| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๘)
![]()
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๘)
ปริเฉทที่ ๔ ปัพพัชชกถา
(พระมหาบุรุษออกบรรพชา)
ตอนที่ผ่านมา
นับแต่ปรมาณูมาเป็นแมลง หนอน สัตว์เลื้อยคลานมาเป็นมัจฉาชาติ เป็นนก เป็นสัตว์ที่มีขน แล้วก็เป็นมนุษย์ เป็นปิศาจ เป็นเทวดา แล้วเป็นเทพเจ้า ครั้นแล้วก็จุติมาเกิดบนแผ่นดินใหม่อีก จนกระทั่งถึงปรมาณู เมื่อเป็นดังนี้เราทั้งหลายเหล่านี้ก็นับว่าเป็นญาติกันกับสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้ทั้งสิ้น
หากว่าใครสามารถช่วยมนุษย์ให้พ้นจากความหมุนเวียนแห่งวัฏสงสารได้แล้ว โลกอันกว้างนี้ก็จะถึงซึ่งความรอบรู้ในเหตุอันพึงกระทำให้ตนรู้จักความสว่าง ความจริงแห่งความโง่เขลา มีความกลัวซึ่งปราศจากเสียงเป็นเงา ความเหี้ ยมโหดเป็นผลร้ายแห่งกาลเวลาที่ผ่านพ้นไป นั่นแหละหากใครสามารถช่วยโลกให้พ้นทุกข์ได้จริงแล้ว
วิธีที่จะช่วยนั้นต้องมีอยู่ในโลกนี้แน่นอน! โลกนี้ต้องมีที่พึ่ง! มนุษย์ตายโดยเหตุที่เยือกเย็นเพราะอำนาจของลม จนกระทั่งต่อเมื่อมีผู้สามารถตีหินให้เป็นประกาย ลูกไฟแห่งดวงอาทิตย์ซึ่งอบอุ่น ศิลาซึ่งเย็น มนุษย์กินเนื้อกันเอง จนกระทั่งต่อเมื่อมีผู้รู้จักเก็บเกี่ยวข้าวซึ่งเดิมงอกขึ้นเหมือนหญ้าและเดี๋ยวนี้เป็นอาหารซึ่งเลี้ยงชีวิตมนุษย์ได้ ต่างคนต่างทำท่าทางและออกเสียงละล่ำละลัก จนกระทั่งกลายเป็นมีผู้ประดิษฐ์ให้มีศัพท์มีภาษาคำพูดมากขึ้น และนิ้วมือก็สามารถขีดเขียนลายลักษณ์อักษรได้ เป็นบำเหน็จอะไรหนอที่พี่น้องของเราทั้งหลายได้รับมาโดยอาศัยความค้นคว้า
การต่อสู้และการพลีซึ่งเป็นเพราะความรัก? หากมนุษย์มีอานุภาพและเคราะห์ดีสมบูรณ์พูนผล มีความสุขและมีความสบาย เกิดมาก็มีผู้แต่งตั้งให้สืบราชสมบัติ ถ้าตนต้องการราชสมบัตินั้น และเป็นจักรพรรดิราช หากมนุษย์คนใดไม่แก่ชราเพราะกรากกรำฉนำกาลที่ทวีมากขึ้น แต่ตั้งแต่ปฏิสนธิแห่งชีวิตของตนก็มีแต่ความสุขสบาย ถึงกระนั้นก็ยังไม่จุใจในรสแห่งกาม ยังคงใคร่และปรารถนาอยู่เสมอ
ถ้าหากผู้ใดไม่รู้จักท้อถอยเนื้อเหี่ยวด้วยความชรา และเป็นปราชญ์ผู้ที่มองเห็นทุกข์แต่ก็มีสุขใจในบุญและความเมตตา ซึ่งปะปนอยู่กับความชั่วทั้งปวงในใต้หล้านี้ และมีอิสระที่จะเลือกตามชอบใจในสิ่งใดที่น่ารักยิ่งในโลกนี้ คือเลือกสัตวโลกอันหนึ่งดังตัวเราที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ โดยปราศจากความเศร้าโศก ความต้องการ ทรมานแต่ในความทรมานของผู้อื่น เว้นแต่ความทรมานด้วยเหตุที่เป็นมนุษย์ ถ้าสัตวโลกใดก็ตามมีอะไรต่อมิอะไรที่จะให้แล้ว ให้เพราะมีความรักในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แล้วก็พลีจนแม้แต่ชีวิตของตนเพื่อค้นคว้าหาความจริงสำหรับล่วงรู้ความลับแห่งการช่วยเหลือสัตวโลกให้พ้นทุกข์ โดยความลับนั้นซ่อนอยู่ในขุมนรก หรือในสวรรค์ หรืออยู่ใกล้เราแต่เราไม่รู้ไม่เห็นก็ตาม ในหัวใจของสิ่งใด ๆ ก็ตาม
โดย ศาลาธรรม [24 เม.ย. 2552 , 10:11:00 น.] ( IP = 125.27.172.91 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ในที่สุด เมื่อได้พยายามนาน ๆ ไป เราแน่ใจว่า สิ่งที่เป็นฉากป้องปิดความลับต้องเผยให้ปรากฏแก่ตาของมนุษย์ซึ่งคลำอยู่ในความมืด และวิถีทางเดินก็จะเผยออก ณ เบื้องเท้าอันเจ็บปวด แล้วคงจะถึงซึ่งผลที่หวังในขณะเมื่อตนสละความเป็นอยู่ของโลกนี้ อีกทั้งความตายก็จะได้พบผู้ที่มีอำนาจเหนือมัน
นี่แหละเป็นสิ่งที่เราเอง ผู้มีราชอาณาจักรที่ต้องสละทิ้ง จะเป็นผู้กระทำ เราอยากทำก็เพราะเรารักราชอาณาจักรของเรา เพราะใจเราเต้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับใจของผู้ซึ่งทรมาน จะเป็นผู้ที่รู้จักก็ดีหรือไม่รู้จักก็ดี สัตวโลกซึ่งอักโขผู้เป็นของเรา หรือซึ่งต่อไปจะกลายเป็นของเรา และจะได้รับความช่วยเหลือให้พ้นจากกองทุกข์โดยการสละเสียซึ่งเรายอมประพฤติให้เขาบัดนี้
โอ! ดาราซึ่งเป็นเครื่องแนะนำเรา เรายอมนำตนไปประพฤติแล้ว! โอ! ธรณีอันเศร้าหมอง สำหรับเจ้าและสิ่งซึ่งอยู่เหนือทรวงของเจ้า เรายอมสละความหนุ่มแน่นของเรา ราชบัลลังก์ของเรา ความสนุกร่าเริง ทั้งทิวาอันรุ่งโรจน์ และราตรีอันสุขของเรา พระราชวังอันเกษมศานต์ของเรา และจากวงแขนของพระนาง แม่กัลยาณีผู้เป็นเทวีสุดสวาทของเรา ซึ่งเรายังอาลัยยิ่งในการที่พรากไปยิ่งกว่าสิ่งทั้งปวง!
แต่เธอนี้ก็เหมือนกัน เราต้องช่วยเธอ พร้อมกันกับที่ช่วยโลก และผู้ที่ซึ่งดิ้นรนอยู่ในคัพโภทรของเธอ คือลูกของเรา บุปผาที่ซ่อนซึ่งเกิดขึ้นเพราะความปฏิพัทธ์ของเรา ซึ่งทำให้ท้อต่อความตกลงใจของเรา ถ้าเรายังรอเพื่ออวยพรเขา "โอ! แม่เทวีที่รักของฉัน! ลูกของฉัน! พระราชบิดาของฉัน! อาณาประชาราษฎร์ของฉัน! ท่านจำเป็นต้องอดรนทนโศกาลัยไปพักหนึ่งก่อน เพื่อประทีปจะได้โชติช่วงชัชวาลขึ้นแล้ว สัตวโลกทั้งหลายก็จะได้เรียนธรรมวินัย
บัดนี้ฉันได้ตกลงใจแล้ว ฉันจะออกเดินทาง และจะไม่กลับก่อนกาลที่ฉันได้พบสิ่งที่ฉันค้นมานั้นแล้ว หากว่าการค้นหาย่อมเป็นไปด้วยศรัทธาและความพยายามของฉันจะสามารถสำเร็จได้"
โดย ศาลาธรรม [24 เม.ย. 2552 , 10:13:51 น.] ( IP = 125.27.172.91 : : )
สลักธรรม 2ครั้นแล้วพระองค์ก็ทอดสายพระเนตรแห่งการร่ำลาอย่างสุดแสนอาลัยไปสู่ดวงพักตร์ของพระนางซึ่งกำลังหลับอันยังชุ่มโชกอยู่ด้วยพระอัสสุชลซึ่งทรงกันแสง แล้วพระองค์ก็ค่อย ๆ วัดเฉวียนเวียนรอบที่บรรทม ๓ ครั้ง โดยความเคารพประหนึ่งว่าเคารพต่อพระแท่น พลางประณมพระหัตถ์เหนือหทัยซึ่งปั่นป่วน "ไม่มีวันที่เราจะได้มานอนที่นี่อีกแล้ว" พระองค์ตรัสแก่พระองค์เอง
แล้วพระองค์ก็อยากจะเสด็จออกไปถึง ๓ ครั้ง แต่ทั้ง ๓ ครั้งนั้นเอง พระองค์ก็ต้องเสด็จกลับ ทั้งนี้เพราะความงามของพระนางยโสธรานั้นยอดยิ่ง และความรักของพระองค์ซึ่งมีอยู่แก่พระนางก็เหลือล้น จนพระองค์ต้องเอาฉลองพระองค์คลุมพระเศียรแล้วกลับดำเนินเปิดม่านเสด็จออกไป
เมื่อเสด็จออกมาแล้วก็ทอดพระเนตรเห็นนางสาวสนมทั้งปวงกำลังนอนหลับอยู่เดียรดาษประดุจดอกปทุมชาติที่นิ่งอยู่เหนือน้ำมีนางคุงคะและโคตมีทั้งสองซึ่งประหนึ่งดอกปทุมฝาแฝดที่พึ่งแย้มกลีบนอนอยู่ข้างเคียงนางอื่น ๆ ที่เป็นคล้าย ๆ ใบอันเขียวชอุ่มน่าเอ็นดู
เมื่อทอดพระเนตรเห็น พระองค์จึงตรัสว่า "เจ้าสวยมากทีเดียว นางสุดสวาททั้งหลาย กระทำให้เราพรากจากเจ้าไปได้ยากเสียนี่กระไร แต่ถ้าเราไม่พรากจากเจ้าซึ่งไม่มียาแก้และความมรณะซึ่งหลีกไม่พ้นไม่มีพ้นด้วยกันทั้งสิ้น แม้เจ้าทั้งหลายนี้มีการหลับเป็นการพักผ่อนก็ดี แต่เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี ก็เมื่อดอกกุหลาบคายแล้ว รสกลิ่นและความงามไปอยู่ที่ไหนหนอ? เมื่อตะเกียงดับแล้ว เปลวไฟไปอยู่เสียที่ไหน?
"โอ! ในราตรีนี้จงดลความหนักให้แก่หนังตาและตรึงตราริมฝีปากของเขาเหล่านี้ด้วย เพื่ออย่าให้มีการร้องไห้ มีเสียงแสดงอาลัยโดยภักดีมายับยั้งการออกเดินทางของเราได้ เพราะถ้าบรรดานางสาวศรีเหล่านี้ยิ่งกระทำความสำราญให้แก่ชนมชีพของเรามากขึ้นตราบใด ความขื่นขมก็จะยิ่งมีอยู่ในใจที่จะให้เห็นไปว่า เขา(คือสตรีทั้งหลายเหล่านี้) กับตัวเราเองอีกทั้งธรรมชาติอื่น ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดำรงอยู่ในชนมชีพของตน เหมือนต้นไม้ซึ่งเกิดขึ้นในฤดูอบอุ่นกรากกรำฝน หิมะและความหนาว แล้วก็เต็มไปด้วยใบที่ตาย เพื่อเกิดใหม่ซึ่งบางทีจะเกิดในฤดูอบอุ่นหน้านั้นอีก หรือมิฉะนั้นก็ถูกตัดด้วยคมแห่งขวานเสียดังนี้ก็มี
เราไม่ต้องการให้เป็นดังนี้ เราซึ่งมีชนมชีพอยู่ในมนุษยโลกนี้ เป็นชนมชีพแห่งเทพเจ้า! เราไม่ต้องการเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลาที่มุนุษย์ยังคร่ำครวญอยู่ในความมืด ฉะนั้น ลาก่อนนะมิ่งมิตรทั้งหลาย! ในระหว่างที่ชีวิตของเรายังทำประโยชน์ได้ เราก็ทำ เราจึงไปเพื่อแสวงหาทางที่จะช่วยเหลือให้พ้นทุกขเวทนา และหาความสว่างที่ยังไม่ปรากฏ ณ บัดนี้"
โดย ศาลาธรรม [24 เม.ย. 2552 , 10:15:17 น.] ( IP = 125.27.172.91 : : )
สลักธรรม 3ครั้นแล้วพระสิทธัตถะก็ค่อย ๆ เสด็จผ่านมาในท่ามกลางแห่งสตรีสาวทั้งปวงซึ่งกำลังหลับ เมื่อพ้นแล้วก็มาบรรลุถึงในท่ามกลางแห่งราตรีกาล ซึ่งมีดวงตา คือดาราแจ่มจรัสทั้งหลายมองดูพระองค์ด้วยความรัก และลมก็โชยเฉื่อยฉิวมาต้องชายฉลองพระองค์อยู่ไหว ๆ ปวงบุปผชาติซึ่งจีบกลีบในยามทิวาวารก็แย้มกลีบนั้นออกเพื่อส่งกลิ่นหอมด้วยเกสรสีกุหลาบและแดงเข้ม ณ ทุ่ง ตั้งแต่ภูเขาหิมาลัย จนกระทั่งถึงทะเลแห่งประเทศอินเดียก็ให้บังเกิดความสะเทือนเหมือนหนึ่งว่า ดวงวิญญาณของแม่พระธรณีสนั่นหวั่นไหว โดยมีหวังในสิ่งอะไรอย่างหนึ่งซึ่งยังไม่ปรากฏ
อนึ่งพระคัมภีร์ซึ่งพรรณนาพระประวัติของพระพุทธเจ้าของเรายังกล่าวอีกว่า มีเทพดุริยางค์บรรเลงทางทิศตะวันออกและตะวันตก โดยหมู่เทวดาซึ่งเปล่งปลั่งด้วยรัศมี ทำให้ราตรีกาลและเวหามีแสงสว่าง และชื่นบานทั้งทิศเหนือและทิศใต้
ยิ่งกว่านั้น ท้าวจตุโลกบาลก็เรียงเป็นแนวแถวละสองลงมาสู่พระทวารแห่งพระราชวัง พร้อมด้วยหมู่ทวยเทพอันเปล่งปลั่งซึ่งมนุษย์แลไม่เห็น มีอาวุธ คือ นิล เงิน ทองและไข่มุก ประณมมือ ชุ่มชื่นด้วยองค์พระสิทธัตถะราชกุมารแห่งอินเดีย ซึ่งพระเนตรชุ่มโชกไปด้วยพระอัสสุชล ทอดดูหมู่ดารา และมิได้เผยริมฝีพระโอษฐ์ ทรงมุ่งแต่ในพระหฤทัยรำพึงถึงความรักสรรพสัตว์อันใหญ่ยิ่ง
พระองค์ทรงย่างเข้าสู่ที่มืดแล้วร้องว่า "นายฉันนะ ลุกขึ้นเถิด แล้วจูงกัณฐกะออกมา"
"พระองค์มีพระประสงค์อะไร!" นายม้าต้นทูลถาม พลางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากที่ซึ่งเขานอนอยู่เคียงข้างประตู "จะเสด็จทรงม้าไปในเวลาค่ำคืน ในยามซึ่งวิถีทางทุกแห่งกำลังมืดอยู่อย่างนี้หรือพะยะค่ะ"
"พูดค่อย ๆ เถิด" พระสิทธัตถะตรัส "จงนำม้าของฉันออกมา เพราะถึงเวลาซึ่งฉันต้องพรากจากที่คุมขังอันอร่ามเรือง ที่ใจของฉันเห็นว่าเหมือนติดกรงนี้แล้ว เพื่อจะได้ไปพบความจริงซึ่งฉันจะไปหาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สำหรับความพ้นทุกข์ภัยแห่งมนุษย์ทั้งหลาย จนกว่าจะได้ค้นพบ"
"น่าประหลาด! พระองค์ผู้เป็นที่รักของข้าพระพุทธเจ้า" นายฉันนะทูลสนอง "มิเป็นการไร้ประโยชน์แล้วหรือ ซึ่งบรรดาปราชญ์และฤาษีผู้สังเกตดูดาว แล้วกล่าวให้เราคอยเวลาซึ่งพระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะจะครองมหาอาณาจักร และจะเป็นราชาแห่งราชาทั้งหลายนั้น (พระเจ้าจักรพรรดิราช) พระองค์อยากเสด็จโดยทอดทิ้งโลกและราชสมบัติอันมโหฬารให้พ้นจากพระราชอำนาจของพระองค์ เพื่อไปถือกะลาอย่างคนขอทานเช่นนั้นหรือ พระองค์อยากเสด็จไปหาที่ว่างงเวิ้งอันเร่าร้อนดังนั้นหรือ พระองค์ผู้มีเมืองสวรรค์แห่งความเกษม ศานต์อยู่ที่นี่"
โดย ศาลาธรรม [24 เม.ย. 2552 , 10:16:47 น.] ( IP = 125.27.172.91 : : )
สลักธรรม 4พระสิทธัตถะตรัสตอบว่า "ความว่างเวิ้งนั่นแหละที่ฉันต้องการ ไม่ใช่ต้องการราชบัลลังก์ ราชสมบัติที่ฉันต้องการมีค่ายิ่งกว่าราชอาณาจักร และสิ่งทั้งหลายที่อยู่ใต้อำนาจแห่งความชราและมรณะ จงนำกัณฐกะมาให้ฉันเถิด"
"พระองค์ผู้ทรงเกียรติยศยิ่ง" นายม้าต้นกราบทูล "ขอพระองค์จงทรงระลึกถึงความเศร้าโศกของพระราชบิดาของพระองค์เถิด จงทรงคิดถึงความโศกาดูรของผู้ซึ่งพระองค์ได้ร่วมสันติสุขเกษมศานต์ยิ่งกว่าใคร ๆ นั้นเถิด! พระองค์จะช่วยได้อย่างไร เมื่อพระองค์มาเริ่มทอดทิ้งเสียแล้วดังนี้"
พระสิทธัตถะตรัสตอบว่า "เพื่อนเอ๋ย เป็นความรักที่ผิดแท้ที่ไปผูกพันกับสิ่งที่ตนรัก เพื่อให้ได้ความสนุกสนานแต่ตัวเองโดยตรง แต่ฉันเองซึ่งรักพระราชบิดาและแม่เทวีพระนางของฉันยิ่งกว่าความสนุกรื่นเริงของฉันเอง ทั้งยิ่งกว่าความสนุกรื่นเริงของพระราชบิดาและแม่เทวีด้วย ฉันต้องออกเดินทางไปเพื่อช่วยท่านเหล่านี้กับสัตวโลกอื่น ๆ ทั้งหลายให้พ้นจากกองทุกข์ หากแหละความรักอันแรงกล้านั้นสามารถบันดาลให้สำเร็จได้ ไปเถิด ไปนำกัณฐกะมาให้ฉัน"
นายฉันนะจึงทูลว่า "พะยะค่ะ ข้าพระพุทธเจ้าจะไปจัดนำมาถวาย" ทูลแล้วก็ไปสู่โรงม้าด้วยอาการอันเศร้าโศก หยิบเอาขลุมเงิน บังเหียน สายรัดทึบ สายคางจากที่เก็บ รัดสายรัด ติดห่วง และจูงกัณฐกะออกมา แล้วผูกกับห่วง แปรงและผูกเครื่อง พลางลูบเล้าถูกายอันขาวเหลือบดุจไหม เอาพรมสี่เหลี่ยม (นูมดา-พรมสำหรับรองอานม้า) ปูหลังและวางอานอันงามลง รัดสายรัดทึบประดับนิลจินดา สวมซองหางข้างท้ายผ้ารัดหลัง เอาโกลนทองคำแกะเป็นลวดลายลงทั้งสองข้าง
ครั้นแล้วก็คลุมกายทั้งมวลด้วยผ้าร่างแหไหมสีทองเหลือบประดับไข่มุก แล้วพาอัศวอาชาไนยอันงามนั้นมาสู่ทวารพระราชวังซึ่งพระสิทธัตถะทรงรออยู่ และม้านั้นโดยยินดีที่เห็นพระองค์ ก็ร้องขึ้นอย่างร่าเริงพลางกระทำอาการกิริยาด้วยจมูกอันเบ่งโดย ศาลาธรรม [24 เม.ย. 2552 , 10:17:25 น.] ( IP = 125.27.172.91 : : )
สลักธรรม 5นอกจากนี้ในพระคัมภีร์ยังกล่าวอีกว่า ถ้าหากปวงเทวาไม่ช่วยบันดาลปิดโสตประสาทของผู้ที่หลับเหล่านั้นเสียเพื่อป้องกันไม่ให้ได้ยินแล้ว แน่นอนทีเดียว ทุก ๆ คนจะได้ยินเสียงร้องของกัณฐกะอัศวราช กับเสียงคุ้ยเขี่ยด้วยเท้าซึ่งสวมด้วยเกือกเหล็ก
พระสิทธัตถะประคองเศียรอันสง่าของกัณฐกะ ลูบคลำคออันเหลือบแล้วตรัสว่า "นิ่งเสียเถิดกัณฐกะขาวที่รัก นิ่งเสียเถิด จงพาฉันไปในระยะอันห่างไกล ซึ่งไม่เคยมีอัศวนึกคนใดเคยไปถึง เพราะคืนนี้ฉันออกไปหาเพื่อความจริง ความจริงซึ่งฉันยังรู้ไม่ได้ว่าการแสวงหาของฉันจะสุดสิ้นลงที่ไหน ขอแต่อย่าให้สุดสิ้นลงก่อนที่การแสวงหาของฉันจะได้บรรลุถึงสัมฤทธิผลเท่านั้น
ฉะนั้นจงร่าเริงและว่องไวเถิด ม้าที่รักของฉัน และขออย่าให้มีสิ่งใดอาจมาขัดขวางวิถีทางของเจ้าได้จนแม้แต่ดาบตั้งพันเล่มมากีดขวางทางของเจ้าอยู่ อีกทั้งกำแพงทั้งหลุมก็อย่าให้อาจมากีดกั้นทางไปของเราได้
จงฟังถ้าฉันกระตุ้นสีข้างของเจ้าเข้าแล้วร้องว่า "ไปเถิด กัณฐกะ! ก็จงไปให้เร็วยิ่งกว่าลมหวน และจงทำให้เหมือนไปกับลม ในการอาสาเจ้าของเจ้านะม้าเอ๋ย ถ้าดังนี้ก็นับว่าเจ้าจะได้มีส่วนกับเจ้าของของเจ้าในบุญบารมีแห่งกิจซึ่งสามารถช่วยโลกให้พ้นจากทุกข์ได้ เพราะว่าการที่ฉันออกไปนี้ไม่เพียงแต่สำหรับช่วยเฉพาะมนุษย์ แต่ยังจะสำหรับช่วยบรรดาสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่พูดไม่ได้ ที่มีส่วนความลำบากด้วยกับเรา และไม่มีความหวัง ทั้งก็ไม่มีความฉลาดพอที่จะขวนขวายหาความหวังนั้นด้วย"
เมื่อตรัสเสร็จแล้ว พระองค์ก็ค่อย ๆ เสด็จขึ้นไปประทับเหนืออานลูบคลำผมอันงาม กัณฐกะจึงวิ่งถลาจนเท้าซึ่งสวมเหล็กกระทำให้เกิดเป็นประกายเพลิงและทำให้เหล็กบังเหียนมีเสียง แต่ก็หาทำให้ผู้ใดได้ยินเสียงเหล่านี้ไม่ เพราะเทวสุทธัส (แปลว่า "ผู้บริสุทธิ์" เป็นชื่อของบุคคลชั้นสูง หรือ อริยะ) ซึ่งลงมาแห่ห้อมพระองค์เก็บดอกโมคราสีแดง (ดอกไม้เถาในป่าอินเดีย) แล้วก็โปรยโรยไปตามวิถีทางที่เสด็จไป และเอาพระหัตถ์ซึ่งมองไม่เห็นกุมเสียงดังของบังเหียนและสายโซ่
พระคัมภีร์ยังกล่าวอีกว่า เมื่อเสด็จถึงพระลานใกล้พระทวารใน มีอสูรนำผ้าวิเศษมารองรับเท้าของอัศวราช แล้วกุมกันมิให้เสียงฝีเท้าดังออกมาได้โดย ศาลาธรรม [24 เม.ย. 2552 , 10:19:19 น.] ( IP = 125.27.172.91 : : )
สลักธรรม 6ครั้นถึงประตูสัมริด ๓ ชั้น ซึ่งมีคนยาม ๑๐๐ คน เปิดปิดแทบไม่ออกนั้นก็ค่อย ๆ เปิดออกเองอย่างเงียบ ๆ แม้ตามธรรมดาเมื่อเปิดหรือปิดแล้ว ประตูนั้นก็ย่อมดังก้องกังวานไปในระยะ ๒ ก๊อสส์ (มาตราวัดของอินเดีย ก๊อสส์หนึ่งประมาณระยะ ๘๔๐ วา) ดุจเสียงฟ้าร้อง เพราะเสียงระฆังและโซ่อันหนักแห่งประตูนั้น
ประตูอันมหึมาด้านกลางและด้านนอกเปิดออกเองอย่างเงียบ ๆ ดุจประตูแรก ในเมื่อพระสิทธัตถะและราชอาชาไนยจะใกล้ถึงฝ่ายกองรักษา ทั้งนายและพลทหารซึ่งรายเรียงเข้าวิถีทางก็แน่นิ่งประดุจคนตาย พลางปล่อยหอกดาบและโล่เขนเสีย เพราะตามวิถีทางของพระองค์ที่เสด็จไปนั้น มีลมซึ่งทำให้นอนหลับได้ยิ่งกว่าลมแห่งทุ่งมัลลวะ (เป็นชื่อจังหวัดหนึ่ง ในแว่นแคว้นอินเดียซึ่งเป็นที่ปลูกต้นไม้ชนิดหนึ่งใช้ทำฝิ่น) อันง่วงเหงาและหลับใหลทั่วทิศานุทิศ ดังนี้แหละซึ่งพระสิทธัตถะกับราชอาชาไนยและนายฉันนะจึงออกจากพระราชวังไปได้อย่างง่ายดาย
เมื่อดาวกัลปพฤกษ์จวนรุ่ง ขึ้นอยู่ทางบูรพาทิศห่างขอบฟ้าประมาณครึ่งหอก และลมเฉื่อยเวลาเช้าเริ่มพัดเหนือพระธรณีกระทำให้แม่น้ำอโนมาซึ่งใช้เป็นเขตขัณฑเสมาอาณาจักรเกิดเป็นละออง พระสิทธัตถะจึงลดบังเหียน ทรงกระโดดลงยังพื้นดิน และเมื่อทรงถอดเศวตกัณฐกะตรงหว่างหูแล้วก็ตรัสแก่นายฉันนะว่า "ตามที่เธอได้ทำมาแล้วนี้ จะเป็นกุศลโชคแก่เธอและสัตวโลกทั้งปวง จงแน่ใจเถิดว่า ฉันรักเธอเสมอ เพราะความกตัญญูซึ่งเธอได้แสดงให้ปรากฏแล้วแก่ฉัน จงพาม้าของเธอกลับไปเถิด และเอาสร้อยไข่มุกและเครื่องทรงของฉันซึ่งบัดนี้ไม่มีประโยชน์อะไรแก่ฉันแล้ว เข็มขัดประดับมณีวิเศษ ดาบและกองเกสาซึ่งฉันตัดจากเศียรเกล้ากับอาวุธอันคมกริบนี้ไปด้วยเพื่อถวายให้แก่พระราชบิดาทั้งหมด
และกราบทูลว่า "สิทธัตถะขอให้พระองค์ทรงลืมสิทธัตถะ จนกว่าสิทธัตถะจะกลับมาพร้อมด้วยเกียรติคุณอันทศทวี ได้สำเร็จซึ่งราชวิทยาการโดยอาศัยการเสาะแสวงอย่างโดดเดี่ยว และการต่อสู้ของพระองค์เพื่อหวังประทีป คือแสงสว่าง"
และจงทูลพระองค์ว่า "ถ้าฉันได้บรรลุถึงความสว่างที่ว่านี้แล้ว โลกทั้งมวลก็จะเป็นของฉัน เพราะเห็นแก่กิจอันสำคัญที่ฉันบำเพ็ญให้เขา เป็นของฉันโดยความรัก เพราะความหวังของมนุษย์ย่อมสำเร็จได้ แต่เมื่อหวังพึ่งเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นเอง และไม่มีใครเลยที่แสวงหาความหวังเพื่อให้ผู้อื่นได้พึ่งดังที่ฉันต้องการแสวงหา คือฉันซึ่งยอมสละโลกีย์เพื่อช่วยโลกนี้"
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [24 เม.ย. 2552 , 10:20:00 น.] ( IP = 125.27.172.91 : : )
สลักธรรม 7
ด้วยอำนาจของการสั่งสมบารมีมาอย่างเปี่ยมล้น อุปสรรคใดๆ จึงมิอาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงเสด็จออกจากวัง ด้วยใจที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวพร้อมที่จะช่วยสัตวโลกให้พ้นจากทุกข์ภัยในสังสารวัฎฎ์
ขอบพระคุณมากค่ะคุณศาลาธรรมที่นำประทีปแห่งอาเซียมาให้ได้อ่านเป็นประจำ ...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [24 เม.ย. 2552 , 10:35:54 น.] ( IP = 124.121.176.227 : : )
สลักธรรม 8breitling colt watches watches replica quite a lot time now They are fully satisfied replica watches discounts and home delivery One fake watches UnderstandHandbags are available in.
โดย limited - [6 พ.ค. 2554 , 15:41:32 น.] ( IP = 123.153.79.25 : : )
สลักธรรม 9bed sheets organic bedding egyptian cotton sheets boys bedding sets childrens bedding egyptian cotton sheets bed linens camouflage bedding boys bedding pillow protectors bedding sale.
โดย fran - [7 พ.ค. 2554 , 07:03:50 น.] ( IP = 123.153.70.216 : : )
สลักธรรม 10replica rado watches replica watches terms of added features and cutting edge replica watches the same as an ordinary wig but watches replica line of fashion wear for women.The.
โดย calat - [7 พ.ค. 2554 , 08:21:32 น.] ( IP = 123.153.70.216 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |