ง จนประหนึ่งว่าสูงแล้วจนถึงสวรรค์และอยู่ร่วมด้วยพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย เบื้องใต้แห่งหิมะมีแนวป่าอันขมุกขมัว สลับด้วยแสงอันแวววับแห่งน้ำตกซึ่งไหลซู่ซ่าและปิดบังครึ้มไปด้วยหมอก ต่ำลงมาหน่อยก็มีต้นฉำฉาและต้นสนซึ่งกู่ก้องไปด้วยเสียงร้องเรียกแห่งไก่ฟ้า เสียงร้องของเสือดาว เสียงร้องของแกะป่าเหนือก้อนศิลา และเสียงร้องของนกอินทรีอันโหยหวน ต่ำลงมาอีกมีทุ่งอันตระการตาประดุจดังปูลาดพรมเพื่อสวดมนต์ภาวนา
ณ เชิงเขาพระแท่นอันศักดิ์สิทธิ์ ข้างหน้านายช่างก็สร้างพลับพลาอันวิจิตรบนพื้นที่สูง มีหอข้างเคียงและระเบียงซึ่งมีเสาเรียงรายอยู่โดยรอบ ลวดลายแห่งขื่อเป็นภาพแสดงเรื่องราวในโบราณกาลมีราธา (คู่รักของกฤษณะผู้อุโฆษในเรื่องเสน่ห์ จนมีกาพย์คดีแพร่หลายมากในประเทศอินเดีย) และกฤษณะ เหล่าพรหมจารีแห่งป่า นางสีดา หนุมาน และนางเทราบที และบนซุ้มประตูด้านกลางก็มีคเณศวรผู้เป็นพระเจ้าแห่งฤกษ์ นั่งหดงวงถือกงจักรและของ้าว ตั้งไว้ที่นั่นเพื่อให้มีความดีและความเจริญ
โดยวิถีทางอันคดเคี้ยวแห่งอุทยานและลาน ก็เดินไปสู่ทวารน้อยเป็นหินอ่อนขาวลายและกุหลาบ ก็ได้ธรณีหินอ่อนเป็นเงาและประตูไม้จันทน์มีลวดลายระบายสี เมื่อผ่านธรณีแล้วก็เดินเล่นได้อย่างร่าเริง
โดย ศาลาธรรม [13 เม.ย. 2552 , 11:38:07 น.] ( IP = 58.9.106.66 : : )
สลักธรรม 2
ภายในห้องนอกอันงามและในห้องเงาอันขมุกขมัว ขึ้นบันไดอันวิจิตร เดินไปตามระเบียงชั้นๆ ฝาระบายสีและเสาเป็นหมู่ๆ มีน้ำพุประดับ บัวรายเรียงและกระจับซึ่งพ้นน้ำออกมา มัจฉาชาติซึ่งตระการตาภายในแก้วเจียระไนสีเข้มสีทองและสีเขียว
ณ ภายในแห่งเรือนกลางแจ้ง นางเก้งตาใหญ่เล็มดอกกุหลาบซึ่งมีรสสุคนธ์ ฝูงนกสีรุ้งบินร่อนท่ามกลางแห่งต้นตาล นกพิราบสีเขียวสีเทาสร้างรังด้วยความปลอดภัย ณ เบื้องบนหัวเสาสีทอง ณ พื้นศิลาใสเป็นเงา เหล่านกยูงคลี่หางอันงามออกลำแพน ฝ่ายนกกระสาสีขาวดุจน้ำนมและนกฮูกตัวน้อยก็ชมดูนกยูงด้วยอาการสงบเสงี่ยม นกแก้วคอสีดินแดงก็ไกวแกว่งตัวจากผลไม้นี้ไปสู่ผลไม้นั้น เหล่าจิ้งจอก กิ้งก่าเจ้าตัวไวก็ผิงแดดบนกิ่งไม้ปราศจากความกลัวเหล่ากระรอก กระแตก็มีมากินอาหารที่อยู่ในมือ เพราะความสันติสุขอุบัติอยู่ทั่วไป
งูดำซึ่งเป็นลางแห่งโชคดีแก่ครอบครัวขดตัวนอนอยู่กลางแดดภายใต้ดอกไม้นามว่า ดอกจันทน์ ใกล้ๆ ณ ที่นั้น หมู่วานรตาสีน้ำตาลเข้มทำท่าหลอนหลอกแก่ฝูงกา
นอกจากนี้ยังมีบริวาร บ่าวไพร่อันซื่อสัตย์ก็มีอยู่มากมายภายในพระราชวังนั้น จะให้สัญญาแต่เพียงน้อยหนึ่งก็มีผู้คนหน้าตาสุภาพและเสียงพูดอันไพเราะตะลีตะลานมาปฏิบัติรับใช้อย่างขมีขมัน ต่างคนต่างยินดีบำเพ็ญความสันติสุข แสดงความร่าเริงเพื่อให้อุบัติความปราโมทย์ ภูมิใจที่จะปฏิบัติเคารพ ประหนึ่งว่าต้องการให้ชีวิตความเป็นอยู่ไหลหลั่งความปรีด์เปรมเหมือนแม่น้ำที่มีขอบเขตเป็นดอกไม้คืออมรบุปผา และยโสธราเป็นราชินีแห่งพระราชสำนักเกษมสันต์นี้แล
แต่นอกจากห้องตั้งร้อยห้องซึ่งงามวิจิตร ยังมีห้องลับอีกห้องหนึ่งซึ่งศิลปะได้ประณีตความงามทุกกระบิดกระบวนเพื่อหย่อนใจ เมื่อไปสู่ห้องนี้ต้องผ่านลานลับซึ่งอยู่ภายในปราสาทนั้นไป แต่เป็นลานโปร่ง ในท่ามกลางมีสระน้ำทำด้วยศิลาอ่อนขาวดุจน้ำนม ซึ่งแคมขอบบันไดและรั้วกั้นสลักเป็นลวดลายประดับหินเป็นสีต่างๆ อย่างงดงาม ช่างชื่นอกชื่นใจเสียนี่กระไร
เมื่อได้สงบอารมณ์ตามอำเภอใจภายในราชสถานอันสำราญรื่น ประดุจได้เดินบนน้ำแข็งในฤดูร้อน รัศมีแห่งดวงอาทิตย์ส่องแสงสีทอง ผ่านทางประตูและส่องแสงอ่อนลงๆ จนเป็นสีขาวอย่างเงินจางลงเกือบขมุกขมัวประดุจหนึ่งว่า แสงตะวันนั้นได้หยุดแล้ว เปลี่ยนเป็นแสงแห่งความเสน่หาและความสงบเสงี่ยมซึ่งสิงสถิตอยู่ ณ ประตูมีห้องอันโอ่โถงตระการตาวิเศษกว่าที่อื่นๆ
มีโคมอันอ่อนหอมส่องแสงลอดมาทางหน้าต่างมุข และม่านดอกดาราซับเยียระบับสีทอง ที่นอนแพรและฉากอันหนักและงามตระการตา ซึ่งถูกเปิดออกแต่เฉพาะสำหรับปล่อยให้สตรีที่งามเลิศเข้าไปเท่านั้น
โดย ศาลาธรรม [13 เม.ย. 2552 , 11:38:25 น.] ( IP = 58.9.106.66 : : )
สลักธรรม 3
ณ ที่นั้นไม่มีใครรู้ได้เลยว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน เพราะประทีปที่ค่อยสว่างไสวอยู่เสมอนั้น สว่างกว่าเวลาสว่างเมื่อย่ำรุ่ง แต่แสงระเรื่อกว่าแสงเงินแสงทองแห่งอาทิตย์อุทัย ลมเฉื่อยพัดมาสบายกว่าเวลาเช้า แต่เย็นเหมือนเวลาเที่ยงคืน เสียงพิณบรรเลงทั้งกลาวันกลางคืน กระยาหารอันโอชาก็มีมาไม่ว่ากลางวันกลางคืน ผลไม้ชุ่มชื่นด้วยน้ำค้าง เครื่องดื่มปรุงด้วยหิมะแห่งเขาหิมาลัย แป้งอันมีรสโอชา และน้ำกะทิใส่มาในภาชนะซึ่งทำด้วยงา
ทั้งกลางคืนกลางวันก็มีหมู่นางระบำที่เลือกเฟ้นมาแล้ว ประจำอยู่พร้อมทั้งนักร้องนักดนตรีเป็นบริวารประโคมโลมเล้าความเสน่หา เป็นการปลุกดวงพระเนตรอันสงบแห่งพระสิทธัตถะผู้ทรงสันติสุขและเมื่อตื่นแล้วก็นำพาให้วิญญาณของพระองค์กลับไปตกอยู่ในความบันเทิงใหม่อีก โดยดนตรีซึ่งก้องกังวานอยู่กลางดอกไม้หรือโดยกามแห่งเสียงจำเรียงร้องยั่วความเสน่หา และการฟ้อนรำอันร่าเริงเป็นจังหวะกันด้วยระฆังและลูกพรวนซึ่งผูกที่ข้อเท้าของนางระบำท่าทางรำทำแขนและเสียงพิณสายเงิน
ส่วนน้ำมันชะมดและจำปากับแสงสีเขียวซึ่งเผาอบระเหยหอมให้ฟุ้งขจรก็ทำความเคยชินให้แก่วิญญาณของพระองค์อีกำ แล้วเชิญเสด็จให้บรรทมเหนือกรพระนางศรียโสธรา พระสิทธัตถะทรงสำราญพระอิริยาบถดังนี้ก็ทรงลืมเสียซึ่งสิ่งอื่นๆทั้งหมดในโลก
อนึ่ง พระราชายังทรงบัญญัติว่า ภายในกำแพงพระราชวังนั้นมิให้ผู้ใดพูดถึงความตาย ความแก่ชรา ความทุกข์โศก ความแร้นแค้น หรือความเจ็บป่วย นางใดหากความงามลดละลง ณ พระราชสถานอันสง่า หากเท้าไม่สามารถเต้นรำได้แล้ว นางใดที่เป็นเช่นนั้นซึ่งแม้ไม่เป็นโทษอาชญาอันหาทุจริตมิได้ก็ถูกเนรเทศให้ออกจากพระราชวังสวรรค์นั้น โดยเกรงว่าพระราชโอรสจะได้เห็นความทุกข์ความทรมานแห่งนางนั้นๆ
แลมีเจ้าหน้าที่ผู้เคร่งคอยแต่พิพากษาโทษผู้ซึ่งพูดถึงความทุกข์ภัยในโลกอันเต็มไปด้วยความทรมาน ความครวญคร่ำ ความโหยไห้ ความหวาดเสียว และความครวญครางของผู้ต้องทุกข์ และควันอันน่าสยองแห่งกองอัคคี หากมีเส้นผมหงอกขาวแต่เส้นเดียวปรากฏอยู่ในมวยผมของนางนักร้องบำเรอ หรือนางละครคนใดจะถือว่ามีโทษฐานทรยศ และทุกๆ เวลาย่ำรุ่ง ดอกกุหลาบที่เหี่ยวแห้งแล้วก็ถูกเก็บเสีย
โดย ศาลาธรรม [13 เม.ย. 2552 , 11:38:46 น.] ( IP = 58.9.106.66 : : )
สลักธรรม 4ใบไม้ตายก็ถูกกวาดทิ้ง บรรดาภาพอันทำให้บังเกิดความทุกข์ต้องกำจัดให้พ้นจากราชสถานนี้โดยสิ้นเชิง เพราะพระราชาตรัสว่า "หากเขา (คือพระราชโอรส) ดำรงประถมวัยไกลจากสิ่งซึ่งยั่วให้เกิดสังเวช และเกิดเจริญขึ้นในญาณคติที่ยังไม่ปรากฏนั้นแล้ว เงาแห่งโชคซึ่งล้ำมนุษย์สามัญจะพึงได้ (โพธิญาณ) ก็จะอ่อนลงได้ และเราก็จะได้เห็นเขาเป็นเจ้าผู้มีอานุภาพิ่งซึ่งจะได้ครองทั่วทุกประเทศ (จักรพรรดิราช) หากเขาต้องการ และจะได้เป็นเจ้าแห่งกษัตริย์ทั้งหลายซึ่งเป็นเกียรติศักดิ์แห่งสมัยกาลของเขา"
ฉะนั้นโดยรอบแห่งที่ขังอันงามวิจิตร ซึ่งมีแต่ราคตัณหาเป็นผู้คุมและความบันเทิงเป็นกรงกั้นขังแต่ไกลจากที่ใครแลเห็นได้นั้น พระราชาได้ทรงจัดให้สร้างกำแพงอันหนามีประตูสำริดมีบานสองบานประตูหนึ่ง
ประตูนี้ต้องใช้คนตั้งร้อยคนสำหรับเปิด ขณะที่เปิดก็มีเสียงดังสนั่นไกลไประยะครึ่งโยชน์ หลังประตูนี้ก็มีประตูที่สองที่สามถัดกันไปอีก
เป็นอันว่า เมื่อจะออกจากพระราชสถานอันเกษมนั้นแล้ว ต้องผ่านประตูสามประตูนั้นมาก่อนจึงจะออกได้ เป็นประตูมหึมา ลั่นกลอนและกั้นด้วยลูกกรงอีกชั้นหนึ่งกับที่ใกล้ๆ ประตูแห่งหนึ่งๆ ก็มีคนยามซื่อสัตย์รักษาการอยู่
และตามพระบรมราชโองการแห่งพระราชามีอยู่ว่า "อย่าปล่อยให้ใครผ่านไปมาจนแม้แต่โอรสของเรา เจ้าต้องรับผิดชอบด้วยศีรษะของเจ้า"
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [13 เม.ย. 2552 , 11:39:09 น.] ( IP = 58.9.106.66 : : )
สลักธรรม 5อรรถรสจากภาพและการบรรยายเยี่ยมมาก
อยากจะย้อนภพไปนั่งแถว ๆ นั้นบ้างอ่ะนะ
อนุโมทนาค่ะ
โดย herbs [14 เม.ย. 2552 , 09:56:06 น.] ( IP = 202.28.181.220 : : 10.7.51.253 )
สลักธรรม 6มาติดตามอ่านต่อค่ะ
คำบรรยายโดยละเอียดพร้อมภาพประกอบอันสวยงาม ทำให้เพลิดเพลินเหมือนได้เห็นเหตุการณ์จริงค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย mui [14 เม.ย. 2552 , 18:11:48 น.] ( IP = 118.173.37.45 : : )
สลักธรรม 7
ขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [20 เม.ย. 2552 , 16:42:49 น.] ( IP = 124.121.172.161 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |