| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สายใยรักจากพ่อ (๒)
![]()
![]()
สายใยรักจากพ่อ (๒)
ตอนที่ ๑
งานแท้ของพ่อคืองานดูแลตนเองให้ไม่พลาดไปในทางไม่ดี พ่อสอนให้ลูกเป็นคนดี..งานของลูกก็คือทำตนเองให้ดี ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะทุกอย่างย่อมหมดไปตามกาลเวลา แม้มูลนิธิจะต้องล้มปิดไปในกาลเวลาข้างหน้าแต่ชีวิตเรายังต้องเวียนว่ายตายเกิด ความดีเท่านั้นที่ได้จากสถานที่ก็ดีจะนำชีวิตของเราไป เพื่อให้ไปพ้นทุกข์
อย่าไปติดสถานที่ อย่าไปอยู่กับสถานที่เพราะบางครั้งเราพยุงมันไว้ไม่ได้ก็ต้องให้มันเป็นไป พระเชตวันยังเป็นซากสลักหักพังเลย หรือสถานที่ใหญ่โตกว่านี้อย่างกุสินาราที่เคยรุ่งเรืองตอนนี้ก็คือโครงสร้างก้อนอิฐที่หลงเหลืออยู่ไม่มีใครรั้งเอาไว้ได้ กสลเวลาพาให้ทุกอย่างมันหมดไป
ถึงเราจะดูแล เราก็ดูแลได้เพียงช่วงชีวิตนี้ แต่สิ่งที่เราต้องดูแลข้ามชีวิตของเราไปก็คือความดี พ่อจึงสอนให้ทุกคนรักดีเพราะทุกคนต้องเดินทางต่อจากชาตินี้ไปชาติหน้า ที่คิดจะช่วยเหลือพ่อและพระศาสนานั้นเป็นตัวอย่างที่ดีของตนเองและผู้อื่น แต่ก็ไม่มีอะไรหรอกที่เราจะรั้งเอาไว้ได้
ถาม : คำว่า "หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ขันติพิสูจน์ตน " มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ตอบ : ก็เรียกว่าทุกอย่างนั้นวมอยู่ที่การบำเพ็ญเพียรคือความอดทนและอดกลั้นเป็นยอดตบะ ขันตินั้นเป็นเบ้าหลอม เคยยกตัวอย่างแล้วว่าการหล่อพระประธานนั่นจะต้องมีเบ้าหลอมพระที่ใช้ไฟแรงมากพระจึงจะออกมางาม คนเราอดทนต่อความลำบากได้ก็จะผ่านอุปสรรคไปได้ อดทนต่ออารมณ์ได้ก็จะผ่านอารมณ์ร้ายอารมณ์ร้อนไปได้
อดทนต่อทางเดินที่กระทบวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม มันก็ผ่านไปได้ แต่ทุกอย่างที่ผ่านไปไม่ได้เพราะไม่มีความอดทนกับไม่มีความเพียร การมีสติและสัมปชัญญะนั้นยังไม่พอแต่ต้องมีขันติความดทนและวิริยะคือความเพียรด้วย
เพราะขันตินั้นใช้กำหราบชีวิต เพราะชีวิตเราต้องเจอกับอารมณ์ที่พอใจกับอารมณ์ที่ไม่พอใจ ที่เข้าออกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แล้วใครบ้างจะพบกับสิ่งที่พอใจได้เสมอ คนอยู่ด้วยกันเช่น พ่อบ้านแม่บ้านที่ว่าเป็นคนๆ เดียวกันแล้ว ลองถามดูสิว่าพอใจกันทุกวันไหม? ไม่หรอก มีอารมณ์ร้อนอารมณ์ร้ายกันได้
โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [14 พ.ค. 2552 , 15:58:41 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
บางวันเราก็ชอบอย่างนี้บางวันเราก็ชอบอีกอย่าง แล้วเขากับเราก็ไม่เหมือนกัน การที่อยู่ด้วยกันได้ต้องใช้ความอดทนต่ออารมณ์ที่กระทบกระทั่งกัน แล้วก็มีเมตตาซึ่งกันและกัน เขาไม่ได้พูดให้เราโกรธ..เราโกรธเอง แล้วเราเคยทำอะไรให้ใครโกรธไหม? ไม่เคย แต่เราทำตามใจเราที่เราคิดว่าเราดีแล้ว
เราออกความคิดหรือพูดตามที่เราคิดว่าดี แต่บังเอิญคำพูดของเราหรือความคิดของเรานี้ไม่ถูกใจเขา เขาจึงโกรธ เราไม่เคยพูดให้ใครโกรธ ..แต่เขาโกรธเอง และเขาก็ไม่ได้พูดให้เราโกรธ..แต่เราโกรธเอง ฉะนั้น เราจงต้องมีความอดทนต่ออารมณ์ ให้อภัยเขา ให้โอกาสเขา โดยการระลึกอยู่เสมอว่า คนเราจะอยู่ร่วมกัน จะอาศัยเป็นพี่น้องดูแลกันต้องรู้จักให้อภัยกัน เห็นอกเห็นใจกัน
และอารมณ์ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจของเรานี้มันไม่มีดีเสมอไปหรอก และมันก็ไม่มีร้ายเสมอไป ฉะนั้น อารมณ์ที่เข้าออกทางทวารต่างๆ นั้น ..ที่กระทบคือวิบากที่มีดีบ้างไม่ดีบ้าง ที่กำลังกระทำนั้นคือกรรม จึงต้องอาศัยขันติในชีวิตอดกลั้นต่อความลำบาก
ความลำบากนั้นมีอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นมาเรามีคามลำบากกันทุกคน แต่เพราะเราใช้ความลำบากนั้นจนคล่องแล้ว ลูกลองเอาแปรงสีฟันกับยาสีฟันไปให้เด็กหนึ่งขวบแปรงฟัน เด็กก็คงทำไม่ได้ แต่ต้องมีการช่วย .. ต้องลำบาก แต่เราทำกันจนชินแล้วเพราะทำมาตั้งนานผ่านความลำบากนั้นมาจนเป็นความสะดวก
ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายนั้นมีความลำบากแต่เรามองไม่เห็น และความลำบากนี้พูดแล้วก็ไม่น่าจะมองเห็น แต่ความทุกข์ที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ต้องแก้ไข ต้องดูแล ต้องปรับปรุง ต้องเปลี่ยนแปลง
ยาสีฟันที่หยิบขึ้นมาก็ยังบีบไม่ได้แต่ต้องหมุนหลอดก่อน หมุนแล้วยาสีฟันก็ยังไม่ออกมาแต่ต้องบีบอีก การบีบนั้นก็ต้องออกแรงกด แล้วก็ต้องพยายามให้ยาสีฟันตรงกับแปรง จากนั้นก็ต้องวางหลอดยาสีฟัน แล้วก็แปรงสีขึ้นสีลงตามวิธีการ เมื่อสีไปสีมาฟองที่มีอยู่จะอมไว้หรือจะกลืนลงไปก็ไม่ได้ แต่ต้องบ้วนออก .. สารพัดพิธีกรรมในชีวิตที่ลำบากกันมาทุกคน
และลำบากมาทุกวัน ที่เดี๋ยวต้องเดิน ต้องยืน ต้องนอน ต้องขับถ่าย .. อาหารที่แม้จะอร่อยอย่างไรก็ต้องตักเอง ต้องใส่ปากเอง ต้องเคี้ยวเอง ต้องกลืนเอง เมื่อยังไม่อิ่มยังไม่พอก็ต้องตักอีกจนกว่าจะพอ ชีวิตจึงอยู่กับการทำงานทุกวันแต่การที่เราไม่ได้ไปสังเกตว่าชีวิตอยู่ลำบาก ไม่ได้มีความสะดวกเลย ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเกิดไม่ได้น่ามีชีวิต
โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ค. 2552 , 16:00:24 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : )
สลักธรรม 2
แต่เมื่อมีมาแล้วก็ใช้ชีวิตให้ดีที่สุดด้วยความอดทน เพราะความอดทนนั่นจึงทำให้เรียนจบมาใช่ไหมลูก อดทนต่อความลำบากอ่าน ก.ไก่ สระอะ สระอา สระอิ สระอี เรียนมาตามลำดับชั้นด้วยความอดทนจนเรียนจบ แล้วเราก็ต้องทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองไว้เลี้ยงชีวิต แล้วก็ต้องไปทำงานทุกวันจะมีวันหยุดก็เสาร์อาทิตย์ แล้วตอนนี้ก็คิดว่าจะออกดีหรือไม่ออกดี
เราต้องทำอยู่ทุกวันเพราะชีวิตเป็นวัฏจักรหมุนไปหมุนมาอยู่อย่างนี้ ลองคิดสิว่าก่อนที่จะหลับตาหรือลืมตาขึ้นมาก็ต้องทำอยู่อย่งนี้ ลองคิดดูให้ดีว่างานชีวิตอันนี้เมื่อไหร่จะหยุด ..ไม่มีทางเพราะต้องแก้ไขกันจนลมหายใจสุดท้าย จะไม่แก้ไขก็ไม่ได้ ชีวิตจึงต้องมีขันติอดทนต่อความลำบาก อดทนต่อทุกขเวทนาที่ได้รับทางสภาพร่างกายเป็นโรคภัยไข้เจ็บ
จะบ่นไปก็ไม่หายเพราะเราทำมาเอง เมื่อหมอให้ยามาเราก็ต้องทาน เราต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วย เพราะเราใช้ชีวิตเองจึงต้องดูแลเองจึงต้องอดทนต่อความลำบาก ต้องออกไปทำมาหากิน บางคนต้องอดทนตื่นแต่เช้าแล้วเอาลูกใส่รถนั่งทานข้าวไปไม่อย่างนั้นก็ไปไม่ทัน พอฝนตกก็ต้องอดทนกางร่มไปไม่เช่นนั้นเขาก็ตัดเวลาทำงาน
รถติดก็ต้องอดทนถ้าไม่อดทนก็ไปไม่ถึง ถ้าไม่อดทนแล้วลงจากรถมาก็แย่ ..ชีวิตจึงต้องอยู่ด้วยความอดทน อนทนต่อความลำบาก อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่ออารมณ์ตนเองคือความโลภ ความโกรธ ความหลง ...ให้มันเพลาๆ ลงบ้าง คนเรามีสิทธิ์อยากที่จะคิดอะไรได้ทั้งสิ้นแต่ต้องคิดให้เป็นว่าสิ่งนั้นจำเป็นต่อชีวิตหรือไม่ แล้วใครเป็นผู้ได้รับ ..ชีวิตเราเป็นผู้ได้รับทั้งสิ้น
ขันติจึงเป็นยอดตบะที่หล่อหลอมคนให้ดี เราเห็นคนที่ไม่มีขันติเยอะแยะไป ที่มีการรบราฆ่าฟันแย่งชิงวิ่งราวกันเพราะไม่มีความอดทนต่อความลำบาก ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกลสารพัด เมื่อมีขันติแล้วก็มีวิริยะ ..วิริเยน ทุกขมัจเจติ
มีความอดทนคู่กับความเพียรแล้วเป้าหมายก็สำเร็จแน่ ที่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาในโลกนี้ก็เพราะมีขันติบารมีและวิริยะบารมีเป็นตัวผลัก ปัญญาบารมีเป็นตัวดึงชีวิตพระพุทธองค์ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะสู่ความเป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน และก็ต้องใช้บารมีอื่นๆ อีกด้วย
จึงไม่ต่างกันเลยกับคำของทางโลกที่ว่า หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เป็นการอุปมาเปรียบไว้ให้รู้ว่า คนเราต้องมองกันนานๆ ผลงานจะออกมานั้นไม่ได้ออกมาภายในวันเดียวหรอก ทำดีนานๆ จึงจะได้ดี
โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ค. 2552 , 16:00:49 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : )
สลักธรรม 3
ถาม เป็นห่วงเรื่องความเจ็บป่วยของบิดา?
ตอบ ลูกห่วงไปเอง ตอนนี้เป็นช่วงที่อกุศลวิบากกำลังให้ผล พอแก่แล้วมีความเจ็บป่วยก็ถึงเวลาเปิดโอกาสให้วิบากอกุศลมาส่งทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจมากมาย เหมือนคนที่กำลังจะเตรียมเดินทางแล้วเรารู้ว่า เขากำลังจะไปแล้วไม่กลับมาแล้ว จึงทวงหนี้ให้เต็มที่
ตอนที่คนเราตายนั้นไม่น่าห่วง แต่ก่อนตายนี่น่าห่วงแต่พ่อก็จะรับผิดชอบให้ ตอนนี้ไปช่วยอะไรไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของวิบาก การที่พ่อไปช่วยคนนั้นไม่ได้ไปช่วยให้เขาหายเจ็บแต่ไปช่วยให้เขาเห็นดี มองดี และได้ดี แล้วก็เอาความดีตรงนี้มาจับแล้วเหวี่ยงไป แต่ตรงที่เป็นหนี้ส่วนตัวนั้นช่วยไม่ได้เพราะไม่ได้ทำหนี้มาด้วย แต่พอหนี้เขาเบาบางแล้วก็จะไปเป็นคนบอกว่ามาเดินทางนี้กันเถอะ
แล้วที่ทำกันอยู่เพื่อความสบายใจนั้นก็ทำไปเถอะ ขึ้นชื่อว่า "ความดี" ทำให้พ่อให้แม่ไปเถอะเมื่อมีโอกาส และต่อไปนี้เราก็ต้องมองให้ออกว่า อ๋อ!..เขากำลังใช้หนี้ แต่ถ้าเรากลุ้มใจ ไปด้วยว่าจะทำอย่างไรดี ..นั่นคือเรากำลังสร้างหนี้ แต่ถ้าเราเห็นว่าพ่อเรากำลังใช้หนี้เป็นการที่เราเอาจิตออกมาจากความรู้สึกอุปาทานผูกพัน เราเห็นแล้วก็เพียงแต่ลูบเขาหรือหาอะไรที่ทำให้เขาสบายใจก็บอกเขาหรือหาไปให้เขาดู
แต่ถ้ามองแล้วไม่มีทางช่วยได้ก็ต้องมองแบบผู้มีปัญญามองว่า "เขากำลังใช้หนี้" เพราะถ้าหากลูกมองอย่างผู้ไม่มีปัญญามองว่าเขากำลังใช้หนี้ ก็เป็นการมองที่ลูกกำลังสร้างหนี้ ..ความกลุ้ม ความไม่พอใจ ความรัก ความผูกพันยึดติดนี้ก็จะมาหาเรา แล้วเราก็จะหลุดออกมาไม่ได้อีก
อย่าไปสร้างห่วงใหม่ ..ปล่อยให้เป็นห่วงใครห่วงมันหนี้ใครหนี้มัน แต่เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้วหยุดแค่นั้นว่าเขากำลังใช้หนี้ของเขาอยู่.
โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ค. 2552 , 16:01:13 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : )
สลักธรรม 4
แต่ละชีวิตที่ไม่ว่าจะเป็นพ่อเป็นแม่เป็นเพื่อนเรานั้นทุกคนมีกรรมกำหนดเฉพาะตนๆ เราไปถ่ายเทกรรมใครไม่ได้ แม้กระทั่งกรรมของตนเอง ทุกคนก็เหมือนตัวละครที่แต่ละคนมีบทส่วนตัว เพราะถ้าตัวละครเล่นบทเหมือนกันหมดเขาก็ไม่เรียกละคร ละครจึงต้องประกอบไปด้วยตัวเอก ตัวร้าย ตัวสนับสนุน และอีกมากมาย หรือบ้านหลังหนึ่งนั้นก็ต้องประกอบไปด้วยเสา หลังคา ฝา ฯลฯ ไม่อย่างนั้นมันจะไม่เป็นบ้าน แต่พอนำมาประกอบกันจึงจะเรียกว่าบ้าน
เหมือนกับคนหลายๆ ชนิด หลายๆ อารมณ์ หลายๆ กรรม มารวมอยู่ด้วยกัน ..เขากับเราจึงไม่เหมือนกัน เราจะไปลิขิตชีวิตไปเปลี่ยนแปลงกรรมใครไม่ได้ แต่เราช่วยเหลือดดูแลเท่าที่เราทำได้เท่านั้นเอง เหมือนคนที่เจ็บยู่เราก็เจ็บแทนเขาไม่ได้ แต่เราให้ความอุปถัมภ์หรือนั่งเป็นเพื่อนเขาช่วยขับรถพาเขาไปหาหมอได้ ..เป็นการช่วยเหลือได้แต่ทำให้เขาหายไม่ได้ นี่แหละกรรมเฉพาะตน ที่เวรกรรมจำเพาะเจาะจงมาว่าต้องเป็นอย่างนี้
บางครั้งการที่เรารู้สึกมากเกินไปจากเรื่องที่อ่านที่รับข่าวสารมาก ..ถ้ารับประทานอย่างนี้กัดเข้าไปคำหนึ่งคลอเรสเตอรอลขึ้น เคี้ยวอย่างนี้ไปกรุ๊ปหนึ่งเส้นเลือดจะอุดตัน ..ใช่ อาหารนั้นมีส่วนแต่กรรมต้องเป็นใหญ่ อย่าลืมว่าเราต้องให้กรรมเป็นใหญ่
เคยรู้ข่าวไหมว่า มีเด็กเพิ่งเกิดมาแล้วต้องผ่าตัดหัวใจทันที? มี แล้วถามว่าเด็กคนนี้กินไขมันไปตอนไหนล่ะ เห็นไหมว่าเด็กคนนี้ยังไม่ได้อ้าปากกินอะไรเข้าไปเลยแล้วได้รับคลอเรสเตอรอลไปตอนไหน? ต้องบอกว่ากินมาจากชาติที่แล้ว..กรรมมันทำ กรรมกำหนดให้กรรมชรูปนี้ต้องเป็นอย่างนี้ กรรมจึงกำหนดบทบาทมาทุกอย่าง
ไม่ได้ให้เลิกที่ปั่นอะไรให้กินกันน่ะ ไม่ว่าจะเป็นใบยอหรือใบสารพัดอะไร แต่จะมาเปิดตาให้กว้างขึ้นอีกนิดให้มองเห็นถูกขึ้นเหมือนเอาแว่นมาสวมให้อีกชั้นจะได้เห็นชัดขึ้น เพราะทุกวันนี้ลูกมองด้วยตาเนื้อจึงต้องเอาตาธรรมส่องเข้ามากรองอีกทีหนึ่ง
ที่ระวังสุขภาพนั้นก็ระวังกันไปเถอะ ที่รู้จักหลีกเลี่ยงว่ากินแล้วไม่ดีก็ระวังไปเถอะ แต่อย่าคิดว่าที่ระวังแล้วจะรอดกรรม อย่าคิดว่ากินอันนี้แก้สารต้านมะเร็ง เพราะเมื่อมันจะเป็นมันก็เป็น แต่เราทำหน้าที่ป้องกันให้ดีที่สุดแล้ว เหมือนคนเราได้ทำข้อสอบเต็มความสามารถ เมื่อผลออกมาก็ต้องยอมรับ
โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ค. 2552 , 16:01:36 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อเราดูแลพี่น้องดีแล้ว ปั่นอาหารให้ทานเพื่อป้องกันเกี่ยวกับไขมัน แต่ก็ต้องดูด้วยว่ามีสารหาอาหารอะไรขาดไปบ้างไหม และไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราทำให้เขานี้จะทำให้เขาหายหรือดีขึ้น แต่เป็นเพียงการป้องกันที่ไม่เอาสารพิษเข้าตัวมากไป แต่กรรมที่มีพิษในตัวนั้นเขามีของเขาเอง แล้วเราก็มีกรรมเป็นพิษ จึงอย่าไปหงุดหงิด
เหมือนเราอยากมามูลนิธิแล้วมีคนห้ามไว้ถามว่าโกรธไหม? โกรธ พอเขาว่าเราเราก็โกรธ แต่พอเขากินแล้วเราก็ไปว่าเขา ..ก็เขาอยากกินน่ะเหมือนกับเราที่ยังอยากมาที่นี่เลย เราจึงต้องวางใจโดยเทียบกับตนเองว่า ถ้าหากเป็นเราล่ะ..บางครั้งเราก็อยากทานเหมือนกันนะ อย่าคิดว่าเขาเป็นพระธุดงค์
เตือนทุกคนเลยว่า อย่าคิดว่าอะไรเก่งเกินกรรม ทำอะไรหรือป้องกันระวังอย่างไรก็ทำไปเหมือนเดิม ทำให้ดีที่สุดเพราะคนเรานั้นต้องมีการป้องกัน แต่อย่าคิดว่าสิ่งที่เราหามาใส่ชีวิตนี้มันจะเก่งเกินกรรม ..เพราะกรรมเป็นผู้กำหนด เมื่อกรรมไม่ดีเปิดช่องมาแล้วต่อให้นั่งเฉยๆแค่อ้าปากไวรัสก็เข้าได้ลูก แค่หาวนอนก็เป็นไข้หวัดได้
แต่เราต้องป้องกันให้ดีที่สุดเมื่อรู้ว่ามีการแพร่ระบาดมาเราก็หาผ้ามาปิดปากปิดจมูก ไม่ใช่พอเชื่อเรื่องกรรมแล้วก็ร้องท้าให้เข้ามาเลย! อย่างนี้ก็ไม่ถูกอีก เราจึงต้องป้องกันโดยอย่าทำอะไรสุดโต่ง และก็อย่าเลินเล่อประมาทจนเตี้ยติดดิน อย่าที่ผ่าตัดหัวใจมาแล้ว..เชื่อเรื่องกรรมก็จริงแต่ไม่ควรไปกินไขมันมาก ..อย่างนี้ก็เกินไป จึงต้องป้องกันโดยรู้ว่า อย่างนี้ทานมากไปแล้วไม่ดี เพราะอะไรที่มากไปมันก็ไม่ดี
การวางแผนก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าผิดแผนเพราะว่าคนอื่นทำหรอก แต่เราเองที่เคยขัดขวางขัดขาคนอื่นให้สะดุดและหกล้มมาเยอะแล้วโดยเฉพาะทำกับบิดามารดามา ..พอเรารู้อย่างนี้แล้วเราก็ต้องวางใจในเรื่องกรรมว่า เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แล้วเราก็ดูบทบาทกรรมที่ทำให้คนเรามีความเห็นที่ไม่เหมือนกัน
เรื่องของทิฏฐินั้นเป็นนามธรรมก็จริงแต่แสดงออกมาเป็นรูปธรรมให้เราเห็นได้ก็คือ ความอวดดื้อถือดีนี่แหละ บางครั้งเราก็ดูว่ามีมานะได้ อย่าไปวุ่นวายกับชีวิตมากแล้วคิดว่าอะไรจะช่วยได้ ..กุศลเท่านั้นที่ช่วย เมื่อทำดีแล้วก็ทำต่อไป แล้วก็ดูละครให้เป็น เราเกิดมาก็แค่นี้เดี๋ยวก็จากกันหมด เขาไม่ตายจากเรา เราก็ตายจากเขา
โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ค. 2552 , 16:01:58 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : )
สลักธรรม 6
ชีวิตที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ก็จากไปกันทีละคน ต่างคนต่างไปในที่ต่างๆ เพียงแต่ว่าในขณะที่เราทำข้อสอบขอให้ตั้งใจให้มากที่สุด ผลออกมาอย่างไรก็ยินดี ขณะที่เราจะช่วยเหลือใครก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด เพราะเกินความสามารถนั้นทำไม่ได้
เหมือนการนำพ่อแม่ครูบาอาจารย์หรือญาติมิตรไปโรงพยาบาล ถ้าหากเรามีโอกาสก็หาแพทย์เฉพาะทางให้ดีที่สุด ดูแลเขาให้ดีที่สุด นอกจากนี้แล้วก็เกินความสามารถที่เราจะทำได้ เพราะเราไม่สามารถยับยั้งลมหายใจของใครได้ แม้กระทั่งลมหายใจของตนเองที่ยังบอกให้มีอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ เพราะอย่างไรก็แล้วแต่เราต้องมีวันสิ้นลมของเราอย่างแน่นอน
แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น เราสบายใจอยู่ไหม? เรามีทุนอยู่ไหม? เราทำดีอยู่ไหม? จึงต้องหัดสงบเสียบ้าง การเบ่นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่บ่นไปแล้วไม่ช่วยอะไรได้ก็อย่าบ่นเลย เลิกเสียเถอะเพราะเราใช้เสียงมามากแล้ว ชีวิตจึงอยู่ยาก.. แต่อยู่ง่ายสำหรับผู้ที่คิดเป็น เรากินแค่อิ่ม หลับแค่ตื่นในที่ยาววาหนาคืบเท่านั้น
มีคำกล่าวของพระเถระผู้หนึ่งที่กล่าวว่า ตอนที่มีชีวิตอยู่นี้.. อยู่ให้มีค่า เวลาแก่..แก่ให้มีคุณ เวลาจะไป..ไปแบบมีทุน
อยู่ให้มีค่าไม่เป็นคนเกียจคร้านหนักเอาเบาสู้ เรื่องไหนที่เป็นความดีมีประโยชน์ก็ทำไป อย่านั่งเหม่อใช้ลมหายใจเป็นพื่อนอยู่อย่างเดียว ..นั่งทอดอาลัย ให้หัดมีเพื่อนอย่างอื่นบ้าง อะไรที่เรามีความคิดหรือริเริ่มได้แม้ยังไม่ต้องเกษียณหรือเกษียณแล้วแต่ยังมีความสามารถอยู่ก็ทำไป หรือทำงานวันธรรมดาแล้วพอถึงวันเสาร์-อาทิตย์มีคนมาปรึกษาให้ออกความคิด ..วันเสาร์-อาทิตย์ของเราก็มีค่าได้
พอแก่แล้วให้มีคุณ ..คือคุณค่า คุณประโยชน์ให้ลูกหลานเขากราบไหว้บูชาได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ อย่าพูดมากอย่าบ่นมาก เพราะคนแก่นั้นต้องมีคุณ อย่างที่เขาเรียก "คุณยาย คุณย่า คุณลุง คุณป้า" เพราะมีคุณ แต่ถ้าเมื่อไหร่เขาเรียก "ยาย!" นี่เราต้องสำรวจตัวเองแล้วว่าเราเริ่มพูดมากไปแล้วใช่ไหม เมื่อไหร่ที่ "คุณ" เริ่มหายไปเราก็ต้องพิจารณาแล้วนะ เพราะคุณเราหมดแล้วเราจึงต้องรีบหาคุณ
โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ค. 2552 , 16:02:21 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : )
สลักธรรม 7
เราสังเกตได้ว่าเราได้ทำคุณประโยชน์ไหมหรือคุณเริ่มหมด เราอาจไม่รู้ตัวหรอกแต่ต้องสังเกตจากการพูดกับคนอื่นเขา ถ้าพูดแล้วเขารำคาญหรือเขาเมินๆ นั่นก็ต้องสำรวจแล้วว่าคุณเราเริ่มหมดหรือยัง เราทำอะไรผิดหรือทำอะไรบกพร่อง เช่นใช้วาจาไม่ดีหรือเปล่า หรือประพฤติอะไรไม่ดี ..เราต้องสำรวจที่ตนว่ามีอะไรบกพร่องไป อย่าไปเพ่งมองแต่คนอื่นเขาที่ไม่พอใจเรา เพราะมองเขา..เราแย่ เราต้องมองตนให้มาก และต้องแก้ไขที่ตน
แล้วเวลาไปก็ให้มีทุนไป เสบียงชีวิตทั้งหลายเราจึงต้องหมั่นทำ ทำบุญสุนทานไป แม้กระทั่งความปรารถนาดีมีเมตตาก็ทำไปเถอะ ไม่มีทรัพย์ก็ไม่เป็นไร แต่มีความปรารถนาดีให้คนอื่นเขาได้รับความสุข หรือเมื่อเห็นใครทุกข์ก็นึกสงสาร ถึงเราจะไม่มีเงินช่วยเขาแต่ก็นึกในใจว่า เจ้าประคุณ! ขอให้เขามีความสุข อย่างเช่นเวลาที่พ่อเห็นใครเขายืนตากแดดรอรถอยู่นานๆ แล้วรถก็ยังไม่มาสักที และเราก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร ก็ได้แต่นึกว่า เจ้าประคุณ! ด้วยกุศลข้าพเจ้าขอให้เขารออะไรแล้วสิ่งไหนเหล่านั้นมาได้เร็วๆ
หรือเห็นเขายืนหลบเงารอรถอยู่ตามโคนเขาไฟฟ้าก็แผ่เมตตาไปให้เขาได้รับความสบาย กำลังรออะไรก็ขอให้สิ่งนั้นมาเร็ว บางครั้งเห็นคนยืนในรถเมล์เยอะแยะแน่นไปหมดก็ได้แต่นึกว่า ขอให้เขาสามารถมีความสบายใจแม้จะไม่มีความสบายกาย หรือถ้าเห็นคนแก่ยืนอยู่ก็ได้แต่นึกว่า เมื่อมีคนลุกขึ้นไปก็ขอให้เขาได้ที่นั่งไวๆ เทอญ...เราก็แผ่เมตตานึกคิดดีไป ทำเสบียงชีวิตเอาไว้
เห็นอาจารย์วิชิตท่านมาแนะนำว่า ตอนนี้เราทำได้เราก็ทำเถอะ แม้กระทั่งทำได้นิดหนึ่งก็อย่าคิดว่าไม่มีค่า อย่างคนที่ใช้รถก็ให้ใจเย็นๆ ลงนิดนึง อย่าไปปิดซอยใครเขา พอเห็นเขากำลังจะออกมาก็หยุดเสียนิดนึง เออ..เราให้เขาออกไป เปิดโอกาสให้ทางสะดวก แล้วเราก็จะได้รับความสะดวก บางครั้วเรื่องนิดหน่อยแค่นี้เราก็ไม่ได้คิดหรอก แต่เป็นเรื่องที่มีคุณค่า เพราะทำดีได้ดีจริงๆ แม้จะทำดีนิดเดียวก็ได้ผล เราจึงต้องทำไปให้หมดในความดีโดยเฉพาะใจ ..คิดให้ดี นึกให้ดี
สามอย่างนี้จึงต้องเอาไปใช้ให้เสมอ ..อยู่ให้มีค่า แก่อย่างมีคุณ จากไปอย่างมีทุน.. เมื่อเราได้ทำชีวิตอย่างมีคุณและมีทุนแล้ว ผลของบุญย่อมมีกับเราอย่างแน่นอน จะหลับตาลืมตาก็สบาย อย่าไปเอาอะไรกันหนักหนาเพราะได้พบมากันหมดแล้ว อย่าลืมว่าเรามีเพื่อนชีวิตมากมายคือคุณความดี อย่ามีเพื่อนแค่ลมหายใจ
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ค. 2552 , 16:02:43 น.] ( IP = 125.27.178.236 : : )
สลักธรรม 8หลวงพ่อไดไป่เหมือน..หลวงพ่อ เสือแฮ
กรุณามากจิตล้นแท้ ....เทียบเท่า
เมตตาต่อลูก... เกื้อหนุน จุนค้ำ
วิเศษคุณมากล้นแล้ว.. ลูกขอ กราบกราน.
ขออนุโมทนากับน้องกิ้ฟมากจริงๆครับ ที่นำคำสอนของหลวงพ่อมาให้ได้อ่านกัน เพื่อปรับเปลี่ยนชีวิตให้ถูกทาง และเพื่อใช้ชีวิตที่มีอยู่เหลืออยู่ได้อย่างลงตัวทั้งร่างกายและจิตใจ
ช่วงชีวิตคนเราสั่นนัก หากมัวหาจะไม่ได้การจริงๆนะครับ ต้องคิดถูกและทำให้ถูกด้วยการวางใจให้ถูกต่อการรับกระทบ คือทั้งส่วนกรรมและวิบาก
ยิ่งต้องใช้ชีวิตให้มีค่า มีคุณและมีทุนเพื่อพร้อมเดินทางไปในวัฏฏะสงสารอย่างดีพร้อม นั่นคือหน้าที่เราท่านจริงๆเลยนะครับ
ขอน้อมก้มกราบหลวงพ่อ พระครูผู้การุณย์ ด้วยความเคารพในบารมีธรรมและสักการะเทิดทูน ที่เมตตากรุณาต่อลูกๆมาตลอด ด้วยสายใยรักแห่งพ่อถึงลูกนะครับโดย พี่เณร [14 พ.ค. 2552 , 18:53:21 น.] ( IP = 58.9.135.152 : : )
สลักธรรม 9เข้ามารับธรรมะต่อตอนที่ ๒ ค่ะ
ได้เห็นความลำบากจากการมีชีวิต ความลำบากบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย เช่น การบีบยาสีฟัน การแปรงฟัน เป็นต้น เห็นได้ชัดเลยว่าเรามีความสุขบนความทุกข์กันมาตั้งแต่เกิดจนตาย และที่น่าสงสาร(ตัวเอง)ที่สุดก็คือ เราแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ากำลังอยู่บนกองทุกข์
อ่านธรรมะจากพ่อแล้วทำให้ได้ทบทวนเรื่องกรรมและวิบากและทำให้มีกำลังใจกลับไปสร้างขันติและวิริยะสู้กับกิเลสในชีวิตมากขึ้นอีกครั้ง
ขอขอบคุณน้องกิ๊ฟมากๆๆๆเลยนะคะ อนุโมทนากับการสร้างกุศลในการเผยแพร่ธรรมอย่างรวดเร็วทันใจมากๆเลย จะมาเกาะขอบจอรออ่านตอนต่อไปนะคะโดย ลูกแก้ว [14 พ.ค. 2552 , 22:05:28 น.] ( IP = 202.171.164.18 : : )
สลักธรรม 10
ก่อนอ่านตอนที่สองต่อ ก็ย้อนไปอ่านตอนที่ผ่านมาซ้ำอีกครั้ง
ทำให้รู้สึกและเข้าใจในเรื่องของวิบากและกรรมได้เป็นอย่างดีค่ะ
ชีวิตในภพชาตินี้สั้นนัก แต่ชีวิตที่เหลือในสังสารวัฏฏ์นี่สิอีกยาวนาน ธรรมะของหลวงพ่อช่วยให้ลูกมีความอดทน เพียรสร้างเสบียงทุนในขณะที่ยังมีลมหายใจนี้อยู่ เพื่อที่จะได้ไปอย่างมีทุนค่ะ
ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากๆค่ะที่มีใจเมตตากรุณาสละเวลาถอดเทป และนำธรรมะของหลวงพ่อมาให้ได้อ่าน นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปปรับปรุงแก้ไขชีวิตที่เหลืออยู่นี้ให้ดีขึ้นค่ะ ...ขออนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [15 พ.ค. 2552 , 10:04:12 น.] ( IP = 124.121.171.224 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |