มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สายใยรักจากพ่อ (๑)








สายใยรักจากพ่อ (๑)


ขอบอกจากใจจริงๆ ว่า รักและก็แสนห่วงทุกๆ คน ที่บอกว่าห่วงก็เพราะว่า แต่ละชีวิตเดินมาถึงช่วงปลายทางแล้ว ทางที่ดำเนินผ่านมานั้นไม่ใช่ว่าจะไม่ดีเพราะทุกคนต่างตักตวงกุศลขวนขวายในกิจการงานที่ชอบกันมามากแล้ว ลองนึกดูสิว่าแต่ละท่านได้ช่วยเหลือกิจการงานที่ดีมากันคนละเท่าไร จำได้ไหมตั้งแต่อยู่ที่วัดโพธิ์มาจนถึงวันนี้ ตั้งแต่สถานที่แคบๆ แต่มีคนมากมายที่ต้องการแนวทางชีวิตและการเข้าถึงธรรมที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้

ระยะเวลายาวนานที่แต่ละคนช่วยเหลืองานมาแล้วก็ช่วยเหลือตนเองให้มีความคิดดีมีการกระทำดี แล้วก็พยายามขวนขวายทุกอย่างเพื่อจะได้มาซึ่งความรู้เพื่อนำไปเป็นความสามารถในการก้าวเดินไปอย่างถูกทาง ..น่าอนุโมทนาและน่าสรรเสริญในน้ำใจที่งามเหล่านั้นของทุกๆ คน

และนี่แหละที่บอกว่าห่วง เพราะเดินทางกันมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของใครก็เป็นทางเดินที่มีกำหนดมีจุดจบ ตรงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตจากภพไปสู่ภพนั้นน่าห่วง เพราะคนที่อายุมากขึ้นคุณสมบัติที่ดีของร่างกายก็น้อยลง แต่การงานที่จะต้องดูแลชีวิตนั้นยังเท่าเดิมหรือกลับจะมากขึ้นอีกเพราะต้องมาพยุงสังขารร่างกายนี้คือต้องดูแลมากขึ้น เพราะกระบวนการของกรรมที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาให้วิบากส่งผลมาอย่างไม่มีวันหยุด

วิบากนั้นไม่มีตาที่จะมองดูจนเห็นว่าคนนั้นดีคนนี้ดีแล้วอย่าไปลงโทษเขา..อย่าไปให้ผลเขา มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกแต่ถ้ามีช่องโอกาสเมื่อใดก็จะให้ผลทันที แล้วยิ่งคนที่อายุมากๆ ความเสื่อมก็จะมาปรากฏชัด เมื่อความเสื่อมปรากฏแล้วก็เหมือนการเปิดประตูต้อนรับวิบาก โดยเฉพาะวิบากอกุศลที่ยังให้ผลในตอนหนุ่มสาวตอนที่มีเรี่ยวแรงจึงยังรอโอกาส เมื่อประตูเริ่มแง้มมันก็เริ่มเข้ามาแล้ว

เพราะชีวิตนั้นเป็นรังของโรคไม่ว่าจะโรคตา โรคหู โรคท้อง และสารพัดโรค เมื่อมีโอกาสเปิดช่องไว้วิบากอกุศลเหล่านี้ก็สาดซัดโหมกระหน่ำเข้ามา แล้วจะเอาแรงอะไรไปสู้กับโรคล่ะ

มิหนำซ้ำถ้าหากครองชีวิตผิดมาตั้งแต่แรก ภาระที่รกไปหมดมันก็มีมากขึ้น ถ้าหากเราอุปาทานลูกหลานมาก อย่างตอนเด็กๆ ในขณะที่เรากำลังมีแรงดูแลเขาไม่ว่าจะเป็นลูกหรือหลานก็ดี เขาก็แค่ดิ้นในเบาะ หมุนอยู่ในเปล คลานอยู่ในบ้าน แต่เมื่อเขาเจริญเติบโตขึ้นมาในขณะที่เราก็แก่ลงไป คราวนี้เขาไม่ได้นอนอยู่แต่ในเบาะ ไม่ได้วุ่นวายวิ่งเล่นอยู่ในบ้านเท่านั้นแล้ว แต่ละคนต้องออกไปเพื่อเผชิญชีวิตแล้วกลับเข้ามา ในขณะที่คนหนึ่งกำลังทรุดอีกคนหนึ่งก็กำลังเจริญเพื่อที่จะต้องรับเรื่องราวต่างๆ จึงน่ากลัวในการอยู่ร่วมกัน

แล้วยิ่งคนแก่กับคนแก่ที่อยู่ร่วมกัน มีแต่ความไม่ไหวกับความไม่ไหว พอไม่ไหวแล้วใจก็ไม่ปกติ พอใจไม่ปกติแล้วก็มีเรื่องกันร้อนไปหมด ..นี่ไงชีวิตเป็นทุกข์มากๆ แต่ก็ช่างเถอะเราก็ทำชีวิตให้เหมือนดูละคร บ้างโรงเล็กบ้างโรงใหญ่ มีคนเล่นน้อยมีคนเล่นมาก แต่เราอย่าไปเล่นกับเขาก็แล้วกัน แม้เราจะต้องเป็นคนหนึ่งในโรงละครก็ต้องเป็นผู้ที่ดูให้เป็น


โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [13 พ.ค. 2552 , 15:54:56 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1





แล้วขึ้นชื่อว่า"ความดี" ก็ให้ทำไป แต่ที่อยากจะเตือนทุกคนก็คือ "อย่าเห็นผิด" ตรงนี้สำคัญมากแล้วก็ยังยืนยันว่า พระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงตรัสรู้นั้นให้ทางที่ควรดำเนินมากมาย แต่ทางที่จะพ้นทุกข์มีอย่างเดียวคือ การเจริญสติปัฏฐาน เพราะการเจริญสติปัฏฐานเป็นการกำหนดชีวิตลงไปด้วยปัญญา จะบอกว่าไม่ต้องอาศัย "รูป-นาม" ไม่ได้ เพราะชีวิตจริงๆก็คือรูปกับนาม จึงทิ้งความจริงไปไม่ได้

ฉะนั้น ขึ้นชื่อว่าความดีแล้วก็ทำไป แต่ถ้าอยากจะดีให้ถึงพร้อมไปสู่วิมุตติสุขนั้นจะต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐาน วันนี้แม้ลูกๆ จะมีอายุที่มากขึ้นแต่ก็ยังน่ารักทุกคน ..ที่บอกว่าน่ารักก็คือน่าห่วงใย พ่ออยากอยู่กับลูกทุกคนทุกชาติจนลูกไม่มีชาติจะกิดนั่นแหละคือความปรารถนาของพ่อ

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เพียรพยายามกระทำคุณงามความดีโดยเฉพาะการอาศัยทานบารมีเป็นสิ่งเริ่มต้นแล้วพัฒนาจิตใจด้วยปัญญาก้าวไปในการสร้างบารมีจนเต็มพร้อม พ่อจึงดีใจกับลูกทุกคนเหลือเกินที่แต่ละคนขวนขวายในกิจการงานที่ชอบไปช่วยกันออกเงินทำเครื่องมือแพทย์ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ที่มีการสนับสนุนส่งเสริมและอนุโมทนา

และไม่ว่าใครก็แล้วแต่ที่ทำที่ตนเอง ทำเฉพาะตน ทำเฉพาะครอบครัว ทำเฉพาะกลุ่มเฉพาะหมู่คณะ..ก็ขึ้นชื่อว่าทำดี และพ่อก็ยืนยันว่าได้ดี

และคำพูดของพ่อก็ยังเหมือนเดิม ที่เรารับกันอยู่ทุกวันนี้ก็คือ วิบาก..ทำมาเอง แต่ที่กำลังกระทำใหม่คือ..กรรม

อย่างโต๊ะตัวนี้มีที่วางของอยู่สองข้าง ...ข้างหนึ่งเปรียบเสมือนที่ตั้งรับวิบากอกุศลผลของความชั่ว ส่วนอีกข้างหนึ่งตั้งรับวิบากกุศลผลของความดี ซึ่งทั้งสองข้างนี้มีของวางอยู่เต็มไปหมด และผลของวิบากที่มีมากนี้ก็เพราะเราเวียนว่ายตายเกิดกันมามากมาย ทำความชั่วและความดีมามาก

ฉะนั้น เมื่อเวลาที่ความชั่วมาส่งผลไม่ดีก็อย่าไปเกลียดมัน เวลาเราได้รับอะไรในเรื่องไม่ดี เมื่อมีมาเรื่องหนึ่งก็อย่าไปกลุ้มใจเสียใจว่าทำไมเราเคราะห์ร้ายเหลือเกิน ทำไมเราจึงเป็นคนโชคร้าย แต่ให้เผชิญหน้ากับเขากับผลเหล่านี้ด้วยอ่านให้ออกว่า ..เราทำมาเอง..

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 15:57:54 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 2




เราต้องสาวไปให้ถึงเหตุว่า ทำไมเรามีโรคภัยไข้เจ็บ ต้องไปหาหมออีกแล้ว? ก็เพราะเราเคยเบียดเบียนสัตว์มา เคยทำร้ายสัตว์มา เคยทำให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์กายมา ..บัดนี้ได้ถึงเวลาชำระหนี้ก็รู้ด้วยความเต็มใจที่รับหนี้กรรม ซึ่งเสมือนการหยิบของจากโต๊ะด้านที่เป็นผลของอกุศลวิบากยื่นออกไปให้เจ้าหนี้.. หยิบอย่างรู้ว่าได้ใช้หนี้แล้ว ของที่อยู่บนโต๊ะก็ค่อยๆ หมดไป

ถ้าหากเราได้รับของดีๆ ก็เหมือนกัน ..วันนี้มีความสุขได้ลาภมา มีคนชื่นชมมาปุ๊บ ก็เหมือนกับเราหยิบของออกจากโต๊ะด้านที่เป็นกุศลวิบากยื่นออกไปแล้ว ..ของที่เหลือยู่ก็น้อยลง ถ้าหากวันนี้มีความสุขมากของดีๆ ที่มีอยู่ก็ค่อยๆ หมดไป เพราะเราได้ใช้ไปแล้ว

ถ้าหากเราไปชื่นชมกับสิ่งดีๆ ที่ได้รับมากจนลืมดูไปว่าโต๊ะกำลังว่างเปล่าแล้วไม่เติมลงไปใหม่ ..สิ่งดีๆ ก็จะหมด เพราะของที่เราได้รับมานี้ก็คือการใช้หนี้ไปแล้ว ยกเลิกการให้ผลไปแล้ว เมื่อเรามาหลงกับความสุขและต้องการความสุขโดยไม่ทำใหม่แล้วเราจะมีอะไรใช้ต่อไปล่ะ

ถ้าหากเราหวงมากและไม่มีความเข้าใจในขณะใช้หนี้แล้วเราก็โทษนั่นโทษนี่ ก็เหมือนกับขณะที่เรากำลังใช้หนี้ด้านไม่ดีไปขแล้วเราก็เกิดอกุศลจิตขึ้น..นั่นก็เท่ากับมีของใหม่ที่วางลงทันทีในด้านไม่ดี ทั้งๆ ที่เราเพิ่งหยิบของออกไปปุ๊บของใหม่ที่ไม่ดีก็วางลงมาอีกแล้ว ..โต๊ะด้านนี้จึงมีสิ่งของไม่รู้จักหมด เพราะอกุศลจิตเป็นกรรมซึ่งคนส่วนใหญ่มักถ่ายเทของไม่ดีออกไปแล้วก็เติมผลที่ไม่ดีเข้ามาใหม่โดยไม่รู้ตัวเพราะไม่มีปัญญา

เช่นเดียวกันการรับสิ่งที่ดีโดยไม่รู้ตัวแล้วก็ไม่ได้เติมลงไปใหม่ด้วยเพราะไม่มีปัญญาในอารมณ์และในการดำเนินชีวิต ผลด้านที่ดีก็จะมีแต่หมดไปๆ เราทุกคนไม่มีใครต้องการได้รับของไม่ดี แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เราได้รับตรงนี้เพราะเราทำไว้เอง ซึ่งเราต้องเติมบุญเติมบารมีของเราเพราะเรายังต้องเดินทางต่อไปอีก

สมบัติพวกนี้ที่อยู่บนโต๊ะเป็นสิ่งที่เราต้องการใช้..เราก็ต้องเติม ส่วนของที่อยู่อีกด้านหนึ่งเราไม่ต้องการรับ..เราก็อย่าไปเติม แต่รู้ทันคือจิตที่เป็นตัวรู้นั้นได้รับสภาพเหตุและผล เมื่อมีผลมาก็สืบสาวไปถึงเหตุได้ว่าเราทำมาเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 15:58:13 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 3




ความรู้เช่นนี้เท่านั้นที่ไม่ว่าจะอายุปูนไหนจะวัยเด็ก วัยสาว วัยชรา หรือวัยใกล้เปลี่ยนภพ ถ้าหากมีใจมั่นคงและเข้มแข็งด้วยแรงศรัทธาแห่งกรรมวิบาก แล้วรู้เท่าทันกรรมวิบาก ..พ่อก็หมดห่วง แต่การที่ยังรู้ไม่เท่าทันนั้นน่าห่วงใย เพราะอารมณ์ที่มาปรากฏกับเรานั้นถ้าตัดสินไม่ถูกมันก็จะไม่เป็นประโยชน์แล้วยังกลับเป็นโทษด้วย

เราจึงต้องเพียรพยายามหาความรู้และความเข้าใจเติมบุญเติมกุศลของเราอยู่ตลอดเวลา ด้วยการสวดมนต์ ทำสมาธิ เจริญวิปัสสนา และเรื่องของทางโลกให้เพลาๆ ลงบ้าง มีอะไรบ้างที่เรายังไม่เคยกิน..อร่อยแบบเปรี้ยว แบบหวาน แบบรสมัน แบบเค็มบ๊วยๆ นั่นแหละได้กระทบลิ้นมาหมดแล้ว

แล้วมีอะไรบ้างที่เรายังไม่ได้สัมผัส เช่น ร้อนจัด..เมื่อสักครู่นี้อยู่ข้างนอกห้องร้อนกันไหม? ร้อน เราก็เคยพบมาแล้ว และเดี๋ยวออกจากห้องเย็นๆ นี้ไปพบกับความร้อน เราก็จะได้พูดกันว่า "ร้อนอย่างนี้ เคยมาแล้ว ของเดิมๆ " แทนที่จะพูดว่า "โอ้โห ร้อนจัง" หรือถ้าเราถูกใครถามว่า "เป็นอย่างไรบ้าง?" เราก็จะได้ตอบเขาว่า "ของเคยๆ" เรามาหัดพูดกันในบ้านเรานี่แหละ

หรือพอมีอากาศเย็นมาเราก็พูดได้ว่า "ของเคยๆ" เราใช้คำนี้เพื่อดับเรื่องราว เพราะเมื่อเรื่องราวมีมันก็มีเรื่องพอใจกับไม่พอใจ แต่ถ้าเราบอกว่า โอ้ย! เรื่องเดิมๆ หรือของเคยๆ อากาศเคยๆ ..เราก็ไม่เดือดร้อน อากาศเย็นร้อนเราก็เคยพบมาแล้ว นอนห้องแคบๆ ห้องกว้างๆ ก็เคยมาแล้ว

หรืออย่างที่ไปเช่าเขานอนแถวๆ ลาดพร้าวน่ะ พอเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาก็คิดว่าเรามีเสื้ออยู่สิบตัวยี่สิบตัว กับเราไปเดินให้ทั่วห้างเลยผ่านเสื้อผ้าทุกอย่างหมดเลย เราเคยเห็นมาแล้วทุกลายคือไม่ลายตรงก็ลายขวาง หรือลายยุ่งเหยิงที่มันเยอะแยะอยู่ในเนื้อผ้า เราก็เคยเห็นมาแล้วทุกสีสัน ..แล้วเราจะอยากได้อะไรกันนักหนา

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 15:58:32 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 4




ที่อยากได้กันนั้นส่วนมากกิเลสมันตอบมาว่า อยากทำกิจการงานเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์แล้วจะได้เอาไว้ทำบุญ ..แต่พ่อไม่เคยบอกกับลูกว่า ให้เอาเงินมาทำบุญกับพ่อ ..แต่ให้ปฏิบัติทำบุญ ซึ่งทรัพย์นั้นมีประโยชน์บางคราว แต่มีโทษมาก ..ถ้าหากใช้ไม่เป็น และวางใจไม่ถูก

มีประโยชน์ในบางคราว..ก็คือตอนที่ต้องเอามาบำบัดทุกข์ และเอามาทำกุศล ..เพราะเราต้องใช้จ่าย หาค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งจะไม่มีทรัพย์ก็ไม่ได้ ..ทรัพย์จึงมีประโยชน์ที่ทำให้ชีวิตนั้นอยู่รอดจากภาระที่เราต้องทำ และมีประโยชน์มากก็ด้วยการทำเป็นอริยทรัพย์ นอกจากเหตุนี้แล้วก็ไม่มีค่าอะไร

ถามว่าเคยกินใช้ส่วนตัวถึงวันละหนึ่งล้านบาทหรือยัง? ยัง แต่ลูกกลับอยากมีรายได้วันละหนึ่งล้าน ซึ่งเราไม่เคยตั้งคำถามว่า เราเคยใช้ทรัพย์เป็นล้านในแต่ละวันเพื่อกินหรือทำให้ชีวิตมีความสุขโดยยกเว้นเรื่องบุญไว้นะ เราเคยไหม? เราใช้ไม่ ถึงหรอกเพราะชีวิตอยู่ได้แค่พอคือ เพียงข้าวหนึ่งจานน้ำหนึ่งแก้วขนมอีกนิดหน่อยแค่ท้องอิ่มเท่านั้น

แต่ความต้องการของเรานั้นมีมาก ..แม้ความต้องการในการทำบุญมากนั้นก็เป็นทุกข์ เพราะถ้าหากยังไม่สมปรารถนาก็จะมีความเร่าร้อนอยู่นั่นแหละ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า จงทำทุกอย่างด้วยการไม่เบียดเบียนตนเองและไม่เบียดเบียนผู้อื่น ..เป็นคำสนอที่พระองค์ทรงป้องกันให้หมดแล้ว แต่เราตีความภาษาพระท่านไม่แตกเอง

ความปรารถนาดีหรือความต้องการทำบุญนั้นดี ..แต่ให้ทำเท่าที่มีแรงและความสามารถ โดยเฉพาะต้องช่วยตัวเองก่อน และตอนนี้ก็ยังไม่สายที่จะหาทางแก้ไข โดยต้องรู้จัก "หยุด" คือ วางเรื่องทางโลกลงบ้าง

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 15:59:23 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 5




อาจารย์วิชิตไปบอกว่า มีลูกสาวสองคนอยากจะทำบุญกับพ่อ พ่อก็ให้ข้อคิดมาก่อนว่า มีเงินพอหรือยังก่อนที่จะนำมาทำบุญ อย่างแม่หนูดาได้เตรียมไว้เพื่อป่วยเจ็บของตัวเองหรือยัง? ไว้ไปหาหมอเป็นค่ารักษาพยาบาลน่ะมีหรือยัง? ไม่ใช่ว่ามีแค่เงินข้าราชการบำนาญแล้วจะอยู่ได้ เพราะบางครั้งก็ต้องสำรองจ่ายออกไปก่อนแล้วค่อยไปเบิกที่หลัง

แต่เมื่อได้คิดแล้วและมีศรัทธาแรงกล้าก็ตัดสินใจที่จะนำมา ..ก็จะมาเป็นพิเศษเพื่อรับเจตนาให้ และขอให้ผู้ที่ตั้งใจที่จะมอบเงินนี้มานั่งข้างหน้า แล้วกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยเสียก่อน แล้วจึงกล่าวความตั้งใจให้ทราบ



(คำกล่าวถวายเงินของลูกศิษย์) "ลูกขอกราบถวายเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทนี้ซึ่งเป็นสมบัติที่ลูกมีอยู่และได้มาโดยชอบธรรม บัดนี้วันเวลาได้ผ่านพ้นมาจนถึงปลายทางของชีวิตแล้ว

ลูกได้ศึกษาพระอภิธรรมแล้วเห็นว่า การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นสิ่งน่ากลัวมาก ลูกจึงต้องการบำเพ็ญบุญบารมีให้มากขึ้นในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่พร้อมด้วยศรัทธานี้ทานบารมีเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากในการมีชีวิตอยู่ในวัฏฏะ

ลูกจึงขอตั้งใจด้วยใคร่ครวญแล้ว และด้วยศรัทธาในกรรมและผลของกรรม ลูกจึงขอบริจาคเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทนี้ถวายแด่หลวงพ่อผู้ที่ลูกรักและเคารพยิ่ง ขอหลวงพ่อโปรดรับเจตนาของลูกด้วยเพื่อความสมปรารถนาในการสร้างทานบารมีของลูกด้วยเทอญ"


โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 15:59:44 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 6




ก็ขอน้อมรับความตั้งใจในเจตนารมณ์อันตั้งมั่นที่จะบริจาคทรัพย์หนึ่งล้านบาทให้ไว้แก่พระพุทธศาสนา ในฐานะตัวแทนของมูลนิธิที่ได้ตั้งสถานที่และเปิดให้มีการศึกษาในสถานที่แห่งนี้มา โดยให้ความรู้และความเข้าใจในการสร้างชีวิตให้ไปสู่ความพ้นทุกข์ได้

ขอน้อมรับเจตนาของลูกด้วยความปีติปราโมทย์ ขอกุศลกรรมในครั้งนี้จงเป็นนิมิตอันมั่นคง เป็นเครื่องหมายอันหนักแน่นว่าลูกได้เพียรพยายามสละทรัพย์ทำลายมัจฉริยะ สั่งสมกุศล เปลี่ยนแปลงทรัพย์ภายนอกเป็นทรัพย์ภายในที่เรียกว่า อริยทรัพย์ลงไว้ในชีวิตครั้งหนึ่งครั้งนี้

ขออารมณ์อันแรงยิ่ง ขอความปีติโสมนัสอันแรงกล้าจงปรากฏเป็นเครื่องหมายนิมิตที่ดีให้แก่ลูกทุกยามลืมตาและหลับตาตลอดไปทุกเมื่อเชื่อวันว่าตนเองนั้นเป็นผู้มีความสามารถทำลายความเป็นแก่ได้เห็นแก่ตัว สามารถชำระความโลภ ความโกรธ และความหลง และเพียรดำรงตนเองให้มั่นคงในเส้นทางอันจะนำไปสู่ความพ้นทุกข์ อันมีทาน ศีล และภาวนา

ขออานุภาพแห่งคุณสมบัติของจิตอันแรงกล้านี้จงพิทักษ์รักษาให้ลูกสามารถนำพาชีวิตพ้นทุกข์ พ้นโศก พ้นโรค และพ้นภัยในวัฏฏะสงสารได้ ขออารมณ์สุดท้ายเมื่อปลายชีวิตจงเป็นนิมิตอันแจ่มใสในทรัพย์สมบัติอันบริจาคแล้ว

ขออนุโมทนาสาธุการ ขอคุณงามความดีจงคุ้มครองกลับไปร้อยเท่าทวีคูณ อย่าอดอยาก อย่ายากจน อย่าลำบากขัดสนทรัพย์ คิดจะทำอะไรก็สมในความปรารถนาทุกประการ ขอให้ลูกนั้นได้รับอานุภาพที่พ่อกล่าวมาทั้งหมดทั้งมวล..อนุโมทนา



วันนี้พ่อมาเพราะกิจนี้และลูกสองคนนี้ก็ได้สมความปรารถนาแล้ว ก็ขอให้บอกความรู้สึกกับพี่น้องสักนิดสิลูกว่า ทำไมลูกจึงคิดจะทำกุศล และตั้งใจอย่างไรถึงบริจาคทรัพย์ก้อนสุดท้ายของชีวิตออกมาทำบุญได้



(ความรู้สึกของลูกศิษย์คนแรก) " กราบสวัสดีพี่น้องทุกๆ ท่านนะคะ คือดิฉันมีความตั้งใจมาตั้งนานแล้วตั้งแต่สมัยที่มาหาหลวงพ่อใหม่ๆ ก็ได้กราบทำเรื่องไว้ว่าจะถวายเงินกับอภิธรรมมูลนิธินี้จำนวนหนึ่งล้านบาทเมื่อสิ้นชีวิตไปแล้ว

แต่เมื่อมาใคร่ครวญดูก็คิดว่า เราควรจะได้ทำตั้งแต่เรามีชีวิตอยู่ด้วยมือของเราเอง และเมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมแล้วก็ทราบว่า ทานบารมีเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นสิ่งที่สำคัญมากจึงได้เรียนท่านอาจารย์วิชิตว่าขอให้มีโอกาสได้ทำบุญในครั้งนี้ด้วย

ท่านก็ได้แนะนำว่าให้มาถวายเงินหลวงพ่อในวันวิสาขบูชานี้ก็แล้วกันเพื่อจะได้ปีติยินดีในบุญครั้งนี้ค่ะ"

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 16:00:06 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 7




(ความรู้สึกของลูกศิษย์คนที่สอง) "ขอทำบุญกับหลวงพ่อหนึ่งล้าน แต่หลวงพ่อยังไม่รับตอนนี้ ก็เลยนำเงินส่วนหนึ่งที่อยู่ในบัญชีที่ตั้งไว้เป็นบัญชีชื่อบุญนิธิ ซึ่งเป็นเงินส่วนที่ไม่ได้มาจากเงินเดือนแต่เป็นเงินพิเศษที่แม่ให้มา

ก็ตั้งใจว่าเงินส่วนนี้จะเอาไว้ทำบุญ เพราะพอเรียนแล้วก็ทราบดีว่ามันเป็นกุศลวิบากของเราเอง เห็นว่าถ้าอยู่ในบัญชีโอกาสทำบุญก็ไม่มี เมื่อทราบว่าหลวงพ่อจะมาก็เลยนำเงินส่วนนี้จำนวนหนึ่งแสนบาทไปเพิ่มต้นทุนที่จะส่งผลมาใหม่ เพราะต้นทุนเก่าหายไปแล้ว จึงได้นำมาเปลี่ยนแปลงเป็นอริยทรัพย์ทันที จึงนำมาถวายหลวงพ่อร่วมทำกองทัพธรรมจำนวนหนึ่งแสนบาท"



ขออนุโมทนาในความเห็นถูก ขอชื่นชมในเจตนาและความเด็ดเดี่ยวของจิตใจ ขอกุศลเจตนานี้และบุญนิธินี้จงกลับไปคุ้มครองลูกร้อยเท่าทวีคูณ ขอให้เป็นผู้ที่มากด้วยปัญญาบารมี และสามารถถ่ายถอนโมหะอวิชาพาตนเองพ้นทุกข์ พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย และพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้โดยไวนะลูก อนุโมทนา

และขอทำบุญเลยนะเพราะใจอยากจะทำบุญส่งเสริมพระศึกษาปริยัติธรรม เงินจำนวนห้าหมื่นบาทนี้พ่อกับลูกมาทำบุญด้วยกันนะ เพราะการที่เราได้ส่งเสียและส่งเสริมทางด้านพระพุทธศาสนานี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเท่ากับเราได้ช่วยกันปกป้องคุ้มครองพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้อยู่คู่กับโลกนี้ตราบนานเท่านานเท่าที่เราสามารถทำได้

ส่วนกาลวิบัติหรือสิ่งที่จะต้องวิบัติไปนี้เป็นเรื่องที่เกินความสามารถที่เราจะพยุงเอาไว้ แต่ในขณะที่ยังมีโอกาสเราก็จะทำ สำนักเรียนต่างๆ โดยเฉพาะพระบาลี อรรถกถา ถ้าหากมีการส่งเสริมให้พระมีโอกาสศึกษาพระบาลี อรรถกถาอย่างดีอย่างถูกต้อง การเผยแพร่ธรรมออกมาก็ย่อมมีประโยชน์ เป็นไปในทางสัมมาทิฏฐิมากขึ้น

ฉะนั้น เมื่อเราพ่อลูกมีโอกาสและวันเวลาของเราเหลือน้อยปลายทางของชีวิตเราจะมาถึงกันแล้ว ชาตินี้เวลานี้ความพร้อมมีอยู่คือ หนึ่ง..เรามีศรัทธา สอง..เรามีทรัพย์แล้ว สาม..เรามีที่ตั้งหมายที่เราอยากจะทำบุญที่เราเห็นชอบแล้ว โอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีง่ายๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 16:00:25 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 8




บางครั้งเราอยากจะทำบุญ แต่สถานที่ไม่พร้อมไม่เป็นสัปปายะให้เราทำ บางทีเราอยากทำบุญแม้จะมีสถานที่ดีแต่ปัจจัยไม่มี ..เรื่องนี้เจอกันมากใช่ไหม? ฉะนั้น ขณะนี้เราพ่อลูกพร้อมแล้ว พ่อจึงขอทำบุญกับวัดสามพระยาซึ่งเป็นสถานที่ให้พระศึกษาธรรมโดยขอตั้งทุนไว้ที่นี่จำนวนห้าหมื่นบาท แล้วเราจะเติมทุนกันเรื่อยๆ

เพราะสถานที่นั้นเป็นสถานที่ให้พระเณรมีโอกาสเรียนพระบาลีเป็นภาษาสมเด็จพ่อ และเมื่อมีตรวจชำระพระบาลีต่างๆ พระผู้ที่มีความรู้ความสามารถก็จะไปชำระพระไตรปิฎกกันที่นั่นคือวัดสามพระยา เราพ่อลูกก็จะมาจบเงินและนำเงินห้าหมื่นบาทนี้ไปทำบุญที่วัดสามพระยา



"ด้วยกุศลศรัทธาในคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า สามารถชี้ทางบรรเทาทุกข์และชี้สุขเกษมศานต์ให้แก่พุทธศาสนิกชน ให้คลายจากความเห็นผิดและความหลงผิดได้

ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงขออุดหนุนและส่งเสริมในการศึกษาพระธรรมคำสอนในปริยัติธรรมนั้นอันมีการศึกษาพระบาลีและการศึกษาของพระนวกะทั้งหลายด้วยจิตเลื่อมใสด้วยใจศรัทธา เพราะข้าพเจ้ามั่นใจว่า การส่งเสริม การดูแลพระพุทธศาสนาหรือการต่ออายุพระพุทธศาสนาเป็นการทำบุญที่ดีที่สุดที่จะสามารถช่วยพระพุทธศาสนาได้

ขอกุศลเจตนาเหล่านี้จงทำให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีสัมมาทิฏฐิตลอดไป และมีทางเป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ได้โดยไวชาติเทอญ"



โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 16:00:44 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 9




และเมื่อเรามีโอกาสดีมีปัจจัยและมีที่ไปแล้วก็อย่ารอช้า ขอทำเสียเลยในอีกห้าหมื่นบาทที่เหลือที่พ่อกับลูกทำที่วัดศรีสุดาราม ....พุทธการกธรรมหมายถึงการกระทำทุกอย่างเพื่อตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ที่มีความมุ่งหวังจะรื้อสัตว์ขนสัตว์จากการตรัสรู้ การที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์คิดจะช่วยสัตว์โลกอย่างยิ่งใหญ่และมากมายนั้น พระองค์ทรงเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญดังเช่น สุเมธดาบส..เมื่อทอดร่างกายปล่อยสยายผมทำเป็นทางเดินให้พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าเหยียบข้ามและได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า

เมื่อสุเมธดาบสลุกขึ้นมาปุ๊บก็เหมือนได้เป็นพระพุทธเจ้าเลย ก็รำลึกนึกถึงว่า สิ่งใดบ้างเป็นกิจที่พระโพธิสัตว์จะต้องทำในพุทธการกธรรม ก็นึกได้ถึงทานบารมีแล้วก็มองย้อนไปในวัฏฏะที่ตนเองผ่านมา(เพราะในขณะนั้นท่านได้ฌานด้วย) ก็มองเห็นว่า ทานบารมีนั้นท่านก็ทำมาแล้ว และในทานบารมีนี้ก็ยังมีบารมีที่สูงขึ้นไป มีศีลบารมีจนถึงปัญญาบารมี

เราพ่อลูกมามีความตั้งใจเดินตามสมเด็จพ่อคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราพ่อลูกของตั้งใจที่จะมอบเงินในมือนี้ซึ่งเป็นของพ่อกับของลูกเดินตามรอยบาทพระศาสดา ในการทำกุศลครั้งนี้ให้แก่พระเณรทั้งหลายที่จะได้ศึกษาเรียนรู้พระปริยัติธรรมตามหลักฐานพระคัมภีร์ ในหลักการของการปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติในทางใดก็แล้วแต่ที่ล้วนมุ่งไปสู่ความพ้นทุกข์แล้ว เราทุกคนพร้อมที่จะอุดหนุนส่งเสริมเส้นทางนั้น

ก็ขอให้เราทุกคนกล่าวคำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอถึงซึ่งพระรัตนตรัยอันประเสริฐ ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายหลุดพ้นจากบ่วงมารทั้งปวงสามารถบำเพ็ญบารมีธรรม และกระทำทุกอย่างอันเป็นหนทางไปสู่ความพ้นทุกข์ได้โดยปราศจากอุปสรรคโดยไวเทอญ

ขอให้นำไปบริจาคเพื่อส่งเสริมพระเณรที่ศึกษาพระปริยัติธรรม และถ้าเขาไม่มีใบรับอะไรก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีศรัทธาและเจตนาที่จะทำก็พอแล้ว

(โปรดติดตามตอนต่อไป)



โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ค. 2552 , 16:01:01 น.] ( IP = 125.27.175.155 : : )


  สลักธรรม 10

เกินบรรยายความรู้สึกได้ในเหตุการณ์วันนั้น มีแค่บอกได้ว่าปิติใจไปกับพี่ๆน้องๆทุกๆท่าน ที่ได้เสียสละทรัพย์ได้อย่างใจเด็ดจริงๆครับ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทำความดีที่ต่างพยายามฝังลงกลางเนื้อใจของตนเองครับ

กับคำสอนของหลวงพ่อ บอกได้เพียงว่ามีค่ายิ่งสำหรับชีวิตจริงๆครับ และขอตั้งเจตนาในการเดินตามรอยเท้าของพ่อต่อไปทุกภพทุกชาติครับ

อนุโมทนาสาธุกับน้องกิ้ฟด้วยครับ ที่นำมาลงให้อ่านเกิดปิติใจได้อีกมากมายเลยครับ และจะรออ่านตอนต่อไปครับผม.

โดย พี่เณร [13 พ.ค. 2552 , 17:06:58 น.] ( IP = 58.9.210.144 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org