| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อุปฆาตกกรรม (๒)
ตอนที่ผ่านมา
ประการที่ ๒ ที่ว่า กุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดกุศลชนกกรรมไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป
เช่นผู้ที่สร้างกุศลมา อย่างเราบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เป็นกามาวจรกุศล อยู่ต่อมาเราบำเพ็ญกุศลสูงขึ้นถึงขั้นภาวนากุศล เจริญวิปัสสนาภาวนา เจริญสมถะ เมื่อเราเจริญสมถะ เราสำเร็จฌาน รูปฌาน อรูปฌาน เป็นมหัคคตกุศล (กุศลที่ถึงความเป็นใหญ่และประเสริฐ) เมื่อได้รูปฌาน อรูปฌาน ที่เป็นมหัคคตกุศลแล้ว มหัคคตกุศลนี้ก็ไปตัดรอนกามาวจรกุศลไม่ให้มีโอกาสส่งผล เพราะกามาวจรกุศลก็จะส่งผลแค่กามาวจรภูมิ เกิดในเทวภูมิ แต่เมื่อเราสร้างกุศลที่เป็นมหัคคตกุศลแล้วนี้ มหัคคตกุศลก็ส่งผลให้รูปภูมิ อรูปภูมิขึ้นไป กามาวจรกุศลก็ไม่มีโอกาสส่งผล อันนี้ก็เพราะกุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดรอนกุศลกรรมอื่นๆ ไม่ให้มีโอกาสส่งผล
หรือเมื่อเราเจริญถึงโลกุตตรกุศลด้วยวิปัสสนาภาวนา อำนาจของวิปัสสนาภาวนานี้ซึ่งเป็นโลกกุตตรกุศล ส่งผลให้ถึงโลกุตตรกุศล โลกุตตรกุศลก็ไปตัดรอนมหัคคตกุศล มหัคคตกุศลหรือรูปฌาน อรูปฌาน แทนที่เราจะได้ไปเกิดในรูปพรหม อรูปพรหมนั้นก็ไม่ต้องเกิด ฉะนั้น มหัคคตกุศลเหล่านี้ก็ไม่มีโอกาสส่งผลอีกต่อไป ผู้นั้นก็ได้รับกุศลที่เป็นโลกุตตรกุศลคือสำเร็จมรรคผล นิพพาน กุศลที่มีอำนาจสูงขึ้นก็ไปตัดกุศลที่มีอำนาจต่ำกว่าไม่ให้มีโอกาสส่งผล แม้แต่ในมหัคคตกุศลเอง
อย่างการเจริญอรูปฌาน ผู้ที่เจริญอรูปฌานถึงวิญญาณัญจายตนฌานๆ ก็ไปตัดกุศลที่ได้มาคืออากาสานัญจายตนฌาน ซึ่งเป็นฌานที่ ๑ ไม่ให้มีโอกาสส่งผลต่อไป ทีนี้ถ้าเจริญถึงฌานที่ ๓ ฌานที่ ๓ ก็มาตัดฌานที่ ๒ ไม่ให้มีโอกาสส่งผล ถ้าได้ฌานที่ ๔ ฌานที่ ๔ ก็มาตัดรอนฌานที่ ๓ ไม่ให้มีโอกาสส่งผล อย่างนี้เรียกว่า กุศลไปตัดกุศล ไม่ให้มีโอกาสส่งผลต่อไป นี้โดยความหมาย
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 เม.ย. 2552 , 09:53:17 น.] ( IP = 58.9.153.85 : : )
สลักธรรม 1
ประการที่ ๓ ที่ว่า อกุศลอุปฆาตกกรรมตัดกุศลชนกกรรมไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป
เช่นอย่างบางท่านบางคนเจริญกุศล เจริญฌาน จนได้รูปฌาน อรูปฌาน อยู่ต่อมาไปกระทำอนันตริยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๕ อย่าง แล้วอกุศลของอนันตริยกรรมเหล่านั้น ก็ไปเป็นอุปฆาตกรรม ตัดมหัคคตกุศลกรรมนี้ ไม่ให้มีโอกาสส่งผลต่อไป ท่านยกตัวอย่างพระเทวทัต
พระเทวทัตออกบวชจากศากยตระกูล พระเทวทัตนี้บำเพ็ญฌานจนสำเร็จรูปฌาน สำเร็จรูปฌาน มีฤทธิ์มาก มีอภิญญามาก อยู่ต่อมาพระเทวทัตคิดปลงประชนม์พระพุทธเจ้า เริ่มตั้งแต่ทำสังฆเภท แล้วก็กลิ้งก้อนหินลงมาจากภูเขาให้ทับพระพุทธเจ้า เพียงสะเก็ดหินไปถูกที่พระบาทของพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต ใน ๒ กรณีเช่นนี้ ถือว่าเป็นอนันตริยกรรมของพระเทวทัต ฌานที่เคยได้ มหัคคตกุศลที่ตนเองเคยได้ก็เสื่อมลงเพราะอะไร...?
เพราะอำนาจของอนันตริยกรรมที่ตนเองทำ ก็ทำให้กุศลที่ตนเองสร้างมาเสื่อมลง เพราะอกุศลมีอำนาจแรงกว่า ก็ไปตัดรอนกุศลให้เสื่อมลง จนพระเทวทัตต้องตกอเวจีมหานรกในที่สุด อันนี้ด้วยอำนาจของอกุศลเรียกว่า อกุศลอุปฆาตกรรม ไปตัดรอนกุศลชนกกรรมอื่นๆ ไม่ให้มีโอกาสส่งผลต่อไป นี้ประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่ง อุปฆาตกรรมที่ตัดรูปนามอันเกิดจากชนกกรรมนั้นๆ ให้เสียไป ซึ่งมีอยู่ ๔ ประเภท
ประเภทที่ ๑ กุศลอุปฆาตกกรรม ไปตัดรูปนามที่เป็นอกุศลวิบากอย่างหนึ่ง
ประเภทที่ ๒ กุศลอุปฆาตกกรรม ไปตัดรูปนาที่เป็นกุศลวิบากอย่างหนึ่ง
ประเภทที่ ๓ อกุศลอุปฆาตกรรม ไปตัดรูปนามที่เป็นกุศลวิบากอย่างหนึ่ง
ประเภทที่ ๔ อกุศลอุปฆาตกรรม ไปตัดรูปนาที่เป็นอกุศลวิบากอย่างหนึ่ง
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 เม.ย. 2552 , 09:54:22 น.] ( IP = 58.9.153.85 : : )
สลักธรรม 2ประเภทที่ ๑ กุศลอุปฆาตกกรรม ไปตัดรูปนามที่เป็นอกุศลวิบาก
ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่ตายไปแล้ว ในขณะที่เป็นมนุษย์ และเมื่อตายจากมนุษย์นี้ไปเกิดเป็นสัตว์นรก ในนิรยภูมิ ร่างกายและความเป็นไปก็ทรมานอยู่ในนรกได้รับความลำบากมาก
อยู่ต่อมาวันหนึ่งก็เห็นเปลวไฟนรกที่ลุกเป็นสีเหลือง ก็นึกขึ้นมาได้ว่าในระหว่างที่อยู่ในโลกมนุษย์ ตนเองเคยสร้างกุศลไว้ กุศลที่เคยสร้างนั้น ก็คือเคยบวชพระ ถวายจีวรพระ เคยปิดทองพระพุทธรูป พอไปเห็นเปลวไฟนรกที่เป็นสีเหลืองก็นึกถึงจีวรที่เคยถวายพระขึ้นมาได้ ระหว่างที่เป็นสัตว์นรกนึกว่า เออ เราเคยบวชพระ เราเคยถวายจีวรพระ เราเคยปิดทองพระ
พอระลึกถึงกุศลได้อย่างนี้ อำนาจของกุศลที่ระลึกได้ซึ่งเป็นกุศลกรรมเก่า ก็มาเป็นอุปฆาตกกรรมมาตัดรอนอกุศล คือรูปนามที่ตัวเองได้เสวยได้รับในนรกนี้ให้สิ้นสุดลง ก็ทำให้สัตว์นรกนั้นนึกถึงกุศลและก็ตายจากนรก คือจุติจากนรกนั้น ไปปฏิสนธิในมนุษย์และเทวโลกได้
อย่างนี้ก็ด้วยอำนาจของกุศล ที่ตนเองเคยทำมานี่เอง แล้วก็บางประเภทระลึกได้ด้วยตนเอง บางประเภท ด้วยอำนาจของพระยายมไปเตือนสติ พระยายมราชเตือนสติให้ เมื่อเตือนสติ ให้ก็ระลึกได้ และอำนาจกุศลที่ระลึกได้ก็ช่วยให้พ้นจากขุมนรกนั้น
เรามีปัญหาถามกันอยู่เสมอ อย่างที่เราทำบุญอุทิศให้คนตายจะถึงจริงไหม บางคนถามอย่างนี้ บางคนก็บอกว่า หมอที่เขานั่งทางในเห็นพ่อเห็นแม่ที่ตายไปตกนรก และก็แนะว่า ต้องซื้อจีวรไปถวายพระก็จะช่วยได้ เขาไปทำสังฆทานเอาจีวรไปถวายพระ ถามว่ากุศลนี้จะส่งผลถึงพ่อได้ไหม พ่อจะได้รับไหม แม่จะได้รับไหม เพื่อจะได้พ้นจากความทุกข์ทรมานในนรก
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 เม.ย. 2552 , 09:54:56 น.] ( IP = 58.9.153.85 : : )
สลักธรรม 3ตามหลักฐานที่ท่านแสดงไว้ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ถ้าสัตว์เหล่าใดตกนรก การที่เราตั้งจิตอุทิศแผ่ส่วนกุศลไปให้นั้น สัตว์นรกรับยาก ยากจริงๆ แต่ว่าถ้าญาติของเราเกิดเป็นเปรต และเปรตนี้ก็ต้องเป็นปรทัตตูปชีวีเปรต เราตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลไปให้ถึงรับได้ แต่ถ้าถึงนรก ท่านบอกว่ารับยาก
ที่รับยากเพราะอะไร...? เพราะในนรกทุกขเวทนาแก่กล้ามาก ทุกขเวทนาเผ็ดร้อน เมื่อคนเรามีทุกข์มาก จิตที่จะคิดถึงกุศลมีน้อย เพราะความทุกข์มันทำให้เกิดโมหะ ทำให้ผู้นั้นนึกถึงกุศลน้อย ฉะนั้น เราจะตั้งจิตอุทิศไปอย่างไรก็ไปไม่ถึง โบราณของเราจึงใช้วิธีนี้ ส่งเป็นทอดๆ ไป ส่งอย่างไร...?
วิธีส่งเป็นทอดๆ ไป คือเราบำเพ็ญกุศลครั้งใดก็ตาม นอกจากเราจะอุทิศให้ญาติแล้ว เราแผ่ส่วนกุศลให้พระยายมราชด้วย แล้วก็สั่งเสียท่านไปว่า ให้พระยายมราชช่วยส่งข่าวหรือดลจิตดลใจญาติของเรา ถ้าหากไปตกนรกในขุมใดก็ตาม ใช้คำว่า ถ้า เผื่ออาจจะไม่ได้ตกหรืออยู่ที่ใดก็ตาม ขอให้ดลจิตดลใจให้เขามีสติระลึกถึงกุศลที่เรากำลังอุทิศนี้ให้ด้วย
แล้วคนโบราณเวลาแผ่ส่วนกุศลกรวดน้ำ ท่านจะแผ่ทั่วไปหมดแก่สรรพสัตว์ แผ่ถึงพระยายมราช ยมบาล แผ่ให้หมด เพื่อให้ท่านเหล่านี้ได้รับส่วนบุญส่วนกุศล จึงใช้วิธีส่งเป็นทอดๆ เพื่อจะได้เตือนสติให้ระลึกได้
พอระลึกถึงกุศลได้ อำนาจของกุศลนี้ก็ทำให้สัตว์นรกนั้นพ้นจากความทุกข์ในนรก ไม่ต้องเสวยทุกข์อีกต่อไป ก็ตายจากนรกมาเกิดเป็นมนุษย์ก็เรียกว่าพ้นแล้ว รูปนามพ้น พ้นจากนรกมาเป็นรูปนามในโลกมนุษย์นี้
หรือบางคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่เป็นคนที่ยากจน และมีโรคภัยเบียดเบียนอยู่เสมอ รักษาก็ไม่หาย มีแต่ความลำบากกาย ลำบากใจตลอดเวลา อยู่ต่อมาก็หาที่พึ่ง รักษาศีล เข้าวัด ฟังธรรม ตั้งตนอยู่ในศีลในธรรมอันดีงาม เสร็จแล้วอำนาจของกุศลที่ตนทำด้วยการอุปัฏฐากพระสงฆ์ สามเณรให้เป็นสุข ดูแลภิกษุสามเณรให้เป็นสุข เอาใจใส่พระภิกษุสามเณร แล้วบำเพ็ญกุศลอยู่ตลอดเวลา
อำนาจกุศลนี้ก็ทำให้เป็นสุข เอาใจใส่พระภิกษุสามเณรแล้วบำเพ็ญกุศลอยู่ตลอดเวลา อำนาจกุศลนี้ก็ทำให้โรคภัยไข้เจ็บหายไป อย่างนี้เขาเรียกว่ากุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดรอนอกุศลให้หมดไป โรคที่เคยมีก็หายไป แล้วก็เป็นคนที่มีฐานะดีขึ้น ใครเห็นก็เกิดความรักใคร่สงสาร เมตตาปรานี อุปถัมภ์ค้ำจุนอยู่ตลอดเวลา ก็ด้วยอำนาจของกุศลที่ตนเองมาสร้างไว้ในพระศาสนา
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 เม.ย. 2552 , 09:55:22 น.] ( IP = 58.9.153.85 : : )
สลักธรรม 4ประเภทที่ ๒ กุศลอุปฆาตกรรมไปตัดรูปนามที่เป็นกุศลวิบาก
รูปนามที่เป็นกุศลวิบากคืออะไร ก็คือรูปนามที่เราได้มาในปัจจุบัน ถือเป็นกุศลวิบาก ตัวอย่างเช่น เราเกิดมามีอวัยวะครบถ้วน ๓๒ ประการแล้ว เราก็มีจิตใจดี เป็นสัมมาทิฏฐิ ถือว่าเรามีรูปนามที่ดีแล้ว อยู่ต่อมาเราได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า เกิดศรัทธาซาบซึ้งในธรรมะ ไตร่ตรองธรรมจนเห็นรูปเห็นนาม สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในขณะที่ยังเป็นฆราวาสอยู่ สำเร็จเป็นพระอรหันต์
อรหันตมรรค อรหันตผล นี้ถือว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเราสำเร็จเป็นอรหันต์แล้ว เรามีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ ๑ วันเท่านั้น ถ้าไม่บวชก็ตาย ที่ตายนี่เพราะอะไร...?
ที่ตายก็เพราะอำนาจกุศลที่ตนเองได้ เป็นอุปฆาตกรรม ไปตัดกุศลรูปนามให้สินสุดลง เพราะอะไร เพราะว่าคุณธรรมคืออรหันตมรรค อรหัตผลนี้ เพศฆราวาสไม่สามารถจะรองรับได้ เพศฆราวาสจะรองรับกุศลได้เพียงแค่ศีล ๕ ศีล ๘ เท่านั้น ถ้ากุศลสูงขึ้นไป กุศลก็มาตัดรอนรูปนามให้สิ้นสุดลง อยู่ไม่ได้ ต้องตาย วิธีรอดก็คือต้องบวช ถ้าเป็นพระเป็นเณรไม่ตาย
อรรถกถาจารย์ ท่านยกตัวอย่างน้ำมันของราชสีห์ น้ำมันของราชสีห์ ที่เราเอามาเคี่ยวเป็นน้ำมัน เหมือนเราเคี่ยวน้ำมันหมูอย่างนี้ ท่านกล่าวว่าน้ำมันของราชสีห์นี่ ภาชนะที่จะรองรับน้ำมันของราชสีห์ได้นั้น ก็คือภาชนะทองคำ ต้องเป็นทองคำถึงจะรองรับน้ำมันราชสีห์ได้ ถ้าเราใช้ภาชนะอื่นไปรองรับไว้ เช่นเอาปี๊บ เอากะละมัง เอากระถางอะไรก็ตาม ไปรองไว้ น้ำมันจะระเหยแห้งไปหมด รองไว้ไม่อยู่ แต่ถ้าเป็นภาชนะทองคำรองน้ำมันราชสีห์ไว้อยู่ เพราะถือว่าราชสีห์เป็นสัตว์ที่มีศักดิ์ศรีสูง น้ำมันก็ต้องเอาทองคำรองไว้ถึงจะอยู่ อย่างอื่นไม่อยู่
อรรถกถาจารย์ท่านว่าไว้อย่างนั้น แต่ว่าเราจะทดลองกันดูบ้างหรือยังไม่ทราบ น้ำมันราชสีห์นี้ต้องรองด้วยภาชนะทองคำจึงอยู่ ฉันใดก็ดี คุณธรรมคืออรหัตมรรค อรหัตผลนี้ เพศฆราวาสไม่สามารถจะรองรับได้ ถ้าหากว่าสำเร็จแล้วไม่บวช ก็จะต้องตายภายใน ๑ วัน แต่ถ้าบวชแล้วก็ไม่ตาย ต้องบวชเป็นพระอยู่ได้ เพราะว่าเป็นกุศลกรรมที่สูงมากจึงจะสามารถดำรงชีวิตไว้ได้ อันนี้เรียกว่า กุศลอุปฆาตกกรรม ไปตัดรอนรูปนามที่เป็นกุศลวิบากให้สิ้นสุดลงในลักษณะอย่างนี้
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 เม.ย. 2552 , 09:55:43 น.] ( IP = 58.9.153.85 : : )
สลักธรรม 5กราบขอบพระคุณมากค่ะ
อำนาจของอุปฆาตกรรมมีความพิเศษอย่างยิ่งค่ะโดย น้องอุ๊ [15 เม.ย. 2552 , 11:59:49 น.] ( IP = 125.24.9.66 : : )
สลักธรรม 6ตามมาศึกษาอำนาจของกรรมต่อค่ะ...กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
โดย เซิ่น [15 เม.ย. 2552 , 22:16:39 น.] ( IP = 58.8.48.4 : : )
สลักธรรม 7
มาศึกษาต่อค่ะ
...กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ...
โดย พี่ดา [21 เม.ย. 2552 , 10:50:07 น.] ( IP = 124.121.173.209 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |