| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อยากให้ช่วยบอกถึงเรื่องพระโพธิสัตว์
สลักธรรม 11
กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรค่ะ
![]()
ทำให้ทราบการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้น ต้องใช้เวลาสร้างบารมีอย่างยิ่งยวด
ขณะนี้พระพุทธศาสนายังมีอยู่ เราจึงไม่ควรปล่อยโอกาสให้ผ่านไป รีบเร่งศึกษาเล่าเรียน เพื่อสร้างประโยชน์ในปัจจุบันชาติ ประโยชน์อนาคตชาติ และประโยชน์สูงสุด
โดย เซิ่น [2 ก.ค. 2545 , 00:05:05 น.] ( IP = 203.170.157.67 : : )
สลักธรรม 12
![]()
![]()
![]()
![]()
ยังมีชายผู้หนึ่งมีครอบครัวแล้วพอมีฐานะในประเทศไทย
และได้ฝึกสมาธิแต่ไม่ได้ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน จนได้สมาธิถึงระดับหนึ่ง ก็บังเกิดนิมิตขึ้นมา เห็นพระพุทธเจ้าในนิมิตมาตรัสบอกว่า
เขาปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า และจะได้เป็นพระพุทธเจ้า หลังจากนั้นชายผู้นี้ได้บอกกับพระอาจารย์ที่สอนกรรมฐาน และกล่าวว่าเขาอาจจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในสมัยหน้า คือพระศรีอริยะเมตตรัย พระอาจารย์สอนกรรมฐานก็รับฟังแต่ไม่ได้ว่าอะไร แต่ท่านได้มาสรุปเป็นความรู้ของท่านว่า
ผู้ที่มีสมาธิสูงๆ อาจทำให้บังเกิดนิมิตต่างๆ ได้มากมายซึ่งอาจไม่เป็นจริง แต่เห็นจริง
โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:19:07 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )
สลักธรรม 13
![]()
![]()
![]()
มีชาวเขาเล่าไว้อีกเรื่องหนึ่งว่า...ที่ถ้ำเชียงดาว มีพระรูปหนึ่งหรืออาจจะบวชเณรก็ได้เพราะไว้หนวดไว้เครา
หุ้มจีวรถับหนังเสือ และประกาศตนเองให้เป็นที่รู้กันว่าปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า อย่างชัดเจน
อยู่ในถ้ำเพียงท่านเดียวไม่ไปข้องแวะกับผู้ใด นอกจากไปบิณฑบาตและมีผู้ที่มาสนทนาด้วยโดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:22:28 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )
สลักธรรม 14
สมัยพุทธศาสนาปัจจุบัน หลังจากพระพุทธเจ้าทรงนิพพานไปแล้ว
พระเจ้าแผ่นดินลังกาองค์หนึ่ง ได้สละสมบัติด้วยเหตุผลอันใดไม่ทราบไปบวชเป็นฤาษี
ในป่าห่างจากเมืองไกลจากผู้คน
พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่จึงขึ้นครองราชย์แทน แต่พระองค์ปกครองอยู่ไม่กี่ปี ก็โดนแย่งราชสมบัติจากพระญาติ
พระญาติก็ตั้งตัวเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ได้ขึ้นครองราชย์
พระองค์มีความเหี้ยมโหดน่าดูสั่งประหารบุคคลที่คิดว่าจะมาแย่งราชสมบัติทั้งหมด
พระองค์ทรงละลึกถึงเสด็จลุงที่ไปบวชเป็นฤาษี กลัวว่าจะกลับมาแย่งราชสมบัติคืน จึงสั่งให้ทหารออกตามล่า และตกรางวัลกับประชาชนที่สามารถเอาศีรษะของเสด็จลุงมาได้
โดยจะพระราชทานทั้งทรัพย์สินและข้าทาส ทำให้ประชาชนตื่นตัวตามหากัน
มากล่าวถึงฤาษีอดีตพระเจ้าแผ่นดินลังกา
เมื่อบวชเป็นฤาษีก็ฝึกสมาธิอย่างดีเยี่ยมจนสำเร็จอภิญญา 5 อาศัยอยู่ในป่าใกล้ลำธารเล็กและภูเขา
วันหนึ่งชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าประมาณ 3-4 คนเดินทางผ่านมา เห็นอาศรมของฤาษีจึงแวะเข้าไปสนทนา ซึ่งขณะนั้นฤาษีกำลังฉันอาหารพอดี
ชาวบ้านจึงรอจนฤาษีฉันอาหารเสร็จ ฤาษีจึงเอาจานและก้างปลาที่เหลือไปล้างที่ลำธาร ชาวบ้านก็ติดตามไปดู พอฤาษีปล่อยก้างปลาลงในลำธาร
ทันใดนั้นกางปลากลายเป็นปลาเป็นๆ
ว่ายน้ำหนีไปชาวบ้านก็ประหลาดใจกันใหญ่
หลังจากนั้นก็ได้สนทนากับฤาษี และได้กล่าวกับฤาษีว่า พวกข้าเป็นคนจนหากินขัดสนจึงเทียวหาของป่าและได้ข่าวว่าทางพระเจ้าแผ่นดินจะประทานทรัพย์สินให้มากมาย ถ้าผู้ใดสามารถเอาศีรษะอดีตพระราชามาถวาย
พวกข้าเวลาหาของป่าจึงเสาะหาเผื่อจะเจอจะได้มีทรัพย์สินมีอยู่มีกินกับเขาบ้าง
ฝ่ายฤาษีเมือได้ยินดังนั้นจึงคิดว่า ราชาหลานของเราเป็นคนใจคอโหดร้ายคงไม่ล้มเลิกที่จะเอาศีรษะเรา
และเพื่อเป็นการให้ทานแก่ชาวบ้านเหล่านี้ให้หลุดจากสภาพความอยากจน
และเพื่อบารมีที่เราปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เราจะสละศีรษะให้ชาวบ้านเหล่านี้
ท่านฤาษีจึงพูดกับชาวบ้านว่า 'เรานี้เองเป็นอดีตดราชาองค์ก่อนที่สละสมบัติออกบวชเป็นฤาษี'
ชาวบ้านตกใจกันใหญ่ ท่านฤาษีจึงกล่าวต่อ
'เราจะยกศีรษะให้กับพวกท่านเพื่อเป็นทานให้ท่านพ้นสภาพจากความยากจน
จงเอาดาบมาให้เราๆ จะตัดศีรษะให้พวกท่านและพวกท่านไม่ต้องกลัวว่าทหารหรือพระราชาจะไม่รู้ว่าเป็นศีรษะของเรา'
หลังจากนั้นท่านฤาษี จึงหยิบดาบด้วยมือขวาส่วนมือซ้ายจับมวยผมของตนเอง แล้วตัดศีรษะตนเองยื่นให้พวกชาวบ้านโดยไม่ล้มลง
พวกชาวบ้านมีความหวาดกลัวแต่ต้องรับศีรษะท่านฤาษีใส่หอผ้า แล้วเดินทางไปยังเมืองหลวงแจ้งให้ทหารทราบว่า ได้นำศีรษะของอดีตราชาองค์ก่อนที่พระราชาต้องการมาถวาย
จึงเปิดห่อผ้าที่บรรจุศีรษะให้ดู เมื่อทหารตรวจดูก็กล่าวว่า ผมก็ยาวหนวดเครารุงรังจะเชื่อได้หรือว่าเป็นศีรษะของราชาองค์ก่อนพอทหารกล่าวจบดังนั้น
ศรีษะของท่านฤาษีที่อยู่บนห่อผ้าก็เกิดลอยขึ้นบนอากาศ แล้วประกาศออกมาว่า
'ศรีษะนี้และเป็นศรีษะอดีตพระราชา ซึ่งเป็นลุงของราชาพวกเจ้าให้ตามราชาพวกเจ้ามาดู'
เมื่อพระราชาได้ทราบข่าวก็บังเกิดสำนึกได้เสียใจในการกระทำของตนเอง จึงให้ทหารเอาร่างมาต่อกับศรีษะ และถวายทรัพย์ให้กับชาวบ้านที่นำศีรษะมามอบให้ พร้อมทั้งพระราชทานเพลิงศพอย่างสมพระเกียรติของพระราชา
แล้วให้สร้างเจดีย์ถวายเพื่อเป็นที่บูชา ของพระชาชน เป็นการถ่ายถอนความผิดของพระองค์![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:31:36 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )
สลักธรรม 15
เป็นเรื่องสมัยรัตนโกสินทร์เมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว
เป็นเรื่องของชาวบ้านธรรมดา ที่เป็นเพื่อนกัน 3 คน
ที่มีความปารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเหมือนกัน
จึงเดินทางไปวัดอรุณ(วัดแจ้ง) เพื่อทำการเสี่ยงทายกันว่า ใครใน 3 คนนี้ที่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าจะได้สำเร็จก่อนกัน
โดยเอาดอกบัวตูมมา 3 ดอกถือเอาคนละดอก บูชาพระและอธิฐานเสี่ยงทายว่า
ถ้าวันรุ่งขึ้นดอกบัวของใครบานก่อนผู้นั้นจะได้สำเร็จก่อน ปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้นดอกบัวของนายเรืองบานเพียงดอกเดียว
ส่วนอีก 2 ดอกไม่บาน ทำให้นายเรืองเกิดความศรัทธาในพุทธภูมิยิ่งขึ้น ได้ถือศีล 8 บวชเป็นชีพราหมณ์ ฟังเทศน์ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดอรุณ
อาหารการกินก็รับจากคนที่บริจาคตามมีตามได้ ปฏิบัติตนเหมือนฤาษีอยู่เป็นเวลานาน
อยู่มาในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พระเทศนาจบกำลังจะกรวดน้ำ ซึ่งมีคนมาฟังเทศนากันมากเป็นประจำ
นายเรืองจึงปลีกตัวออกมาด้านนอกคนเดียว แล้วเอาสำลีผ้าฝ้ายชุบน้ำมันก๊าดที่เตรียมไว้แล้ว พันรอบตัวเองนั่งพนมมือ แล้วจุดไฟเผาตัวเองเพื่อบูชาพระ
ในขณะเดียวกับคนที่มาฟังเทศกำลังทยอยกลับออกจากศาลา จึงเห็นไฟลุกท้วมตัวนายเรื่องอย่างรวดเร็วในท่านั่งพมนมือสงบนิ่งไม่ไหวติง
คนที่ทยอยออกจากศาลาก็รู้เกียรติคุณของนายเรื่องดี เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงมายืนออดูกันเต็ม ในกองเพลิงที่ ร่างของนายเรื่องนั่งพนมมือไม่ไหวติง ก็ได้ยินเสียงนายเรื่องกล่าวออกมาว่า "สำเร็จแล้ว" "สำเร็จแล้ว" หลังจากนั้นเสียงเงียบหายไป
คนที่อออยู่บังเกิดความศรัทธาจึงพนมมือ และมีแขกที่ศีรษะโพกผ้าที่มาฟังเทศเกิดความศรัทธามากย่อมแกะผ้าโพกหัวโยนลงในกองไฟ
คนอื่นก็โยนสิ่งของที่มีอยู่ลงไปในกองไฟด้วย รอจนกระทั่งไฟดับจึงนำร่างของนายเรื่องบรรจุโลงศพ ทำพิธีเพื่อจะเผาตั้งไวที่ศาลาริมน้ำ
ในวันนั้นมีเหตุการแปลกอย่างหนึ่งคือ ปลาที่ท่าศาลานั้นกระโดดขึ้นมาตายเป็นจำนวนหลายตัว เมื่อทำการเผาศพของนายเรืองเสร็จกระดูกของนายเรืองที่เหลือมีสีเป็นสีเหลืองทั้งหมด
ชาวบ้านจึงนำกระดูกของนายเรื่องมาไว้ที่วัดอรุณ พร้อมทั้งปั่นรูปของนายเรือง ในท่านั่งพนมมือเหมือนตอนเผาตัวเอง ให้เป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลังซึ่งสามารถไปดูได้ที่วัดอรุณ
(ข้อวินิสัยของผู้เขียนการที่นายเรืองเผาตัวเองในท่าสงบนิ่ง ไม่แสดงทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว แสดงว่านายเรืองมีขันติอย่างยอดเยี่ยม และการที่หลังจากนั้นนายเรื่องกล่าวออกมาว่า "สำเร็จแล้ว" "สำเร็จแล้ว" โดยชัดเจนแสดงว่านายเรืองมีสมาธิดีจิตอยู่เหนือร่างกายแล้วบังเกิดญาณรู้ขึ้นมา ซึ่งเป็นไปได้ 2 กรณี
กรณีที่ 1.นายเรืองได้บรรลุถึงนิพพานจึงกล่าววาจานั้นออกมา
กรณีที่ 2. นายเรืองบังเกิดความยินดีว่าตนเองสละชีวิตเพื่อปารถนาเป็นพุทธเจ้าสำเร็จแล้ว จึงกล่าววาจาออกมา
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อจ.บุษกร เมธางกูร [2 ก.ค. 2545 , 04:47:11 น.] ( IP = 203.170.141.112 : : )
สลักธรรม 16ขอกราบขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนา อาจารย์บุษกร เมธางกูรเจ้าค่ะ วันนี้หนูได้อ่านและรับความรู้จากกระทู้นี้มากๆ และจะตั้งใจติดตามอ่านและหาความรู้ในพระพุทธศาสนาต่อไป เพื่อสะสมความเข้าใจอันจะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา ตามพระประสงค์แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ได้ทรงเสียสละเพื่อค้นให้พบ นำมาแจกจ่าย เพียงเพื่อให้เวไนยสัตว์ได้เข้าถึงเช่นเดียวกับพระองค์ท่าน
โดย กมลชนก รักเสรี [2 ก.ค. 2545 , 14:32:01 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 17
กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [3 ก.ค. 2545 , 12:44:24 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 18
ต้องขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากๆๆๆ
อ่านแล้ว รู้สึกเลื่อมใสในผู้ที่ปรารถนา และอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ เป็นอย่างยิ่ง
เพราะกว่าจะถึงวันนั้น ท่านต้องอดทน และเสียสละอย่างยิ่งยวด
โดยเฉพาะตอนที่อาจารย์เล่าถึงพระฤาษี และนายเรือง
ทำให้นึกถึงเรื่องที่เคยเรียนรู้มาว่า
ท่านเหล่านั้นจะต้อง
...เสียสละเลือด และเนื้อ มากยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทร และแผ่นดินในพื้นพิภพ
...ตัดศีรษะตนเอง เพียงเพื่อคนอื่น มากยิ่งกว่า ผลมะพร้าวที่มีอยู่บนพื้นปฐพี
...ควักดวงใจ สละชีวิตเพื่อสัตว์โลก มากยิ่งกว่า ผลไม้นานาชนิดที่มีในโลก
...ควักดวงตา มากเสียยิ่งกว่า ดวงดาวที่มีอยู่ในจักรวาล
เพียงเพื่อช่วยเหลือสัตวโลก !
แล้วเราล่ะ ! .ทำให้คิดถึงหลวงพ่อ และอาจารย์ ที่เสียสละเพื่อพวกเราทุกคน
กราบขอบพระคุณอาจารย์มากที่สุดค่ะ
![]()
โดย วยุรี [4 ก.ค. 2545 , 20:38:10 น.] ( IP = 203.113.34.237 : : )
สลักธรรม 19มาเรียนต่อขอรับท่านอาจารย์ กระผมเณรอุ๊ครับผม
อ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้นกับการสร้างบารมีจริงๆครับอาจารย์บุษกร ทำให้เห็นความสำคัญของอำนาจใจที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ (โสมนัสสสหคตฺ ญาณสมฺปยุตตฺ อสงฺขาริกงฺ )ครับโดย หมออุ๊ [4 ก.ค. 2545 , 20:58:22 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 20อนุโมทนากับอาจารย์บุษกรค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้มากเลยค่ะ อ่านสองรอบเลยค่ะ ชอบเรื่องที่อาจารย์เล่าให้ฟังค่ะ
![]()
โดย น้องเล็ก [4 ก.ค. 2545 , 21:23:00 น.] ( IP = 203.155.229.130 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |