มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๑๑)






ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๑๑)
ปริเฉทที่ ๖ มารวิชัย อภิสัมโพธิกถา

(พระมหาบุรุษทรงปรารภถึงการชนะมารและการตรัสรู้)


ตอนที่ผ่านมา

ณ กาลครั้งนั้น มีคฤหบดีใจบุญและมั่งมีคนหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ไปด้วยปศุสัตว์ อาศัยอยู่ที่ริมแม่น้ำ ณ หมู่บ้านซึ่งมีนามว่าเสนานิตามนามแห่งครอบครัวของเขา

บุรุษผู้นั้นดำรงชีพอยู่ด้วยความสุขสวัสดิ์และสันติภาพ คู่เคียงกับภรรยาของตน นามว่า สุชาตา (สุชาดา) สตรีผู้งามยิ่งกว่าสตรีอื่นๆ ผู้มีตาดำขำคมแห่งทุ่งนั้น นางเป็นคนอ่อนหวานและซื่อตรงเรียบๆ และน่ารัก จรรยาของนางสุขุม นางมีวาจาอ่อนหวานและดวงหน้ายิ้มแย้ม

สิริรวมความก็คือ นางเป็นไข่มุกแห่งสตรีทั้งปวง ดังนั้นนางก็อยู่เย็นเป็นสุขโดยฐานที่เป็นผู้ปฏิบัติสามีของนาง ณ บ้านอันสุขสงบ สถานซึ่งเป็นแบบอินเดียแท้ นางมีทุกข์แต่อย่างเดียว คือการไม่มีบุตรชายสักคนหนึ่งมาเกิดเป็นขวัญแห่งความสุขให้แก่การอยู่กินกับสามีของนาง

อนึ่งนางได้บนบานแก่พระนางลักษมี (เป็นพระเจ้าแห่งความมั่งมีและความเจริญ เป็นมเหสีของพระวิษณุ) มากมายหลายครั้งโดยมิได้รับผลและมากมายหลายราตรี เมื่อเดือนเพ็ญนางเดินฉวัดเฉวียน ๙ ครั้งๆ ละ ๙ รอบ โดยรอบลิงคัม (ศิลารูปกรวยเป็นเครื่องหมายของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ เมื่อบนบานแล้วจะได้รับผลสมปรารถนา ศิวลึงค์) มีข้าว พวงมะลิและน้ำหอมเป็นเครื่องสังเวยเพื่อขอให้บุตรชาย

นอกจากนี้นางสุชาตายังบนแก่เทพารักษ์ผู้เป็นพระเจ้าแห่งป่าอีกว่า ถ้าความต้องการของนางถึงซึ่งสัมฤทธิผลแล้ว นางจะถวายพระกระยาหารอันมีรสโอชาและดีเลิศใส่ถาดทอง ใต้พฤกษชาติของเทพารักษ์นั้น เพื่อริมโอษฐ์แห่งทวยเทวาทั้งหลายได้ดูดดื่มรสอาหารนั้นอย่างอิ่มเอิบ ความต้องการของนางคราวนี้นับว่าได้อย่างสมหวัง เพราะบุตรชายที่น่ารักคนหนึ่งได้มาเกิดกับนางซึ่งบัดนี้อายุได้ ๓ เดือนแล้ว

ฉะนั้นเพื่อแก้บน นางจึงไปสู่ศาลเทพารักษ์ โดยมือข้างหนึ่งถือสไบแดงเข้มซึ่งปกคลุมบุตรอันเป็นดวงแก้วแห่งหัวใจของนาง ส่วนอีกข้างหนึ่งนางประจงถือถาดและจานซึ่งบรรจุอาหารอันมีรสโอชาประณีตสำหรับถวายหมู่เทวา

แต่นางระถาซึ่งได้รับใช้ให้ไปกวาดพื้นที่และพันด้ายสีแดงเข้ม ณ ต้นไม้ได้กลับมาหานางพลางออกอุทานว่า “โอ! นายเจ้าขา! จงดูเอาเถิด พระเจ้าแห่งป่าได้มาสำแดงตนให้ปรากฏแล้ว ท่านนั่งอยู่ที่นั่น พระหัตถ์พาดเหนือพระชานุ จงดูเถิด! รัศมีรุ่งโรจน์รอบพระนลาฏของพระองค์ พระองค์ช่างมีสง่าและศักดานุภาพ ในดวงพระเนตรอันวิเศษของพระองค์เสียนี่กระไร เป็นเอกลาภยิ่งแล้วที่ได้มาพบพระเจ้าดังนี้”

โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2552 , 12:36:01 น.] ( IP = 125.27.171.181 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ครั้นแล้วก็บรรลุถึงซึ่งปลายที่สุดแห่งมรรคา รอดตนพ้นจากความหลงในโลกและจากสกันธัส (ของติดแห่งรูปกายมีอยู่ ๕ คือ ๑.อาการที่แลเห็นทั้งปวง <รูปร่าง ความแข็งแรง สี> ๒. ความรู้สึก ๓. การแตะต้องและความพิจารณา ๔. นิสัยทางใจและความประพฤติ ๕.ความคิด ของเหล่านี้ล้วนแต่ไม่แน่นอนทั้งสิ้น) แห่งเลือดเนื้อได้ทำลายแล้วซึ่งอุปทาน ไม่จำเป็นต้องไปหมุนเวียนในวัฏสงสารอีกต่อไป ได้ถึงแล้วซึ่งความตื่นและวามารู้สึกตนเหมือนคนละเมอ ซึ่งมีผู้ปลุกให้สมฤดีในที่สุด เมื่อได้บรรลุถึงซึ่งความเป็นใหญ่ยิ่งกว่าราชาทั้งปวง สันติสุขเกษมศานต์กว่าเทพเจ้าทั้งหลาย แล้วก็รู้สึกว่าได้สิ้นแล้วซึ่งความเกิดอันธการ

ครั้นแล้วตนก็จะย่างเข้าสู่ความเป็นไปอย่างใหม่อีก คือความเป็นไปซึ่งไม่ใช่มีชีวิต แต่สงบไม่รู้หาย สำราญเกษมศานต์สุดที่จะพรรณนา คือถึงแล้วซึ่งนิรวาณ (นิพพาน) ความสงบซึ่งไม่มีบาปและปราศจากความมัวหมอง ความที่เปลี่ยนแปลงซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป

ในทันใดนั้น อรุโณทัยก็ไขแสงแจ้งความสว่างแห่งความมีชัยของพระพุทธเจ้า อัคคีแห่งทิวาวารอันรุ่งโรจน์โชตนาการส่องแสงมาแล้วในเมฆสีดำแห่งราตรีกาล ณ เบื้องบุรพาทิศ ดาวกัลปพฤกษ์ซึ่งลอยเด่นอย่างแจ่มจรัสค่อยๆ จางลง ในเมื่อแสงหลัวๆ สีกุหลาบซึ่งค่อยๆ ส่องสว่างแจ้งขึ้นเสมอมาทำลายสีเทาให้อันตรธานไปจากท้องฟ้าไกล

เหล่าภูเขาซึ่งเหมือนเงาย่อมให้ประสบมหาสุริโยทัยก่อนกาลซึ่งโลกตื่นแล้ว ภูเขาเหล่านั้นก็มียอดดาดไปด้วยแสงทอง ลมพัดเฉื่อยฉิวแห่งเวลาเช้าซึ่งโชยมาเหนือปวงบุปผชาติ กระทำให้บุปผชาติเหล่านี้แย้มกลีบอันอ่อนละมุนออกทีละกลีบ แสงช่วงโชติซึ่งเขยื้อนเคลื่อนมาอย่างรวดเร็ว ฉายลงมาเหนือบรรดาหญ้าอันสัมผัสด้วยหยาดของน้ำค้างซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นสีใสแวววับ ประดุจอัสสุชลของราตรีกาล เดียรดาษพื้นธรณีด้วยรัศมีแจ่มจรัส

กระทำให้เมฆซึ่งมีขอบเขตเป็นสีทองแล้วจางไปประดับความเปล่งปลั่งให้แก่ใบของต้นตาลซึ่งน้อมลงประหนึ่งว่าถวายบังคมพวยพุ่งสีทองลงมาเหนือป่าโปร่ง วิถีของแสงพุ่งไปทางมาดุจคฑาวิเศษดังลำน้ำประหนึ่งว่ากำลังไหลหลั่งไปด้วยเม็ดพลอย ทับทิม ส่องลอดเข้าไปในพุ่มไม้ สู่ดวงตาของนางเนื้อทรายและประดุจบอกนางเนื้อทรายเหล่านั้นว่า “สว่างแล้ว” ฉายไปในรังของนกน้อยซึ่งนอนหดศีรษะอยู่ภายใต้ปีก พลางกระซิบว่า “หนูเอ๋ย จงชมดูแสงะวันเถิด” ครั้นแล้วนกทั้งปวงก็เริ่มกู่ก้องร้องขับ นกดุเหว่าร้องทำนองขลุ่ย นกกางเขนร้องสรรเสริญ นกปรอดร้องทำนองว่า “เวลาเช้า เวลาเช้า” นกคีรีบูนร้องพลางบินหาน้ำผึ้ง ก่อนที่แมลงผึ้งจะออกจากรัง การ้องกาๆ นกแก้วร้องเสียงแจ้ว นกค้อนทองสีเขียวเคาะไม้ นกขุนทองร้องอยู่บนกิ่งไม้ซึ่งมีใบหนา นกพิราบขู่ขับทำนองความรักซึ่งยืนยงตลอดชีพ

โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2552 , 12:54:43 น.] ( IP = 125.27.171.181 : : )


  สลักธรรม 12

แสงสว่างนี้คือแสงสว่างแห่งบารมีซึ่งเป็นพระคุณธรรมอันประเสริฐยิ่งที่ฉายความสันติสุข หาเสมอเหมือนมิได้มาสู่ที่อาศัยอยู่แห่งมนุษย์ทั้งหลาย ผู้ร้ายซึ่งหมายทำการฆาตกรรมก็เก็บซ่อนมีดของตน ขโมยก็ทิ้งสิ่งของที่ไปขโมยได้มา พวกธนาคารและพวกให้แลกเงินก็ชำระเงินโดยถูกต้องไม่มีโกง

บรรดาผู้มีใจร้ายทั้งปวงกลับกลายเป็นคนดีขึ้น คนดีกลายเป็นคนดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะรัศมีแห่งพระพุทธบารมีได้ส่องมาแล้ว ณ เบื้องบนแผ่นดินนั้นเอง ปวงราชาซึ่งทำสงครามต่างก็ผ่อนผันกัน คนเจ็บลุกขึ้นด้วยความยิ้มแย้มเหนือเตียงป่วยของตน คนเจ็บที่มีอาการร่อแร่อยู่แล้วยังยิ้มขึ้นได้ เพราะเข้าใจว่าอรุโณทัยที่ไขแสงมาใหม่นี้ได้กำเนิดมาจากแหล่งที่ไกลเบื้องบุรพทิศ ฝ่ายพระทัยของพระนางศรียโสธราซึ่งโศกเศร้าเฝ้าอยู่เคียงข้างพระแท่นของพระสิทธัตถะก็กลายเป็นปลาบปลื้มไปด้วยความสุขสำราญขึ้นทันทีและดูประหนึ่งว่าพระทัยของพระนางนั้นได้นึกว่าความรักของพระนางไม่ผิดแล้ว

ดังนั้นความเศร้าโศกของพระนางจึงอันตรธานไป เพราะความปลาบปลื้มยินดีในโลกได้รับความสุขโดยไม่รู้เพราะเหตุใด จนถึงกับบรรดาเปรตและภูตผีปิศาจซึ่งไม่มีรูปกายต่างเปล่งระเบ็งเสียงขับร้องก้องมาเหนือทะเลทรายซึ่งว่างเวิ้งเพราะชื่นชมยินดีด้วยความมีชัยขององค์พระพุทธเจ้า

ฝ่ายเทพยดาบนฟ้าก็ร้องว่า “สำเร็จแล้ว! สำเร็จแล้ว!” พวกนักบวชทั้งปวงสนทนากับทวยประชาชนซึ่งประหลาดใจพลางชมรัศมีแจ่มจรัสซึ่งโชติช่วงอยู่บนเวหาแล้วว่า “ต้องมีอะไรที่มีมหิทธานุภาพบังเกิดขึ้นแล้ว” ส่วนในทุ่งหญ้าและป่าหลวง ปวงสัตว์ทั้งหลายก็เป็นมิตรไมตรีกันหมดในวันนั้น เนื้อทรายลายเป็นจุด เล็มหญ้าอยู่ข้างพยัคฆีที่กำลังให้ลูกกินนมโดยปราศจากความเกรงกลัว เสือดาวกินน้ำในหนองอยู่เคียงข้างนางเก้ง กระต่ายป่าวิ่งไปมาข้างเบื้องล่างก้อนศิลาซึ่งนกอินทรีที่กำลังไซ้ขนด้วยปากอันน่ากลัวจับอยู่ งูซึ่งมีหนังเหลือบผิงแดดและหดเขี้ยวอันมีพิษลง เหยี่ยวซึ่งเป็นสัตว์โฉบเฉี่ยวปล่อยให้ปล่อยให้นกเล็กๆ ทำรังด้วยสันติสุข นกกินปลาทำตาเหม่อเพ้อฝันอยู่ใกล้ปลาที่ว่ายวนเวียนอยู่ใกล้ๆ นกกินผีเสื้อไม่ไล่จับผีเสื้อสีแดงเข้ม สีเขียวหรือสีเหลืองซึ่งเป็นฝูงๆ อยู่รอบที่ๆ นกนั้นเกาะอยู่

นี่แหละคือ พระวิญญาณของพระพุทธเจ้าได้ทรงบันดาลให้มนุษย์และสัตว์ทั้งปวงมีความรู้สึก ในเมื่อพระองค์ทรงสมาธิญาณพิจารณาอยู่ใต้ต้นโพธิ์จนได้บรรลุถึงความมีชัยเพื่อประโยชน์แก่มนุษย์ทั้งปวง และได้รับแล้วซึ่งแสงสว่างแห่งประทีปซึ่งสว่างกว่าแสงสว่างของดวงอาทิตย์

โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2552 , 12:55:57 น.] ( IP = 125.27.171.181 : : )


  สลักธรรม 13


ในที่สุดเมื่อทรงประกอบแล้วซึ่งพระรัศมี พระสำราญและพระกำลังเข้มแข็ง พระองค์จึงทรงลุกขึ้นภายใต้ต้นโพธิ์นั้นและเปล่งพระ สุรเสียงของพระองค์ออกพระโอษฐ์ มีพระดำรัสสำหรับให้เป็นที่ได้ยิน ได้เข้าใจได้ทุกกาลสมัยและทุกโลกว่าดังนี้:-

“เราได้ดำรงชีวิตของเรามาประสบกับความเป็นไปทั้งปวง เพื่อค้นคว้าหาให้รู้ว่าใครเป็นผู้สร้างห้วงแห่งกังวลให้แก่ความรู้สึกต่างๆ ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ได้ผจญกับความยากลำบากมาแทบไม่สิ้นสุด”

“แต่บัดนี้เจ้าเอ๋ย เจ้าผู้สร้างห้วงหรือห่วงนั้น เจ้านั่นแล เรารู้จักเจ้าแล้ว เจ้าจะสร้างกำแพงซึ่งมีความทรมานอยู่ภายในนั้นไม่ได้อีกแล้ว เจ้าจะเผยอหัวออกอุบายของเจ้ามิได้แล้ว และเจ้าจะลงรากเหนือดินเหนียวนี้มิได้อีกแล้ว เรือนของเจ้าถูกทำลาย และขื่ออันสำคัญหักสะบั้นลงแล้ว คือมายานั่นแหละที่ได้สร้างเรือนนี้ขึ้น”

“ตั้งแต่นี้ไป เราจะเดินไม่หยุด เพื่อให้บรรลุถึงซึ่งการที่ช่วยให้สัตว์โลกพ้นทุกข์ได้


โปรดติดตามตอนต่อไป




โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2552 , 12:57:25 น.] ( IP = 125.27.171.181 : : )


  สลักธรรม 14


ตอนนี้ลงยาวมากๆ แต่วันนี้ก็ตามมาอ่านต่อจนจบค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะคุณศาลาธรรม

โดย พี่ดา [14 พ.ค. 2552 , 09:35:14 น.] ( IP = 124.121.171.68 : : )


  สลักธรรม 15

น้อมซึมซับอรรถรสไปตามลำดับก่อนการตรัสรู้ด้วยความขอบพระคุณยิ่งค่ะ

ดูเล่ห์เหลี่ยมความพยายามที่จะมีชีวิตแล้ว สุดยอดชนิดคาดไม่ถึงจริง ๆ

โดย herbs [14 พ.ค. 2552 , 20:01:36 น.] ( IP = 202.28.181.220 : : 10.7.51.253 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org