มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจ (๓)




ไขข้อข้องใจ
โดย พระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ผ่านมา

ถามคนเราตายแล้วไปไหน นรกสวรรค์มีจริงหรือไม่ มีอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ และใครเคยไปมาแล้ว

ตอบคนเราตายแล้วก็ไปยังภพภูมิต่างๆ ตามกรรมคือการกระทำของตัวเองเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ กรรมดีหรือกรรมชั่วที่ตัวทำไว้นั้นจะสั่งสมผลอยู่ในจิตหรือสันดานของคนๆ นั้นไม่สูญหายไปไหน พอร่างกายหมดสภาพ (ตาย) ลงจิตหรือวิญญาณนั้นก็ออกจากร่างนั้นไปพร้อมกับสิ่งที่สะสม (กรรม) ไว้ และไปยังภพภูมิเพื่อเกิดใหม่ เหมือนเราอยู่บ้านหลังนี้มานานแล้ว พอบ้านพังไปก็ย้ายข้าวของพร้อมตัวเองออกไปหาบ้านใหม่อยู่ฉะนั้น

แต่หลังจากตายไปแล้วจะไปเกิดในภพภูมิใดนั้นก็แล้วแต่กรรมที่สั่งสมไว้เมื่อยังมีชีวิตอยู่ เหมือนเรานำสัตว์ชนิดต่างๆ มาขังรวมกันไว้ พอปล่อยออกไปเท่านั้น มันก็จะแยกย้ายกันไปตามถิ่นที่ที่มันมาหรือที่มันชอบ ไม่ไปยังที่เดียวกัน นกก็บินไปบนฟ้า เสือก็วิ่งเข้าป่า ปลาก็ลงน้ำไป สุนัขก็ลงใต้ถุน แมวก็ป้วนเปี้ยนอยู่กับคน พวกแมลงวันก็บินหรี่ไปยังที่สกปรก หาของสดของคาวไป หนูและแมลงสาบก็วิ่งเข้าที่รกๆ ไป มันไปต่างที่ต่างทิศกันอย่างนี้ คนที่ตายไปแล้วก็แยกย้ายกันไปตามกรรมนั้นๆ เช่นเดียวกันนี่แหละ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2552 , 08:08:35 น.] ( IP = 58.9.136.144 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คนเราเกิดมาในโลกนี้ก็เหมือนกับสัตว์ที่ถูกจับมาขังรวมกันไว้
พอตายจากกันก็ไปตามยถากรรม คนทั่งมีกิเลสอยู่ก็ป้วนเปี้ยนอยู่ในโลกมนุษย์นี่แหละ ไม่ค่อยอยากไปไหน คนที่หมดกิเลสแล้วก็นิพพานไปไม่ต้องกลับมาผจญทุกข์ในโลกนี้อีก คนที่ทำดีไว้มากก็ขึ้นสวรรค์ไป ส่วนคนที่ทำชั่วผิดไว้มากก็ตกนรกไปตามธรรมเนียม หลักของศาสนาเกือบทุกศาสนาท่านว่าไว้อย่างนี้

ปัจจัยที่เป็นเหตุหนุนนำให้คนได้เกิดอีกนั้นคือ อวิชชา ตัณหา และ อุปาทาน

อวิชชา คือความไม่รู้แจ้งเห็นจริง ความโง่เขลา ไม่ยอมรับสภาพเป็นจริง

ตัณหา คือความทะเยทะยานอยากได้จนเกินเหตุ ความต้องการไม่สิ้นสุด

อุปาทาน คือความยึดถืออย่างมั่นคงไม่ปล่อยวาง อะไรๆ ก็เป็นตัวเป็นของตัวหมด

ถ้ามีอย่างนี้ก็ต้องเกิดอีก ท่านเปรียบไว้เหมือนกับตะเกียงน้ำมันหากยังมีไส้และน้ำมันอยู่ ไฟก็ยังติดอยู่ หากหมดเชื้อหมดไส้ มันก็จะมอดดับไป จะจุดอีกเท่าไรก็ไม่ติด ส่วนจะเกิดเป็นอะไรในภพภูมิไหน ก็แล้วแต่กรรมอย่างว่า ท่านแสดงไว้ว่า

- เกิดเป็นสัตว์นรก เพราะอำนาจโทสะเป็นส่วนมาก
- เกิดเป็นเปรตและอสุรกาย เพราะอำนาจโลภะเป็นส่วนมาก
- เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เพราะอำนาจโมหะเป็นส่วนมาก
- เกิดเป็นมนุษย์ เพราะอำนาจศีล ๕ และกุศลกรรมบถ ๑๐
- เกิดเป็นเทวดา เพราะมหากุศล ๘
- เกิดเป็นพรหม เพราะสมถกรรมฐานหรือฌานสมาบัติ
- นิพพาน คือไม่เกิดอีก เพราะวิปัสสนากรราฐาน

ปัญหาที่ว่า นรกสวรรค์มีจริงหรือ พิสูจน์ได้อย่างไร ใครเคยไปมาแล้วนี้เป็นปัญหาที่สงสัยกันมาก และสงสัยกันมาทุกยุคทุกสมัย คือมีตั้งแต่เริ่มนับถือศาสนากันเลยทีเดียว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2552 , 08:12:21 น.] ( IP = 58.9.136.144 : : )


  สลักธรรม 2

ตามหลักของพุทธศาสนาถือว่า นรกสวรรค์มีอยู่จริง แต่จะพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาเปล่าเหมือนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์นั้นทำได้ยาก เพราะผู้จะพิสูจน์ได้ต้องมีเครื่องมือ เครื่องมือที่ว่านี้คือจุตูปปาตญาณหรือทิพพจักขุญาณ คือความหยั่งรู้การจุติของสัตว์ที่ตายไปแล้วว่าไปเกิดที่ไหนเหมือนกับเห็นด้วยตาเปล่า

เครื่องมือนี้มีผู้เคยได้มาแล้ว ทั้งวิธีการเพื่อให้ได้มาก็ยังมีอยู่ ยังรอแต่คนกล้าที่จะเข้ามาเรียนวิธีและกล้าพิสูจน์เท่านั้น

นรกสวรรค์นี้ตามธรรมดามองไม่เห็น แต่การจะปฏิเสธว่าสิ่งที่มองไม่เห็นเป็นสิ่งไม่มีจริงก็ไม่ถูกนัก เพราะในโลกนี้ยังมีสิ่งที่คนเรายังไม่รู้ไม่เห็นกันและที่ยังพิสูจน์ไม่ได้อีกมาก และเราก็ปฏิเสธเต็มปากหรือลงความเห็นกันไม่ได้ว่ามันไม่มีจริง

ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้านอกจากจะไม่ทรงปฏิเสธเรื่องนรกสวรรค์แล้ว กลับปรากฏว่าทรงแสดงเรื่องนี้ไว้ในพระสูตรต่างๆ หลายแห่ง เช่นอนุปุพพิกถาเป็นต้น ในที่นั้นพระองค์ทรงบรรยายสวรรค์ไว้แจ่มแจ้งทีเดียว


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2552 , 08:15:01 น.] ( IP = 58.9.136.144 : : )


  สลักธรรม 3


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [7 พ.ค. 2552 , 10:34:01 น.] ( IP = 124.121.176.179 : : )


  สลักธรรม 4



กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ค. 2552 , 13:13:10 น.] ( IP = 125.27.171.181 : : )


  สลักธรรม 5

คนเราเมื่อทราบดังนี้แล้วยังพากันทำบาปอยู่อีกหรือ ภพภูมิต่างๆมีมากภพมนุษย์เป็นเพียงภพหนึ่งที่พวกมนุษย์มองเห็นและสัมผัสได้ด้วยอาศัยอยู่ในปัจจุบัน คนที่ไม่เชื่อคือคนที่ปราศจากแห่งปัญญาของพุทธ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนเหล่านั้นมีแต่ความสงสัยอยากจะรู้โดยไม่ลงมือทดสอบปฏิบัติด้วยตนเองจึงมีแต่ปัญหาและวุ่นวายตลอดชั่วอายุของตน

โดย เดชธนา [20 พ.ค. 2552 , 13:17:54 น.] ( IP = 125.26.125.14 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org