| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทำมาลัยคล้องใจคน ทำให้ตนมีแต่ความสุข
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
พระพุทธโอวาทนี้ได้ชี้ชัดว่า ทุกอย่างจะสำเร็จประโยชน์ก็ต่อเมื่อนำไปทำตาม เมื่อเราเรียนเรื่องโลภ โทสะ โมหะแล้วก็อย่าเรียนแค่รู้เท่านั้น แต่ต้องเอามารู้สึกตัวเองด้วยว่าเมื่อเรารู้ว่าเป็นฝ่ายอกุศลและเป็นของไม่ดี ซึ่งมันเกิดขึ้นได้เพราะสภาพธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตาธรรมที่ไม่สามารถบังคับบัญชาอะไรได้ แต่เราก็มีสิ่งที่เป็นเครื่องระลึกรู้ฝ่ายกุศลที่ทำให้เกิดสติสัมปชัญญะ เกิดการละวางหักห้ามใจเพื่อจะได้หยุดยั้งยังประโยชน์ในสิ่งที่ต่างๆ ได้
เมื่อสักครู่นี้เราสวดธัมมจักฯ พระสูตรนี้เป็นธรรมที่มีฤทธิ์และมีอำนาจมาก เพราะไม่ได้พูดถึงสิ่งใดเลยนอกจากทางมรรค ๘ ซึ่งเป็นทางเดินสู่ความพ้นทุกข์ที่เริ่มต้นด้วยสัมมาทิฏฐิ และเมื่อพูดถึงคำนี้แล้วก็นึกถึงคำถามที่ถูกถามเมื่อวานนี้ว่า "ถ้าหากเราไปเจอครูบาอาจารย์ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิแล้วเราไม่แย่หรือ?"
เมื่อเรามองไปแล้วเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่า ครูคนไหนมีสัมมาทิฏฐิ เพราะหน้าตาไม่ได้บ่งบอกถึงความมีสัมมาทิฏฐิ แต่เมื่อใดที่เราพยายามบรรจุสัมมาทิฏฐิเข้าไปในชีวิตเรา เราก็จะสามารถสแกนผู้อื่นได้เอง ว่าคำพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ ? แต่ถ้าในขณะนี้เรายังไม่มีความรู้ยังไม่มีแสงสว่างในชีวิตเสียก่อนแล้วจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปรู้ผู้อื่น ..การศึกษาเรื่องของตัวเองจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
เราได้เรียนกันมามากแล้ว หลายคนเรียนมาจนจบอภิธรรมบัณฑิตแล้วก็มาเรียนซ้ำเป็นรอบที่สองที่สาม ซึ่งเป็นการมาใช้ชีวิตที่น่ารักมากเพราะมาอยู่ในรอบแห่งการเดินทางที่เต็มไปด้วยพระสัทธรรมและเป้าหมายเพื่อมาหาประโยชน์ทางธรรม ซึ่งประโยชน์ที่มาหานี้ก็หาไม่ได้ง่ายๆ และเมื่อทำแล้วก็จะได้ประโยชน์ไพศาลคือความสิ้นสุดทุกข์
ชีวิตของเรานั้นอยู่เฉยๆ ไม่ได้ และเมื่อคืนนี้ก็ได้รับคำแนะนำให้บริหารร่างกาย ก็คิดว่า ใช่! ตอนนี้มีการรณรงค์การบริหารร่างกาย ยิ่งแก่ก็จะยิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ เพราะยิ่งนั่งก็ยิ่งค่อม เห็นอะไรก็ไม่สดสวยเหมือนเมื่อก่อน เห็นดอกกุหลาบก็ไม่ค่อยสวย วาเลนไทน์ก็ไม่อยากมี สงกรานต์ก็รู้สึกเฉยๆ ต่างกับเมื่อก่อนนี้ที่วิ่งสาดน้ำกันพล่านเลย แต่เดี๋ยวนี้เห็นน้ำแล้วก็กลัวน้ำ ไม่สดชื่น เพราะเราได้ผ่านอะไรกันมามากมายแล้ว
โดย น้องกิ๊ฟ [19 เม.ย. 2552 , 14:13:00 น.] ( IP = 58.9.100.49 : : )
สลักธรรม 2
ชีวิตของคนแก่จึงอยู่แคบๆ นั่งคิดไปสารพัด เช่น คิดว่าเมื่อไหร่จะตาย คิดห่วงลูกหลาน คนแก่นั้นมีแต่ความคิดเพราะร่างกายไม่ชอบที่จะไปไหนแล้วเอาแต่นั่งกอดเข่าเจ่าจุก จึงต้องออกกำลังบริหารร่างกายไม่ให้หยุดนิ่ง เพราะอะไรไม่ใช้มันก็เสื่อม
แต่ถ้าหากมองในทางธรรมแล้วจะพบความตรงกันข้าม..ภายใต้ชีวิตที่ประกอบไปด้วยสองส่วนคือร่างกายกับจิตใจนั้น ส่วนของร่างกายจะต้องมีความเคลื่อนไหวเพื่อบริหารให้กระฉับกระเฉง แต่ทางด้านจิตใจนั้นจะต้องมีความสงบให้มาก อย่าให้มีการนึกคิดอยู่ตลอดเวลา
เพราะในขณะที่เราตื่นอยู่นั้นจะมีอารมณ์เข้ามาอยู่ตลอดเวลาทางทวารทั้งหก แล้วเราก็นำไปผสมกับของเก่าที่เราชอบชังและก็แสดงออกไป ความฟุ้งซ่านที่เราคิดอยู่นี้ก็จะกระจายไปทั่วในเรื่องต่างๆ แม้จะอยู่ไกลแสนไกลจิตก็เดินทางไปได้โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน อย่างตอนนี้คิดไปถึงลูกศิษย์ที่อยู่ชิคาโกและใกล้จะถึงกลับมาแล้ว
ดังนั้น เมื่ออายุมากขึ้นแล้วท่านก็ให้มีการสวดมนต์ทำสมาธิเพื่อให้ความคิดที่มีมากนั้นรวมเป็นจุดเดียวอย่างมีอำนาจจิต
โดย น้องกิ๊ฟ [19 เม.ย. 2552 , 14:13:58 น.] ( IP = 58.9.100.49 : : )
สลักธรรม 3
เมื่อเราได้ศึกษามาแล้วก็จะทราบว่า ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิเป็นต้นไปจนถึงสัมมาสมาธินี้เป็นทางเดินที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจัดวางไว้ให้ โดยเริ่มต้นจากการมีความเห็นถูกต้อง..สัมมาทิฏฐิ แล้วก็ดำริออกจากกามเหล่านั้น..สัมมาสังกัปปะ แล้วก็มีสัมมาอื่นๆ อีกหกประการที่ล้วนแล้วแต่เป็นทางเดินที่จะทำให้โคตรปุถุชนคือผู้ที่หนาแน่นไปด้วยกิเลสถูกโอนไปสู่โคตรอริยะชน
บทสวดเมื่อเช้าจึงไม่ได้เน้นอะไรนอกไปจากมรรคอันมีองค์แปด ซึ่งท่านที่เต็มพร้อมมาแล้วคือพระอัญญาโกณฑัญญะจึงมีดวงตาเห็นธรรม ต่อจากนั้นพระพุทธองค์ก้ได้ตรัวอนัตตลักขณสูตรให้ปัญจวัคคีย์ได้บรรลุธรรมเหมือนกันหมดเป็นพระอริยะบุคคล
อย่างเราๆ นี้ก็อย่าไปมองอย่างชื่นชมว่า โอ้โห..พวกท่านไปกันแล้ว แต่เราจะต้องเดินตามท่านไปด้วย เหมือนกับที่เรามองเห็นฝั่งข้างโน้นแล้วรู้สึกชอบมา แต่เราไม่เคยคิดแม้แต่จะหาทางข้ามฝั่งไปเลย ..ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลย
แม้เราจะอยู่ฝั่งยี้ยังไม่ข้ามโคตรก็จริงแต่ก็ต้องเตรียมเดินทาง แล้วก็หาทางว่าเราจะข้ามท่าเหล่านั้นไปได้อย่างไร เราจต้องมีความพยายามหาวิธีที่จะข้ามไปให้ได้ทุกๆ วัน เพราะเวลาไม่คอยท่า..วันนี้ ๑๙ เมษายนแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงวันวิสาขบูชา แล้วก็ถึงครึ่งปี จากนั้นก็ไปสู่วันสิ้นปีที่เหมือนกับการใกล้จะสิ้นชีวิตเข้าไปเรื่อยๆ
เมื่อเราแก่แล้วเราก็ควรมีการดำรงชีวิตอย่างมีหลักในการเดินทางบ้าง โดยในปีใหม่ไทยคราวนี้จึงขอให้รหัสชีวิตเป็นเลขท้ายสามตัวแก่ทุกท่านเป็นตัวเลขประจำใจ คือ ๕ - ๔ - ๘ "อย่า ๕ มี ๔ ยอม ๘"ซึ่ง ถ้าหากใครสามารถทำเลขสามตัวนี้ได้ ชีวิตก็จะไปสูงขึ้น แต่ถ้าทำไม่ได้ชีวิตก็จะตกต่ำลงอบาย
โดย น้องกิ๊ฟ [19 เม.ย. 2552 , 14:14:13 น.] ( IP = 58.9.100.49 : : )
สลักธรรม 4
"อย่า ๕ มี ๔ ยอม ๘"
อย่า ๕ คือ อย่าผิดศีลห้า ..ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่เสพสุรายาเมา.. นับตั้งแต่วันนี้ไปขอให้พยายามรักษาขันธ์ห้าให้มีศีลห้าครองอยู่ เพราะศีลเป็นเครื่องมือเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่มรรคผลนิพพานเพื่อสิ้นสุดจากทุกข์ได้
มี ๔ คือ มีพรหมวิหารธรรมทั้งสี่ ..เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา..
ยอม ๘ คือ ยอมรับโลกธรรมทั้งแปด ..ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์.. เราต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อมีลาภ..ลาภนั้นก็ต้องมีความเสื่อมไป เหมือนกับการมีเงินเดือนซึ่งเป็นลาภของเรา เมื่อรับมาเป็นปึกๆ แล้วก็ต้องจ่ายออกไป
เมื่อมียศ..ก็ต้องมีเสื่อมยศ ไม่ว่าจะใหญ่จะโด่งดังแค่ไหนก็ต้องกลายเป็นศพลงโลงกันหมด เหมือนกับคำที่ว่า "เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย นอนในโลงใบแคบแคบโอบแนบกาย ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา" จึงต้องยอมรับเสีย
เมื่อมีสุข..ก็ต้องมีทุกข์ เมื่อมีทุกข์..ก็ต้องมีสุข ที่คละเคล้ากันอยู่โดยไม่มีอะไรอยู่ฝ่ายเดียว และเมื่อมีสรรเสริญ..ก็ย่อมมีนินทา เราจะให้ใครเขารักเราอยู่อย่างเดียวก็เป็นไปไม่ได้ ใครเขาจะเกลียดเราตลอดเวลาก็เป็นไปไม่ได้ มันเป็นอารมณ์หนึ่งๆ ซึ่งควบคุมไม่ได้ ..เราจึงต้องวางชีวิตไว้ในหลักเหล่านี้ให้มาก
โดย น้องกิ๊ฟ [19 เม.ย. 2552 , 14:14:29 น.] ( IP = 58.9.100.49 : : )
สลักธรรม 5
และท่านก็บอกว่า ให้"หยุด ๕ อย่า ๔ คงที่ ๘"
หยุด ๕ คือหยุดทำชั่วห้าอย่างนั่นเอง ไม่ทำผิดศีล
อย่า ๔ คือ อย่าเบียดเบียนใคร อย่าให้ร้ายใคร อย่าไม่พอใจใคร และอย่าเอาแต่ใจตนเองมากไป
คงที่ ๘ คือ ทางมรรคแปดนั่นเองให้พยายามปฏิบัติไว้ ไม่ใช่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไกลแล้วจะทำไม่ได้ เช่นเรื่องสัมมาทิฏฐิ ..ความเห็นชอบก็ต้องพยายามเห็นให้ถูกต้องว่า นี่เป็นวิบากนะ นี่เป็นกรรมนะ ที่เราได้รับทุกวันนี้เป็นวิบาก ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเราก็เป็นเพียงวิบาก จะดีหรือไม่ดีก็เป็นเพียงวิบากที่ส่งผลมา แต่ที่เรากำลังทำใหม่ทางกาย วาจา และใจอยู่ทุกวันนี้เป็นกรรมนะ ..เอาแค่นี้ นี่คือการสร้างสัมมาทิฏฐิให้เกิดขึ้นทุกวันๆ
แล้วก็ดำริชอบว่า ..เราจะไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพยายามทำตัวเองเป็นคนดี เราจะพยายามกำจัดกิเลส กำจัดความฟุ้ง พยุงวิริยะ ทำลายมานะ และละกิเลส ..นี่คือการคงที่ให้ได้ ๘ แล้วก็ต้องพยายามมีสติปัญญา มีการสวดมนต์ทำสมาธิ พยายามทำความดีให้ได้มากๆ เพราะเรื่องของความดีนั้นเป็นสิ่งที่น่าทำ
โดย น้องกิ๊ฟ [19 เม.ย. 2552 , 14:14:49 น.] ( IP = 58.9.100.49 : : )
สลักธรรม 6
เมื่อวานนี้ได้ไปเยี่ยมลูกศิษย์คนหนึ่งที่บ้าน ไปเยี่ยมแล้วก็เศร้าใจกับชีวิตคนแก่ ที่อยู่ในความชราแล้วก็ยังมีพยาธิที่กำลังเดินทางไปสู่มรณกรรม ..เราไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา หรือกับใครต่อใคร เพราะต่างคนต่างมีกรรมเป็นของตน ต่างมีกรรมเป็นทายาท ต่างมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
เมื่ออาทิตย์ก่อนๆ ก็ได้เห็นลูกศิษย์ .. แต่พอมาอาทิตย์นี้พี่เขาก็มาไม่ได้ พูดไม่ชัดแล้ว และก็มีความจำสั้นๆ พูดวนไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ได้แนะนำให้พาไปเข้าโรงพยาบาลเพราะลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่อาจทำให้เป็นอัมพฤกษ์ได้ ..ชีวิตคนแก่จึงน่าสงสาร แล้วชีวิตของเราล่ะเราก็แก่แล้วและพร้อมที่จะเป็นอะไรก็ได้ ไม่รู้ว่าจะพบมฤตยูมืดคือไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ตายด้วยโรคอะไร ตายที่ไหน และตายแล้วไปเกิดเป็นอะไร แต่ในวันนี้ที่เรายังมีลมหายใจที่ยังคล่องอยู่ ปากยังพูดชัดถ้อยชัดคำอยู่ ดวงตายังแจ่มใส แล้วเราก็ต้องทำให้ได้อีกอย่างหนึ่งคือ ดวงใจต้องเบิกบาน
เมื่อวานไปเยี่ยมพี่เขาแล้วก็รู้สึกเศร้า เพราะพยายามไปสอนให้พี่เขาสวดมนต์โดยเริ่มต้นบทสวดให้ ซึ่งพี่เขาก็ไม่ยอมสวดต่อแต่พยายามที่จะพูดถึงเรื่องสุนัขที่พี่เขาห่วงใยไปคอยให้อาหาร ได้พยายามที่จะไปให้อารมณ์ที่ดีแต่ก็ไม่สามารถผ่านด่านอารมณ์ที่พี่เขาผูกพันกับสุนัขเข้าไปได้ แต่ก็โชคดีที่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พี่เขานึกถึงเรื่องที่เพิ่งจะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาลมขึ้นมาได้ แต่ก็นึกถึงได้เพียงครู่เดียวเรื่องของสุนัขก็กลับเข้ามาอีก ก็เลยต้องหาสิ่งที่พี่เขาพอจะรู้สึกยินดีขึ้นมาได้ คือ ใบอนุโมทนาบัตร โดยบอกให้พี่เขาดูทุกวันๆ
เมื่อมองพี่เขาแล้วก็เหมือนมองตัวเอง คือ อันตรายของชีวิตเราใกล้เข้ามาทุกที จึงฮึดสู้ว่าเรายังมีกำลังวังชา ยังมีโอกาสอยู่ ..เพราะถ้าหากเราเป็นอย่างพี่เขาก็เกือบจะพูดไม่ได้แล้ว โอกาสหมดแล้ว เพราะกรรมมันจำเพาะเจาะจงมุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไข แล้วเรารู้ไหมว่าเราทำกรรมอะไรมาบ้าง เราจึงประมาทไม่ได้เลยเพราะเราอาจจะเป็นยิ่งกว่านี้ก็ได้ หรือเมื่อเราเดินหรือขับรถออกไปจากที่นี่แล้วเราอาจจะถูกรถชนตายก็ได้ เราจึงประมาทอะไรไม่ได้
และนี่ก็ปัญหาถาวรของชีวิตที่ไม่มีใครหนีได้คือ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ส่วนปัญหาไม่ถาวรที่มีอยู่ในโลกนี้คือความรัก ความเกลียด ความชอบ ความชัง เบื่อขี้หน้านี้ต่างก็มีกันได้สารพัด แต่เราห้ามตัวเองได้ด้วยการทำตนดุจมาลัยคล้องใจคน โดยจะต้องมีความโอบอ้อมอารีมีน้ำใจ วจีไพเราะ มีการสงเคราะห์ผู้อื่น และระวังตนไม่ให้สูงเกินไป ..นี่เป็นปัญหาที่แก้ได้
ความโอบอ้อมอารีมีน้ำใจเป็นมาลัยชีวิต เพราะถ้าหากเรามีต่อใครก็เท่ากับเราไปคล้องใจเขาไว้แล้ว นอกจากนี้ถ้าจะให้คนอื่นเขารักเรา เราก็ต้องมีวจีไพเราะ มีอะไรพอสงเคราะห์ผู้อื่นได้ก็ให้รีบทำ แล้วก็ต้องระวังตนอย่าให้สูงเกินไปคือมีมาตรฐานของตนเองสูงมากซึ่งก็จะอยู่กับใครยาก เราต้องพยายามปรับตนให้เข้ากับผู้อื่นให้ได้ ปฏิรูปตนเองให้เหมือนธาตุน้ำ
เพราะเมื่อนำน้ำใส่ลงไปในแก้วกลมๆ น้ำก็สามารถกลมไปตามแก้วได้ เมื่อใส่ลงไปในแก้วสี่เหลี่ยมน้ำก็เป็นรูปสี่เหลี่ยมได้ อย่างเช่นน้ำที่เราเทลงภาชนะรูปทรงต่างๆ แล้วใส่ไว้ในช่องทำน้ำแข็ง น้ำก็มีรูปร่างไปตามภาชนะที่เราใส่ได้
โดย น้องกิ๊ฟ [19 เม.ย. 2552 , 14:15:07 น.] ( IP = 58.9.100.49 : : )
สลักธรรม 7
เราต้องทำตนเองให้เป็นผู้มีน้ำใจและกล้าหาญ เหมือนรู้ว่าตนเองผิด ก็จะต้องมีความกล้าอันดับแรกคือกล้าที่จะรู้ว่าตนเองผิด แล้วก็กล้าอันดับต่อมาคือกล้าที่จะยอมรับผิด
สิ่งที่นำมาแนะนำนี้ตนเองก็ได้ทำแล้ว และก็พยายามจะทำให้มากขึ้นด้วย เพราะเมื่อได้ทำไปแล้วก็มีความสบายใจเหมือนกับการยกภูเขาออกจากอก หรือปลดม่านพิเศษออกไปจากจิตใจ เมื่อต้องมองไปยังเขาผู้นั้นก็มองอย่างมีความสุขเพราะเราไม่มีอคติในใจ
การยอมรับตนเองแล้วรู้ตนเองว่าผิด แม้จะไม่ต้องไปบอกใครก็ได้เพราะยังไม่กล้าก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ยอมรับว่าเราผิดและเราไม่ดี ..การกระทำเช่นนี้จะให้คุณภาพและคุณค่าต่อชีวิตจริงๆ
นี่คือสิ่งที่นำมาบอกกับทุกท่านว่า พยายามทำให้ตนเองเป็นมาลัยคล้องใจคนให้ได้ และเราก็ยังจะต้องยืนอยู่ด้วยกันโดยเฉพาะอยู่ในบ้านเดียวกัน มูลนิธิเดียวกัน และประเทศเดียวกัน เราจึงต้องรักกันไว้ ดีกันไว้ และถนอมเจตนาที่ดีๆ ต่อกันไว้ เพื่อจูงกันเดินไปในเส้นทางสายเดียวกัน
การนำตนเองออกมายืนยันนี้ก็เพื่อจะบอกกับทุกท่านว่า การชนะผู้อื่นนั้นชนะได้ชั่วคราว แต่การชนะตนเองเป็นการชนะที่ประเสริฐและสบายใจ เพราะความสบายใจนั้นจะต้องแก้ไขที่เราไม่ใช่แก้ไขที่เขาเลย แต่บางครั้งต้องอาศัยเอาที่เราพูดออกไปแล้วยอมรับผิด คือผิดที่เราตั้งมาตรฐานไว้สูง จึงอย่าทำตนเองสูงเกินไปต้องรู้จักหัดปฏิรูปเสียบ้าง อย่าถือว่าฉันอายุมากแล้ว ฉันความรู้มากแล้ว ฉันมีดีแล้ว ...สิ่งเหล่านี้คือความประมาททั้งสิ้น
จึงควรคิดว่าสักวันหนึ่งในวัฏฏะสงสารเรากับท่านผู้นั้นอาจจะได้พบกันอีก แล้วท่านก็อาจเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเราได้ ..หนูอย่างเราจึงอย่าหยามราชสีห์ แล้วราชสีห์อย่งเราก็อย่าหยามหนู ..เพราะต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน จึงต้องรักกันแล้วดีกันไว้ "ทำมาลัยคล้องใจคน ทำให้ตนมีแต่ความสุข" สวัสดีค่ะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [19 เม.ย. 2552 , 14:15:25 น.] ( IP = 58.9.100.49 : : )
สลักธรรม 9อ่านแล้วได้รับคำสอนและข้อคิดต่างๆ ในการดำเนินชีวิตค่ะ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อทำตามคำสอนนั้นๆ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
อนุโมทนากับน้องกิ๊ฟ ที่นำมาประโยชน์มาฝากไว้ค่ะโดย เซิ่น [20 เม.ย. 2552 , 21:01:39 น.] ( IP = 58.8.51.177 : : )
สลักธรรม 10ขออนุโมทนากับคุณครูผู้การุณ คำเตือนที่ช่างไพราะว่า "อันตรายแห่งชีวิตเข้ามาใกล้ทุกที ให้ฮึดสู้เพราะเรายังมีวังชาอยู่ อย่าประมาท
เหมือนสายฟ้าพลังปรมาณูฟาดมาโดนกลางใจ เราประมาท เราเพลินสนุกกับชีวิตนี้เกินไป แต่เราสำนึกผิด ยอมรับว่าผิด เวลาไม่มีมาก วังชาเรากำลังหมดไป แต่ยังไม่สายแก้ไขใหม่ได้ ก่อนไม่มีเวลาให้อีก ขอตั้งใจมั่นจะเพียรปฏิบัติก่อนเวลาหมด กราบขอบคุณธรรมะสกิดใจค่ะโดย ซันไชน์ [21 เม.ย. 2552 , 09:55:08 น.] ( IP = 124.121.45.207 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |