มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อยากให้ช่วยบอกถึงเรื่องพระโพธิสัตว์




อยากให้ช่วยบอกถึงเรื่องพระโพธิสัตว์...ว่าเป็นเช่นใด และมีเหตุการณ์เช่นใดบ้างกับผู้ปรารถนาครับ ผมอาจจะถามนอกเรื่องของพระอภิธรรมซึ่งเว็ปนี้สอนอยู่แต่เพราะผู้ศึกษาพระอภิธรรมไม่ใช่หรือครับที่ส่วนมาเป็นผู้อธิฐานโปรดสัตวโลก จึงได้ตั้งคำถามมาครับ

ขอบคุณครับ...สมาน

โดย สมาน [29 มิ.ย. 2545 , 07:10:40 น.] ( IP = 203.170.128.87 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรค่ะ
ทำให้ทราบการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้น ต้องใช้เวลาสร้างบารมีอย่างยิ่งยวด
ขณะนี้พระพุทธศาสนายังมีอยู่ เราจึงไม่ควรปล่อยโอกาสให้ผ่านไป รีบเร่งศึกษาเล่าเรียน เพื่อสร้างประโยชน์ในปัจจุบันชาติ ประโยชน์อนาคตชาติ และประโยชน์สูงสุด

โดย เซิ่น [2 ก.ค. 2545 , 00:05:05 น.] ( IP = 203.170.157.67 : : )


  สลักธรรม 12



ยังมีชายผู้หนึ่งมีครอบครัวแล้วพอมีฐานะในประเทศไทย

และได้ฝึกสมาธิแต่ไม่ได้ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน จนได้สมาธิถึงระดับหนึ่ง ก็บังเกิดนิมิตขึ้นมา เห็นพระพุทธเจ้าในนิมิตมาตรัสบอกว่า

เขาปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า และจะได้เป็นพระพุทธเจ้า หลังจากนั้นชายผู้นี้ได้บอกกับพระอาจารย์ที่สอนกรรมฐาน และกล่าวว่าเขาอาจจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในสมัยหน้า คือพระศรีอริยะเมตตรัย พระอาจารย์สอนกรรมฐานก็รับฟังแต่ไม่ได้ว่าอะไร แต่ท่านได้มาสรุปเป็นความรู้ของท่านว่า

ผู้ที่มีสมาธิสูงๆ อาจทำให้บังเกิดนิมิตต่างๆ ได้มากมายซึ่งอาจไม่เป็นจริง แต่เห็นจริง


โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:19:07 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )


  สลักธรรม 13



มีชาวเขาเล่าไว้อีกเรื่องหนึ่งว่า... ที่ถ้ำเชียงดาว มีพระรูปหนึ่งหรืออาจจะบวชเณรก็ได้เพราะไว้หนวดไว้เครา

หุ้มจีวรถับหนังเสือ และประกาศตนเองให้เป็นที่รู้กันว่าปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า อย่างชัดเจน

อยู่ในถ้ำเพียงท่านเดียวไม่ไปข้องแวะกับผู้ใด นอกจากไปบิณฑบาตและมีผู้ที่มาสนทนาด้วย

โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:22:28 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )


  สลักธรรม 14

สมัยพุทธศาสนาปัจจุบัน หลังจากพระพุทธเจ้าทรงนิพพานไปแล้ว

พระเจ้าแผ่นดินลังกาองค์หนึ่ง ได้สละสมบัติด้วยเหตุผลอันใดไม่ทราบไปบวชเป็นฤาษี
ในป่าห่างจากเมืองไกลจากผู้คน

พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่จึงขึ้นครองราชย์แทน แต่พระองค์ปกครองอยู่ไม่กี่ปี ก็โดนแย่งราชสมบัติจากพระญาติ

พระญาติก็ตั้งตัวเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ได้ขึ้นครองราชย์

พระองค์มีความเหี้ยมโหดน่าดูสั่งประหารบุคคลที่คิดว่าจะมาแย่งราชสมบัติทั้งหมด

พระองค์ทรงละลึกถึงเสด็จลุงที่ไปบวชเป็นฤาษี กลัวว่าจะกลับมาแย่งราชสมบัติคืน จึงสั่งให้ทหารออกตามล่า และตกรางวัลกับประชาชนที่สามารถเอาศีรษะของเสด็จลุงมาได้

โดยจะพระราชทานทั้งทรัพย์สินและข้าทาส ทำให้ประชาชนตื่นตัวตามหากัน

มากล่าวถึงฤาษีอดีตพระเจ้าแผ่นดินลังกา
เมื่อบวชเป็นฤาษีก็ฝึกสมาธิอย่างดีเยี่ยมจนสำเร็จอภิญญา 5 อาศัยอยู่ในป่าใกล้ลำธารเล็กและภูเขา

วันหนึ่งชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าประมาณ 3-4 คนเดินทางผ่านมา เห็นอาศรมของฤาษีจึงแวะเข้าไปสนทนา ซึ่งขณะนั้นฤาษีกำลังฉันอาหารพอดี

ชาวบ้านจึงรอจนฤาษีฉันอาหารเสร็จ ฤาษีจึงเอาจานและก้างปลาที่เหลือไปล้างที่ลำธาร ชาวบ้านก็ติดตามไปดู พอฤาษีปล่อยก้างปลาลงในลำธาร

ทันใดนั้นกางปลากลายเป็นปลาเป็นๆ
ว่ายน้ำหนีไปชาวบ้านก็ประหลาดใจกันใหญ่

หลังจากนั้นก็ได้สนทนากับฤาษี และได้กล่าวกับฤาษีว่า พวกข้าเป็นคนจนหากินขัดสนจึงเทียวหาของป่าและได้ข่าวว่าทางพระเจ้าแผ่นดินจะประทานทรัพย์สินให้มากมาย ถ้าผู้ใดสามารถเอาศีรษะอดีตพระราชามาถวาย

พวกข้าเวลาหาของป่าจึงเสาะหาเผื่อจะเจอจะได้มีทรัพย์สินมีอยู่มีกินกับเขาบ้าง


ฝ่ายฤาษีเมือได้ยินดังนั้นจึงคิดว่า ราชาหลานของเราเป็นคนใจคอโหดร้ายคงไม่ล้มเลิกที่จะเอาศีรษะเรา
และเพื่อเป็นการให้ทานแก่ชาวบ้านเหล่านี้ให้หลุดจากสภาพความอยากจน

และเพื่อบารมีที่เราปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เราจะสละศีรษะให้ชาวบ้านเหล่านี้

ท่านฤาษีจึงพูดกับชาวบ้านว่า 'เรานี้เองเป็นอดีตดราชาองค์ก่อนที่สละสมบัติออกบวชเป็นฤาษี'

ชาวบ้านตกใจกันใหญ่ ท่านฤาษีจึงกล่าวต่อ

'เราจะยกศีรษะให้กับพวกท่านเพื่อเป็นทานให้ท่านพ้นสภาพจากความยากจน
จงเอาดาบมาให้เราๆ จะตัดศีรษะให้พวกท่านและพวกท่านไม่ต้องกลัวว่าทหารหรือพระราชาจะไม่รู้ว่าเป็นศีรษะของเรา'

หลังจากนั้นท่านฤาษี จึงหยิบดาบด้วยมือขวาส่วนมือซ้ายจับมวยผมของตนเอง แล้วตัดศีรษะตนเองยื่นให้พวกชาวบ้านโดยไม่ล้มลง

พวกชาวบ้านมีความหวาดกลัวแต่ต้องรับศีรษะท่านฤาษีใส่หอผ้า แล้วเดินทางไปยังเมืองหลวงแจ้งให้ทหารทราบว่า ได้นำศีรษะของอดีตราชาองค์ก่อนที่พระราชาต้องการมาถวาย

จึงเปิดห่อผ้าที่บรรจุศีรษะให้ดู เมื่อทหารตรวจดูก็กล่าวว่า ผมก็ยาวหนวดเครารุงรังจะเชื่อได้หรือว่าเป็นศีรษะของราชาองค์ก่อนพอทหารกล่าวจบดังนั้น

ศรีษะของท่านฤาษีที่อยู่บนห่อผ้าก็เกิดลอยขึ้นบนอากาศ แล้วประกาศออกมาว่า

'ศรีษะนี้และเป็นศรีษะอดีตพระราชา ซึ่งเป็นลุงของราชาพวกเจ้าให้ตามราชาพวกเจ้ามาดู'

เมื่อพระราชาได้ทราบข่าวก็บังเกิดสำนึกได้เสียใจในการกระทำของตนเอง จึงให้ทหารเอาร่างมาต่อกับศรีษะ และถวายทรัพย์ให้กับชาวบ้านที่นำศีรษะมามอบให้ พร้อมทั้งพระราชทานเพลิงศพอย่างสมพระเกียรติของพระราชา

แล้วให้สร้างเจดีย์ถวายเพื่อเป็นที่บูชา ของพระชาชน เป็นการถ่ายถอนความผิดของพระองค์


โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:31:36 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )


  สลักธรรม 15

เป็นเรื่องสมัยรัตนโกสินทร์เมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว
เป็นเรื่องของชาวบ้านธรรมดา ที่เป็นเพื่อนกัน 3 คน
ที่มีความปารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเหมือนกัน

จึงเดินทางไปวัดอรุณ(วัดแจ้ง) เพื่อทำการเสี่ยงทายกันว่า ใครใน 3 คนนี้ที่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าจะได้สำเร็จก่อนกัน

โดยเอาดอกบัวตูมมา 3 ดอกถือเอาคนละดอก บูชาพระและอธิฐานเสี่ยงทายว่า

ถ้าวันรุ่งขึ้นดอกบัวของใครบานก่อนผู้นั้นจะได้สำเร็จก่อน ปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้นดอกบัวของนายเรืองบานเพียงดอกเดียว

ส่วนอีก 2 ดอกไม่บาน ทำให้นายเรืองเกิดความศรัทธาในพุทธภูมิยิ่งขึ้น ได้ถือศีล 8 บวชเป็นชีพราหมณ์ ฟังเทศน์ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดอรุณ
อาหารการกินก็รับจากคนที่บริจาคตามมีตามได้ ปฏิบัติตนเหมือนฤาษีอยู่เป็นเวลานาน

อยู่มาในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พระเทศนาจบกำลังจะกรวดน้ำ ซึ่งมีคนมาฟังเทศนากันมากเป็นประจำ

นายเรืองจึงปลีกตัวออกมาด้านนอกคนเดียว แล้วเอาสำลีผ้าฝ้ายชุบน้ำมันก๊าดที่เตรียมไว้แล้ว พันรอบตัวเองนั่งพนมมือ แล้วจุดไฟเผาตัวเองเพื่อบูชาพระ


ในขณะเดียวกับคนที่มาฟังเทศกำลังทยอยกลับออกจากศาลา จึงเห็นไฟลุกท้วมตัวนายเรื่องอย่างรวดเร็วในท่านั่งพมนมือสงบนิ่งไม่ไหวติง

คนที่ทยอยออกจากศาลาก็รู้เกียรติคุณของนายเรื่องดี เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงมายืนออดูกันเต็ม ในกองเพลิงที่ ร่างของนายเรื่องนั่งพนมมือไม่ไหวติง ก็ได้ยินเสียงนายเรื่องกล่าวออกมาว่า "สำเร็จแล้ว" "สำเร็จแล้ว" หลังจากนั้นเสียงเงียบหายไป

คนที่อออยู่บังเกิดความศรัทธาจึงพนมมือ และมีแขกที่ศีรษะโพกผ้าที่มาฟังเทศเกิดความศรัทธามากย่อมแกะผ้าโพกหัวโยนลงในกองไฟ

คนอื่นก็โยนสิ่งของที่มีอยู่ลงไปในกองไฟด้วย รอจนกระทั่งไฟดับจึงนำร่างของนายเรื่องบรรจุโลงศพ ทำพิธีเพื่อจะเผาตั้งไวที่ศาลาริมน้ำ

ในวันนั้นมีเหตุการแปลกอย่างหนึ่งคือ ปลาที่ท่าศาลานั้นกระโดดขึ้นมาตายเป็นจำนวนหลายตัว เมื่อทำการเผาศพของนายเรืองเสร็จ
กระดูกของนายเรืองที่เหลือมีสีเป็นสีเหลืองทั้งหมด

ชาวบ้านจึงนำกระดูกของนายเรื่องมาไว้ที่วัดอรุณ พร้อมทั้งปั่นรูปของนายเรือง ในท่านั่งพนมมือเหมือนตอนเผาตัวเอง ให้เป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลังซึ่งสามารถไปดูได้ที่วัดอรุณ

(ข้อวินิสัยของผู้เขียนการที่นายเรืองเผาตัวเองในท่าสงบนิ่ง ไม่แสดงทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว แสดงว่านายเรืองมีขันติอย่างยอดเยี่ยม และการที่หลังจากนั้นนายเรื่องกล่าวออกมาว่า "สำเร็จแล้ว" "สำเร็จแล้ว" โดยชัดเจนแสดงว่านายเรืองมีสมาธิดีจิตอยู่เหนือร่างกายแล้วบังเกิดญาณรู้ขึ้นมา ซึ่งเป็นไปได้ 2 กรณี

กรณีที่ 1.นายเรืองได้บรรลุถึงนิพพานจึงกล่าววาจานั้นออกมา

กรณีที่ 2. นายเรืองบังเกิดความยินดีว่าตนเองสละชีวิตเพื่อปารถนาเป็นพุทธเจ้าสำเร็จแล้ว จึงกล่าววาจาออกมา


โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:47:11 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )


  สลักธรรม 16

ขอกราบขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนา อาจารย์บุษกร เมธางกูรเจ้าค่ะ วันนี้หนูได้อ่านและรับความรู้จากกระทู้นี้มากๆ และจะตั้งใจติดตามอ่านและหาความรู้ในพระพุทธศาสนาต่อไป เพื่อสะสมความเข้าใจอันจะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา ตามพระประสงค์แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ได้ทรงเสียสละเพื่อค้นให้พบ นำมาแจกจ่าย เพียงเพื่อให้เวไนยสัตว์ได้เข้าถึงเช่นเดียวกับพระองค์ท่าน

โดย กมลชนก รักเสรี [2 ก.ค. 2545 , 14:32:01 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 17

กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [3 ก.ค. 2545 , 12:44:24 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 18

ต้องขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากๆๆๆ…

อ่านแล้ว รู้สึกเลื่อมใสในผู้ที่ปรารถนา และอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ เป็นอย่างยิ่ง
เพราะกว่าจะถึงวันนั้น ท่านต้องอดทน และเสียสละอย่างยิ่งยวด

โดยเฉพาะตอนที่อาจารย์เล่าถึงพระฤาษี และนายเรือง
ทำให้นึกถึงเรื่องที่เคยเรียนรู้มาว่า
ท่านเหล่านั้นจะต้อง
...เสียสละเลือด และเนื้อ มากยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทร และแผ่นดินในพื้นพิภพ
...ตัดศีรษะตนเอง เพียงเพื่อคนอื่น มากยิ่งกว่า ผลมะพร้าวที่มีอยู่บนพื้นปฐพี
...ควักดวงใจ สละชีวิตเพื่อสัตว์โลก มากยิ่งกว่า ผลไม้นานาชนิดที่มีในโลก
...ควักดวงตา มากเสียยิ่งกว่า ดวงดาวที่มีอยู่ในจักรวาล
เพียงเพื่อช่วยเหลือสัตวโลก !

แล้วเราล่ะ ! ….ทำให้คิดถึงหลวงพ่อ และอาจารย์ ที่เสียสละเพื่อพวกเราทุกคน

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากที่สุดค่ะ

โดย วยุรี [4 ก.ค. 2545 , 20:38:10 น.] ( IP = 203.113.34.237 : : )


  สลักธรรม 19

มาเรียนต่อขอรับท่านอาจารย์ กระผมเณรอุ๊ครับผม
อ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้นกับการสร้างบารมีจริงๆครับอาจารย์บุษกร ทำให้เห็นความสำคัญของอำนาจใจที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ (โสมนัสสสหคตฺ ญาณสมฺปยุตตฺ อสงฺขาริกงฺ )ครับ

โดย หมออุ๊ [4 ก.ค. 2545 , 20:58:22 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )


  สลักธรรม 20

อนุโมทนากับอาจารย์บุษกรค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้มากเลยค่ะ อ่านสองรอบเลยค่ะ ชอบเรื่องที่อาจารย์เล่าให้ฟังค่ะ

โดย น้องเล็ก [4 ก.ค. 2545 , 21:23:00 น.] ( IP = 203.155.229.130 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org