มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


“ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม” “อุปปัชชเวทนียกรรม”




ตอนที่ผ่านมา

ท่านสาธุชนทั้งหลาย วันนี้ เราจะได้ศึกษาถึงเรื่องกรรมต่อจากเมื่อครั้งที่แล้ว วันนี้จะได้ศึกษาถึงลำดับกาลแห่งการให้ผล หรือระยะเวลาของการให้ผลของกรรม ซึ่งท่านจำแนกออกไว้เป็น ๔ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ทิฎฐธรรมเวทนีย กรรม คือ กรรมที่ให้ผลในภพนี้หรือในชาตินี้

ประการที่ ๒ อุปปัชชเวทนียกรรม คือ กรรมที่ให้ผลในชาติที่ ๒ ต่อไป

ประการที่ ๓ อปราปริยเวทนียกรรม คือ กรรมที่ติดตามส่งผลจนกว่าจะเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน

ประการที่ ๔ อโหสิกรรม คือ กรรมที่ไม่มีโอกาสให้ผล ก็เป็นอโหสิกรรม

ในกรรมทั้ง ๔ ประเภทนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงผลของกรรมที่จะบังเกิดขึ้นแก่ผู้กระทำไปตามระยะกาลเวลา เพราะว่ากรรมที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ กรรมบางอย่างให้ผลทันตาเห็นในภพปัจจุบัน กรรมบางอย่างต้องคอยไปถึงชาติหน้า กรรมบางอย่างต้องคอยไปอีก ยังไม่รู้ว่ากำหนด เวลาเท่าไหร่ และกรรมบางอย่างก็ไม่มีโอกาสให้ผลเลย เป็นอโหสิกรรม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [22 เม.ย. 2552 , 06:42:07 น.] ( IP = 58.9.135.153 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กรรมที่เป็นทิฏฐธรรมเวทนีย์ที่เรียกว่า ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือ กรรมที่ให้ผลในภพนี้ ท่านจำแนกออกไว้เป็น ๒ ประเภทด้วยกัน

ประเภทที่ ๑ ให้ผลในภพนี้ ภายในกำหนดระยะเวลา ๗ วัน หลังจากที่เราได้กระทำกรรมสำเร็จลงไปแล้ว กรรมจะให้ผลภายใน ๗ วัน ที่เราพูดกันอยู่เสมอว่า ๓ วัน ๗ วัน

ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมประเภทที่ ๒ ให้ผลในภพนี้เหมือนกัน แต่ว่าให้ผลในภพนี้ยังไม่มีกำหนดกาลเวลา แต่ว่าในชาติปัจจุบัน อาจจะหลังจากที่เราทำกรรมเสร็จแล้ว ๑ ปี ๒ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี แต่ให้ผลในภพนี้ ก่อนที่เราจะตายจากภพนี้ กรรมนี้ต้องให้ผลแน่นอนทิฏฐธรรมเวทนียกรรมจึงจำแนกออกไว้เป็น ๒ ประเภทด้วยกันคือ

๑. ปริปักกทิฏฐธรรมเวทนียกรรม กรรมที่จะให้ได้รับผลในปัจจุบันภพนี้ เข้าถึงความแก่กล้า หมายความว่าจะให้ได้รับผลปรากฏในระหว่าง ๗ วันแน่นอน

๒. อปริปักกทิฏฐธรรมเวทนียกรรม กรรมที่ให้ได้รับผลในปัจจุบันภพนี้ ยังไม่เข้าถึงความแก่กล้า หมายความว่า การกระทำกุศล อกุศลนั้นจะส่งผลให้ปรากฏหลังจาก ๗ วันไปแล้ว

พระพุทธองค์ ได้แสดงไว้ในจูฬกัมมวิภังคสูตร ที่ได้ทรงแสดงถึงเรื่องทิฏฐธรรมเวทนีย กรรม คือกรรมที่ให้ผลทันตาในชาตินี้ ในภพนี้ ใน ๒ ประเภทนี่ ท่านยกตัวอย่างกรรมที่เราทำที่มีกำลังแรงมาก เช่น ทำกรรมดีที่มีอานิสงส์มาก มีกำลังแรง กรรมดีอันนี้จะให้ผลภายใน ๗ วัน ในสมัยพุทธกาลนั้นมีตัวอย่างอยู่เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในเมืองราชคฤห์ ซึ่งเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้านั้นประทับและประดิษฐานพระพุทธศาสนาขึ้นเป็นครั้งแรกอยู่ในแคว้นมคธ เมืองปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่ โดยมีภูเขา ๕ ลูก ใหญ่ๆ นี้ล้อมรอบไว้ บางแห่งก็เรียกว่าปัญจคีรีนคร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [22 เม.ย. 2552 , 06:46:37 น.] ( IP = 58.9.135.153 : : )


  สลักธรรม 2

วันหนึ่งมีคนเข็ญใจคนหนึ่งชื่อปุณณกะเป็นยาจก เป็นคนรับใช้ของท่านปุณณกเศรษฐี ท่านปุณณกเศรษฐีนี้มีที่ดินมาก คนรับใช้คือปุณณกะนี้ซึ่งเป็นทาสของปุณณกเศรษฐี เช้าขึ้นก็ออกไปไถนาเพื่อที่จะเตรียมปลูกข้าว

วันหนึ่งก็ออกไปไถนาตามกำหนดเวลา ภรรยาที่อยู่ทางบ้างก็คอยหุงหาอาหารส่ง วันหนึ่งพระสารีบุตรท่านเข้านิโรธสมาบัติครบ ๗ วัน ธรรมดาพระอรหันต์ที่เข้านิโรธสมาบัติครบ ๗ วัน จะออกจากนิโรธสมาบัติ ใครได้ใส่บาตรกับพระที่ออกจากนิโรธสมาบัติครั้งแรกมีอานิสงส์มาก

พระสารีบุตรก็เข้าฌานว่าจะไปโปรดใครดีวันนี้ ก็เห็นว่าปุณณกะซึ่งเป็นคนใช้ของท่านปุณณกะเศรษฐีคนนี้เป็นคนที่มีความประพฤติดีมีบุญจะได้เป็นเศรษฐี ก็กำหนดเวลาว่าพอสายหน่อยภรรยาก็หุงหาอาหารจะต้องไปส่งสามี จะต้องหิ้วปิ่นโต หิ้วอาหารไปส่งสามีที่กำลังไถนาอยู่ พระสารีบุตรก็อุ้มบาตรเดินสวนทางกับนาง

นางเห็นพระสารีบุตรเดินบิณฑบาตก็เกิดศรัทธา อาหารที่เตรียมจะไปให้สามีรับประทานนี้ นางใส่บาตรหมดเลย พอใส่บาตรเสร็จก็รีบกลับบ้านไปหุงอาหารใหม่เพื่อที่จะไปให้สามีที่กำลังไถนาอยู่ พอหุงเสร็จก็รีบไป เธอก็เกรงว่าสามีจะดุเพราะว่าไปสายกว่ากำหนดก็ไปเล่าความจริงให้สามีฟังว่า ความจริงอาหารเตรียมมาแล้วแต่เช้า เผอิญมาพบพระสารีบุตรเถระกำลังบิณฑบาต ก็เลยใส่บาตรขอให้สามีอนุโมทนาด้วย

สามีก็ตั้งจิตอนุโมทนาบอกว่า เออ ดีแล้วไม่เป็นไรหรอกสายหน่อยก็ไม่เป็นไร อนุโมทนากับภรรยาด้วยที่ใส่บาตรกับพระเถระ ก็ยังไม่หิวมากหรอก อนุโมทนาด้วย ฝ่ายนายปุณณกะก็ขอให้ภรรยาได้อนุโมทนาด้วย ที่เมื่อเช้านี่พี่ได้ถวายไม้สีฟันพระเถระสารีบุตรเหมือนกัน

เสร็จแล้วก็รับประทานอาหาร พอรับประทานอาหารของภริยาทีjให้เสร็จ ก็ไปไถนาต่อ ปรากฏว่าดินที่ไถนานี้ คือในตำนานบอกว่ามันกลายเป็นทองคำ คงไปเจอทองคำเข้า เพราะบ้านเรานี้ก็เจอบ่อยๆ บางทีไถๆ นาไปเจอเทวรูปบ้าง เจอพระพุทธรูปบ้าง ซึ่งฝังอยู่ในดิน พอไปเจอทองคำเข้าเช่นนั้นแกก็ตกใจ รีบไปเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารว่าเจอทองคำ ให้ไปเก็บเอามาเข้าท้องพระคลัง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [22 เม.ย. 2552 , 06:51:35 น.] ( IP = 58.9.135.153 : : )


  สลักธรรม 3

พระเจ้าพิมพิสารก็สั่งคนไปสำรวจก็นึกชมเชยว่า เออ ปุณณะนี่เป็นคนดีเป็นคนซื่อสัตย์ ก็เลยพระราชทานทองคำให้ แล้วก็ตั้งอยู่ในตำแหน่งเป็นธนเศรษฐี ได้เป็นเศรษฐีในเมืองราชคฤห์ ภายใน ๗ วัน ไม่ถึง ๗ วัน ด้วยซ้ำไป พอใส่เช้านี่ สายก็ได้แล้ว อานิสงส์ทันตาเห็น เพราะว่าพระที่เข้านิโรธสมาบัติ ท่านจะไม่ได้ฉันอาหารเลยเป็นเวลา ๗ วัน พอออกจากนิโรธสมาบัติ อาหารมื้อแรกสำคัญมาก ใครได้ใส่บาตรกับพระที่ออกจากนิโรธสมาบัตินี้ มีอานิสงส์มาก ฉะนั้นอันนี้คือทิฏฐธรรมเวทนียกรรมที่เป็นกุศล ผู้ที่บำเพ็ญกรรมอย่างนี้ ย่อมได้ผลภายใน ๓ วัน ๗ วัน คือ หลังจากทำแล้วนี้ ไม่เกิน ๗ วัน ผลแห่งกรรมนี้ก็จะปรากฏให้เห็น

นี้ยกตัวอย่างในฝ่ายที่เป็นกุศลมาให้ท่านทั้งหลายได้ทราบว่า แม้แต่การทำกุศลนั้น ถ้าเราได้สร้างกุศลที่มีกำลังแรง โดยเฉพาะกับพระอรหันต์ที่ออกจากนิโรธสมาบัติใหม่ๆ ก็จะได้อานิสงส์อย่างนี้ทั้งนั้น เคยมีตัวอย่างมาแล้ว ตอนที่พระมหากัสสปะท่านเข้านิโรธสมาบัติ และเมื่อออกจากนิโรธสมาบัติ แล้วก็ไปโปรดสองคนตายาย แต่ครั้งนั้น พระอินทร์หรือท้าวสักกเทวราชอยู่บนชั้นดาวดึงส์ ก็อยากจะทำบุญ เพราะเกรงว่าบุญบารมีจะหมด เพราะบนดาวดึงส์นั้นทำบุญไม่ได้ ไม่มีที่ทำบุญ ก็แปลงตัวเป็นมนุษย์ เป็นสองคนตายายเอาอาหารมาใส่บาตรแก่พระอรหันต์ที่ออกจากนิโรธสมาบัติ ไปปลอมเป็นตายายยืนใส่บาตร พอใส่บาตรเสร็จแล้ว พระเถระได้สัมผัสกลิ่นอาหารก็รู้ทันทีว่านี้ไม่ใช่อาหารในโลกมนุษย์ เพราะกลิ่นหอมเหลือเกิน เป็นอาหารทิพย์ พอรับบาตรเสร็จแล้ว ท่านก็ถามพระอินทร์ก็เลยสารภาพ ท่านก็ต่อว่าบอกว่าทำไมทำอย่างนี้ เพราะท่านเองนี้ตั้งใจจะไปโปรดมนุษย์คือสองคนตายายที่แก่มากแล้วให้ได้เป็นเศรษฐีเสียที จะได้อานิสงส์มากๆ แต่ว่าพระอินทร์มาตัดหน้าทำบุญเสียก่อน

พระอินทร์มีญาณ มีทิพย์เนตรก็เลยมาตัดหน้าทำบุญเสียก่อนพระเถระก็เลยต่อว่า ท่านก็บอกว่าท่านอยู่บนดาวดึงสเทวโลก บุญมันจะหมด สมบัติในเทวโลกนั้นจะหมด ก็เลยต้องมาเพิ่มบุญเพิ่มกุศลในโลกมนุษย์ เพราะว่าในโลกมนุษย์นี้เราได้มีโอกาสทำบุญ บนเทวโลกไม่มีพระที่จะรับอาหารบิณฑบาต ไม่มีทางที่เราจะบำเพ็ญทานได้ เพราะว่าทุกคนที่เกิดบนเทวโลกนั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีกุศลทั้งนั้น ไม่มีใครต้องพึ่งใคร อย่างโลกมนุษย์เรานี้มีทั้งคนจน มีทั้งคนเดือดร้อน มีคนที่มีความทุกข์สารพัดเป็นโอกาสดีที่เราได้ทำบุญ ได้สร้างกุศล แต่ภพอื่นไม่มีพระอินทร์เอง ก็ยังต้องมาสร้างกุศลในโลกมนุษย์

อันนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า พระอรหันต์ที่ท่านออกจากนิโรธสมาบัติ นั้น เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ ถ้าใครได้ทำบุญก็ถือว่าเป็นบุญลาภอันประเสริฐให้ผลภายใน ๗ วัน นี้ยกตัวอย่างที่เป็นกุศลมา

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [22 เม.ย. 2552 , 06:57:23 น.] ( IP = 58.9.135.153 : : )


  สลักธรรม 4


เรื่องของกรรมนี่แน่มากเลยนะคะ จัดสรรหน้าที่กันทำงานได้อย่างลงตัว

กราบขอบระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมบรรยายที่มีประโยชน์ยิ่งมาให้ได้อ่านเป็นประจำ ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [22 เม.ย. 2552 , 09:05:38 น.] ( IP = 124.121.175.151 : : )


  สลักธรรม 5



กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 เม.ย. 2552 , 10:28:42 น.] ( IP = 125.27.178.178 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาเรื่องกรรมต่อค่ะ.. กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [23 เม.ย. 2552 , 22:44:08 น.] ( IP = 58.8.54.198 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org