| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คำถามที่ค้างคาใจ
puen_anb@windowslive.com
1.ผมเข้าใจตามคำสอนของศาสนาว่าทุกอย่างเป็นสิ่งไม่เที่ยงตามวัฏสงสาร แต่ก็อยากทราบเหมือนกันว่ามันต้องมีจุดเริ่มแรกเลยสิ หมายถึงที่มาว่าทำไมต้องมีสัตว์เกิดขึ้นมาใช้กรรมบนโลก แล้วสัตว์เกิดมาจากอะไร ทำไมต้องมีเกิดขึ้น เริ่มแรกหมายถึงเริ่มจริงๆ ไม่ว่าจะเกิดมาสักกี่ล้านกี่แสนอสงไขย ยังงัยมันก็น่าจะมีจุดเริ่ม ก่อนที่จะมีพระพุทธเจ้าองค์แรก สัตว์เกิดมาได้งัยคับ มันเป็นไปไม่ได้ที่อยู่ดีๆจะมีสัตว์เป็นล้านๆโผล่มาใช้กรรมในโลก โดยไม่มีสาเหตุ สงสัยจริงๆ ใครพอจะให้คำตอบได้บ้าง
2. ตามคำสอนแล้วสัตว์ทุกตัวมีจุดสุดท้ายที่หมายเดียวกันคือความดับทุกไม่มาเกิดอีก ถ้าอย่างนั้นแล้วมันก็ต้องมีสักวันที่จะเหลือสัตว์ตัวสุดท้ายเพียงตัวเดียว(ถ้าตัวอื่นๆพ้นทุกข์ไปหมดแล้ว อาจจะใช้เวลาเป็นล้านๆอสงไขยแต่มันก็น่าจะมีสักวัน) แล้วใครจะมาสอนเค้าให้ถึงทางพ้นทุกข์ แล้วถ้าสัตว์ตัวสุดท้ายพ้นทุกข์จะเป็นงัยต่อ คือมันหมดสิ้นแล้วทุกอย่างหรือว่าอย่างไร นึกภาพไม่ออกครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ เพราะไม่มีอะไรมาเกิด เป็นวันอวสานหรืออย่างไร ครับ
ทั้งสองข้อนี้อาจเป็นเพียงคำถามโง่ๆสำหรับผู้ที่ทราบคำตอบแล้ว ถ้าอย่างงั้นขอความกรุณาตอบให้ผมหายข้องใจทีเถอะครับโดย gunn - [3 พ.ค. 2552 , 23:51:36 น.] ( IP = 124.157.214.241 : : )
สลักธรรม 1ขออนุญาตร่วมแจมนิดนะครับ
ไม่ได้ตอบนะครับ รอคำตอบจริงๆจากท่านผู้รู้ดีกว่า
จิงๆก็เป็นคำถามน่าคิดเหมือนกันที่ทุกท่านอาจเคยนึกถึงคำถามแนวนี้ก็แล้วลืมไป
ขอแบ่งปันสิ่งที่เคยได้อ่านจากหนังสือเล่มนึงที่สะท้อนความคิดของคนเขียนมาครับ ถูกไม่ถูกอันนี้ก็ไม่ทราบจริงๆครับ
เค้าว่าไว้ดังนี้ครับ บอกว่า การเกิดมาเป็นมนุษย์เวียนว่ายทำกรรมต่างๆในโลก นั้น จิงๆเหมือนถูกส่งมาคือได้รับมอบหมายมาให้มาประกอบแต่กรรมดี เพื่อให้เกิดพลังงานบางอย่างที่ดีสะท้อนกลับไปในอีกมิติหนึ่งที่เค้ารอรับอยู่เป็นการเพิ่มไม่ให้พลังนั้นสูญหายไปจากมิตินั้น ความคิดอันนี้มุ่งพูดถึงแต่มนุษย์อย่างเดียวเท่านั้นนะครับ
สิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์ได้ก็ยังบอกอีกว่าไม่ใช่ง่ายๆที่จะถูกส่งลงมาเป็นมนุษย์ และยังบอกอีกว่าบางครั้งการที่มนุษย์ที่เสียชีวิตคราวละมากๆ เหมือนพร้อมใจกันที่จะกลับไปสู่ที่มาอีกด้วย ไม่รู้ว่าได้ทำภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมาเสร็จตามเป้าหรือยัง
ส่วนข้อ 2 นี่ก็น่าคิดครับเคยอ่านในพระไดรปิฏกครั้งสมัยพุทธกาล มีการปรินิพพานกันทีละมากๆก็มีกล่าวไว้ แต่ครั้งนั้นก็ยังไม่ถึงขั้นพร้อมใจกันพ้นทุกข์กันทั้งหมด ขนาดอยู่ในสมัยพระพุทธองค์แล้วด้วย
ยังไม่สามารถทำให้ทุกคนพ้นไปได้หมด
นับว่าน่าจะเป็นเรื่องยากที่จะเกิดจริงๆ
แต่ถ้าลองนึกเล่นๆนะครับตามคำถามข้อ 2
คนก่อนคนสุดท้ายถ้าเค้าเห็นแจ้งในทางดับทุกแล้ว
ไม่น่าจะปล่อยอีกคนไว้คนเดียวเหมือนกันนะครับ ยกเว้นว่าอยู่คนละแห่งในโลกนี้โดย praripanyo [4 พ.ค. 2552 , 21:18:18 น.] ( IP = 61.90.149.29 : : )
สลักธรรม 2อ้อ ลืมบอกไปอีกนิดครับเกี่ยวกับความคิดที่เคยอ่านหนังสือนั้นมา เค้าบอกไว้อีกว่า
เมื่อจิตที่ถูกส่งลงมาเป็นมนุษย์ให้เวียนว่ายทำกรรมในโลก เมื่อลงมาแล้ว บางคนก็หลงลืมภาระกิจที่ถูกส่งมากลับเพลิดเพลินในกิเลสทำความชั่วมากมายก็มี ซึ่งถ้าไปประกอบกรรมที่ไม่ดีเหล่านี้ไว้แทนที่จะสะท้อนพลังที่ดีไปสู่ด้านมิติอีกด้านที่รอรับ กลับจะกลายเป็นส่งพลังอันไม่ดีกลับไปแทน แล้วไปลดปริมาณพลังจากมิตินั้นซะด้วยซ้ำครับโดย praripanyo [4 พ.ค. 2552 , 21:25:23 น.] ( IP = 61.90.149.29 : : )
สลักธรรม 3คำถามทั้ง 2 ข้อ ผมเชื่อว่ายังไม่มีใครตอบได้
ชัดเจน ส่วนใหญ่ที่ตอบมาก็นำมาจากความ
เชื่อในตำราหรือที่ได้ยินได้ฟังกันมาตามความ
เชื่อแต่ละแนวทางผู้ที่จะตอบได้ชัดคือสัพสัญญู
เป็นพระพุทธเจ้าแล้วเท่านั้น ซึ่งพระองค์เมื่อทรง
ทราบการเกิดดับของทุกสิ่งในหนึ่งหมื่นโลกธาตุ
ได้ทรงพิจารณาเห็นว่าการพ้นทุกข์ของสิ่งมีชีวิต
ไม่ใช่ไปรู้ว่าคนแรกหรือสัตว์อื่นๆตัวแรกเกิดขึ้น
มาได้อย่างไรตัวสุดท้ายจะดับไปได้อย่างใดเมื่อ
ไม่มีมนุษย์แล้วโลกจะเป็นอย่างไรเมื่อรู้ได้เช่น
นี้แล้วเราจะพ้นทุกข์ได้ก็เปล่าสิ่งที่จะพ้นทุกข์
และจะมีแต่ความสุขล้วนๆเป็นนิรันด์คือการไปสู่นิพพาน บุคคลใดปฏิบัติได้ตามแนวทางที่พระองค์กล่าวสอนไว้ผู้นั้นจะประสบผลสำเร็จแน่นอน พระองค์ไม่ได้โกหกไม่ได้ให้ใครไปเชื่อตามที่พระองค์กล่าวไว้ แต่พระองค์ให้ปฏิบัติแล้วจะเห็นและเชื่อไปเองพระองค์ไม่ได้หวังอะไรเป็นการส่วนตัว แต่หวังให้มวลมนุษย์พ้นทุกข์ เมื่อเราทำได้ตามนั้นท่านจะได้ทราบคำตอบที่ถูกต้องแท้จริงจากตัวท่าน
เองคำถามทั้งสองข้อเคยมีผู้สอบถา
มพระพุทธเจ้าธเจ้ามาแล้วในกาลก่อนพระองค์รับว่าเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจถึงจะอธิบายไปแล้วก็ใช่ว่าจะเข้าใจไปในแนวทางเดียวกันย่อมมีข้อถกเถียงกันไปไม่รู้จบ นจากคนยุคหนึ่งไปสู่คนอีกยุคหนึ่ง พระองค์หาวิธีการตอบคำถามสำหรับทุกคนที่สงสัยไว้ให้แล้วโดยการปฏิบัติธรรมวิปัสนากรรมฐานเมื่อจิตละเอียด
ถึงขั้นก็จะได้คำตอบที่ชัดเจนจากตนเองไม่สงสัยอีกต่อไปทั้งไม่ไปเที่ยวถามใครเขาอีก ผมเข้าใจดีถึงความสงสัยสิ่งต่างๆ เราต้องค้นหาต่อไป หากค้นหาถูกทางเราจะได้คำตอบจริงหากผิดทางเราจะได้คำตอบที่ไม่กระจ่างทั้งยังมีข้อสงสัยปลีกย่อยอื่นๆ ต่อไปอีกก็ต้องถามคนอื่นไปอีกเรื่อยๆ หลายคนย่อมหลายคำตอบ แล้วท่านจะเชื่อคำตอบใดว่าเป็นจริงที่สุดโดย เดชธนา [20 พ.ค. 2552 , 11:20:25 น.] ( IP = 125.26.125.14 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |