มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


“ครุกรรม” “อาสันนกรรม”




“ครุกรรม” “อาสันนกรรม”


ท่านสาธุชนทั้งหลาย เมื่อครั้งที่แล้ว เราได้ศึกษาถึง อุปฆาตกกรรม ซึ่งก็ได้อธิบายถึงอุปฆาตกกรรมนั้นจบไปตอนหนึ่ง คือเราได้ศึกษาถึง “อกุศลอุปฆาตกกรรม ที่ไปตัดอกุศลชนกกรรม” ไม่ให้มีโอกาสส่งผลได้ตลอดไป เช่นผู้ที่ได้ฌานหรืออภิญญาแล้วไปประกอบอนันตริยกรรมขึ้นในภายหลัง ดังเช่น พระเทวทัตเป็นต้น พระเทวทัตนั้นได้อภิญญา ภายหลังนี้ได้มาประกอบอนันตริยกรรมด้วยการกระทำ คือประทุษร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิตด้วยการกลิ้งก้อนหินจากภูเขาลงให้ทับพระพุทธเจ้า เพียงสะเก็ดหินไปโดนที่พระบาทจนห้อพระโลหิต ซึ่งการทำพระพุทธเจ้าให้เพียงแค่ห้อพระโลหิตนี้ ก็ถือว่าเป็นกรรมหนักแล้ว

อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่พระเทวทัตจะถูกธรณีสูบ ก็คือทำสังฆเภท สังฆเภทกรรมนี้เป็นกรรมหนัก เพราะยุยงสงฆ์ให้แตกกัน แบ่งแยกสงฆ์ให้แตกกัน ถือเป็นกรรมหนัก

ด้วยเหตุที่พระเทวทัต ทำอนันตริยกรรมเช่นนี้ จึงทำให้พระเทวทัตนั้นฌานเสื่อม กุศลชนกกรรมที่ตัวเองได้ก็เสื่อมไปหมดไม่มีโอกาสส่งผลต่อไป หรือผู้ใดก็ตาม เช่นอย่างพวกเราธรรมดานี้ ในระหว่างที่เราปฏิบัติธรรม ถ้าเราเจริญสมถะนั้นก็เพื่อให้บรรลุถึงฌานอภิญญา ถ้าเจริญวิปัสสนาก็เพื่อมรรคผลนิพพาน ระหว่างที่เราปฏิบัติธรรมนี้ก็ดี หรือก่อนปฏิบัติก็ดี เราเคยทำอนันตริยกรรม เช่นเคยฆ่าพ่อฆ่าแม่ของตัวเองมาก่อน จะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม หรือเคยทำสังฆเภทกรรมยุสงฆ์ให้แตกกันมาก่อน ถึงแม้เราจะไปเจริญฌาน เจริญอภิญญาอย่างไรก็ไม่เกิด หรือแม้ฌานอภิญญานั้นเกิดแล้ว แล้วเราไปทำกรรมทีหลัง ฌานอภิญญานั้นก็เสื่อมไปเช่นเดียวกัน ฌานก็เสื่อม อภิญญาก็เสื่อม ก็ด้วยอำนาจของอนันตริยกรรม เพราะเป็นกรรมหนัก กรรมที่ตัวเองได้กระทำไว้นี้ก็ไปตัดรอนกุศลชนกกรรมที่จะส่งผลให้ ก็ไม่ส่งผลให้ต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 เม.ย. 2552 , 09:19:32 น.] ( IP = 58.9.146.128 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อีกประการหนึ่ง อุปฆาตกกรรมตัดรูปนามอันเกิดจากชนกกรรมนั้นๆ ให้เสียไป มีอยู่ ๔ ประเภท คือ

-กุศลอุปฆาตกกรรมตัดรูปนามที่เป็น อกุศลวิบากอย่างหนึ่ง
-กุศลอุปฆาตกกรรมที่ตัดรูปนามที่เป็น กุศลวิบากอย่างหนึ่ง
-อกุศลอุปฆาตกกรรมที่ตัดรูปนามที่เป็น กุศลวิบากอย่างหนึ่ง
-อกุศลอุปฆาตกกรรมที่ตัดรูปนามที่เป็น อกุศลวิบากอย่างหนึ่ง

ซึ่งก็ได้อธิบายไปแล้วครั้งหนึ่ง ได้ยกตัวอย่างให้เห็น เช่นอย่างคำว่าอุปฆาตกกรรมไปตัดรูปนามที่เป็นกุศลวิบาก กุศลอุปฆาตกกรรมที่ไปตัดรูปนามที่เป็นกุศลวิบากก็คือผู้ที่ตายไปแล้ว แล้วไปเกิดในนรก แล้วอยู่ต่อมาก็ได้ระลึกถึงว่าตนเองได้สร้างกุศล เคยถวายจีวรพระก็ดี เคยปิดทองพระก็ดี สีทองที่เราปิดทองพระ สีจีวรพระ พอเห็นไปนรกขึ้นมาก็นึกขึ้นได้ พอจิตนึกขึ้นได้ จิตเป็นกุศล กุศลอันนี้ก็ไปตัดรูปนาม ทำให้รูปนามที่เกิดในนรกนั้นสิ้นสุดลง อย่างนี้เรียกว่ากุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดรูปนามที่เป็นวิบากในอบายภูมิให้หมดสิ้นไป ซึ่งเป็นตัวอกุศลวิบาก

หรืออย่างคนที่เกิดมาเป็นคนยากคนจน เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน อยู่ต่อมาก็สร้างกุศล รักษาศีล บริจาคทานใช้ชีวิตให้เป็นกุศลอยู่ตลอดเวลา ที่เราเคยมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน โรคภัยไข้เจ็บก็หายไป เพราะว่ากุศลที่เราสร้างในปัจจุบันนี้ก็ไปตัดอกุศลวิบากที่มาเบียดเบียนรูปนามของเราให้สิ้นสุดลง กุศลที่ทำในปัจจุบันนี้ก็เป็นอุปฆาตกกรรมไปทำลายประการหนึ่ง

หรือที่ยกตัวอย่างว่า ฆราวาสที่บำเพ็ญธรรมจนบรรลุมรรคผลนิพพานสำเร็จเป็นพระอรหันต์ แล้วไม่ได้ออกบวชก็จะต้องตายภายใน ๑ วัน เพราะว่ากุศลที่ได้นี้ไปตัดรูปนามที่เป็นกุศลวิบาก เพศฆราวาสนั้นไม่สามารถที่จะรองรับคุณธรรมเบื้องสูง คือพระอรหัตมรรค อรหัตผลนี้ได้ ผลสุดท้ายต้องตายลง ถ้าบวชก็ไม่ตาย นี้ก็ด้วยอำนาจของกุศลอุปฆาตกกรรมไปตัดรูปนามที่เป็นกุศลวิบาก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 เม.ย. 2552 , 09:25:33 น.] ( IP = 58.9.146.128 : : )


  สลักธรรม 2

ประการที่ ๓ ที่ว่าอกุศลอุปฆาตกกรรมตัดกุศลวิบาก ตัดรูปนามที่เป็นกุศลวิบาก ก็คือเราเกิดมาในปัจจุบันด้วยอำนาจชนกกรรมส่งผลมาให้เกิดมาเป็นคนที่มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ อันนี้ถือว่ารูปนามของเรานี้เป็นกุศลวิบาก คือเป็นผลจากกุศลที่เราทำไว้ในอดีต ส่งผลมา เราจึงเกิดมาไม่พิกลพิการ มีอวัยวะครบถ้วนทุกอย่าง แต่อยู่ต่อมา เรามีอกุศลอุปฆาตกกรรมมาตัดรอน เราถูกอุปัทวเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจถูกรถยนต์ชน อาจจะถูกมีดบาด ถูกมีดตัดจนเท้าขาด แขนขาด อวัยวะสูญเสียไป อันนี้ก็ด้วยอำนาจของอุปฆาตกกรรมที่เป็นอกุศลวิบากมาตัดรอนกุศลชนกกรรมคือรูปนามที่เกิดจากกุศลชนกกรรม

ประการที่ ๔ อกุศลอุปฆาตกกรรมมาตัดรูปนามที่เป็นอกุศลวิบากก็คือเช่นอย่างรูปนามที่เป็นอกุศลวิบาก อย่างสัตว์ที่เกิดในโลกมนุษย์นี้ นอกจากมนุษย์นี้ก็มีสัตว์เดรัจฉาน เดรัจฉานที่เกิดมาในโลกมนุษย์ นี้ถือว่า เป็นรูปนามที่เป็นอกุศลวิบาก อยู่ต่อมาสัตว์เดรัจฉานเหล่านี้ถูกอุบัติเหตุ รถชนตายบ้าง อะไรเหล่านี้ มันก็จะพ้นจากอกุศลวิบากที่เป็นรูปนาม ทั้งนี้ก็เพราะว่าอกุศลอุปฆาตกรรมนี้มาตัดรูปนามที่เป็นอกุศลวิบากให้ ก็พ้นจากความเป็นภาวะของความเป็นเดรัจฉานไป ด้วยอำนาจของอกุศลอุปฆาตกกรรมส่งผลมา

และครั้งที่แล้วได้อธิบายถึงเรื่องพระโมคคัลลานะ พระเจ้าพิมพิสารเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีกรรมในอดีตส่งผลมาทั้งนั้น พระโมคคัลลานะต้องถูกโจรทุบ พระจักขุปาลเถระต้องตาบอด ก็เป็นอกุศลกรรมในอดีต ซึ่งอกุศลกรรมในอดีตนี้ ประเภทที่เป็น “อปราปริยเวทนียกรรม” นั้น มันก็สนองผลทันที แล้วก็สนองผลในรูปของมาตัดรอน ตัดรอนกุศลที่เราได้นี้ให้อ่อนไป ซึ่งอันนี้เป็นกรรมที่ตัดรอนกรรมอีกทีหนึ่ง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 เม.ย. 2552 , 09:29:27 น.] ( IP = 58.9.146.128 : : )


  สลักธรรม 3

เรื่องนี้ในฐานะที่เราเป็นพุทธศาสนิกชน เราเห็นได้ชัดเจน ถ้าเรามีกัมมัสสกตาญาณ เรามีกัมมัสสกตาสัทธา คือเชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม เราก็เห็นชัดว่าชีวิตของเราที่เกิดมานี้ หนีไม่พ้นกรรม แล้วอิทธิพลของกรรมนี้ก็มาก มากกกว่าอิทธิพลใดๆ ทั้งหมด มากกว่าดวงดาวในท้องฟ้า ถ้าเราสามารถที่จะประกอบกรรมดี ก็สามารถที่จะฝืนอิทธิพลของดวงดาวได้เหมือนกันแต่ต้องสร้างกรรมดีให้มาก กรรมดีก็ช่วยได้ นี้ก็เป็นเรื่องหน้าที่ของกรรมซึ่งมีอยู่ ๔ หน้าที่ ดังที่ได้ศึกษามา คือ

๑. ทำหน้าที่เป็นชนกกรรม
๒. ทำหน้าที่เป็นอุปัตถัมภกกรรม
๓. ทำหน้าที่เป็นอุปปีฬกกรรม
๔. ทำหน้าที่เป็นอุปฆาตกกรรม


ทั้ง ๔ กรรมนี้เป็นหน้าที่ของกรรม ว่ากรรมที่เราทำๆ ลงไปทุกวันนี้ มันจะไปทำหน้าที่ ๔ อย่างนี้ มิอย่างใดก็อย่างหนึ่ง จะต้องทำหน้าที่ ๔ อย่าง ไม่ว่าเราจะทำทางกาย วาจา ใจ ก็ตาม มันจะไปทำหน้าที่อย่างนี้

ต่อไปเราจะได้ศึกษาถึงหมวดที่ ๒ คือ ปากทานปริยายจตุกกะ ซึ่งเราก็ได้ศึกษาถึงลำดับของกรรมที่ให้ผล ลำดับของการให้ผลว่า กรรมที่เราทำกันไปทั้ง กาย วาจา ใจ นั้นน่ะ แต่ละประเภทที่ทำไปนี้ กรรมอันไหนที่จะให้ผลก่อนหลัง ใน ปากทานปริยายจตุกกะ นี้ พระพุทธองค์ท่านแสดงถึงเรื่องกรรมไว้ ๔ ประเภท ที่จะให้ผลต่อไปเป็นลำดับเวลาของการให้ผล

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 เม.ย. 2552 , 09:46:07 น.] ( IP = 58.9.146.128 : : )


  สลักธรรม 4

ประเภทแรกก็คือ “ครุกรรม” ครุกรรมแปลว่า กรรมหนัก หนักกว่ากรรมอื่นๆ ที่จะสามารถห้ามได้ เรียกว่าครุกรรม ซึ่งตามลำดับการให้ผลนี้ กรรมไหนที่หนัก กรรมนั้นก็ให้ผลก่อน ท่านอุปมาเหมือนเราทิ้งของจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ของชิ้นใดที่หนักกว่าจะถึงแผ่นดินก่อน ของชิ้นใดที่เบา มันจะถึงทีหลัง อย่างเราเอาก้อนหินกับแผ่นกระดาษโปรยลงมาจากตึกเก้าชั้นสิบชั้น ก้อนหินมันต้องตกถึงดินก่อน กระดาษค่อยๆ ปลิวลงมาถึงดินทีหลัง เพราะกระดาษมันเบากว่า กรรมก็เหมือนกัน กรรมใดที่เราทำไว้ในอดีตและปัจจุบัน กรรมใดหนัก กรรมนั้นให้ผลก่อน กรรมที่เบาก็ให้ผลภายหลัง ท่านจึงเรียกกรรมหนักนี้ว่าเป็นครุกรรม บางประเภทหนักจนไม่สามารถต้านทานได้ ต้านทานไม่อยู่เป็นกรรมที่หนักมาก ก็ต้องให้ผลก่อน

ประเภทที่ ๒ เรียกว่า “อาสันนกรรม” แปลว่า กรรมที่ทำไว้เมื่อใกล้จะตาย หรือกรรมที่ให้ผลเมื่อตอนใกล้ตายก็มี เรียกว่าอาสันนกรรม

ประเภทที่ ๓ “อาจิณณกรรม” คือกรรมที่เคยทำอยู่เสมอๆ กรรมที่เราทำอยู่เป็นประจำตลอดเวลาอย่างนี้ เรียกว่าอาจิณณกรรม

ประเภทที่ ๔ “กตัตตากรรม” ก็คือกรรมที่ทำไว้พอประมาณ แต่ไม่เท่าถึงกรรมทั้ง ๓ นั้น หรือกรรมที่เคยทำไว้ในอดีตภพ ก็คือกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำเบ็ดเตล็ด ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง เขาเรียกกตัตตากรรมซึ่งบางครั้ง กรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้มันก็มีผล เรียกว่ากตัตตากรรม เราจะได้ศึกษาตามลำดับ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 เม.ย. 2552 , 09:51:14 น.] ( IP = 58.9.146.128 : : )


  สลักธรรม 5

มาทำความเข้าใจเรื่องกรรมต่อค่ะ... กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [20 เม.ย. 2552 , 20:15:45 น.] ( IP = 58.8.51.177 : : )


  สลักธรรม 6


เรื่องของกรรมเป็นเรื่องที่ปุถุชนทั้งหลายสมควรอย่างยิ่งที่จะศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้มิใช่เพียงแค่รู้จักชื่อของกรรมเท่านั้น

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมบรรยายที่ทรงคุณค่ามาให้ได้อ่านและทำความเข้าใจเป็นประจำ ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [21 เม.ย. 2552 , 09:38:04 น.] ( IP = 124.121.173.209 : : )


  สลักธรรม 7



กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 เม.ย. 2552 , 10:19:43 น.] ( IP = 125.27.178.178 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org