มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อโหสิกรรม (๒)




ตอนที่ผ่านมา

อุปปัชชเวทนียกรรม คือกรรมที่เราจะต้องได้รับผลในภพที่ ๒ ในภพที่ ๒ จากภพนี้ ถ้ากรรมอันใดก็ตาม ส่งผลก่อนให้เราได้รับผลเมื่อตายจากภพนี้ไป กรรมที่เหลือนอกนั้นก็เป็นอโหสิทั้งหมด ไม่มีโอกาสส่งผลต่อไปอีก เพราะว่าอุปปัชชเวทนียกรรมจะต้องให้ผลในปฏิสนธิกาลคือ
ให้ผลเมื่อตอนเกิด เช่น อย่างเราฆ่าพ่อฆ่าแม่ต้องเกิดในอเวจี ฆ่าพระอรหันต์ก็ต้องเกิดในอเวจี ในภพที่ ๒ ที่เป็นอุปปัชชเวทนียกรรม แล้วส่งผลนั้นก็มี ๒ กาล คือ ปฏิสนธิกาล กับ ปวัตติกาล

ปฏิสนธิกาล ก็คือส่งผลให้ไปเกิด
ปวัตติกาล ก็คือหลังจากเกิดแล้ว


ฉะนั้น ถ้ากรรมอันใดส่งผลในปฏิสนธิกาลแล้ว กรรมอื่นก็ไม่มีโอกาสส่งผลก็เป็นอโหสิ เป็นอโหสิหมายความว่าไม่มีโอกาสส่งผลในปฏิสนธิกาล แต่ในปวัตติกาล กรรมนั้นยังคงมีอยู่ มีอยู่ในลักษณะที่ไปเป็นกรรมที่คอยเบียดเบียนคอยอุปถัมภ์ส่งเสริมในปวัตติกาลต่อไป หรือเหมือนอย่างเราสร้างกุศลเหมือนกัน เช่น อย่างเราได้ฌาน รูปฌานหรืออรูปฌานก็ตาม ถ้าเราได้รูปฌาน เราตายจากปัจจุบันภพ เราก็ปฏิสนธิในปฐมฌานภูมิ ถ้าได้ทุติยฌาน เราปฏิสนธิในทุติยฌานภูมิ
ในฌานนี้มีอยู่ ๕ ชั้น คือ

ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน และก็ปัญจมฌาน คือ ชั้นที่ ๑ ชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ ชั้นที่ ๔ ชั้นที่ ๕ เมื่อเราตายไปจากภพปัจจุบัน ได้รับผลในปฏิสนธิในภพที่ ๕ ในปัญจมฌานอย่างนี้ สมมุติว่าปฏิสนธิในปัญจมฌาน กรรมที่เหลือทั้ง ๔ นั้นก็เป็นอโหสิกรรม เพราะปัญจมฌาน ให้ผลในปฏิสนธิแล้ว กรรมนอกนั้นไม่มีโอกาสส่งผลในปฏิสนธิ ก็เป็นอโหสิกรรมไป นี้ฝ่ายกุศล กุศลที่เป็นอุปปัชชเวทนียกรรม

ฉะนั้นกรรมอื่นที่ไม่ให้ผลในปฏิสนธิก็เป็นอโหสิ แต่คำว่าอโหสิคืออโหสิในปฏิสนธิ แต่ไม่ใช่หมายความว่ากรรมนั้นไม่มีโอกาสส่งผลต่อไปแล้ว ส่งผลเหมือนกัน แต่ว่าส่งผลในปวัตติกาล ไม่ใช่ปฏิสนธิกาล เพราะปฏิสนธิได้รับผลไปแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2552 , 08:57:32 น.] ( IP = 58.9.145.238 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตัวอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ เรามาเกิดในโลกมนุษย์ ปฏิสนธิมาเป็นมนุษย์ ที่เราเป็นมนุษย์ได้ก็เพราะว่าชาติก่อนเราสร้างกุศลมา แล้วกุศลเราก็ทำมากมายหลายอย่าง ไม่ใช่ทำอย่างเดียว แต่ก็มีกุศลชนิดหนึ่งส่งผลให้เรามาปฏิสนธิเป็นมนุษย์ จะเป็นมนุษย์ผู้ชาย มนุษย์ผู้หญิง จะเป็นติเหตุกบุคคล คือปฏิสนธิมาด้วยเหตุ ถึงพร้อมด้วยเหตุ ๓ อย่างก็ดี ทวิเหตุกบุคคล คือมีเหตุเพียง ๒ อย่างก็ดี หรือ เอกเหตุกบุคคลก็ดี มีเหตุเพียงอย่างเดียวก็ดี เมื่อปฏิสนธิแล้ว ส่งผลให้ปฏิสนธิแล้ว กุศลกรรมอื่นๆ นั้นก็ไม่มีโอกาสส่งผลแล้ว

เราได้รับผลของกรรมที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์และกุศลอื่นก็ไม่มีโอกาสส่งผลอื่นในปฏิสนธิ เขาก็มาส่งผลในปวัตติกาล คือเราเกิดเป็นมนุษย์ กุศลกรรมที่ทำไว้อื่นๆ หลายอย่างในชาติปางก่อน เป็น ปุพเพกตปุญญตา มาส่งเสริมชีวิตของเราระหว่างที่เราดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ ถ้าเราสร้างกุศลมากๆ กุศลก็ส่งเสริมให้เรามีความสุข มีความสบาย มีความเจริญ มีความสำเร็จในสิ่งที่เราพึงปรารถนาทุกอย่าง นั่นเป็นกุศลที่ส่งผลในปวัตติกาลต่อไปเรื่อยๆ แต่ว่ากุศลที่ส่งผลในปวัตติกาล เป็นอโหสิกรรมในปฏิสนธิกาลแล้ว มาเป็นกุศลในปวัตติกาล คือเมื่อส่งผลในปฏิสนธิไม่ได้ ก็เป็นอโหสิในปฏิสนธิ แต่ก็ยังมีผลในปวัตติกาลต่อไป อย่างนี้เป็นต้น คือ อุปปัชชเวทนียกรรม

ส่วน อปราปริยเวทนียกรรม หมายถึง กรรมที่จะต้องส่งผลต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อมีโอกาสเมื่อใด ให้ผลเมื่อนั้น เหมือนเราปลูกไม้ใหญ่ไว้ ปีไหนฝนตกชุกหน่อย อากาศดี มันก็ออกดอกออกผล อย่างเราปลูกลิ้นจี่ ลำไย ถ้าหากว่าปีไหนมันหนาว ลิ้นจี่ ลำไยก็ตก ถ้าปีไหนมันร้อน มันก็ไม่ออกดอกออกผล กรรมที่เราทำกันเป็นอปราปริยเวทนียกรรมเบ็ดเตล็ดทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ก็เหมือนกัน มันมีอยู่โดยทั่วกันทุกคน ถ้าสบโอกาสเมื่อใด กรรมนี้ก็ให้ผลเมื่อนั้น โอกาสก็คือว่า

เช่นอย่างเราสร้างกุศลมา ถ้าชาติใดหรือในชาตินี้เราประมาท เราไม่สร้างกุศลเพิ่มเติม อกุศลอันนี้ตามทัน มันก็ส่งผลในปัจจุบัน กรรมอันนั้นก็ตามมาเล่นงานเรา ได้ช่องมันก็เล่นงานเราทันที อันนี้เรียกว่า อปราปริยเวทนียกรรม
ตัว อโหสิกรรม คือ กรรมที่มันไม่มีโอกาสให้ผลอีกแล้ว ไม่มีโอกาสให้ผลก็เป็นอโหสิกรรมหรือกรรมอันใดเมื่อให้ผลแล้วมันก็สิ้นสุดลงเป็นอโหสิไป จะไม่ให้ผลไม่มีที่สิ้นสุดต่อไปอีก จะไม่ให้ผลซ้ำสองอีก เป็นอโหสิไปหมด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2552 , 09:01:46 น.] ( IP = 58.9.145.238 : : )


  สลักธรรม 2

ท่านยกตัวอย่างเหมือนกับเราเป็นหนี้ แล้วเราใช้หนี้เขา หนี้มันก็หมดไป ทีนี้ถ้าเราเป็นหนี้กรรมล่ะ เมื่อกรรมอันนั้นสนองมา กรรมเราก็หมดไป วิบากกรรมถ้าเป็นอกุศลก็ไม่ใช่เป็นความเลวร้ายอะไร มันเลวร้ายทารุณตรงที่ว่าเราต้องใช้เขาเท่านั้น ที่เราบอกว่ามันไม่ดี ไม่ดีก็คือไม่ดีตรงที่ว่าเราใช้เขา เหมือนกับเราเป็นหนี้เขา แล้วเจ้าหนี้ไม่ยอมยกให้ เราก็ต้องใช้หนี้เขา มันไม่ดีตรงที่ว่าไปใช้หนี้เขา แต่ความจริงมันดีตรงที่ว่าเมื่อเราได้ใช้หนี้เขาแล้ว เราหมดหนี้ มันดีตรงที่ว่าเราหมดหนี้ แล้วเรื่องหนี้กรรมมันยกให้กันไม่ได้

อย่างที่บอกว่าฉันอโหสิให้เธอนะ ความจริงฉันอโหสิให้ เป็นแต่เพียงว่าฉันไม่ผูกโกรธ ฉันไม่จองเวรเท่านั้น แต่กรรมที่อีกคนหนึ่งก่อนั้นน่ะ เขาจะต้องได้รับแน่นอน ถึงจะบอกว่าฉันไม่เอาเรื่องเอาราวนะ ฉันยกให้เขาจะต้องไม่ได้รับเคราะห์ รับกรรม ไม่ได้

ในทางกฎหมายได้ ทางกรรมไม่ได้ กฎหมายเราอาจจะให้อภัย ไม่ฟ้องร้องต่างๆ ผู้ที่ทำร้ายต่อเรา เขาก็พ้นผิดไป แต่กรรมนั้นไม่เคยยกโทษให้ใคร หรือในทางกฎหมาย ถ้าเราทำผิด ทำชั่ว กฎหมายไม่สามารถจะลงโทษเราได้ เราคิดว่า เราไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย แต่เราต้องรับโทษทางกรรม กรรมต้องลงโทษเพราะว่ากรรมนั้นหนีไม่พ้น กรรมจึงเป็นสิ่งที่เรายกให้ซึ่งกันและกันไม่ได้ ถ้ายกให้ซึ่งกันและกันได้พระพุทธเจ้าก็ต้องให้อภัยพระเทวทัตแล้ว เพราะพระเทวทัตตอนถูกแผ่นดินสูบ ได้สำนึกในความผิดได้กล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธองค์ช่วยไม่ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2552 , 09:03:42 น.] ( IP = 58.9.145.238 : : )


  สลักธรรม 3

เรื่องกรรมใดๆ ก็ช่วยไม่ได้ ท่านก็ต้องนั่งปลง ทำใจให้เป็นอุเบกขา เพราะเป็นกรรมของสัตว์ พระพุทธเจ้าไม่ได้ผูกโกรธพระเทวทัต น้ำพระทัยนั้นน่ะ เปรียบเทียบความรักที่มีกับพระเทวทัตกับพระราหุล ซึ่งเป็นโอรสเสมอกัน หรือกับสรรพสัตว์อื่นๆ นี่เสมอกัน รักศัตรูกับรักลูกเท่ากัน พระพุทธเจ้าท่านมีน้ำพระทัยอย่างนั้น รักศัตรูเท่ากับที่รักลูก เหมือนกับที่รักลูก แต่ศัตรูเป็นผู้ก่อกรรม กรรมที่ศัตรูก่อนั้นจึงเป็นกรรมหนัก เมื่อกรรมที่ศัตรูก่อนั้นเป็นกรรมหนัก ถึงแม้พระพุทธองค์ท่านจะให้อภัยพระเทวทัต พระเทวทัตก็ไม่พ้นกรรม เพราะพระเทวทัตเป็นผู้ก่อกรรมเอง พระเทวทัตก็ต้องรับกรรม

กรรมจึงเป็นสิ่งที่ยกให้กันไม่ได้ แต่มันเป็นการยกให้กันเพื่อความสบายใจ เรามีความสุขตรงที่ว่าเราไม่จองเวรคนอื่น มันเกิดผลดีต่อเราในข้อที่ว่าเรา ไม่ผูกเวรเข้าทำนองที่ว่า เมื่อรักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2552 , 09:06:14 น.] ( IP = 58.9.145.238 : : )


  สลักธรรม 4

รักยาวให้บั่น ก็คืออย่าผูกโกรธคนอื่นนาน อย่าด่วนแตกจากมิตรที่ว่ารักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ คือหมายความว่าถ้าหากว่าเราจะผูกโกรธใครนานๆ อย่างนี้ อย่าไปผูกโกรธ อย่าไปจองเวร ตัดเสีย

รักสั้นให้ต่อ หมายถึงว่าบางคนด่วนแตกจากมิตร เช่น ประทุษร้าย มิตรหักหลังมิตรอย่างนี้ เขาเรียกว่ารักสั้น ก็ต่อเสียให้ยาวๆ ก็คือมีไมตรีจิตนานๆ เรียกว่ารักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ รักสั้นให้ต่อก็คือว่าถ้าเราเป็นคนที่รักสั้น คือมีจิตใจประเภทที่ด่วนแตกจากมิตรอย่างนี้ ก็ให้สร้างไมตรีจิตเสีย มิตรจะได้ยืดยาวต่อไป ถ้าจองเวร ก็ตัดเสีย เพราะจองเวรนานๆ มันเป็นทุกข์ ก็ตัดเสีย ที่เรียกว่ารักยาวให้บั่น

ฉะนั้นคำว่า อโหสิ ที่เราใช้คำว่าอโหสิ ก็คือว่าเราไม่ผูกเวร ไม่จองเวรต่อไป มันเป็นผลดีแก่ตัว คือเราเป็นสุข แต่ผู้ที่ทำกรรม ทำร้ายต่อเรานั้นน่ะ เขาจะต้องได้รับแน่นอน มันไม่เกิดผล ถึงเราอโหสิอย่างไรกรรมก็ต้องเล่นงานเขาวันยังค่ำ ถึงเราจะไม่จองเวร ถึงเราจะไม่ผูกโกรธ กรรมนั้นก็ต้องเล่นงานเขาวันยังค่ำ เป็นเรื่องกฎของกรรม ที่ทุกคนเลี่ยงไม่พ้น ฉะนั้นกรรมที่ไม่มีโอกาสส่งผลต่อไป ไม่มีโอกาสให้ผลต่อไป เราจึงเรียกกรรมชนิดนั้นว่าอโหสิกรรม

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2552 , 09:09:24 น.] ( IP = 58.9.145.238 : : )


  สลักธรรม 5


อ่านมาถึงเรื่องอโหสิกรรม จะเห็นได้ชัดว่า...เรื่องของกรรมนี่ ช่างยุติธรรมโดยแท้ เพราะเมื่อกรรมนั้นส่งผลไปแล้วก็เสมือนใช้หนี้แล้ว ก็อโหสิกรรมไป แต่เมื่อไรโอกาสยังไม่อำนวย ปัจจัยยังไม่พร้อมที่จะส่งผล ก็ตามล่าต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้บุคคลนั้นได้รับหนี้กรรมที่ตนเองเป็นผู้ก่อไว้

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่นำธรรมบรรยายที่ทรงคุณค่ามาให้ได้ศึกษาค่ะ ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [28 เม.ย. 2552 , 09:49:32 น.] ( IP = 124.121.176.139 : : )


  สลักธรรม 6

มาทำความเข้าใจเรื่องอโหสิกรรมต่อค่ะ... กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [28 เม.ย. 2552 , 13:02:54 น.] ( IP = 58.8.23.127 : : )


  สลักธรรม 7



กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ ...สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [28 เม.ย. 2552 , 13:47:08 น.] ( IP = 125.27.179.211 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org