มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจ (๑)




ไขข้อข้องใจ
โดย พระธรรมกิตติวงศ์




ถาม การฆ่าสัตว์ถือว่าเป็นบาปเพราะเหตุไร ถ้าฆ่าสัตว์ที่เกิดมาเป็นอาหารของมนุษย์ทำไมจึงถือว่าเป็นบาป การฆ่าสัตว์ไปทำบุญจะได้บุญหรือไม่ และพระที่ฉันเนื้อสัตว์จะบาปด้วยไหม เพราะถ้าพระไม่ฉันเนื้อ คนก็ไม่ฆ่าสัตว์ทำบุญ

ตอบ ในยุคที่ประชาชนกำลังตื่นตัวในหลักประชาธิปไตย ทำให้ความคิดความเห็นตลอดถึงการกระทำดูคล้ายกับว่าเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับเรื่องการฆ่าสัตว์นี้เราลองมาฟังเหตุผลกันดูบ้างปะไร

การฆ่าสัตว์ถือว่าเป็นบาปเพราะเป็นการเบียดเบียนเขาให้ได้รับความเดือดร้อน เป็นการตัดโอกาสมิให้เขามีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป

เพราะตามปกติไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างก็รักสุขเกลียดทุกข์ ต้องการมีชีวิตอยู่นานๆ ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งข้อนี้เราสามารถดูได้จากการที่ทั้งคนและสัตว์พยายามแสวงหาอาหารเพื่อความอยู่รอด แม้จะต้องผจญอันตรายต่างๆ ก็ยอมพยายามป้องกันตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บ จากศัตรูรอบตัว และพยายามต่อสู้กับอุปสรรคสิ่งกีดขวางต่อความราบรื่นในการมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้ก็เพราะรักตัวกลัวตายนั่นเอง

เมื่อไปทำเขาตายจึงถือว่าเป็นบาป เป็นความชั่ว และเป็นบาปเพราะจิตใจของผู้ฆ่าหยาบช้าทารุณ เป็นใจที่เศร้าหมอง ขาดเมตตาธรรม

โดยมากมนุษย์เรามักคิดเอาเองว่า ถ้าฆ่าสัตว์ที่เกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์แล้ว ทำไมต้องเป็นบาปด้วยเพราะมันเกิดเพื่อถูกฆ่า แต่สัตว์มันไม่คิดอย่างมนุษย์เลย ทั้งไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำไปว่าตัวมันเกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ มนุษย์เราต่างหากที่เหมาเอาเองอย่างนั้นแล้วไปฆ่ามัน

สัตว์บางประเภทจะแสดงความรู้สึกออกมาเมื่อรู้ว่าตนจะถูกฆ่า เช่นหมู วัว ควาย หรือสัตว์เล็กๆ มันก็จะดิ้นรนพยายามหนีเอาตัวรอด นี่แสดงว่ามันไม่อยากให้มนุษย์ฆ่า มันอยากอยู่ต่อไปอีกนานแสนนานเหมือน มนุษย์เราเช่นกัน

หากคิดว่ามันเป็นอาหารของเรา ฆ่าได้ไม่บาปแล้ว ทีคนเราถูกโรคภัยไข้เจ็บมารุมกิน ถูกยุงกัด หรือเข้าป่าถูกงูกัด ตกน้ำตกทะเลถูกฉลามกินบ้างทำไมจึงไปโทษมัน และเหตุใดจึงไปฆ่ามันเสีย ก็ในเมื่อมันก็คงคิดว่ามนุษย์เป็นอาหารของมัน เลือดและเนื้อมนุษย์คืออาหารของมันที่มันต้องการ มันกัดมันกินคนก็เพราะถือว่าคนเป็นอาหาร มันกินอาหารของมัน อย่างนี้สัตว์เหล่านั้นผิดด้วยหรือ หากมีใจเป็นธรรมกันก็จะได้คำตอบที่ถูกต้อง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 พ.ค. 2552 , 08:44:53 น.] ( IP = 58.9.146.225 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การอ้างข้างต้นนั้นเป็นการอ้างที่เป็นแก่ตัวของมนุษย์เสียมากกว่า โดยถือว่ามีกำลังกว่า มีสมองดีกว่า สัตว์มันก็คงคิดจองเวรจองกรรมกับมนุษย์บ้างว่าได้ทีเมื่อไรข้าเอาเอ็งแน่ อะไรทำนองนี้

แต่บาปอันเกิดจากการฆ่าสัตว์นั้นมีไม่เท่ากัน ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า ฆ่าสัตว์ใหญ่มีโทษมาก ฆ่าสัตว์มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ต่อโลกมาก ก็มีโทษมาก ฆ่าสัตว์มีคุณประโยชน์น้อย ก็มีโทษน้อยและจะเป็นบาปโดยสมบูรณ์เพราะประกอบด้วยลักษณะ ๕ ประการ คือ

(๑) ปาโณ สัตว์ที่ฆ่ามีปราณคือมีลมหายใจ
(๒) ปาณสญฺญิตา ผู้ฆ่าก็รู้ว่าสัตว์นั้นมีลมหายใจ
(๓) วธกจิตฺตํ มีเจตนาคือมีความจงใจที่จะฆ่า
(๔) อุปกฺกโม พยายามฆ่า แม้จะพยายามเพียงเอื้อมมือหรือกระดิกนิ้วไปฆ่า
(๕) เตน มรณํ สัตว์นั้นสิ้นลมหายใจไปเพราะความพยายามนั้น


หากได้ลักษณะ ๕ ประการนี้ การฆ่าเป็นอันสมบูรณ์แล้วและเป็นบาปดังกล่าวมา หากทำไม่ครบลักษณะนี้ เช่นมีความพยายามฆ่า แต่สัตว์ไม่ตาย หรือฆ่าตายโดยไม่ตั้งใจ โทษก็ลดลงตามส่วน

ส่วนคำถามที่ว่าฆ่าสัตว์ไปทำบุญจะได้บุญไหมนั้น อันนี้ต้องแยกกันคือบุญกับบาปเข้ากันไม่ได้ ตรงกันข้ามกัน บุญก็ส่วนบุญ บาปก็ส่วนบาปที่ไหนมีบุญ บาปก็ไม่มี ที่ไหนมีบาป บุญก็ไม่มี เรื่องนี้ก็ต้องแยกกันให้ถูกเพราะต่างกรรมต่างวาระกัน คือตอนที่ฆ่าสัตว์หากพร้อมด้วยลักษณะข้างต้นก็เป็นบาป แม้จะมีเจตนาฆ่าเพื่อนำไปทำบุญก็ตาม ตอนนำเนื้อไปทำบุญนั้นก็ถือว่าเป็นบุญเพราะเป็นการทำดี แม้จะเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาทำบุญก็ตามแต่อย่างไหนจะมากกว่ากันนั้นก็ตองดูเวลาที่ทำ หากทำอย่างใดรุนแรงกว่าก็ให้ผลหนักไปทางนั้น

เช่นจงใจฆ่าและฆ่าด้วยวิธีทรมานสัตว์ ทั้งสัตว์นั้นเป็นสัตว์ที่มีคุณค่ามากด้วย แต่เวลานำไปทำบุญก็ทำไปตามประเพณี ไม่สนใจเรื่องบุญเท่าไรนัก ถวายแล้วก็แล้วกันไป อย่างนี้ตอนแรกคือตอนที่ฆ่าหนักกว่าผลย่อมแรงกว่า คือมีบาปมากกว่าบุญ

สำหรับคำถามที่ว่า “พระฉันเนื้อบาปไหม หากพระไม่ฉัน คนคงไม่ฆ่าสัตว์กัน” นั้น ข้อนี้ก็น่าคิดอยู่ แต่เมื่อพิจารณาดูให้ลึกแล้วจะเป็นว่า การที่พระฉันเนื้อนั้นเกือบจะกล่าวได้ว่าไม่เกี่ยวกับการฆ่าสัตว์เลย เพราะท่านฉันเนื้อโดยฐานเป็นอาหารบิณฑบาตที่ญาติโยมนำมาถวายเท่านั้น ซึ่งเนื้ออย่างนี้เรียกว่า “ปวัตตมังสะ” คือเนื้อที่มีอยู่ตามธรรมดา เช่นเนื้อที่เขาขายตามตลาด หรือเนื้อที่เขาฆ่ารับประทานกันตามปกติ เนื้อเช่นนี้พระท่านฉันได้ พระวินัยมิได้ห้ามไว้

ส่วนเนื้อที่พระฉันแล้วผิดพระวินัยก็มี คือเนื้อที่เขาเจาะจงฆ่าถวาย ทั้งพระก็รู้ว่าเขาเจาะจงฆ่าถวายตัวเอง เนื้อชนิดนี้เรียกว่า “อุทิสสมังสะ” และเนื้อที่พระสั่งให้เขาฆ่าถวายเอง เนื้อสองประเภทนี้พระฉันเป็นผิดพระวินัย แต่ถ้าเขาเจาะจงฆ่าถวายพระ แต่พระเองไม่รู้เรื่อง ก็ฉันได้ ไม่ผิด แต่ต้องไม่รู้จริงๆ ไม่ใช่แกล้งทำเป็นไม่รู้ คือไม่ได้เห็นเขาฆ่า ไม่ได้ยินเขาพูดว่าฆ่าถวายเฉพาะตน และไม่ได้รังเกียจสงสัยในทำนองนั้น อย่างนี้เรียกว่าไม่รู้จริง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 พ.ค. 2552 , 08:51:48 น.] ( IP = 58.9.146.225 : : )


  สลักธรรม 2

ส่วนที่ว่าเพราะพระฉันเนื้อจึงทำให้คนฆ่าสัตว์กันนั้น ออกจะเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงไปหน่อย เพราะพระไม่ได้บังคับให้ฆ่า ไม่ได้บังคับให้ถวายเมื่อชาวบ้านนำมาถวาย ท่านก็รับและฉัน เรื่องมันก็เท่านี้

และถึงหากว่าพระท่านไม่ฉันเนื้อ คนจะเลิกฆ่าสัตว์เลิกกินเนื้อเมื่อไหร่ ดูอย่างในประเทศที่ไม่มีพระอาศัยอยู่เลยสักรูปเดียว สัตว์ต่างๆ ก็ยังถูกฆ่าไปเป็นอาหารทุกวันๆ เขาฆ่าไปถวายพระหรือ พระเรียกร้องหรือ ก็เปล่าทั้งนั้นแล้วเขาฆ่าทำไม

ขอแถมนิดหน่อย ถือว่าเป็นของหวานก็แล้วกัน การที่พระจะไม่ฉันเนื้อก็ดีเหมือนกัน บางท่านก็อาจสงสัยว่า ก็เมื่อดีเช่นนี้แล้วทำไมพระพุทธเจ้าจึงไม่ทรงห้ามเสียเล่า ข้อนี้คงเป็นพระพุทธประสงค์ ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงเป็นพระสัพพัญญู คงทรงหยั่งทราบและทรงมีเหตุผลที่ลึกซึ้ง หากทรงห้ามเสีย พระจะเป็นอย่างไร คนที่ขาดอาหารประเภทเนื้อสัตว์จะเป็นโรคอะไรบ้างก็รู้กันอยู่ พระองค์คงไม่ทรงต้องการให้กองทัพธรรมของพระองค์หย่อนสมรรถนะทั้งกำลังสมองและกำลังกาย จึงมิได้ทรงห้ามไว้ แม้จะเคยมีผู้ทูลขอให้ทรงห้ามไว้ก็ตาม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 พ.ค. 2552 , 08:55:55 น.] ( IP = 58.9.146.225 : : )


  สลักธรรม 3


ไขข้อข้องใจนี้ เป็นเรื่องที่น่าอ่านมากเลยค่ะ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย ภญ.ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์ [1 พ.ค. 2552 , 09:34:17 น.] ( IP = 124.121.174.149 : : )


  สลักธรรม 4



สาธุ..กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ค. 2552 , 16:24:52 น.] ( IP = 125.27.177.227 : : )


  สลักธรรม 5

การที่คนเราจะทานเนื้อสัตว์หรือไม่นั้นเกิดจากความเข้าใจในธรรมชาติของการเวียนว่ายตายเกิดอันเกิดมาจากกรรมของตนเองหรือที่เราเรียกว่าการกระทำนั่นแหละซึ่งคนๆนั้น หากศึกษาธรรมให้ดีแล้วจะเข้าใจเองว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงไม่ทรงตรัสห้ามไว้

โดย เดชธนา [20 พ.ค. 2552 , 08:59:50 น.] ( IP = 125.26.125.14 : : )


  สลักธรรม 6

Gclub-royalศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่ คาสิโนออนไลน์ โดย Gclub-royal
มีเกมส์หลากหลายให้ท่านได้เลือกเล่น เช่น บาคาร่า รูเล็ทไฮโลกำถั่ว และเกมส์อื่นๆ อีกมากมาย
ให้ท่านสนุกเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของ คาสิโนที่แท้จริงบริการฝาก-ถอน รวดเร็วทันใจ พร้อมบริการพิเศษเหนือระดับ
ด้วยการต้อนรับที่เป็นกันเองของ Gclub -royal คาสิโน ออนไลน์ เรามีพนักงานบริการ ท่านตลอด 24 ชม.
ไม่มีวันหยุดสอบถามรายละเอียดได้ที่(083)5414272,(083)5424272 หรือ www.gclub-royal.com

โดย gclub-royal [7 มิ.ย. 2552 , 17:36:26 น.] ( IP = 58.147.36.220 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org