มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อุปฆาตกกรรม




ท่านสาธุชนทั้งหลาย วันนี้เราจะได้ศึกษาในเรื่องของกรรมต่อจากเมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งเราได้ศึกษามาถึงอุปปีฬกกรรม ซึ่งเป็นกรรมที่เข้ามาเบียดเบียนจบลงไปแล้วตอนหนึ่ง และเราจะได้เริ่มศึกษาถึง อุปฆาตกกรรม ซึ่งเป็นกรรมที่ ๔ ในหน้าที่ของกรรมต่อไป

อุปฆาตกกรรม ท่านให้คำวิเคราะห์ว่า “กมฺมนฺตรํ วา กมฺมนิพฺพตฺตขนฺธสนฺตานํ วา อุปฆาเตตีติ = อุปฆาตกํ แปลว่า กรรมใดย่อมเข้าไปตัดกรรมอื่นๆ และการสืบต่อแห่งขันธ์ ๕ ที่เกิดจากกรรมอื่นๆ นั้น ฉะนั้น กรรมนั้นชื่อว่า อุปฆาตกกรรม องค์ธรรมก็ได้แก่ อกุศลกรรม ๑๒ และกุศลกรรม ๒๑

คำว่าอกุศลกรรม ๑๒ และกุศลกรรม ๒๑ หมายถึงสภาวะของกรรม คือเจตนาเจตสิกที่เกิดในอกุศลจิต ๑๒ ดวง กับในกุศลจิต ๒๑ ดวง เจตนานั้นเป็นตัวกรรม เราได้เคยศึกษากันมาแล้วถึงเจตนาเจตสิก เพราะว่าการที่เราจะประกอบกรรมใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา ใจ จะสำเร็จประโยชน์ขึ้นมาได้นี้ ต้องอาศัยเจตนา

เจตนานั้นคือจิตที่คิดจะทำ จิตที่คิดจะทำทางใจ เป็นมโนกรรม ถ้าคิดทำทางกาย เป็นกายกรรม คิดทำทางวาจา เป็นวจีกรรม ฉะนั้นเจตนาจึงเป็นตัวกรรม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2552 , 09:08:31 น.] ( IP = 58.9.149.141 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ทีนี้หน้าที่ของเจตนาที่เป็นตัวกรรม ก็มีหน้าที่อยู่ ๔ หน้าที่ ดังที่เราได้เรียนกันมาแล้ว ตั้งแต่คำว่า ชนกกรรม อุปัตถัมภกกรรม อุปปีฬกกรรม และก็ที่ ๔ นี้ ก็คืออุปฆาตกกรรม แปลว่ากรรมที่คอยตัดรอน

ทีนี้กรรมที่เข้าไปตัดรอนกรรมอื่นๆ และการสืบต่อขันธ์ ๔ หมายความว่า อุปฆาตกกรรมจะตัดรอนกรรมอื่นๆ และวิบากของขันธ์ ๕ ของกรรมอื่นๆ ให้สิ้นลงอย่างเด็ดขาด ก็ต่างจากอุปปีฬกกรรม ตรงที่ว่าอุปปีฬกกรรมไปเบียดเบียนให้อ่อนกำลังลง แต่ยังไม่หมด อย่างเรากำลังได้รับอกุศลวิบาก คือกำลังผจญกรรมที่ไม่ดี แล้วเราสร้างกรรมดี กรรมดีก็ไปเบียดเบียนกรรมที่ไม่ดี ที่กำลังส่งผลให้อ่อนกำลังลง แต่มันไม่หมด มันเพียงอ่อนกำลังลงเท่านั้น เมื่อมีกำลังกล้าแข็งขึ้นมาอีกเมื่อใด กรรมไม่ดีนั้น ก็จะสนองผลเราอีกครั้งหนึ่ง นี่คือหน้าที่ของอุปปีฬกกรรม

แต่หน้าที่ของอุปฆาตกกรรมนี้ คือตัดขาดไปเลย กรรมที่จะสนองผลนั้น ไม่มีโอกาสสนองผลอีกแล้ว เพราะถูกอุปฆาตกกรรมตัดรอน ฉะนั้นคำว่า อุปฆาตกกรรม ที่เข้าไปตัดรอนกรรมอื่นๆ จึงแตกต่างจากอุปปีฬกกรรมตรงนี้ ตรงที่ว่าอุปฆาตกกรรมนั้นตัดไม่ให้มีเศษเหลือ แต่อุปปีฬกกรรมนั้นเป็นแต่เพียงเบียดเบียนให้อ่อนกำลังลง

การตัดของอุปฆาตกกรรมนั้น ท่านแยกไว้มีอยู่ ๒ ประการด้วยกันคือ

๑.ตัดชนกกรรมอื่นๆ เพื่อไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป บาลีใช้คำว่า กมฺมนฺตรอุปฆาตก

๒.ตัดรูปนาม ที่เกิดจากชนกกรรมนั้นๆ ให้หมดไป บาลีใช้คำว่า กมฺมนิพฺพตฺตขนฺธสนฺตานอุปฆาตก

นี้คือการตัดของอุปฆาตกกรรม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2552 , 09:13:26 น.] ( IP = 58.9.149.141 : : )


  สลักธรรม 2

อุปฆาตกกรรมนี้ก็จะตัดชนกกรรมอื่นๆ เพื่อไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป มีอยู่ ๓ ประการ คือ

๑. กุศลอุปฆาตกกรรม ไปตัดอกุศลชนกกรรมอย่างหนึ่ง

๒. กุศลอุปฆาตกกรรม ไปตัดกุศลชนกกรรมอย่างหนึ่ง

๓. อกุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดกุศลชนกกรรมอย่างหนึ่ง

ประการแรกที่ว่า กุศลอุปฆาตกกรรม ไปตัดอกุศลชนกกรรมไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป

เราเคยศึกษาถึงประวัติขององคุลิมาล ก่อนท่านบวชได้ไปเรียนในสำนักทิศาปาโมกข์ แล้วก็อาจารย์สอนผิด ให้ลูกศิษย์ไปฆ่าคน องคุลิมาลก็ฆ่าคน เอานิ้วคนมาร้อยเป็นพวงมาลัย เพื่อจะให้สำเร็จวิชาที่ตนเองศึกษาเป็นจำนวนมากด้วยกัน ภายหลังความโหดร้ายขององคุลิมาลเป็นที่หวั่นเกรงของประชาชน จนพระเจ้าปเสนทิโกศลนั้นจะยกทัพไปปราบ

แต่พระพุทธองค์ได้ทรงเล็งเห็นด้วยพระญาณแล้วว่า องคุลิมาลมีวาสนาที่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ จึงเสด็จไปโปรดองคุลิมาลก่อน องคุลิมาลเมื่อพบพระพุทธองค์แล้ว ออกบวช พอออกบวช ก็ทำความเพียรเพื่อให้ได้มาซึ่งมรรคผล ระหว่างที่บวชเดินไปบิณฑบาตที่ไหน คนเห็นองคุลิมาลก็คว้าขันข้าวหลบหนีด้วยความกลัว บางคนก็เอาก้อนหินก้อนดิน ขว้างถูกศีรษะแตกบ้าง ข้าวก็ไม่ได้ บางวันบาตรแตก ถูกขว้างปา บางคนเขาเอาหิน ไม่ได้ขว้างองคุลิมาล ไปขว้างนกขว้างปลา ก้อนหินนั้นก็มาถูกศีรษะท่าน ก็ด้วยอำนาจกรรมที่ท่านไปฆ่าคนเป็นจำนวนมาก ถึงแม้บวชแล้วกรรมนั้นก็ยังไม่หมด จนอยู่ต่อมาท่านได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์

กรรมที่เป็นกุศลอุปฆาตกรรมคืออรหันตมรรค อรหันตผล ก็ไปตัดอกุศลกรรมต่างๆ ไม่ให้มีโอกาสส่งผลต่อไป ที่ว่าไม่มีโอกาสส่งผล คือแทนที่องคุลิมาลนั้นจะต้องไปตกนรกเมื่อตายจากโลกมนุษย์นี้ ก็สิ้นสุดลง เพราะว่าความสำเร็จเป็นพระอรหันต์นั้น การเกิดใหม่ไม่มีแล้ว ภพชาติสิ้นสุดลง ฉะนั้นอรหัตมรรค อรหัตผล ก็เป็นกุศลอุปฆาตกรรมที่ไปตัดอกุศลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรรมเล็กน้อย เศษกรรมใดๆ ก็ตาม ไม่มีโอกาสส่งผลอีกต่อไป กรรมนั้นก็สิ้นสุดลง อย่างนี้ก็เพราะอำนาจของกุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดอกุศลกรรม ไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป เพราะภพชาติไม่มีอีกแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2552 , 09:18:44 น.] ( IP = 58.9.149.141 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อความเกิดไม่มีอยู่ วิบากกรรมก็ไม่มี คือวิบากกรรมที่ยังมีอยู่ ก็เพราะว่าความเกิดยังมีอยู่ถ้ารูปนามเกิดขึ้นตราบใด อย่างเรามีรูป มีนาม มีร่างกายจิตใจ ร่างกายกับจิตใจถือเป็นวิบากกรรม เป็นผลของกรรม เมื่อเป็นผลของกรรม เราก็ต้องใช้กรรมไป ก็ต้องรับผลกรรมนั้น กรรมมันก็มาสนองที่จิตใจทางหนึ่ง ที่ร่างกายทางหนึ่ง มี ๒ ทาง แต่ว่าเศษกรรมอื่นๆ ที่เราได้รับกันนี้ ก็คือ ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ครบหมดทั้ง ๖ ทาง เมื่อจำแนกโดยย่อแล้วก็มี ๒ ทาง คือ รูปกับนาม

รูป หมายถึงร่างกาย
นาม หมายถึงจิตและเจตสิก

ทั้งสองอย่างนี้เป็นผู้รับผลของกรรม ฉะนั้น เมื่อรูปนามนี้ไม่เกิดอีก กรรมก็ไม่มีโอกาสที่จะสนองผลต่อไป กรรมนั้นก็สิ้นสุดลง อันนี้เรียกว่ากุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดรอนอกุศลกรรม มิให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป

องคุลิมาลฆ่าคนมากก็จริง แต่กรรมที่ฆ่าคนไม่ถึงขั้นอนันตริยกรรม ถ้าพระพุทธเจ้าไม่เสด็จไปโปรดก่อน องคุลิมาลอาจจะฆ่าแม่ของตัวเอง เพราะแม่เตรียมที่จะไปเยี่ยมลูกแล้ว แล้วองคุลิมาลก็อาจจะจำแม่ไม่ได้ อาจจะฆ่าแม่เสียอีกคนหนึ่ง ถ้าองคุลิมาลฆ่าแม่เป็นอนันตริยกรรม องคุลิมาลจะไม่ได้ฌาน จะไม่ได้มรรคผล เพราะว่า อกุศลที่เป็นอนันตริยกรรมรุนแรงมาก ตัดวิบากที่เป็นฌาน ที่เป็นมหัคคตกุศลทำไม่ขึ้นโลกุตตรกุศลทำไม่ขึ้น

คนฆ่าพ่อฆ่าแม่นั้นจะไม่มีทางได้สำเร็จฌาน ไม่มีทางสำเร็จมรรคผล จะทำได้ก็เพียงแต่กามาวจรกุศลเท่านั้น พระพุทธองค์จึงรีบเสด็จไปโปรดเสียก่อน ฉะนั้น กรรมที่องคุลิมาลฆ่าคนทั่วๆ ไปนี้ไม่ถึงขั้นอนันตริยกรรม ฉะนั้น กุศลที่ท่านสร้างสำเร็จอรหันต์ขึ้น อรหันตมรรค

อรหันตผลที่เป็นกุศลกรรมนี้ จึงไปตัดรอนกรรมที่เป็นอกุศลนั้นทั้งหมด ในกรณีเช่นนี้เรียกว่า กุศลอุปฆาตกรรมไปตัดรอนอกุศลกรรมไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2552 , 09:24:17 น.] ( IP = 58.9.149.141 : : )


  สลักธรรม 4

มาทความเข้าใจในเรื่องของกรรมต่อค่ะ... กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [14 เม.ย. 2552 , 12:47:49 น.] ( IP = 58.8.54.61 : : )


  สลักธรรม 5



กราบขอบพระคุณมากค่ะ ..สาธุ

โดย น้องกิ้ฟ [14 เม.ย. 2552 , 15:23:23 น.] ( IP = 58.9.154.28 : : )


  สลักธรรม 6


มาศึกษาต่อค่ะ

...กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ...

โดย พี่ดา [20 เม.ย. 2552 , 10:54:53 น.] ( IP = 124.121.177.74 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org