| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม อุปปัชชเวทนียกรรม (๒)
ตอนที่ผ่านมา
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านแสดงไว้เป็นอกุศล เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมเหมือนกัน แต่เป็นฝ่ายอกุศล คือในเมืองราชคฤห์นี่ มีคนฆ่าโคขายชื่อนายโคฆาตก์ มีอาชีพฆ่าเนื้อโคขาย และแกทำอาชีพอย่างนี้มา ๕๐ ปีแล้ว แกเป็นคนฆ่าและให้เมียไปนั่งขายเนื้อ ตัวแกเองเวลาจะทานอาหารทุกมื้อต้องมีเนื้อ คือติดในรสอาหารคือเนื้อ ถ้าวันไหนไม่มีเนื้อแล้วก็ทานอาหารไม่ลง
วันหนึ่งเกิดเนื้อขายดี ภรรยาขายเนื้อหมดแล้ว ก็ไม่มีเนื้อที่จะมาปรุงอาหารที่บ้าน ถึงเวลารับประทานอาหารก็ถามว่า เอ๊ ทำไมวันนี้ไม่มีเนื้อ ภรรยาก็บอกว่าเนื้อขายหมด วันนี้ขายดี ไม่มีเหลือเลย แกก็โกรธภรรยาคว้ามีดได้ก็ลงไปที่คอกวัว ตัวที่จะฆ่าในวันต่อไป ไปถึงก็จับอ้าปากตัดลิ้นวัวให้ภรรยาทำกับข้าวให้กิน วัวก็เกิดทุกขเวทนามาก อยู่ๆ คนมาตัดลิ้นเอาไปอย่างนี้ ถ้าเป็นเราเป็นวัวบ้าง เราจะเจ็บปวดขนาดไหน
พอภรรยาผัดเนื้อวัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาให้สามีรับประทาน พอแกหยิบลิ้นวัวใส่ปากเท่านั้นแหละ ความร้อนของเนื้อวัวทำให้ลิ้นขาดเลย พอลิ้นขาด แกก็ดิ้นพราดๆ ร้องเป็นเสียงวัว ร้องจนขาดใจตาย พอตายก็ลงอเวจีมหานรก อันนี้เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมฝ่ายอกุศล เพราะกรรมหนักเหลือเกินไปเบียดเบียนสัตว์ ตัดลิ้นวัวเป็นๆ เอามาทำอาหาร ก็ถือว่าบาปมาก
บางอย่างที่เราเห็นคนทำบาป เพราะเห็นแก่ปากแก่ท้องก็หวาดเสียวเมื่อเร็วๆ นี้ได้ดูหนังที่เขาถ่ายเป็นวีดีโอมาให้ดูเรื่องเมืองจีน ของหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ถ่ายมามีภัตตาคารจีนแห่งหนึ่ง เขาทำอาหารฮ่องเต้ อาหารฮ่องเต้คือจะกินปลาก็ต้องไปช้อนปลาเป็นๆ อย่างแถวฮ่องกงนี้ชอบกิน เอาปลาเป็นๆ มา เสร็จแล้วก็เอามาแล่หั่นเป็นบั้งๆ และก็จับหัวชุบแป้งจุ่มลงในกระทะน้ำมัน ซึ่งปลานั้นต้องไม่ตาย เสร็จเอาปลานี่มาใส่จานแล้วเอาเครื่องราด เอาเหล้าราด ปลามันยังอ้าปากพะงาบๆ อยู่ในจานข้าว แล้วคนกินก็รีบกินกัน กินของสด มีวิตามินดี แต่ปลามันยังไม่ตาย ยังพะงาบๆ เขาบอกต้องไม่ให้ตายด้วยโดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 เม.ย. 2552 , 08:17:29 น.] ( IP = 58.9.138.214 : : )
สลักธรรม 1ก็ภัตตาคารบางแห่งในฮ่องกง บางคนก็ชอบกินสมองลิง วิธีกินสมองลิง เขาเอาลิงไว้ใต้โต๊ะ แล้วก็โผล่ศีรษะขึ้นมา แล้วก็เฉาะคล้ายๆ เราเฉาะมะพร้าวอ่อนอย่างนี้ ลิงมันก็ยังไม่ตาย แล้วก็ตัดเอาสมองลิงนี้กินว่าเป็นยาโด๊ปดี ทำให้แข็งแรง พวกนี้บาปมาก แต่บาปนั้นยังไม่ถึงทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ก็เพราะว่าสัตว์เหล่านี้มันเป็นสัตว์เล็ก มีบุญคุณน้อย ถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ๆ อย่างวัวอย่างควายอย่างนี้ละก็รับรอง ไม่เกิน ๗ วันได้เห็น ได้เห็นวิบากกรรมไม่เกิน ๗ วัน ประเภทนี้เรียกว่าทำบาปเพราะเห็นแก่ปากแก่ท้อง เห็นแก่กินแล้วไม่คุ้มกัน ไม่คุ้มกับที่ตัวเองจะต้องไปรับกรรม เสวยวิบากกรรม เพราะปากท้องกินชั่วอิ่มเดี๋ยวเดียวเท่านั้น และเรื่องอะไรเราจะต้องไปทำบาปเพราะเพื่อปากเพื่อท้อง คือประเภทนี้บาป แต่บาปที่ไม่ส่งผลให้เห็นภายใน ๗ วัน ก็เพราะสัตว์มันเป็นสัตว์เล็กซึ่งไม่มีบุญคุณต่อมนุษย์เท่าที่ควร ถ้าเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณอย่างวัวอย่างควายไม่เกิน ๗ วัน มีหวังต้องเกิดวิบากกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างนางจิญจมาณวิภา ที่รับแผนจากพวกเดียรถีย์ มาทำลายพระพุทธเจ้าในครั้งนั้นที่พวกเดียรถีย์เสื่อมจากลาภสักการะ เพราะคนมานับถือพระพุทธเจ้ามาก ลาภสักการะของพวกเดียรถีย์ก็เสื่อมลง พอเสื่อมลง เดียรถีย์ก็วางแผนว่าทำอย่างไร จึงจะทำลายชื่อเสียงของพระพุทธเจ้าให้คนเสื่อมศรัทธาได้ ก็เรียกนางจิญจมาณวิกามา ซึ่งเธอเป็นสตรีที่มีรูปร่างสวย ก็ปรารภถึงเรื่องความทุกข์ให้ฟัง นางจิญจมาณวิกาก็รับแผนจากพวกเดียรถีย์ เดียรถีย์ก็วางแผนให้นางจิญจมาณวิกามาวัดเชตวัน แล้วไปเลียบๆ เคียงๆ ที่กุฏิพระพุทธเจ้า มาตอนค่ำและตอนเช้า พอใครถามว่าไปไหนมา เธอก็บอกว่าไปนอนที่พระคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า เมื่อคืนนี้ไปค้างที่กุฏิของพระพุทธเจ้ามา ดำเนินงานอย่างนี้ติดต่อมาเป็นเวลาหลายวัน ใครเห็นเธอ ถามว่าไปไหนมาแต่เช้า เธอก็บอกว่าเพิ่งออกมาจากพระคันธกุฎีเพื่อให้คนเข้าใจผิดว่าเธอไปนอนกับพระพุทธเจ้า พอคนรู้มากขึ้นแล้ว เธอก็ทุบมือทุบเท้าให้บวม แล้วก็เอาไม้มาหุ้มที่ท้อง เอาผ้าคลุม ทำเป็นคนท้องแก่โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 เม.ย. 2552 , 08:20:39 น.] ( IP = 58.9.138.214 : : )
สลักธรรม 2วันหนึ่งพระพุทธเจ้ากำลังนั่งเทศน์อยู่กลางศาลา ท่ามกลางพุทธบริษัทเป็นจำนวนมาก เธอก็เข้าไปถึงก็ลุกขึ้นพูดในที่ประชุมว่า เธอนี่ลำบากเหลือเกิน ท้องใกล้จะคลอดแล้ว แต่พระพุทธเจ้าไม่เอาใจใส่เลยว่าเธอควรจะไปคลอดที่ไหนถึงจะได้รับความสุขสวัสดีกับครรภ์ ไม่เอาธุระเลยปล่อยให้เธอทนทุกข์ทรมานลำบากอยู่คนเดียว
ญาติโยมทั้งศาลาก็ตะลึง เอ๊ะนี่เรื่องอะไรเกิดขึ้น ไปพูดท่ามกลางที่ประชุม พระพุทธองค์นั่งเฉยไม่ตรัสตอบประทับนิ่งเฉย แต่พระอินทร์นี่ทนไม่ไหว ศิลาอาสน์ของพระอินทร์เรียกว่าหนาแล้วนะ ร้อนเป็นไฟ พระอินทร์ต้องเสด็จลงมาแก้ปัญหา ปลอมเป็นหนูมากัดเชือกที่คาดหลุดลงมาต่อหน้าพุทธบริษัทนั่นแหละโยมถึงจะเข้าใจ จึงได้รู้ว่าอ้อเป็นแผนของเดียรถีย์ ร่วมกับนางจิญจมาณวิกาเพื่อทำลายพระพุทธเจ้า เธอก็ถูกประชาทัณฑ์ ประชาชนก็รุมประชาทัณฑ์ พอเดินออกจากวัดเชตวันถูกแผ่นดินสูบทันที นี่ก็เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมฝ่ายอกุศล
อีกเรื่องหนึ่ง สมัยก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเกิดขึ้น มีกษัตริย์องค์หนึ่ง ชื่อ ทุททะกุมาร เป็นราชกุมารที่เกกมะเหรกเกเรมาก วันหนึ่งพระปัจเจกพุทธเจ้า คือในสมัยที่ไม่มีพระพุทธศาสนานั้น เราก็มีพระปัจเจกโพธิเกิดขึ้นในโลก
ขณะที่พระปัจเจกโพธิออกบิณฑบาตเพื่อโปรดสัตว์ เธอก็ขับรถม้าไปชนพระปัจเจกโพธิขณะบิณฑบาต จนบาตรยับยู่ยี่หมด ด้วยความสนุก เพราะเห็นว่าพระไม่มีทางต่อสู้กับตนได้ ก็ไปรังแกพระ ผลสุดท้ายพระปัจเจกโพธิถึงมรณภาพ พอพระมรณภาพเสร็จแล้ว ตัวเองก็หิวน้ำ อยากจะเสวยน้ำ ก็ให้อำมาตย์กลับไปที่วัง ไปตักน้ำใส่คนโทมา น้ำที่ใส่มาเต็มคนโทนี่พอมาถึงที่นั่นแห้งหมดเลย น้ำในสระรอบๆ ก็แห้งหมด ก็หิว ไม่มีน้ำจะเสวย ผลสุดท้าย ตาย หิวน้ำตาย ตายทันที แล้วก็ลงอเวจีมหานรกทันที นี่คือฆ่าพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมฝ่ายอกุศล อกุศลอันนี้ก็ให้ผลทันที ไม่เกิน ๗ วันโดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 เม.ย. 2552 , 08:23:48 น.] ( IP = 58.9.138.214 : : )
สลักธรรม 3ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือกรรมที่ให้ผลในชาตินี้ในภพนี้ จึงเป็นกรรมที่แรงมาก ทั้งกุศลและอกุศล กรรมอันใดที่แรงมาก ก็จะให้ผลเร็วเร็ว จน บางครั้งก็อาจจะให้ผลภายในชาตินี้ แต่ว่าใช้เวลาหลายปีหน่อย ส่วนมากแล้วเราไม่ค่อยได้ติดตามศึกษากัน
บางคนก็บอกว่า เอ ทำไมคนบางคนนี่มันทำกรรมชั่วมากมาย แต่เขาก็ยังสุขสบายดี บางคนมีอาชีพค้าหมู ค้าเหล้า ค้าน้ำเมา ค้าอาวุธ ทำไมคนเหล่านี้จึงอยู่กันสุขสบายดี ทำไมกรรมไม่ตามสนอง ก็เพราะเหตุว่าเราดูกันเฉพาะเผินๆ ในปัจจุบัน เราไม่ได้ติดตามดูว่าควรจะดูไปตลอดชีวิตซิว่า บั้นปลายชีวิตของบุคคลเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร กรรมจะเกิดขึ้นอย่างหนักทีเดียว แต่เราไม่ได้ติดตามศึกษากัน เราดูเผินๆ ว่า เอ คนที่ทำกรรมไม่ดีมา เขาก็ยังสุขสบายดี ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เพราะเหตุกรรมมันยังตามไม่ทัน ท่านบอกเหมือนสุนัขไล่เนื้อ ถ้ามันยังตะปบไม่ทันละก็ มันก็ยังวิ่งหนีอยู่เรื่อยๆ ไปมันยังกวดไม่ทัน แต่กวดทันเมื่อไร มันตะปบทันทีโดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 เม.ย. 2552 , 08:26:51 น.] ( IP = 58.9.138.214 : : )
สลักธรรม 4กรรมที่เราทำกันไว้ก็เหมือนกัน ทั้งที่เป็นกุศล ทั้งที่เป็นอกุศล ซึ่งบางครั้งกรรมอันนั้นอาจจะถูกเบียดเบียน เบียดเบียนนี่คืออาจจะถูกเบียดเบียนจากกุศล บางคนทำอกุศลมากจริง แต่เขารู้สึกว่าตัวเขาทำบาปมาก เขาก็สร้างกุศล กุศลนี้ก็ไปเป็น อุปปีฬกกรรม ไปเบียดเบียนอกุศลให้อ่อนกำลังลง ให้ผลไม่เต็มที่ อย่างนี้ก็มี บางคนที่ให้ผลไม่เต็มที่ ก็เพราะเขาไปสร้างกุศล กุศลมาช่วย ทำให้อกุศลนั้นอ่อนกำลัง ไม่ให้ผลในชาตินี้ก็มี เพราะเหตุว่ากรรมนั้น ที่เราศึกษามาแล้วว่า อุปปีฬกกรรม กรรมที่คอยเบียดเบียนนั้น ถ้าหากว่าเป็นการสร้างกุศลกรรม กุศลกรรมที่เป็นอุปปีฬกกรรมก็มาเบียดเบียนอกุศลได้ หรือถ้าเราไปสร้างกุศลกรรมขึ้น อกุศลที่เราทำมาเบียดเบียนกุศลวิบากได้ ให้อ่อนกำลังได้ มันก็ทำให้เราได้รับส่วนกุศลไม่เต็มที่ อันนี้เป็นเรื่องของอุปปีฬกกรรม
ฉะนั้น ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือ กรรมที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน ท่านจึงจำแนกไว้เป็น ๒ อย่าง คือ
- กรรมที่เป็นอกุศลทิฏฐธรรมเวทนียกรรมประเภทหนึ่ง
- กรรมที่เป็นกุศลทิฏฐธรรมเวทนียกรรมประเภทหนึ่ง
ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมที่เป็นกุศลหรืออกุศลนี้ก็มีอยู่ ๒ ประเภท
ประเภทหนึ่งเรียกว่า ปริปักกทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ก็คือกรรมที่ให้ผลภายใน ๗ วัน อีกประเภทหนึ่งเรียกว่า อปริปักกทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ก็คือกรรมที่ให้ผลในภพนี้ แต่ว่าหลัง ๗ วันไปแล้วเป็นเมื่อไรไม่ทราบ ก็แล้วแต่อำนาจของกรรม แต่ว่าในภพนี้ในชาตินี้ต้องได้แน่นอน แต่อีกกี่ปีจึงจะได้นั้นน่ะก็ต้องแล้วแต่น้ำหนักของกรรมที่เราทำลงไป
ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมจึงมีอยู่ ๒ ประเภทที่ได้กล่าวมานี้
นอกจากทิฏฐธรรมเวทนียกรรมแล้ว ก็คืออุปปัชชเวทนียกรรมโดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 เม.ย. 2552 , 08:32:57 น.] ( IP = 58.9.138.214 : : )
สลักธรรม 5คำว่า อุปปัชชเวทนียกรรม ถ้าแปลตามศัพท์ก็แปลว่ากรรมที่ให้ผลในภพหน้าต่อไป คือหลังจากภพนี้ เมื่อเราตายจากภพนี้ไปภพหน้า กรรมอันนี้จะให้ผลในภพที่ ๒ ต่อไป เรียกว่าอุปปัชชเวทนียกรรม ก็คือกรรมที่ให้ผลในภพที่ ๒ จากภพนี้ต่อไป กรรมที่ให้ผลในภพนี้ต่อไปนี้ ฝ่ายกุศลที่เป็นอุปปัชชเวทนียกรรมนั้นที่จะให้ผลในภพที่ ๒ นี้ต่อไป คือ ภาวนากุศลที่เราได้สร้างในภพปัจจุบัน เช่น อย่างเราเจริญสมถกัมมัฏฐานหรือเจริญวิปัสสนาภาวนาจนได้ปฐมฌาน เช่น เราได้รูปฌานที่ ๑ หรือได้รูปฌานที่ ๒ ได้รูปฌานที่ ๓ รูปฌานที่ ๔ หรือรูปฌานที่ ๕ ก็ตามนี่ถ้ากล่าวโดยปัญจกนัย
ถ้ากล่าวโดยสุตตันตนัยก็หมายถึงมี ๔ นัย โดยนัยของพระสูตรผู้ที่ได้ฌานรูปฌาน เมื่อตายจากภพนี้ ต้องได้ผลในภพที่ ๒ ทันที คือปฏิสนธิในรูปพรหม อย่างนี้เรียกว่าอุปปัชชเวทนียกรรม
หรือเราเจริญอรูปฌานทั้ง ๔ ได้ฌานใดฌานหนึ่ง เช่น ได้อากาสานัญจายตนฌาน หรือได้วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน หรือเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ฌานใดฌานหนึ่ง เมื่อเราจุติคือตายจากภพปัจจุบัน กรรมอันนี้ย่อมส่งผลในภพที่ ๒ เกิดในอรูปพรหมทันทีอย่างนี้เรียกว่า อุปปัชชเวทนียกรรม ที่เป็นฝ่ายกุศลแน่นอน
ถ้าเราสร้างกุศลขั้นภาวนากุศลด้วยการเจริญฌานจนได้อรูปฌาน อรูปฌานนี่ย่อมส่งผลในภพที่ ๒ แน่นอน
ในส่วนของอกุศลก็เช่นกัน อกุศลที่จะให้ผลแน่นอนนี้ก็คือพวกที่ทำอนันตริยกรรม เช่น คนฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ประทุษร้าย พระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต ทำสังฆเภท กรรมทั้ง ๕ ประการนี้ที่เรียกว่า อนันตริยกรรมที่เป็นฝ่ายอกุศลนี้ก็ให้ผลในภพที่ ๒ ทันที เป็นอุปปัชชเวทนียกรรม คือเมื่อตายจากมนุษย์นี้แล้วต้องลงอเวจีทันที อย่างนี้เป็นอุปปัชชเวทนียกรรมฝ่ายอกุศล
นี่คือลำดับการให้ผลของกรรมที่เรากระทำลงไป เอาละวันนี้อาตมาขอจบเพียงแค่นี้
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 เม.ย. 2552 , 08:37:05 น.] ( IP = 58.9.138.214 : : )
สลักธรรม 6
ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งเห็นความละเอียดอ่อนของกรรม
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่เพียรนำธรรมะบรรยายที่ทรงคุณค่ามาให้ได้อ่านเป็นประจำ...
อนุโมทนาในกุศลอาจิณณกรรมค่ะโดย พี่ดา [23 เม.ย. 2552 , 09:37:12 น.] ( IP = 124.121.172.75 : : )
สลักธรรม 7![]()
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ ..สาธุ
โดย น้องกิ๊ฟ [23 เม.ย. 2552 , 11:42:29 น.] ( IP = 125.27.174.180 : : )
สลักธรรม 8มาศึกษาเรื่องกรรมต่อค่ะ... กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
โดย เซิ่น [23 เม.ย. 2552 , 22:54:10 น.] ( IP = 58.8.54.198 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |