| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อยากให้ช่วยบอกถึงเรื่องพระโพธิสัตว์
สลักธรรม 1สวัสดีค่ะคุณสมาน เรื่องที่ถามมานั้นยากนิดนะคะในการทำความเข้าใจ แต่ถ้าได้เคยศึกษาพระอภิธรรมมาบ้างก็จะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะเพราะว่า
ท่าน ปรารถนาเป็นพุทธเจ้า ปรารถนาเป็นปัจเจกพุทธเจ้า
ปรารถนาเป็นอัครสาวกเบื้องขวาเบื้องซ้าย
ปรารถนาเป็นมหาสาวก(พระอเสติ)
ปรารถนาเป็นพระอรหันต์ทรงอภิญญา 6
หรือมีปฏิสัมภิทา 4 นั้นเป็นผู้ที่ได้เคยศึกษาพระอภิธรรมมาด้วยกันทั้งนั้นค่ะ![]()
//fllowerพระโพธิสัตว์ คือบุคคลที่ปรารถนาเพื่อจะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ::
[font color=red] 1.พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนมาเลย
เรียกว่า ...อนิยตะโพธิสัตว์ ความหมายคือยังไม่แน่นอนว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า....เพราะอาจจะเลิกล้มความปรารถนาเมื่อไรก็ได้
2.พระโพธิสัตว์ที่ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนมาแล้วเรียกว่า นิยตะโพธิสัตว์
![]()
ตามความหมายคือจะได้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นนอน เพราะถ้าถึงนิพพานต้องดำรงค์ฐานะเป็นพระพุทธเจ้าอย่างเดียว
แต่ถ้าบารมีและเวลายังไม่สมบูรณ์ แม้ว่าจะพยายามปฏิบัติอย่างยิ่งยวดบังเกิดปัญญาอย่างเยียมยอด ก็ไม่สามารถถึงนิพพานก่อนได้....แม้จะทุกข์ท้อแท้
จนคิดว่าเลิกที่จะเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว
แต่แล้วในที่สุดมหากุศลที่ตั้งมั่นแล้ว ก็จะพุ่งกระจายขึ้นมาให้ตั้งมั่นและบำเพ็ญบารมีกันต่อ จนกว่าบารมีและเวลาสมบูรณ์ค่ะคุณสมาน![]()
[/font]โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [30 มิ.ย. 2545 , 05:59:07 น.] ( IP = 203.170.128.47 : : )
สลักธรรม 2
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
: พระพุทธเจ้า คือผู้ที่เป็นศาสดาเอกในพุทธศาสนา แบ่งพระพุทธเจ้าออกเป็น 3 ประเภท
1.ปัญญาพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าที่สร้างบารมีโดยใช้ปัญญาเป็นตัวนำ
ระยะเวลาการสร้างบารมีทั้งหมด 20 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป
คือปารถนาอยู่ในใจเป็นเวลา 7 อสงไขย
หลังจากนั้นออกปากกล่าววาจาต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าเป็นเวลา 9 อสงไขย
รวมเป็น 16 อสงไขย
และได้เป็นพระนิยตะโพธิสัตว์ ได้รับพุทธพยากรณ์ ครั้งแรก
เหลืออีก 4 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป เป็นการสร้างบารมีอย่างยิ่งและเข็มงวดขึ้นเรื่อย และได้รับพยากรณ์ช้ำมาตลอดเมื่อได้พบกับพระพุทธเจ้า
จนถึงสมัยพุทธภูมิของท่าน
2. ศรัทธาพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าที่สร้างบารมีโดยใช้ศรัทธาเป็นตัวนำ
ระยะเวลาการสร้างบารมีทั้งหมด 40 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป
คือปารถนาอยู่ในใจเป็นเวลา 14 อสงไขย
หลังจากนั้นออกปากกล่าววาจาต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าเป็นเวลา 18 อสงไขย รวมเป็น 32 อสงไขย
และได้เป็นพระนิยตะโพธิสัตว์ ได้รับพุทธพยากรณ์ครั้งแรก เหลืออีก 8 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป
เป็นการสร้างบารมีอย่างยิ่งและเข็มงวดขึ้นเรื่อย และได้รับพยากรณ์ช้ำมาตลอดเมื่อได้พบกับพระพุทธเจ้า จนถึงสมัยพุทธภูมิของท่าน
3. วิริยะพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าที่สร้างบารมีโดยใช้วิริยะเป็นตัวนำ
ระยะเวลาการสร้างบารมีทั้งหมด 80 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป
คือปรารถนาอยู่ในใจเป็นเวลา 28 อสงไขย
หลังจากนั้นออกปากกล่าววาจาต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าเป็นเวลา 36 อสงไขย
รวมเป็น 64 อสงไขย และได้เป็นพระนิยตะโพธิสัตว์ ได้รับพุทธพยากรณ์ครั้งแรก
เหลืออีก 16 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป
เป็นการสร้างบารมีอย่างยิ่งและเข็มงวดขึ้นเรื่อย
และได้รับพยากรณ์ช้ำมาตลอดเมื่อได้พบกับพระพุทธเจ้า จนถึงสมัยพุทธภูมิของท่าน
นี้คือพุทธวิสัยของการตั้งใจเป็นพระพุทธเจ้าค่ะคุณสมาน
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [30 มิ.ย. 2545 , 06:13:57 น.] ( IP = 203.170.128.47 : : )
สลักธรรม 3ขอมาเก็บขุมทรัพย์กับคุณสมานด้วยนะคะ กว่าจะอธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้าก็แสนลำบากจริงๆเลยนะคะ ยิ่งเป็นพระพุทธเจ้าที่ปรารถความเพียร สร้างบารมีตั้ง 80 อสงไขยแสนมหากัปป์ นานมากเลยนะคะ แล้วในบรรดาพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ พระองค์ไหนบ้างคะที่ปรารถทั้งปัญญา ศรัทธา และ วิริยะ บารมี แต่อย่างไรก็ขอน้อมเศียรอภิวาททุกๆพระองค์ค่ะ รวมทั้งทุกๆพระองค์ในอนาคตด้วยค่ะ
โดย หมออุ๊ [30 มิ.ย. 2545 , 20:27:25 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 4พระโพธิสัตว์ชัดพากเพียร
มิเคยเปลี่ยนมุ่งต่อไป
แม้นานกาลอย่างไร
รักษามั่นมิหวั่นเเกรง...
...โดย ดอกสารภี [1 ก.ค. 2545 , 00:01:44 น.] ( IP = 202.28.27.2 : : 202.28.25.183 )
สลักธรรม 5ขอขอบคุณอาจารย์มากครับ การอุบัติขึ้นมาของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นี้ยากจริงๆนะครับ ผมโชคดีที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วยังได้พบกัลยาณมิตรผู้ประเสริฐทำให้ผมได้มีโอกาศเล่าเรียนพระอภิธรรม
โดย เฉลิมศักดิ์ [1 ก.ค. 2545 , 05:31:52 น.] ( IP = 203.113.81.169 : : )
สลักธรรม 6
กราบอนุโมทนากับท่านอาจารย์ค่ะ...
และทำให้ทราบว่าพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้นมีพระมหากรุณาธิคุณอันหาประมาณมิได้จริง ๆ ค่ะ
โดย สุธาดา [1 ก.ค. 2545 , 07:39:25 น.] ( IP = 202.6.107.20 : : )
สลักธรรม 7
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
บารมีนั้นสามารถอธิบายได้ว่า มีผลต่อการเป็นพระพุทธภูมิของท่านตั้งแต่เริ่มปรารถนาแล้ว
ถึงแม้พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่แน่นอนเกิดล้มเลิกความตั้งใจ ปรารถนาเป็นพระสาวก บารมีก็ยังส่งผลให้ท่านมีคุณสมบัติบางประการ
ที่อำนวยประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่ โดยไม่ขาดตกบกพร่อง
แต่คุณประโยชน์ต่อสรรพสัตว์อันยิ่งใหญ่หาได้เกิด
ขึ้นในอนาคตผลของบุญของพระโพธิสัตว์สามารถ
อธิบายแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
1. ผลบุญขณะที่เป็นพระโพธิสัตว์ที่ปรารถนาอยู่ในใจ
(ไม่ได้กล่าววาจาปรารถนาต่อพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า แต่อาจกล่าวกับบุคคลทั่วไป)
ซึ่งบุญบารมียังอ่อนอยู่มาก และยังห่างไกลมาก
จึงไม่สามารถส่งไปถึงสมัยที่ท่านตรัสรู้
เพราะผลบุญนั้นจะส่งผลในระหว่างทางหมดเสียก่อน
2. ผลบุญขณะที่เป็นพระโพธิสัตว์ที่กล่าววาจาปรารถนา ต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้า
(บารมีที่ปรารถนาอยู่ในใจ สมบูรณ์แล้วจึงจะสามารถกล่าววาจาออกมาต่อพระพักตร์ของพระพุทธองค์ได้)
ซึ่งเป็นบุญบารมีอย่างกลาง และยังไกลจากสมัยที่
จะเป็นพระพุทธเจ้าอยู่ และจะล้มเลิกความตั้งใจ
เมื่อไรก็ได้ ดังนั้นจึงไม่ปรากฏชัดเจนในพุทธภูมิที่
จะบังเกิดหรือไม่เกิดในอนาคต ดังนั้นผลบุญที่ทำก็
จะอำนวยผลในช่วงเวลานั้นเสียมากกว่า ที่จะส่ง
เก็บสะสมในพุทธภูมิ
3. ผลบุญที่พระโพธิสัตว์ ได้รับพยากรณ์แน่นอนแล้ว ซึ่งเป็นบุญที่ทำอย่างยิ่งผลบุญเหล่านั้นจะส่งผลในปัจจุบันและอนาคตอันใก้ลพอประมาณ
เพื่อให้ทรงสร้างบารมีต่อ แต่ผลบุญส่วนมากจะไปปรากฏในพุทธภูมิของท่านเสียมากกว่า
ดังนั้นพระโพธิสัตว์ที่เทียงแท้แน่นอน ท่านจึงมีอุปนิสัยในการสร้างบุญบารมีอย่างต่อเนื่อง
และถ้าท่านได้สร้างบุญบารมีกับพระพุทธเจ้ามากเท่าไร หรือพระพุทธศาสนาก่อนมากเท่าไร ผลบุญบารมีที่จะปรากฏในสมัยพุทธภูมิของท่านมากขึ้นเท่านั้น
ถึงระยะเวลาจะห่างไกลถึง 4 อสงไขย หรือ 8 อสงไขย หรือ 16 อสงไขย ไม่ได้เป็นอุปสรรค์
เพราะผลบุญไม่ส่งก่อนเวลาเป็นแน่นอน จะรออยู่ในอนาคตสมัยพุทธภูมิของท่าน
และพระนิยตโพธิสัตว์มีแต่จะสร้างบุญบารมีเพิ่มมากขึ้นไปเสียอีก ตามที่สามารถหาโอกาสที่อำนวยให้ได้
จึงจะเห็นว่าพระนิยตโพธิสัตว์ไม่ค่อยจะอยู่เสวยสุขบนสวรรค์นานนัก
ต้องมีใจปรารถนาลงมาเกิดบนมนุษยโลกอยู่เป็นประจำ และถ้านิยติโพธิสัตว์ได้สร้างบุญบารมีกับพระพุทธเจ้า หรือกับพระพุทธศาสนามากเท่าไร
พุทธภูมิที่ท่านจะตรัสรู้ก็จะมีความบริบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น
ดังที่ได้มีข้อมูลการเปรีบเทียบพุทธภูมิของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ในพระไตรปิฏกคะ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [1 ก.ค. 2545 , 13:43:14 น.] ( IP = 203.170.128.78 : : )
สลักธรรม 8.
ครั้งนี้จะขอเล่าเรื่องที่เคยได้รับฟังมาเกี่ยวกับผู้ที่ปรารถนา..พุทธภูมิ..ให้ทราบกันพอสังเขปนะค่ะ.
..มีพระภิกษุรูปหนึ่ง ในพระเทศไทย ท่านได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ท่านได้ปฏิบัติอย่างดีวิปัสสนาญาณก็เจริญก้าวหน้าดี ปฏิบัติเป็นเวลานานแล้ววิปัสสนาญานก็ไม่ได้พัฒนาเพิ่มขึ้นไปจากนั้นอีก
จึงเข้าไปปรึกษาพระอาจารย์สอนกรรมฐาน อาจารย์สอนกรรมฐานก็แนะนำให้ลองไปตรวจสอบตนเอง
โดยใช้กำลังวิปัสสนากรรมฐานนี้ละอธิษฐานดู พระภิกษุรูปนั้นก็กลับไปอธิษฐานสำรวจดูตนเอง
ก็ทราบว่าตนเองปรารถนาพุทธภูมิ จึงไปบอกให้พระอาจารย์ทราบ
พระอาจารย์จึงถามว่า สามารถล้มเลิกได้ไหม?
พระภิกษุรูปนั้นกล่าวว่า ล้มเลิกไม่ได้ พระอาจารย์จึงกล่าวว่าอย่างนั้นก็ต้องฝึกสมาธิแทนวิปัสสนากรรมฐาน แต่สมาธิที่เกื้อหนุนกับวิปัสสนาญาณก็เห็นแต่พรหมวิหาร 4 นี้ละ
หลังจากนั้นพระรูปนี้ได้ออกธุดงค์ จำพรรษาอยู่ในถ้ำเป็นที่สงบร่มรื่น
ใครไปเยี่ยมท่านก็จะรู้สึกสงบร่มรื่นไปด้วยค่ะ.
โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [1 ก.ค. 2545 , 17:54:58 น.] ( IP = 203.146.131.20 : : )
สลักธรรม 9.
มีอีกเรื่องหนึ่งเล่ากันว่า...พระภิกษุพม่ารูปหนึ่งบวชเรียน
และปฏิบัติกรรมฐานมาเป็นเวลานาน
แต่ทุกครั้งที่ไปไหว้พระเจดีย์ชเวกาดอง ต้องอธิฐานออกมาดังๆ ทุกครั้งว่า..ตนปรารถนาที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และกุฏิของท่านก็อยู่ใกล้กับเจดีย์ชเวกาดอง
..... ท่านปฏิบัติอย่างนี้เรื่อยๆ มา แต่ก็แปลกที่ว่ามีผู้ชาย 3 คน คงอาศัยอยู่บริเวณแถวนั้น พอเลิกงานก็ต้องตั้งวงกินเหล้ากันเป็นประจำ
และเมื่อเดินมาผ่านเจดีย์ก็พูดเสียงดัง ตามประสาคนเมาและกราบไหว้เจดีย์เป็นประจำ
พระภิกษุรูปนี้ก็เห็นพฤติกรรมของชาย 3 คนมาตลอด
มีอยู่วันหนึ่งหลังจากท่านไปกราบและอธิฐานที่พระเจดีย์เสร็จ ก็กลับไปที่พักพอดีกับชาย 3 คนนั้นเมามา และนั่งกราบพระเจดีย์
คนเมาคนที่ 1.... พูดว่า ข้าปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้า และต้องตรัสรู้ก่อนเพื่อน 2 คนนี้
คนเมาคนที่ 2... พูดว่า ข้าก็ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า แต่ข้าต้องตรัสรู้ก่อนเพื่อน 2 คนนี้
คนเมาคนที่ 3... ก็พูดขึ้นว่า ข้าก็ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเหมือนกัน แต่ต้องตรัสรู้ก่อนพวกท่าน 2 คน
คนเมาทั้ง 3 คนเมื่อพูดกันไม่ลงลอยกัน จึงเกิดการถกเถียงกัน จนทั้งตะรุมบอลชกต้อยกัน
พระภิกษุรูปนั้นเห็นอยู่เกิดปรงตกในตนเองว่า เราก็ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ...และยากจะตรัสรู้ก่อนพวกคนเมา 3 คนนี้
ดังนั้นเราต้องทุบตีและชกต่อยกับคนเมาทั้ง 3 คนนี้ไปทุกชาติหรือ แม้แต่คนเมายังแย่งชิงปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า แล้วเราผู้ซึ่งเป็นพระภิกษุจะไปแย่งชิงกับคนเหล่านั้นหรือ
ดังนั้นเราจึงควรจะยกเลิกความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเสียดีกว่า
ตั้งแต่นั้นพระภิกษุรูปนี้ไม่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าอีกเลยค่ะ.
โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [1 ก.ค. 2545 , 18:04:38 น.] ( IP = 203.146.131.20 : : )
สลักธรรม 10ผมจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนกับคุณครูดอกแก้วครับ เรื่องนี้อ่านแล้วมีความรู้สึกพิเศษจังเลย เป็นความรู้ใหม่ครับ ตัวอย่างที่ให้มาก็น่าชื่นใจกับท่านผู้ที่บำเพ็ญบารมีเหล่านี้จังเลยครับผม
โดย หมออุ๊ [1 ก.ค. 2545 , 21:00:50 น.] ( IP = 203.113.39.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |