มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจ (๕)




ไขข้อข้องใจ
โดย พระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ผ่านมา

ถาม ศีลข้อที่ห้าที่ท่านบัญญัติไว้ว่าห้ามดื่มสุราและเมรัยนั้น ความจริงการดื่มสุราและเมรัยซึ่งเราซื้อของเรามาดื่มเอง ไม่ได้ไปลักขโมยของใครและเราก็ดื่มแต่เพียงเล็กน้อย ไม่ได้ไปก่อเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่เห็นน่าจะผิดตรงไหน ทำไมท่านจึงปรับโทษไว้ด้วย

ตอบ ปัญหาของคุณเห็นจะต้องตอบอย่างไม่เกรงใจกันกระมัง เพราะว่าน่าคิดน่าตอบดีทีเดียว จึงขอตอบแบบนักเลงหน่อยๆ ก็แล้วกัน

ปัญหาข้อนี้ถ้าคิดเพียงผิวเผินอย่างว่าก็จะเห็นว่าไม่น่าผิดตรงไหนอย่างที่คุณคิด เพราะเป็นของของเรา เงินก็ของเรา สุราเมรัยก็ของเรา บางทีเราดื่มแล้วก็นอน มันไม่น่าผิด แล้วท่านยังมาเอาผิดจนได้นี่ซิ คนทั่วไปคงคิดอย่างคุณนี่ละกระมัง โรงงานสุราบางยี่ขันและอีกหลายโรงจึงตั้งอยู่ได้จนทุกวันนี้ และทำท่าว่าจะเจริญยิ่งๆ ขึ้นเสียด้วยซ้ำไป

คุณเอาที่ไหนมาว่าดื่มแต่เพียงเล็กน้อย และไม่ทำให้ใครเดือดร้อนไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ผู้ตอบยังไม่เคยพบเลยว่านักดื่มคนไหนจะดื่มเพียงเล็กน้อย เห็นมีแต่ดื่มไม่น้อยกันทั้งนั้น ลงมันได้ดื่มแล้วมันให้มีลูกติดพันอยู่เรื่อยแหละน่า จะขอเวลานอกกันก็ตอนหมดขวดแล้ว หรือไม่ก็ตอนลุกแทบไม่ไหวกันแทบทั้งนั้น

นักดื่มทั้งหลายมักจะประเมินในใจว่า “ดื่มเพียงแค่นี้ไม่เห็นจะเดือดร้อนใครที่ไหน” แต่ความจริงแล้ว คนที่เดือดร้อนเพราะการดื่มของตัวน่ะมีแน่และมีมากคนด้วย อันดับแรกก็คือตัวเอง ต่อไปก็พ่อแม่ ลูก ภรรยา สามี คนในปกครอง เดือดร้อนกันไปหมด สำหรับตัวผู้ดื่มเองเดือดร้อนอย่างไรขอตอบในยกหลัง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ค. 2552 , 08:20:57 น.] ( IP = 58.9.136.192 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เบื้องต้นขอยกบุคคลอื่นที่เดือดร้อนก่อน

พ่อแม่ที่มีลูกเป็นคอเหล้าหรือติดยาเสพติดอย่างอื่นจะรู้สึกสะเทือนใจมาก เสียใจมาก จะเกิดความผิดหวังในตัวลูกอย่างที่สุด ทั้งเสียดายเงินทองที่ลูกผลาญด้วยการไปซื้อสุราเมรัย ยาเสพติด ทั้งเสียดายอนาคตลูกที่ตัววาดไว้อย่างสวยหรู การกระทำของลูกประเภทนี้เหมือนหนามแทงตาแทงใจพ่อแม่ทุกวี่ทุกวัน พ่อแม่ที่ไหนจะยินดีชอบใจที่มีลูกเป็นขี้เมาหยำเป มีแต่จะชอกช้ำใจเท่านั้น

ลูกที่มีพ่อเป็นไอ้ขี้เมาหยำเป มีแม่ที่ขี้เมาเหมือนยายบ้า จะมีปมด้อยในใจ จะคบหาเพื่อนที่ดีพ่อแม่เขาก็ห้ามลูกเขามิให้มาคบหาด้วย คอยเตือนลูกของเขาว่าไอ้ลูกคนขี้เมาอย่าไปคบ เดี๋ยวจะพาเสียไปด้วย เมื่อคบคนดีไม่ได้ก็ต้องหันมาคบกุ๊ยข้างถนนเหมือนกัน หนังสือหนังหาไม่ค่อยได้เรียนเต็มที่นัก นอกจากลูกที่มีพ่อดีหรือมีแม่ดีบางคนเท่านั้นที่กัดฟันหาเงินส่งลูกเรียน จะเอาจากพ่อขี้เหล้าหรือจากแม่ขี้เหล้าหรือก็หมดหวัง ลูกขอค่าเทอมก็โดนด่า ลูกขอค่าหนังสือค่าขนมบ้างก็โดนเตะโดนถีบ เรียนไปทำไมเงินทองหายาก ออกมาช่วยพ่อช่วยแม่ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว แสดงความกตัญญูกตเวทีบางซิตอนนี้เงินไม่มีบ้างล่ะ ไปขอแม่เขาเอาซี ไปขอพ่อเขาเอาซีบ้างละ กรรมของลูกแท้ๆ เงินที่ซื้อเหล้าดื่มน่ะทำไมมีได้ทุกวัน แต่เงินค่าหนังสือค่าเทอมลูกบอกไม่มี อย่างนี้ลูกไม่เดือดร้อนหรือ

ภรรยาที่มีสามีขี้เหล้านั้นมันมีทุกข์ขนาดไหนไม่ต้องพูดถึง บางครั้งต้องหาเงินให้ซื้อ บางคราวดึกดื่นพ่อเจ้าประคุณ “อยาก” ขึ้นมาก็ต้องไปปลุกอาโกปากครอกซื้อมาให้ บางครั้งเมามายมาแล้วยังมาแจกมือแจกเท้าให้เสียอีก ป้องกันตัวก็หาว่าสู้ ภรรยาบอกให้หยุดก็หาว่าเถียง ไม่พูด ไม่ป้องกันตัวบ้างก็เจ็บตัว เจ็บใจ อายชาวบ้านด้วย ยิ่งถ้ามีลูกมากด้วยแล้วยิ่งทุกข์หนัก ต้องหาเลี้ยงทั้งลูกทั้งสามีเลยทีเดียว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ค. 2552 , 08:24:07 น.] ( IP = 58.9.136.192 : : )


  สลักธรรม 2

กรรมของภรรยาที่มีสามีเป็นไหเหล้าเคลื่อนที่ !
สามีที่ภรรยาขี้เมาก็เป็นทุกข์ไม่แพ้กัน

คนในปกครองที่มีเจ้านายชอบดื่มนั้น จะไม่ค่อยได้รับความยุติธรรมเท่าที่ควรนอกจากจะ “คอเดียวกัน” เท่านั้น นี่มันเดือดร้อนคนอื่นอย่างนี้

การที่ศีลข้อนี้ห้ามดื่มสุราและเมรัยนั้น เพราะห่วงอนาคต ห่วงสุขภาพของมนุษย์ทั่วไปนั่นเอง ท่านหวังดีปรารถนาดี ต้องการให้มนุษย์มีสุขภาพดีทั้งทางกายและทางใจ เพราะผู้ไม่ดื่มสุราเมรัยจะไม่ได้รับเคราะห์กรรมและความทุกข์เหล่านี้เลย คือ

(๑) เสียทรัพย์
(๒) ทะเลาะกัน
(๓) โรคเบียดเบียนง่าย
(๔) ถูกตำหนิติเตียน
(๕) ไม่รู้จักอาย
(๖) สติปัญญาเสื่อม

ข้อแรก เสียทรัพย์ นี่มองเห็นได้ชัด แม้เราจะซื้อกินเอง ไม่ได้ขโมยใครเขามา แต่ก็ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้ทรัพย์หมดไปโดยใช่เหตุ ควรจะนำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นหรือในทางให้เกิดประโยชน์อย่างอื่นทั้งแก่ตัว แก่ ครอบครัว แก่สังคม หรือแก่ชาติบ้านเมืองได้อีกมาก ก็มาหมดเปลืองไปเพราะเรื่องนี้จริงอยู่ บางคนอาจไม่คิดว่าเปลือง เพราะมีเกินใช้สอย แต่ก็ชื่อว่าเสียทรัพย์เหมือนกัน หรือทรัพย์เสียไปโดยใช่เหตุดังกล่าว หรือใช้ทรัพย์ไปในทางผลาญสุขภาพ ผลาญร่างกาย หรือผลาญชีวิตตัวเองมากกว่า

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ค. 2552 , 08:33:19 น.] ( IP = 58.9.136.192 : : )


  สลักธรรม 3

ข้อสอง ทะเลาะกัน นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง แม้ว่าการทะเลาะกันเพราะสุราเมรัยนั้นจะมีไม่บ่อยนัก ไม่มีทุกคนและก็ไม่มีทุกครั้งที่ดื่ม แต่สาเหตุแห่งการทะเลาะกันอย่างหนึ่งก็มาจากการดื่มสุราและเมรัยนี้เอง เพราะพอเมาได้ที่แล้วมักพูดจากันชักจะไม่รู้เรื่อง ความเมามันพูดแทนเสียแล้ว

ข้าสาม โรคเบียดเบียนง่าย นี่ก็เป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์ทั่วไปแล้วว่าผู้ดื่มของมึนเมาเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ พอหยุดดื่มหรือพอของเมาหมดฤทธิ์ ร่างกายจะอ่อนเพลีย ไม่อยากทำงาน เพราะเวลาเมาได้ที่ เลือดจะฉีดแรง ทำให้กล้ามเนื้อทำงานมาก จะทำงานอะไรแต่ละทีต้อง “โด๊ป” กันอยู่เรื่อย ไม่งั้นทำงานไม่ได้ พอหมดฤทธิ์ก็หมดกำลังอีกร่างกายจะทนไหวหรือ พอเป็นอะไรแต่ละทีแทบเอาตัวไม่รอด โรคโน้นเอยโรคนี้เอยแทรกซ้อนกันขึ้นมาจนตัวเองก็แทบจำไม่ได้ว่าตัวเป็นโรคอะไรบ้าง

เหล่านี้คือโรคของคนชอบ “กล้า” ด้วยการ “ดื่ม” รือ “โด๊ป” ด้วยน้ำที่เรียกว่า “สุรา” คนที่มีโรคมากก็อายุสั้น เรื่องมันก็ลงเอยแค่นั้น ไม่มากไปกว่านี้

ข้อสี่ ถูกตำหนิติเตียน ข้อนี้สังคมปัจจุบันเขามองไม่เห็นกันเสียแล้วเพราะถือเป็นของธรรมดา เห็นดื่มเห็นเมากันจนชิน หรือสังคมมันเหมือนกันไปเสียหมดแล้ว จึงหกคนตำหนิไม่ค่อยได้ เลยไม่ค่อยรู้สึกกัน คนที่พอจะตำหนิได้ก็โดนอะไรต่อมิอะไรมาปิดปากเสีย อ้าปากไม่ไหว หรือตำหนิเหมือนกัน แต่ไม่กล้าตำหนิต่อหน้า กลัว “ตีน” หรือกลัว “ตบ - ตี - ต่อย” อย่างใดอย่างหนึ่งก็เลยไม่ตำหนิ ปล่อยไปตามเรื่องตามราว

คนในสังคมของเราจึงเต็มไปด้วยนักดื่มและขี้เมา คนตำหนิติติงมีน้อย เลยสู้ไม่ไหว เอาเป็นว่าเรื่องอย่างนี้คนอย่างนี้คนดีเขารังเกียจก็แล้วกัน คนขี้เมาหาเพื่อนที่คบได้จริงๆ ยาก ก็มีแต่พวก “คอเดียวกัน” อย่างว่าเท่านั้นนอกนั้นเขาคบเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น จะให้คบหาจริงๆ แบบกัลยาณมิตรเขาไม่ยอมด้วยหรอก เพราะเขา “รังเกียจ” น่ะ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ค. 2552 , 08:36:56 น.] ( IP = 58.9.136.192 : : )


  สลักธรรม 4

ข้อห้า ไม่รู้จักอาย ข้อนี้ก็ชัดเหมือนกัน ขึ้นชื่อว่าคนเมา ไม่ว่าจะเมาสุกหรือเมาดิบก็ตาม เป็นไม่รู้จักอายทั้งนั้น ด่าพ่อแม่กันเล่นก็ได้ ทุบตีกันหรือฆ่ากันก็ได้ นอนกลางถนนก็ได้ ร้องรำทำเพลงกันกลางถนนก็ได้ แก้ผ้าแก้ผ่อนเดินโทงๆ ตามถนนก็ได้ ซึ่งกิริยาอาการอย่างนี้ในเวลาปกติที่ไม่เมาจะทำไม่ได้ และไม่กล้าทำด้วยเพราะอายเขา แต่เวลาเมาแล้วทำได้อย่างสบายเพราะความอายหมดไปแล้ว

ข้อสุดท้าย สติปัญญาเสื่อม ข้อนี้ก็เนื่องมาจากการที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอเพราะพิษสุรานั่นเอง สมองก็เลยมึนชาเสื่อมทรามไปด้วย สติปัญญาไม่ว่องไวเหมือนเก่า ตัดสินใจอะไรก็ช้าและตัดสินใจผิดๆ ทำให้สมรรถภาพในการทำงานเสื่อมทรามลงโดยไม่รู้ตัว

ว่ามายืดยาวก็เพื่อชี้ให้เห็นว่า ท่านห้ามไว้ก็เพราะหวังดี ต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจดี เป็นปกติเหมือนคนทั่วๆ ไปนั่นเอง

แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ คนเราลองมันติดเสียแล้ว ต่อให้แกะอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยไม่ยอมหลุดง่ายๆ เห็นว่าติดกันมานานแล้วจะเลิกเสียตอนนี้ก็เสียดาย เลยขอต่อไปเรื่อยๆ ก่อน ความลำบากจึงไม่สิ้นสุดกันได้สักที

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ค. 2552 , 08:41:29 น.] ( IP = 58.9.136.192 : : )


  สลักธรรม 5


อ่านคำตอบของท่านแล้วก็ต้องยิ้มเลยค่ะ ยากทีจะโต้แย้งได้ ไขข้อข้องใจได้อย่างดีทีเดียวค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านเป็นประจำ ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [13 พ.ค. 2552 , 15:11:43 น.] ( IP = 124.121.179.118 : : )


  สลักธรรม 6

โดย น้องกิ๊ฟ [19 พ.ค. 2552 , 13:46:28 น.] ( IP = 125.27.172.98 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org