มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจ (๔)




ไขข้อข้องใจ
โดย พระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ผ่านมา

ถามอะไรคือความสุขที่แท้จริงของมนุษย์ และจะทำให้เกิดความสุขเช่นนั้นได้อย่างไร

ตอบความสุข คือ ความสบายกายสบายใจ มีความคล่องตัวคล่องใจในการเป็นอยู่อย่างที่ชาวบ้านชอบพูดกันว่า “มีความอยู่ดีกินดี” นั่นแหละ

มนุษย์ทุกคนต้องการความสุขด้วยกันทั้งนั้น แต่ต้องการความสุขไม่เหมือนกัน สำหรับมนุษย์ที่เบื่อโลกแล้ว ความสุขที่ต้องการคือการหมดกิเลสหมดกองทุกข์ได้สิ้นเชิง ส่วนมนุษย์ทั่วไปซึ่งยังไม่เบื่อโลก ความสุขที่ต้องการแท้จริงก็คือความอยู่ดีกินดี มีคนเคารพนับถือ มีลาภ มียศ มีสรรเสริญ มีสุขพร้อมนั่นเอง ความสุขอย่างที่ว่า เป็นความสุขของผู้ครองเรือนซึ่งภาษาพระเรียกว่า “คิหิสุข” จะเกิดมีได้หลายทางด้วยกัน ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาท่านแสดงไว้ ๔ ประการ คือ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 พ.ค. 2552 , 09:18:05 น.] ( IP = 58.9.138.241 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

(๑)สุขเกิดจากการมีทรัพย์ ทรัพย์ในที่นี้หมายถึงทั้งทรัพย์ที่มีวิญญาณ คือ บริวาร คนรับใช้ สัตว์พาหนะ สัตว์เลี้ยงต่างๆ และทรัพย์ไร้วิญญาณ คือ ที่ดิน บ้าน นา สวน อาหาร ของใช้ แก้วแปวนเงินทอง เป็นต้น คนเราหากมีทรัพย์อยู่กับตัวก็พออุ่นใจได้ ไปไหนมาไหนทำอะไรก็สะดวกใจดี ถ้าขาดทรัพย์ อะไรๆ ก็ดูจะขาดไปเสียหมด แม้ทางศาสนาก็รับว่าความจนเป็นทุกข์ในโลก หากมีบ้านอยู่มีเงินใช้ก็ถือว่ามีความสุขเกือบจะสมบูรณ์

ทรัพย์ย่อมทำให้คนเรามีความสุขได้ ดังนั้น เมื่อต้องการความสุขจำต้องหาทรัพย์ไว้เป็นสมบัติสำหรับตัว เมื่อมีทรัพย์แล้วก็คล่องตัวไปทุกอย่างผู้คนก็ยอมรับ ดังคำโบราณว่า “มีเงินมีทองพอพูดได้ มีไม้มีไร่ปลูกเรือนงาม”

(๒) สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ เรื่องการจ่ายทรัพย์ดูเผินๆ แล้วไม่น่าจะกล่าวถึงทั้งไม่น่าจะทำให้เกิดความสุขได้เลย เพราะเป็นการเสียทรัพย์ไป และใครๆ ก็จ่ายได้จ่ายเป็นหากมีทรัพย์อยู่ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือหากไม่รู้จักใช้จ่าย หรือใช้จ่ายไปในทางที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทรัพย์นั้นอาจพาทุกข์มาให้ได้ และพาลหมดเอาเสียด้วย อย่างเช่นในกรณีที่มีเงินแล้วไปว่าจ้างคนให้ไปทำทุจริตผิดกฎหมายเข้า หรือเก็บไว้เฉยๆ ไม่รู้จักใช้ก็ลำบากใจ ต้องระวังรักษา กลัวเขาจะมาลักมาขโมยเอาไป เกรงเขาจะรู้ว่ามีเงินมีทองมาก เป็นต้น

การใช้จ่ายทรัพย์ที่จะนำความสุขมาให้ได้ก็ต่อเมื่อรู้จักใช้ รู้จักอะไรควรไม่ควร ใช้แบบประหยัดไม่ใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย หรือแบบมีเท่าไรใช้หมดหมดแล้วหาใหม่

ในกรณีนี้ ท่านวางหลักในการใช้จ่ายทรัพย์ที่จะก่อให้เกิดความสุขและเป็นการใช้ในทางที่ถูกที่ควร คือ

- จ่ายเลี้ยงตัวเอง มารดาบิดา บุตร ภรรยา คนรับใช้ให้เป็นสุขพอสมควรแก่อัตภาพ
-จ่ายเลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุขพอควรแก่อัตภาพ
-จ่ายในการป้องกันอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดและเกิดแล้ว เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ เป็นต้น
-จ่ายเพื่อทำพลี ๕ อย่าง มีเสียภาษี เป็นต้น
-บริจาคทานในสมณะ ชี พราหมณ์ ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ

แต่ทรัพย์ที่จับจ่ายแล้วนำความสุขมาให้นั้นต้องเป็นทรัพย์ที่หาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง ได้มาโดยถูกธรรม และเป็นทรัพย์บริสุทธิ์ จ่ายแล้วจึงสบายใจ สิ่งของที่เราใช้นั้นหากได้มาจากการซื้อหาด้วยทรัพย์บริสุทธิ์ก็ใช้ได้สะดวกใจไม่ต้องหวาดระแวงคนจะสงสัยว่าได้ทรัพย์จากไหนมาซื้อ

ตรงกันข้ามหากเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบ โดยไม่ถูกธรรม เช่น ได้มาด้วยการทุจริต ฉ้อโกง ลักปล้นเขามา ก็จ่ายไม่คล่องตัว ต้องหวาดระแวงกลัวคนจะรู้ สิ่งของที่ลักขโมยเขามาก็ไม่กล้านำออกมาใช้ให้คนเห็น กลัวถูกจับได้ คนมีทรัพย์เช่นนี้ย่อมจะไม่ได้ความสุข ไม่ได้ความสะดวกใจในการใช้จ่ายทรัพย์ที่ตนมี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 พ.ค. 2552 , 09:23:03 น.] ( IP = 58.9.138.241 : : )


  สลักธรรม 2

(๓)สุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้ การเป็นหนี้สินคนอื่นถือว่าเป็นยอดของความทุกข์อย่างหนึ่ง ดังพระพุทธภาษิตว่า อิณาทานํ ทุกขํ โลเก การกู้หนี้ยืมสินเขามาเป็นทุกข์ในโลก และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ลูกหนี้ทุกคนมักจะนอนไม่เป็นสุข ใจพะวงกังวลอยู่กับการใช้หนี้ หากหาให้ไม่ทันก็ยิ่งหนักใจเพิ่มขึ้น แม้ว่าหน้าจะยิ้มแต่ภายในนั้นหาความสุขจริงๆ ไม่ได้เลย เมื่อถูกทวงหนี้ก็จำต้องหน้าทนผลัดวันชำระหนี้ ไม่เคยโกหกก็ต้องโกหกเป็น ไม่เคยหนีหน้าคนก็ต้องหนีหน้าทุกข์เพราะเงินต้นยังไม่พอ ยังทุกข์เพราะดอกอีกเล่า มันจะงอกอยู่ทุกวัน หากได้ใช้หนี้ไปได้บ้างหรือใช้หมดไปก็เหมือนกับอกภูเขาออกจากอกอย่างนั้นแหละ

ผู้ที่ไม่เคยเป็นหนี้ใครจึงถือว่าเป็นไทเป็นอิสระแก่ตัว จะไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องพะวงใจ คนมีหนี้ไม่มีอิสระอย่างนั้น ยิ่งหนี้มากก็เหมือนกับมีเพชฌฆาตตามติดอยู่เสมอทีเดียว หากต้องการทราบว่าความเป็นหนี้มันทุกข์ขนาดไหน ลองไปกู้ยืมหนี้ยืมสินเขาดูเถิด จะรู้ดี

(๔)สุขเกิดจากการทำงานที่ไม่มีโทษ ข้อนี้บ่งบอกถึงการมีความสุขจากการประกอบอาชีพที่สุจริตไม่ผิดศีลธรรมและกฎหมาย ทำงานที่ จริต อย่างนี้ย่อมได้รับความสบายใจ ไม่ต้องวิตกกังวลคอยถูกจับผิด

คนเราหากไม่มีงานทำก็เดือดร้อน หรือทำงานที่ทุจริตก็เดือดร้อนอีกยิ่งเป็นงานทุจริตที่ก่อความเสียหายให้แก่สังคมส่วนรวม แก่ทางราชการด้วยแล้วยิ่งเป็นทุกข์กังวลมากขึ้น มีความไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา กลัวเขาจะจับได้ไล่ทันบ้าง ต้องหลบต้องซ่อนตัว

ดังนั้น ผู้มีงานทำเป็นหลักฐาน แม้เป็นงานที่มีรายได้ต่ำและไร้เกียรติแต่เป็นงานที่สุจริต ไม่ผิดศีลผิดธรรม ย่อมได้รับความสบายใจกว่าผู้ทำงานทุจริตผิดศีลธรรมและกฎหมาย แม้ว่างานนั้นจะเป็นงานมีรายได้สูงและมีเกียรติก็ตาม

สุขของมนุษย์ ๔ ประการนี้เป็นสุขที่พึงปรารถนาของทุกคน เมื่อต้องการก็พึงแสวงหากันเถิด.


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 พ.ค. 2552 , 09:28:56 น.] ( IP = 58.9.138.241 : : )


  สลักธรรม 3

มีข้อข้องใจอยากถามพี่เณรจ้ะ

คือไปเดินเที่ยวงานวันวิสาขบูชาที่ผ่านมานี้เอง

มีอาจารย์ท่านหนึ่ง(ฆราวาส) สอนว่า การฆ่าตัวตาย ไม่ใช่ปาณาติบาต ไม่ผิดศีลข้อ 1

และสอนอีกว่า ถ้าฆ่าตัวตายแล้ว ทำให้พ่อแม่เสียใจ จนฆ่าตัวตายตาม เป็นอนันตริยกรรม

อยากให้พี่เณร หรือ พี่ๆที่รู้ ช่วยยืนยันว่าจริงหรือไม่จริง ฟังที่สอนมาแล้วก็ งง จริงๆ

ขอความอนุเคราะห์ด้วย _/\_

โดย ส้มป่อย [12 พ.ค. 2552 , 09:46:41 น.] ( IP = 203.107.203.146 : : )


  สลักธรรม 4

สวัสดีครับคุณส้มป่อย เรื่องการฆ่าตัวตายนั้นจริงแล้วไม่จัดเป็นการฆ่าสัตว์ครับ เพราะการฆ่าสัตว์ต้องมีองค์ประกอบ คือสิ่งภายนอกตนครับ แต่ถึงกระนั้นการฆ่าตนเองนั้นเป็นบาปที่หนักกว่าการฆ่าสัตว์มากมายครับ และที่ไปคือทุคติภูมิแน่นอนเลยครับ ส่วนการฆ่าสัตว์อื่นๆนั้น อาจจะได้สุคติก็ได้ถ้าบาปนั้นๆไม่มาปรากฏเป็นอารมณ์ใกล้ตายครับ

และเป็นการทำให้พ่อแม่เสียใจถูกต้องครับผม แต่ไม่ได้จัดเป็นอนันตริยกรรมครับ

และได้เลยมาที่เต้นท์ของอภิธรรมมูลนิธิบ้างหรือเปล่าครับผม ลองดูที่นี้ซิครับกดได้เลยนะครับ http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=12038

โดย พี่เณร [12 พ.ค. 2552 , 09:59:35 น.] ( IP = 58.9.138.241 : : )


  สลักธรรม 5

คุและ นุโมค่

โดย พี่ดา [12 พ.ค. 2552 , 10:24:25 น.] ( IP = 124.121.174.115 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณ พี่เณร อย่างสูง ที่ช่วยอธิบายไขข้อข้องใจ _/\_

โดย ส้มป่อย [13 พ.ค. 2552 , 07:45:28 น.] ( IP = 58.10.128.182 : : )


  สลักธรรม 7

ที่เต้นท์ของอภิธรรมมูลนิธิเดินผ่าน เห็นคนแน่นมาก เลยไม่ได้เข้าไปข้างใน ยืนดูอยู่ข้างนอก ^_^

โดย ส้มป่อย [13 พ.ค. 2552 , 07:51:35 น.] ( IP = 58.10.128.182 : : )


  สลักธรรม 8

โดย น้องกิ๊ฟ [19 พ.ค. 2552 , 13:45:37 น.] ( IP = 125.27.172.98 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org